เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - โจวเจ๋อผู้ผิดปกติ

บทที่ 5 - โจวเจ๋อผู้ผิดปกติ

บทที่ 5 - โจวเจ๋อผู้ผิดปกติ


บทที่ 5 - โจวเจ๋อผู้ผิดปกติ

ฉู่หยวนไม่ได้นอนทั้งคืน เขาฝึกฝนไปพร้อมกับคอยสังเกตดูเวลา

จนกระทั่งผ่านพ้นเวลาเที่ยงคืนไป แผงควบคุมระบบในหัวของเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงตามคาด!

เขามองดูตัวเลขจำนวนครั้งที่สามารถแปลงได้เปลี่ยนจากศูนย์เป็นหนึ่งกับตา...

เขารีบหยิบโอสถวิถียุทธ์ที่หวงปัวให้มาเมื่อวานออกมาอย่างร้อนรน

พอหยิบขวดโอสถปราณโลหิตขึ้นมา กำลังจะให้ระบบทำการแปลง จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้...

เขาจึงเทโอสถในขวดหยกทั้งหมดออกมา แล้วยัดพวกมันทั้งหมดลงไปในขวดโอสถปราณโลหิต... เพื่อลองหาวิธีโกงระบบดูสักหน่อย

ยังไงระบบก็ไม่ได้ระบุว่าแปลงได้กี่เม็ดนี่นา...

"แปลง!"

【กำลังทำการแปลง...

ได้รับผงรวบรวมปราณ*5!

จำนวนครั้งที่สามารถแปลงได้ในวันนี้: ศูนย์!】

"..." ฉู่หยวนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย วิธีโกงระบบใช้ไม่ได้ผลแฮะ

หรืออาจจะเป็นเพราะเขาลองผิดวิธี...

เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก เทโอสถที่อัดแน่นเต็มขวดออกมา ก็เห็นเม็ดยากลมๆ ห้าเม็ดที่เปล่งแสงเรืองรองอยู่ก้นขวด

ถึงแม้จะชื่อว่าผงรวบรวมปราณ แต่มันก็ยังคงมีรูปทรงเป็นเม็ดยาอยู่ดี

เขาหยิบขึ้นมาหนึ่งเม็ดวางไว้บนฝ่ามือ นอกจากจะสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ภายในแล้ว ก็ไม่เห็นความพิเศษอะไรอย่างอื่นเลย

ฉู่หยวนไม่รอช้า กลืนมันลงไปทันที

พริบตานั้น! พลังวิญญาณมหาศาลก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย...

......

สรรพเสียงจากนอกหน้าต่างดังแว่วเข้ามาอย่างชัดเจน ในห้องครัว แม่กำลังทำอาหารอยู่

ฟังจากเสียงแล้ว น่าจะกำลังทอดไข่อยู่มั้ง?

ส่วนในห้องของฉู่อิ๋ง ก็มีเสียงกรนเบาๆ ดังลอดออกมา...

ฉู่หยวนลืมตาขึ้นทันควัน แสงเรืองรองวาบผ่านก้นบึ้งดวงตาของเขา ก่อนจะเลือนหายไป

เมื่อมองดูห้องเล็กๆ ของตัวเองอีกครั้ง ความรู้สึกกลับแตกต่างไปจากเดิม

แม้กระทั่งฝุ่นผงเล็กๆ บนพื้นก็ยังมองเห็นรูปทรงได้อย่างชัดเจน!

หูตาว่องไว นี่สินะที่เรียกว่าหูตาว่องไว...

เขาสัมผัสได้ถึงพลังเซียนที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายอย่างช้าๆ ด้วยความพึงพอใจ

ตามที่ระบุไว้ในเคล็ดวิชาสร้างรากฐาน ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ใน... ขั้นรวบรวมปราณระดับสาม!?

จากขั้นเริ่มต้นมาถึงขั้นรวบรวมปราณระดับสาม ใช้เวลาเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น!

สิ่งที่ต้องแลกก็คือ ผงรวบรวมปราณทั้งห้าเม็ดที่ได้จากการแปลงนั้นถูกใช้จนหมดเกลี้ยง... หรือว่าเขาจะไม่ใช่แค่อัจฉริยะวิถียุทธ์ แต่เป็นถึงอัจฉริยะวิถีเซียนด้วย?

การฝึกฝนตลอดทั้งคืนนี้ ไม่มีสิ่งสกปรกใหม่ถูกขับออกมาจากร่างกายอีกแล้ว

หลังจากหลงหยิ่งผยองอยู่ครู่หนึ่ง เสียงเรียกของแม่ก็ดังมาจากนอกประตู "หยวนหยวน อิ๋งอิ๋ง ตื่นมากินข้าวได้แล้ว!"

หลังจากอาบน้ำล้างหน้าเสร็จ เขาก็มานั่งที่โต๊ะอาหาร

ฉู่อิ๋งมือหนึ่งถือหมั่นโถว อีกมือถือตะเกียบ แต่จู่ๆ เธอก็ย่นจมูกสูดดมฟุดฟิดใกล้ๆ ฉู่หยวน

"..." ฉู่หยวนผลักหัวเธอออกไปอย่างรังเกียจ

"พี่ พี่ฉีดน้ำหอมเหรอ?"

"เธอเป็นบ้าเหรอ?"

หานชุ่ยไม่ได้สนใจที่สองพี่น้องหยอกล้อกันบนโต๊ะอาหาร บ้านนี้ไม่เคยมีกฎระเบียบอะไรมากมายนัก

แต่เธอก็พลอยสูดจมูกดมไปด้วย ก่อนจะยิ้มออกมา "มีกลิ่นหอมจริงๆ ด้วยนะ"

ฉู่หยวนชะงักไป วางตะเกียบลงแล้วยกแขนตัวเองขึ้นมาดมดูบ้าง

อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้สังเกต ตอนนี้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจริงๆ

แต่มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมอะไรหรอก มันคล้ายกับกลิ่นของต้นไม้ใบหญ้าเสียมากกว่า แล้วก็มีกลิ่นอื่นๆ ปนมาด้วย... ถ้าจะให้ระบุให้ชัดเจน ก็คงเป็นกลิ่นอายของธรรมชาติล่ะมั้ง?

เมื่อพอจะเดาทางได้ เขาจึงอธิบายไปว่า "น่าจะเป็นเพราะกินโอสถไปเมื่อวานนี้แหละครับ"

"ผิวพี่ก็ดูดีขึ้นด้วยนะเนี่ย!" ฉู่อิ๋งจ้องมองแขนของเขา พร้อมกับอุทานด้วยความประหลาดใจ

"พอๆ กินข้าวไปเถอะ อาหารยังอุดปากเธอไม่มิดอีกเหรอ"

......

ถึงแม้หวงปัวจะบอกว่านักเรียนสามารถฝึกฝนเองที่บ้านได้ แต่จริงๆ แล้วแทบจะไม่มีใครทำแบบนั้นหรอก

ประโยชน์ของค่ายกลรวบรวมพลังงานนั้นมีมหาศาลมาก! และของพรรค์นี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะหามาติดตั้งได้... ไม่ต้องพูดถึงค่าใช้จ่ายในการเปิดใช้งาน ลำพังแค่วัสดุในการสร้างค่ายกลก็ต้องใช้เงินนับล้านหยวนแล้ว!

ฉู่หยวนย่อมไม่ปล่อยโอกาสในการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ฟรีๆ แบบนี้ไปแน่

แค่ฟังชื่อก็รู้สรรพคุณแล้ว ไม่แน่ว่ามันอาจจะรวบรวมพลังวิญญาณมาได้ด้วยก็ได้?

นอกจากนี้เขายังมีความคิดอีกอย่างหนึ่ง ในเมื่อระบบสามารถแปลงเคล็ดวิชาและโอสถได้... แล้วมันจะแปลงค่ายกลได้ด้วยไหม?

ถ้าแปลงได้ ฉู่หยวนก็พอจะเดาชื่อมันออกแล้วด้วยซ้ำ

ค่ายกลรวบรวมวิญญาณ!

ไม่ว่าจะในนิยายวิถีเซียนเรื่องไหน ก็ต้องมีไอ้ของแบบนี้อยู่ทั้งนั้นแหละ!

ต้องหาทางไปเอามาสักชุดให้ได้... แต่ตอนนี้เขายังไม่มีทุนทรัพย์อะไรเลย ทรัพยากรในการฝึกฝนช่วงแรกยังต้องพึ่งพาโรงเรียนอยู่เลย...

พอมาถึงโรงเรียน ก็เป็นไปตามคาด ทุกคนต่างก็เลือกที่จะฝึกฝนที่โรงเรียนกันทั้งนั้น

มีหลายคนแอบลอบมองฉู่หยวน เพราะอยากรู้ว่าวันนี้เขาจะสร้างความฮือฮาอะไรอีกไหม...

เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ไปที่แปดนาฬิกาสามสิบนาที หวงปัวก็หยิบผลึกใสสองก้อนไปเสียบเข้ากับช่องว่างเหนือกระดานดำ

ไม่มีปรากฏการณ์อัศจรรย์อะไรเกิดขึ้น แต่ความเข้มข้นของพลังงานบางอย่างภายในห้องเรียนกลับเริ่มเพิ่มสูงขึ้น!

นักเรียนที่ฝึกเคล็ดวิชาชุบสกัดปราณขั้นเริ่มต้นได้แล้วจะสัมผัสได้ถึงจุดนี้เป็นอย่างดี!

"อย่ามัวเสียเวลา เริ่มฝึกฝนได้แล้ว!

ค่ายกลรวบรวมพลังงานจะหยุดทำงานหนึ่งชั่วโมงตอนเที่ยง เวลาช่วงนั้นเอาไว้ให้พวกเธอไปกินข้าวกัน" หลังจากกำชับจบ หวงปัวก็นั่งลงและหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาไถดูวิดีโอ

ช่วงหนึ่งเดือนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่เขาสบายที่สุด แค่นั่งเฝ้าค่ายกลอยู่ในห้องเรียนก็พอแล้ว

แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะปรายตามองฉู่หยวนด้วยสายตาที่ซับซ้อน

นักเรียนแลกเปลี่ยนจากตระกูลหลี่ที่ครูใหญ่พูดถึงได้เข้ามาเรียนแล้ว อยู่ที่ห้องหนึ่งข้างๆ นี่เอง... ในขณะที่โควตาสนับสนุนของฉู่หยวนยังไม่ได้รับการอนุมัติ

เรื่องทรัพยากรน่ะไม่เท่าไหร่ ครูใหญ่สามารถเอาทรัพยากรที่ได้จากตระกูลหลี่มาให้ฉู่หยวนได้

แต่โควตานี้ มันมีประโยชน์อย่างมากในอนาคต

ความขลังของทุนการศึกษาอันดับหนึ่งกับทุนการศึกษาอันดับสอง มันจะไปเหมือนกันได้ยังไงล่ะ?

เวลานี้ฉู่หยวนได้เข้าสู่สภาวะการฝึกฝนแล้ว

ข้อสันนิษฐานของเขากับความเป็นจริงค่อนข้างจะคลาดเคลื่อนกันนิดหน่อย... ค่ายกลรวบรวมพลังงานนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะรวบรวมพลังงานประเภทที่ผู้ฝึกยุทธ์ต้องการเสียมากกว่า!

ส่วนความเข้มข้นของพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นนั้น... น่าจะเพิ่มขึ้นมาแค่ราวๆ หนึ่งส่วนเท่านั้น...

แต่เนื้อติดกระดูกก็ยังเป็นเนื้อน่ะนะ ไม่เคยได้ยินหรือไงว่าเป็นขอทานแล้วยังจะมาบ่นว่าข้าวบูดอีก

ภายในห้องเรียนเงียบสงัด ไม่มีใครลุกไปเข้าห้องน้ำเลยด้วยซ้ำ

จนกระทั่งถึงตอนเที่ยง เมื่อสัมผัสได้ว่าระดับความเข้มข้นของพลังงานค่อยๆ ลดลง ทุกคนจึงเริ่มทยอยออกจากสภาวะการฝึกฝน

บางคนไปกินข้าวที่โรงอาหารของโรงเรียน ส่วนคนที่มีฐานะดีหน่อย ก็จะห่อข้าวกล่องที่ทำจากวัตถุดิบเนื้อสัตว์อสูรซึ่งคล้ายกับอาหารตุ๋นยาจีนมาเอง

ฉู่หยวนไม่มีฐานะแบบนั้น ย่อมต้องไปกินข้าวที่โรงอาหารแบบขอไปที ตอนนี้เขายังไม่ถึงขั้นที่จะอดอาหารบำเพ็ญเพียรได้

แต่หลังจากกลับมา เขาก็ได้เห็นฉากที่คุ้นเคยอีกแล้ว... ห้องเรียนของเขาถูกรุมล้อมอีกแล้วเหรอเนี่ย?

พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็มีคนตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า "ฉู่หยวน!"

เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็คือเด็กนักเรียนชายร่างใหญ่ที่ดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ที่โดนหยางอี้ตวาดไล่ไปเมื่อวานนี้

ฉู่หยวนขมวดคิ้ว "มีอะไร?"

เด็กหนุ่มร่างใหญ่พูดอย่างมีน้ำโหว่า "เมื่อวานแกกล้าหลอกฉันงั้นเหรอ? เรื่องนี้ระหว่างเรายังไม่จบหรอกนะ"

ฉู่หยวนรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย จะมาคิดบัญชีย้อนหลังงั้นเหรอ? เมื่อวานหมอนี่ยังกลัวหยางอี้อยู่เลย ผ่านไปคืนเดียวก็เลิกกลัวแล้วเหรอ?

เขาจึงเอ่ยปากถาม "แล้วนายอยากจะเอายังไง?"

"ขอโทษมาซะ!"

"อืมๆ ขอโทษนะ" ฉู่หยวนพูดส่งๆ ปัดตัวเขาออกแล้วเตรียมจะเดินกลับเข้าห้องเรียน

ใบหน้าของเด็กหนุ่มฉายแววตกตะลึงไปชั่วขณะ นี่มันไม่ถูกสิ... เป็นถึงอัจฉริยะวิถียุทธ์ ทำไมถึงไม่มีความเลือดร้อนเลยสักนิดล่ะ? บอกให้ขอโทษก็ขอโทษง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?

แต่เมื่อตั้งสติได้ เขากลับยกเท้าขึ้นเตะเข้าที่กลางหลังของฉู่หยวน

"แกมัน..."

เมื่อได้ยินเสียงลมพัดวูบมาจากด้านหลัง สีหน้าของฉู่หยวนก็พลันเย็นเยียบลง

เขาหมุนตัวกลับด้วยความเร็วที่แม้แต่นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ยังมองไม่ทัน แล้วยกเท้าเตะสวนกลับไปเช่นกัน!

เมื่อขาทั้งสองข้างปะทะกัน เสียงกระดูกแตกหักก็ดังลั่น!

"อ๊าก! ขาของฉัน! ขาของฉัน!"

......

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 5 - โจวเจ๋อผู้ผิดปกติ

คัดลอกลิงก์แล้ว