เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19: เกิดเหตุ

ตอนที่ 19: เกิดเหตุ

ตอนที่ 19: เกิดเหตุ


ตอนที่ 19: เกิดเหตุ

ลึกเข้าไปในหุบเขาร้อยหญ้า มีบ้านไม้หลังใหญ่จำนวนมากซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกจูเจิ้น

“เป็นไงบ้าง? ช่วงนี้หวังฝูมีพฤติกรรมผิดปกติอะไรหรือเปล่า?” จูเจิ้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางสงบ

“ไม่เลย ข้าให้คนคอยจับตาดูอยู่ตลอด นอกจากการฝึกฝนแล้วมันก็ไปทำสมาธิที่ทะเลสาบวิญญาณกระจ่างทุกวัน ไม่มีอะไรผิดปกติแต่อย่างใด” จางเหิงส่ายหน้า เขารู้สึกเดือดดาลทุกทีที่นึกถึงหวังฝู

“ไม่น่าจะเป็นไปได้ ฝึกฝนจากมนุษย์จนไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสองในเวลาเพียงไม่กี่เดือน แถมยังฝึกฝนวิชาได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากบอกว่าไม่เคยไปผจญภัยเลยออกจะดูไร้เหตุผลเกินไป มีหรือจะสามารถเข้ากับ”วิชาปฐพีปึกแผ่น“ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” จูเจิ้นแตะคางด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาเอ่ยคำกับตัวเอง “หรือว่าเด็กชายคนนั้นไม่ได้มีรากฐานวิญญาณห้าธาตุ? รากฐานวิญญาณสองธาตุหรือเปล่า? หรือรากฐานวิญญาณสามธาตุ? ไม่ไม่ไม่... เป็นไปไม่ได้ หากมีรากฐานวิญญาณสามธาตุหรือรากฐานวิญญาณสองธาตุก็คงกลายเป็นศิษย์ทางการไปแล้ว เหตุใดถึงต้องมาทนทุกข์ที่ยอดเขาเหมันต์น้อยด้วย?”

“จับตาดูต่อไป ลองไปที่ทะเลสาบวิญญาณกระจ่างเพื่อตรวจสอบดูว่ามีอะไรพิเศษอยู่ในที่ที่มันไปหรือไม่…” จูเจิ้นคล้ายกับคิดบางอย่างขึ้นได้ “ช่างเถอะ ข้าจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง ส่วนเจ้าจัดการเรื่องของหวงเจิงที เด็กคนนี้หายไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ทราบเลยว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง”

“ขอรับ” จางเหิงพยักหน้า กระนั้นก็ยังลอบบ่นอยู่ในใจ

เหอะ ไปด้วยตัวเองหรือ? ข้าว่าคงเพราะกลัวข้าจะฉวยโอกาสเสียมากกว่า น่าเสียดายที่ข้าค้นพื้นที่รอบทะเลสาบวิญญาณกระจ่างแล้ว ส่วนหวงเจิง ถ้าจะหายก็หายไปสิ ยังไงก็แค่มดปลวกมนุษย์ตัวหนึ่งเท่านั้น

เมื่อเห็นจางเหิงออกไปแล้ว จูเจิ้นจึงค่อยเดินไปทางทะเลสาบวิญญาณกระจ่าง พูดตามตรงแล้วเขาไม่เชื่อว่าจะมีของดีอยู่ในทะเลสาบวิญญาณกระจ่าง ถึงอย่างไรเขาก็ไปที่นั่นมาแล้วหนึ่งร้อยแปดสิบครั้ง กระนั้นในใจยังคงมีความหวังเล็กน้อยอยู่บ้าง หากมีโอกาสอยู่จริง มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือไป?

“หากไม่มีอะไรในทะเลสาบวิญญาณกระจ่าง งั้นก็ไปที่บ้านของหวังฝูแล้วค้นดูให้ละเอียดดีกว่า หากมีสมบัติอยู่จริง ต่อให้ต้องฆ่าคนเพื่อปล้นชิงก็นับว่าคุ้มค่า…”

บนยอดเขาเหมันต์น้อย ใบหน้าของเฝิงต้าฟู่ยิ่งมืดมนขณะฟังรายงานจากคนที่อยู่ข้างกาย

“ศิษย์พี่เฝิง เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้ หวังฝูกับศิษย์พี่จ้าวเจ๋อหลินไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน มีเพียงความแค้นเคืองต่อกันเท่านั้น…” หลังจากชายผู้หนึ่งเอ่ยคำเช่นนี้ก็มองจ้าวเจ๋อหลินอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าจริงจังก็ทราบทันทีว่าหากอยู่ที่นี่นานกว่านี้คงไม่ดีนัก ดังนั้นจึงรีบขออนุญาตเพื่อเตรียมจะถอยหนี “เอาละศิษย์พี่เฝิง ข้ายังมีธุระที่ต้องไปสะสางอีก ดังนั้นขอตัวก่อน”

เฝิงต้าฟู่โบกมือ แล้วชายคนนั้นจึงรีบจากไปด้วยความโล่งอก

“ดี ดีมาก ยอดเยี่ยมเหลือเกิน ถึงกับหาทางหลอกข้าได้ คิดหรือว่าข้าเฝิงต้าฟู่จะเป็นคนเกียจคร้านที่รอคอยความตาย? ต่อให้เป็นรูปปั้นดินเผาก็ยังมีโทสะอยู่บางส่วน… หวังฝู เจ้ารอข้าก่อนเถอะ”

เฝิงต้าฟู่ไม่คิดเก็บความเคียดแค้นไว้ชั่วข้ามคืนก่อนจะลุกขึ้นแล้วออกเดินทางสู่หุบเขาร้อยหญ้าโดยใช้วิชาควบคุมวายุทันที

หวังฝูกำลังฝึกฝนวิชาปฐพีหลบลี้อยู่ข้างบ้านไม้ แม้คราวที่แล้วจะจับเคล็ดบางอย่างได้ แต่พลังวิญญาณสีเหลืองอมน้ำตาลดังกล่าวยากที่จะทำการฝึกฝนได้ ตอนนี้มันเพียงปกคลุมน่องหนึ่งข้างเท่านั้น หากต้องการไปถึงระดับที่ปกคลุมทั่วร่าง หนทางยังนับว่าอีกยาวไกลนัก

สายลมรอบข้างยิ่งพัดแรง เขาพลันมองออกไปไกลก่อนจะพบจุดสีดำขนาดเล็กกำลังพุ่งตรงเข้ามา จุดสีดำยิ่งมายิ่งมีขนาดใหญ่ มันถึงกับเป็นร่างมนุษย์ผู้หนึ่ง

“รวดเร็วอะไรอย่างนี้…”

หวังฝูประหลาดใจชั่วขณะก่อนจะเห็นใบหน้าของร่างดังกล่าวชัดเจน “เฝิงต้าฟู่…”

“เหตุใดเขาถึงมาที่นี่? หรือว่าเรื่องของหวงเจิงถูกเปิดโปงแล้ว?”

หัวใจของหวังฝูสั่นสะท้าน

“อย่าลนอย่าลน เราจะเผยธาตุแท้ตอนนี้ไม่ได้ แค่บอกไปว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็พอ หวงเจิงกลายเป็นกองดินสีเหลืองไปแล้ว จะไปหาเจอได้อย่างไรกัน”

เขาแสร้งทำเป็นสงบขณะรอคอยอย่างเงียบงัน

เพียงไม่กี่อึดใจ เฝิงต้าฟู่ทะยานเข้ามาพร้อมกับท้องอันจ้ำม่ำ ใบหน้าของเขามืดมนขณะจ้องหวังฝูอย่างไม่ละสายตาราวกับอยากดูว่าเด็กชายตรงหน้ายังมีความกล้าที่จะโกหกเขาอีกหรือไม่

“หืม? เจ้ากลายเป็นผู้ฝึกตนแล้วหรือ?”

แต่เขากลับพบว่ามีความผันผวนพลังวิญญาณอยู่รอบข้างหวังฝู ซึ่งมันไม่ได้อ่อนแอแต่อย่างใด

“คารวะศิษย์พี่เฝิง” หวังฝูโค้งคำนับขณะแสดงความจริงใจสุดความสามารถ “ทั้งหมดต้องขอบคุณความเอาใจใส่ของศิษย์พี่ที่มอบหมายให้ข้าอยู่ในหุบเขาร้อยหญ้าซึ่งเต็มไปด้วยปราณวิญญาณจนโชคดีพอที่จะหาโอกาสทำการทะลวงได้”

“โชคดีหรือ? เจ้านับว่าโชคดีเหลือเกิน ศิษย์รับใช้ต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองปีถึงจะทะลวงขอบเขตได้ แต่เจ้ากลับใช้เวลาเพียงสี่ถึงห้าเดือนเท่านั้น ดูท่าว่าเจ้าจะเข้ากันได้ดีกับ”วิชาปฐพีปึกแผ่น“ไม่น้อย” เฝิงต้าฟู่ไม่คิดว่าหวังฝูโชคดีแต่อย่างใด สิ่งที่เห็นมีเพียงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับหนึ่งหรือสองเท่านั้น เขามาที่นี่เพื่อทำการลงโทษเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องมาสนใจเรื่องเหลวไหลเหล่านี้

เขาเพิกเฉยต่อรอยยิ้มของหวังฝูขณะเข้าประเด็นทันที “เจ้าหนู ข้าถามเจ้าหน่อยเถอะ เจ้ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับศิษย์พี่จ้าวเจ๋อหลิน?”

หวังฝูตกตะลึง จ้าวเจ๋อหลินหรือ?

เฝิงต้าฟู่รีบมาที่นี่เพราะจ้าวเจ๋อหลินหรือ?

“เจ้าไม่ได้ยินคำถามหรือ? อะไร? พอความตริงถูกเปิดเผยก็เลยไม่มีอะไรจะพูดใช่หรือไม่?” เฝิงต้าฟู่จับจ้องหวังฝูอย่างมุ่งร้าย

“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น” ในที่สุดหวังฝูก็เข้าใจจุดประสงค์ของเฝิงต้าฟู่ อีกฝ่ายเพียงรู้สึกว่าถูกหลอก แต่ปัญหาก็คือเขาไม่ได้บอกเรื่องความสัมพันธ์กับจ้าวเจ๋อหลินตั้งแต่แรก

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอก ตอนแรกเจ้าหลอกข้าจนหลงคิดไปว่าเจ้าเป็นญาติของจ้าวเจ๋อหลิน เพราะงั้นถึงได้ส่งเจ้ามาที่นี่ด้วยตัวเอง…”

เฝิงต้าฟู่ชี้ไปที่หวังฝูด้วยความเดือดดาลพร้อมกับสบถคำหยาบคายออกมาไม่หยุดหย่อน

“ข้าเลือกเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งเลือกหุบเขาร้อยหญ้าซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยปราณวิญญาณฟ้าดิน รวมถึงส่งเจ้ามาที่นี่เพื่อจะได้คอยรับใช้เป็นอย่างดีจนเกือบจะเอาน้ำชายามบ่ายมาให้เจ้าดื่ม แล้วผลเป็นยังไง… อา… กลายเป็นว่าเจ้ากับจ้าวเจ๋อหลินเป็นศัตรูกันแทนที่จะเป็นญาติ แบบนี้มันไม่ต่างกับมาลูบคมข้าครั้งแล้วครั้งเล่าหรอกหรือ…”

“ข้าอายจนไม่รู้จะไปมุดหัวที่ไหน…”

เฝิงต้าฟู่แทบจะตะโกนออกมา หวังฝูเห็นว่าเขาหายใจไม่ทั่วท้องจึงรีบรินน้ำมาให้หนึ่งแก้ว

“ศิษย์พี่เฝิงดื่มน้ำก่อน อย่างให้ความโกรธมาทำลายร่างกาย”

เฝิงต้าฟู่รับแก้วน้ำมาโดยไม่รู้ตัวและกำลังจะเอาเข้าปาก แต่เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของหวังฝูราวกับต้องการให้ตบสักฉาด  โทสะจึงกลับมาปะทุก่อนจะโยนแก้วทิ้งทันที

“ดื่มน้ำ ดื่มกับผีน่ะสิ…”

“เจ้าต้องอธิบายเรื่องนี้กับข้าให้กระจ่าง ไม่งั้นจบไม่สวยแน่”

“แต่ข้าไม่เคยบอกเลยว่าข้ามีความสัมพันธ์กับจ้าวเจ๋อหลิน” หวังฝูยังคงทำตัวใสซื่อโดยไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

“เจ้าหมายความว่าข้าเฝิงต้าฟู่เป็นคนโง่อย่างงั้นหรือ?” เฝิงต้าฟู่เอ่ยคำอย่างจริงจัง

“ไม่ ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น” หวังฝูรีบโบกมือ ใครที่ไหนจะกล้ายอมรับ

“เหอะ เจ้าคงไม่กล้าหรอก” เฝิงต้าฟู่รินน้ำให้ตัวเองหนึ่งแก้วก่อนจะดื่มหมดในรวดเดียว แล้วเขาจึงเอ่ยคำอย่างจริงจัง “ในเมื่อเจ้าไม่ได้มีความข้องเกี่ยวกับจ้าวเจ๋อหลินก็คงจะอยู่ในหุบเขาร้อยหญ้าต่อไม่ได้ ถือว่ายอมออกมาเพื่อข้าแล้วกัน”

“ออกจากหุบเขาร้อยหญ้าหรือ? แล้วข้าจะไปอยู่ที่ไหน?”

หวังฝูลอบรู้สึกยินดีขึ้นมาเมื่อทราบว่าจะได้ออกจากหุบเขาร้อยหญ้า เขาไม่อยากอยู่ที่นี่หากไม่มีเหตุจำเป็นจริง ไม่เพียงแต่เคยฆ่าคนที่นี่เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มของจูเจิ้นที่อาจจะมาสร้างปัญหาทุกเมื่ออีกด้วย

แต่เขาปั้นหน้าเศร้าสร้อยพร้อมกับแสร้งทำเป็นไม่เต็มใจที่จะจากไป

“เหอะเหอะ ที่ไหนหรือ? ที่ที่เจ้าไม่อยากไปยังไงละ…”

เฝิงต้าฟู่ยิ้มกว้าง มีเพียงการให้หวังฝูไปที่นั่นถึงจะทำให้เขาสงบลงได้ ถึงอย่างไรเด็กคนนี้ก็ไปถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสองแล้ว คงไม่ตายจากการเหนื่อยหรอก

ขอเพียงไม่เหนื่อยตายก็ต้องทำงานจนตายอยู่ดี

จบบทที่ ตอนที่ 19: เกิดเหตุ

คัดลอกลิงก์แล้ว