เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22: ไปถึงระดับสูงสุด

ตอนที่ 22: ไปถึงระดับสูงสุด

ตอนที่ 22: ไปถึงระดับสูงสุด


ตอนที่ 22: ไปถึงระดับสูงสุด

“บัดซบบัดซบ บัดซบแล้วไง…”

ทันทีที่รุ่งสาง เฝิงต้าฟู่จึงได้รับข่าวว่าเซียนหนิงซวงทำร้ายจ้าวเจ๋อหลินเป็นเพราะศิษย์รับใช้คนหนึ่ง ซึ่งศิษย์รับใช้ที่ว่าก็คือหวังฝู

กลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร?

เขาเพิ่งส่งหวังฝูไปผาไม้ดำอันรกร้างเพื่อตัดไม้ดำเมื่อไม่กี่เดือนก่อน มาวันนี้กลับบอกว่าเซียนหนิงซวงมีความสัมพันธ์กับเด็กคนนั้นหรือ? นี่มันร้ายแรงยิ่งกว่าจ้าวเจ๋อหลินเสียอีก ไม่เห็นหรือว่าปรมาจารย์ซุนเฉียนโดนเล่นงานเพราะเรื่องนี้? หากเซียนหนิงซวงทราบเรื่องนี้เข้า นางไม่ถลกหนังเขาทั้งเป็นหรอกหรือ? เขาจะยังได้ทำงานนี้ต่อไปหรือเปล่า?

“ให้ตายเถอะ หวังฝูผู้นี้มีความสามารถขนาดไหนกัน เหตุใดเขาถึงไปพัวพันกับสองอัจฉริยะหลังจากเข้าสำนักได้ แต่ละคนต่างร้ายกาจไม่แพ้กัน ช่างเป็นตัวสร้างปัญหาเหลือเกิน! สงสารข้าบ้างเถอะ ชีวิตจะบรรลัยหมดแล้ว…”

ผาไม้ดำไม่ใช่สถานที่เดินเหินสะดวกเหมือนหุบเขาร้อยหญ้า แถมเฝิงต้าฟู่ยังวิตกกังวลยิ่ง แม้ว่าจะใช้วิชาควบคุมวายุก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่ดี แต่โชคยังดีที่สุดท้ายเขามาถึงในที่สุด

“หวังฝู หวังฝูอยู่ไหน?”

เฝิงต้าฟู่ตะโกนเสียงดัง แต่ผ่านไปพักใหญ่กลับไม่มีใครอยู่รอบข้าง จนกระทั่งพบเหล่าหลิน “เหล่าหลิน หวังฝูอยู่ไหน?”

“ไง เหล่าเฝิงไม่ใช่หรือ? ยังไม่ใช่วันแรกของเดือนเลย เหตุใดจึงมีเวลาออกมาเที่ยวเล่นแล้วเล่า?” เหล่าหลินลูบเครารุงรังขณะเอ่ยคำติดตลก

“พูดเรื่องบ้าอะไร? รีบบอกมา หวังฝูอยู่ไหน?” เฝิงต้าฟู่ไม่มีอารมณ์จะมาต่อปากต่อคำกับเหล่าหลิน เขาเพียงอยากแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยการพาหวังฝูออกไปโดยเร็วที่สุด

หวังฝูจะอยู่บนผาไม้ดำอันรกร้างแห่งนี้อีกต่อไปไม่ได้

“หวังฝู? ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ผาไม้ดำแห่งนี้ให้อิสระเต็มที่ ขอเพียงไม่ลงผาก็สามารถไปได้ทุกหนแห่ง บางทีเด็กคนนี้อาจจะไปฝึกฝนในผาไม้ดำเมื่อช่วงเช้าตรู่นี้ก็ได้” นี่เป็นครั้งแรกที่เหล่าหลินเห็นเฝิงต้าฟู่วิตกกังวลขนาดนี้ มันช่างน่าขบขันไม่น้อย

“ฝึกฝน? ปราณวิญญาณบนผาไม้ดำเบาบาง จะไปฝึกฝนที่ไหนได้?” เฝิงต้าฟู่ประหลาดใจ

“เจ้าไม่รู้อะไรเสียแล้ว หวังฝูมีความเพียรพยายามมาก เขาทะลวงถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสามเมื่อไม่นานหลังจากมาอยู่ผาแห่งนี้ แถมยังเรียนรู้วิชาของข้าไปแล้วด้วย ตอนนี้น่าจะเก่งกว่าข้าเสียอีก” พอเหล่าหลินคิดถึงหวังฝูก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม “สีน้ำเงินต้นคราม แต่เข้มกว่าต้นคราม”

“สีน้ำเงินออกมาจากต้นคราม แต่สีเข้มกว่าต้นคราม [1]”

แม้เฝิงต้าฟู่จะสาปส่ง แต่ในใจกลับตกตะลึงเช่นกัน หวังฝูไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสามแล้วหรือ? ทั้งที่เวลายังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปี

อื้ม สมแล้วที่มีความข้องเกี่ยวกับเซียนหนิงซวง

“ข้าไม่เสียเวลาคุยกับเจ้าที่นี่แล้ว อย่ามาขวางทาง”

เฝิงต้าฟู่ผลักเหล่าหลินออกไป หนังศีรษะของเขารู้สึกชาขึ้นมาเมื่อคิดถึงเซียนหนิงซวง ตอนนี้ขอเพียงพาหวังฝูออกจากผาโดยไวที่สุดพร้อมกับให้การดูแลเป็นอย่างดีก็พอแล้ว

แต่หลังจากหวังฝูกลับมาจากหุบเขาร้อยหญ้าก็ไม่ได้กลับเข้าบ้านพักผ่อนแต่อย่างใด แต่ฉวยโอกาสตอนกลางคืนเพื่อใช้หม้อขนาดเล็กสั่งสมของเหลววิญญาณไม้ดำบนผาไม้ดำอย่างคลุ้มคลั่ง

เขากำลังจะกลายเป็นศิษย์ทางการแล้ว ก่อนจะถึงตอนนั้นต้องสั่งสมของเหลววิญญาณให้มากขึ้น เพราะการจะมาผาไม้ดำในอนาคตย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม้ดำถูกสลับเปลี่ยนต้นแล้วต้นเล่า เมื่อใดที่ผ่านต้นไม้เหล่านี้ไปก็จะพบไม้ดำเหี่ยวแห้งจำนวนมาก มันดำเนินเช่นนี้ไปจนกระทั่งถึงเช้าตรู่ ประกอบกับการสั่งสมในช่วงสามถึงสี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้มีของเหลววิญญาณอยู่ในหม้อขนาดเล็กสองถึงสามร้อยหยด เมื่อนั้นหวังฝูจึงหยุดมือ

ระหว่างทางกลับก็บังเอิญพบกับเฝิงต้าฟู่ที่กำลังตามหาเขาบนผาไม้ดำ

“หวังฝู ศิษย์น้องหวัง ศิษย์น้องหวัง…” เฝิงต้าฟู่เห็นหวังฝูอยู่ไกลลิบ

“ศิษย์พี่เฝิง ท่านมาทำอะไรที่นี่?” หวังฝูเงยหน้ามองเฝิงต้าฟู่ผู้กำลังหอบหายใจ

“ในที่สุดข้าก็เจอตัวเจ้า มา… รีบลงผาไปกับข้าได้แล้ว” เฝิงต้าฟู่หอบหายใจเล็กน้อย หลังจากวิ่งมาตลอดทาง เขาจึงตระหนักได้ว่าโรคอ้วนต้องใช้พลังวิญญาณค่อนข้างมาก

“ลงผา? ศิษย์พี่เฝิงรู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังจะลงผา? ข้ากำลังจะไปหาท่านอยู่พอดี” หวังฝูสับสนเล็กน้อย แต่เพื่อกลายเป็นศิษย์ทางการจึงต้องผ่านเฝิงต้าฟู่ไปให้ได้เสียก่อน

เฝิงต้าฟู่เป็นผู้ดูแลยอดเขาเหมันต์น้อย ก่อนที่ศิษย์รับใช้คนใดบนยอดเขาเหมันต์น้อยจะสามารถทะลวงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่เพื่อกลายเป็นศิษย์ทางการ จำเป็นต้องไปหาเฝิงต้าฟู่เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเข้าอย่างเป็นทางการเสียก่อน

“หาข้า? เจ้าจะมาหาข้าทำไม?” หัวใจของเฝิงต้าฟู่บีบรัด เด็กคนนี้คงไม่ได้พยายามจะแก้แค้นหรอกใช่ไหม

ใจแคบเกินไปหน่อยหรือเปล่า?

หวังฝูสัมผัสได้ว่าเฝิงต้าฟู่ในวันนี้ค่อนข้างแปลกประหลาด ท่าทีคล้ายกับกำลังหวาดกลัวเขา มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร

“ข้าตามหาท่านเพื่อทำตามขั้นตอน ข้าทะลวงถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่และกำลังจะออกจากยอดเขาเหมันต์น้อยแล้ว”

“เจ้าต้องการทำตามขั้นตอนอะไร? เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไร? เจ้าทะลวงถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่…” เฝิงต้าฟู่ตกตะลึงขณะมองอย่างใกล้ชิด ดังที่หวังฝูว่า ความผันผวนพลังวิญญาณรอบตัวเด็กคนนี้แข็งแกร่งกว่าคราวที่แล้ว เป็นขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่จริง

“เจ้ากินสมบัติฟ้าดินอะไรเข้าไป… หรือ?”

ดวงตาของเฝิงต้าฟู่ทอประกายเจิดจ้า จากนั้นวางมือบนบ่าของหวังฝู

“สมบัติฟ้าดิน? ข้าจะไปโชคดีขนาดนั้นได้อย่างไร” หวังฝูส่ายหน้าขณะหลบมือของเฝิงต้าฟู่โดยไม่ทิ้งร่องรอยแล้วรีบเอ่ยคำ “ทั้งหมดต้องขอบคุณวิชาเฉพาะตัวที่เหล่าหลินสอนสั่งกับหินวิญญาณที่ศิษย์พี่เฝิงให้มา ข้าขัดเกลาพวกมันทั้งหมดจนมีโอกาสทำการทะลวงได้”

นี่คือข้ออ้างที่หวังฝูคิดเอาไว้นานแล้ว

ทว่าวิชาที่สอนโดยเหล่าหลินนับว่าเฉพาะตัวจริง การทุ่นแรงเวลาตัดไม้นับเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกควบคุมพลังวิญญาณซึ่งช่วยในการฝึกฝนได้มาก

“พูดถึงเหล่าหลิน ข้ายังต้องไปขอบคุณเขา หากไม่ใช่เพราะวิชาเฉพาะตัวของเขาในการคลายรังไหม เกรงว่าข้าคงไม่สามารถทะลวงได้ในเวลาอันสั้น”

หวังฝูเดินไปทางที่พักของเหล่าหลิน ขณะเฝิงต้าฟู่เดินตามหลังพลางบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัยเกี่ยวกับชีวิต

“วิชาของเหล่าหลินน่าทึ่งขนาดนั้นเชียวหรือ? ถ้างั้น เราควรไปลองเรียนรู้ดีหรือไม่?”

การกล่าวลาเหล่าหลินไม่ใช่เรื่องซับซ้อน มันไม่ต่างอะไรกับการอวยพรสองประโยคและอำลาสองประโยค ทว่าในที่สุดหวังฝูจึงได้รู้ชื่อของเหล่าหลิน

หลินอิงเหอ

ระหว่างออกจากผาไม้ดำ เฝิงต้าฟู่ยังคงไม่อยากเชื่อว่าหวังฝูพึ่งวิชาของเหล่าหลินในการทะลวง เขาทราบเกี่ยวกับวิชาของเหล่าหลินเช่นกัน ซึ่งมันช่วยเพียงประหยัดพลังวิญญาณยามตัดไม้ดำเท่านั้น ส่วนมันจะช่วยในการทะลวงหรือไม่ เขายังคงมีท่าทีสงสัยเป็นอย่างมาก

“ศิษย์น้องหวัง แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้กินสมบัติฟ้าดินเข้าไป?”

“ศิษย์พี่เฝิง ท่านถามไปหลายครั้งแล้ว ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าสมบัติฟ้าดินหรอก ผาไม้ดำไม่ได้ใหญ่โต มีผู้คนมาและไปอยู่ตลอด หากมีสมบัติฟ้าดินอยู่จริงคงถูกค้นพบไปนานแล้ว สมบัติเหล่านั้นจะมาตกอยู่ในมือของข้าได้อย่างไร”

หวังฝูอับจนหนทาง แม้เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่าทีของเฝิงต้าฟู่ที่มีต่อตัวเองถึงได้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่นั่นคือความลับยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา จะให้เปิดเผยออกมาได้อย่างไร ทว่าเพื่อคลายความสงสัยของเฝิงต้าฟู่ให้หมดสิ้น หวังฝูจึงตัดสินใจจะแสดงให้ดู

“ศิษย์พี่เฝิง หากท่านไม่เชื่อ ข้าจะแสดงให้ดูเองว่าวิชาเฉพาะตัวของเหล่าหลินทรงพลังมากแค่ไหน แต่ท่านต้องเก็บเป็นความลับเพื่อข้า”

“เก็บเป็นความลับหรือ? ได้” เฝิงต้าฟู่ตกปากรับคำ เขาอยากเห็นนักว่ามันคือวิชาอะไร

“เช่นนั้นท่านดูให้ดี” หวังฝูยิ้มกว้าง “วิชาหนามปฐพี…”

พลังวิญญาณพลุ่งพล่านขณะหนามปฐพีทั้งสี่ทะลวงผ่านพื้นขึ้นมา พวกมันตั้งตระหง่านอยู่ข้างหวังฝูซึ่งมีความสูงเกือบสิบจั้ง

“วิชาหนามปฐพีหรือ?” เฝิงต้าฟู่ขมวดคิ้ว จากนั้นจึงประหลาดใจเล็กน้อย “หนามปฐพีสี่อัน เจ้าใช้วิชาหนามปฐพีได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วงั้นหรือ?”

“สมบูรณ์แบบหรือ? ไม่...” หวังฝูส่ายหน้า “ศิษย์พี่เฝิงดูหนามปฐพีทั้งสี่ดูว่ามีอะไรต่างออกไป?”

“ต่างออกไป…”

เฝิงต้าฟู่มองอย่างละเอียดก่อนจะพบว่าหยามปฐพีทั้งสี่ซึ่งสูงสิบจั้งมีรูปทรงกับความหนาต่างออกไป อันที่หนาที่สุดมีขนาดใหญ่ราวกับโล่ ส่วนอันที่บางที่สุดหนาเพียงหนึ่งฉื่อเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าเฝิงต้าฟู่ค้นพบแล้ว หวังฝูจึงรวบรวมพลังวิญญาณไว้ในฝ่ามือก่อนจะสับเข้าใส่หนามปฐพีที่บางที่สุด สิ้นเสียงเพี้ยะ หนามปฐพีจึงแตกหัก จากนั้นหวังฝูหยิบหนามปฐพีที่หักแล้วขวางออกไปประหนึ่งหอก มันกระแทกเข้าใส่เนินเขาจนเกิดเสียงดังปังก่อนจะทะลวงเข้าไปในพื้นถึงสามฉื่อ

“ทำได้ตามต้องการ ไปถึงระดับสูงสุด เจ้า… เจ้าถึงกับฝึกฝนวิชานี้ถึงระดับสูงสุดแล้ว” เฝิงต้าฟู่ตกตะลึง

วิชาแบ่งออกเป็นห้าระดับ ประกอบด้วยระดับเริ่มต้น ระดับกลาง ระดับใหญ่ ระดับสมบูรณ์แบบและระดับสูงสุด มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ผู้ฝึกตนจำนวนมากจะฝึกฝนวิชาจนไปถึงระดับใหญ่ แต่หวังฝูถึงกับไปถึงระดับสูงสุด แถมยังเป็นขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่

เฝิงต้าฟู่พูดไม่ออก เขาถึงขั้นรู้สึกว่าหากหวังฝูไม่ได้มีรากฐานวิญญาณผสมห้าธาตุ ต่อให้มีรากฐานวิญญาณสามธาตุกับพรสวรรค์ด้านวิชาอันล้ำเลิศ ปรมาจารย์ขอบเขตปราณทองเหล่านั้นจะต้องรีบเข้ามารับเป็นศิษย์อย่างแน่นอน

“ฮ่าฮ่า... ใช่แล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณวิชาที่เหล่าหลินสอน” หวังฝูหัวเราะ เขาไม่ได้โกหก เพราะหลังจากเหล่าหลินสอนวิชาดังกล่าวแล้ว เขาจึงเชี่ยวชาญวิชาหนามปฐพีจนถึงระดับสมบูรณ์แบบ

ส่วนการไปถึงระดับสูงสุดเกิดขึ้นตอนที่เขาเชี่ยวชาญวิชาปฐพีหลบลี้

“เฮ้อ…” เฝิงต้าฟู่ถอนหายใจ ทันใดนั้นก็รู้สึกเสียดายต่อหวังฝู มันยิ่งทำให้เขาอยากสนิทกับหวังฝูมากขึ้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะเซียนหนิงซวง

เขาวางแผนที่จะคุ้มกันหวังฝูไปที่สำนักสายนอกด้วยตัวเอง

[1]: ศิษย์ได้รับการอบรมสั่งสอนจากอาจารย์แต่เก่งกว่าอาจารย์

จบบทที่ ตอนที่ 22: ไปถึงระดับสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว