- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองที่ฉางอัน ขอจำลองบ้านเกิดมาไว้ที่นี่ก็แล้วกัน
- บทที่ 46 - สืบสวน ณ จุดเกิดเหตุ
บทที่ 46 - สืบสวน ณ จุดเกิดเหตุ
บทที่ 46 - สืบสวน ณ จุดเกิดเหตุ
บทที่ 46 - สืบสวน ณ จุดเกิดเหตุ
เมื่อได้ยินคำพูดของจินเต๋อฟู ผู้อำนวยการโรงเรียน ฟางเหวินที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
ตอนนี้เธอไม่เชื่อคำพูดของใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ
ถ้าคนพวกนี้อยากจะช่วยเธอจริงๆ เธอก็คงไม่ต้องมาเดินขึ้นดาดฟ้าเพื่อหาทางจบชีวิตตัวเองแบบนี้หรอก...
เพียงแต่... ปัญหาของเธอ กลับต้องมาทำให้เพื่อนรักเพียงคนเดียวต้องเดือดร้อนไปด้วยนี่สิ มันช่างรู้สึกผิดเหลือเกิน...
เมื่อหลี่เจียสังเกตเห็นสายตาของฟางเหวินที่มองมา ใจเธอก็กระตุกวาบ สังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย!
"เหวินเหวิน! อย่า..."
ทว่า หลี่เจียยังพูดไม่ทันจบ ฟางเหวินก็ฉีกยิ้มหวานสดใส แบบที่เด็กสาววัยแรกรุ่นควรจะมี ออกมาให้เห็น
"เจียเจีย ขอบใจมากนะ"
จากนั้น ร่างของเธอก็เอนทิ้งดิ่งไปด้านหลัง!
ในพริบตานั้น เสียงหวีดร้องก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ!
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง จนลืมแม้กระทั่งจะตะโกนร้องเรียกให้คนช่วย
แต่ในช่วงเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดผ่านหน้าทุกคนไป หยุดยืนอยู่ที่ขอบดาดฟ้าอย่างรวดเร็ว
"จับแน่นๆ นะ! ห้ามปล่อยมือเด็ดขาด!"
หลี่จื้อหย่วนตะโกนสุดเสียง คว้าข้อมือของฟางเหวินไว้ได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่เธอกำลังจะร่วงหล่นลงไป
การกระทำนี้ เปรียบเสมือนการกระชากร่างของเด็กสาววัยแรกแย้ม กลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้อย่างหวุดหวิด!
แต่ในขณะเดียวกัน ครึ่งท่อนบนของหลี่จื้อหย่วนก็พาดเลยขอบกำแพงออกไป โชคดีที่เขามีพละกำลังเหนือกว่าคนทั่วไป ไม่อย่างนั้น แรงกระชากจากการดิ่งลงของร่างฟางเหวิน คงดึงเขาให้ตกลงไปด้วยแน่ๆ
หลี่เจียที่ยืนอยู่ด้านหลังเห็นเหตุการณ์เข้า ก็หน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปดึงตัวหลี่จื้อหย่วนไว้แน่น
"พี่คะ จับไว้แน่นๆ นะ ห้ามปล่อยมือเด็ดขาดเลยนะ"
เสียงตะโกนของหลี่เจีย เรียกสติบรรดาครูอาจารย์ จินเต๋อฟู และคนอื่นๆ ให้กลับคืนมา พวกเขารีบวิ่งกรูเข้าไปช่วยดึงตัวฟางเหวินขึ้นมาทันที!
นับว่าโชคดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนยังไม่มีใครโทรแจ้งตำรวจ
ไม่อย่างนั้น ถ้าฟางเหวินกระโดดลงไปจริงๆ โรงเรียนมัธยมอี๋ซานของพวกเขา คงได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในวันพรุ่งนี้แน่นอน
ขณะที่ฟางเหวิน ซึ่งเพิ่งจะรอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด ตอนนี้ร้องไห้โฮออกมาอย่างหนัก
หากเธอปล่อยมือลงไป ทุกอย่างก็คงจะจบสิ้นและหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน แต่เมื่อได้เห็นหลี่จื้อหย่วนที่เสี่ยงตายช่วยเธอไว้ รวมถึงเสียงร่ำไห้และอ้อนวอนของหลี่เจีย ความมุ่งมั่นที่จะตายของเธอก็เริ่มสั่นคลอน
ความลังเลที่เกิดขึ้น เปรียบเสมือนแสงแดดอันอบอุ่นที่สาดส่องทะลุหมู่เมฆดำทะมึนในท้องฟ้า
หลี่จื้อหย่วนรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางสภาพจิตใจของฟางเหวิน เขาจึงออกแรงดึงร่างของเธอข้ามขอบกำแพงกลับขึ้นมาบนดาดฟ้าได้อย่างปลอดภัย!
"เหวินเหวิน เธอเป็นยังไงบ้าง? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? เมื่อกี้เธอทำเอาฉันใจหายใจคว่ำหมดเลยนะรู้ไหม"
หลี่เจียรีบพุ่งเข้าไปกุมมือฟางเหวิน เอ่ยถามด้วยความห่วงใย
ฟางเหวินที่ได้รับชีวิตใหม่กลับคืนมา เริ่มมีสีหน้าสงบลง เธอมองหลี่เจียแล้วส่ายหน้าเบาๆ
"เจียเจีย ขอบใจมากนะ แล้วก็ฝากขอบคุณพี่ชายของเธอด้วย"
"อืม! แค่เธอปลอดภัยก็พอแล้ว!" หลี่เจียพยักหน้ารัวๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม "เธอวางใจได้เลย พี่ชายฉันต้องช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เราได้แน่ๆ"
"เจียเจียพูดถูกแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเธอไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่จัดการเอง"
หลี่จื้อหย่วนส่งยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ราวกับพี่ชายข้างบ้านที่แสนดี
จินเต๋อฟูเพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่พอได้ยินคำพูดของหลี่จื้อหย่วน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที เขากลับมาปั้นหน้าขรึมวางมาดเป็นผู้บริหารระดับสูงอีกครั้ง
"นี่คุณพูดบ้าอะไรน่ะ? อะไรคือหน้าที่ที่คุณต้องจัดการ? นี่มันเรื่องภายในโรงเรียนของเรา คนนอกอย่างคุณซึ่งเป็นแค่ผู้ปกครอง มีสิทธิ์อะไรมายุ่งเกี่ยวด้วย?"
สิ้นเสียงตวาด บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
บรรดานักเรียนและครูที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างก็นิ่งเงียบ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไร
หลี่จื้อหย่วนเลิกคิ้วขึ้น ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ก็เหลือบไปเห็นกู้เสี่ยวอ้ายและเซียวหย่วนกำลังเดินขึ้นมาพอดี
"หัวหน้ากลุ่ม ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
"ไม่เป็นไร" หลี่จื้อหย่วนส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเบือนสายตาไปยังเด็กสาวสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"พวกเธอสองคน ขยับมานี่หน่อยสิ เมื่อเช้านี้ที่ร้านเส้นหมี่ ฉันได้ยินสิ่งที่พวกเธอคุยกันหมดแล้วนะ"
ที่แท้ เด็กสาวสองคนนี้ก็คือคนที่ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมฟางเหวินไม่ให้กระโดดตึกเมื่อครู่นี้นี่เอง
กู้เสี่ยวอ้ายและเซียวหย่วนก็จำพวกเธอได้เช่นกัน จึงเดินเข้าไปพาตัวเด็กสาวทั้งสองคนมาหาหลี่จื้อหย่วน
เมื่อเห็นภาพนั้น สีหน้าของจินเต๋อฟูและเหล่าผู้บริหารก็เปลี่ยนไปทันที ตอนแรกพวกเขากะจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มขู่ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นเข็มกลัดบนอกเสื้อสูทของหลี่จื้อหย่วนและพรรคพวก
พวกเขาถึงเพิ่งจะได้พิจารณาหลี่จื้อหย่วนอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
"คุณคือผู้อำนวยการโรงเรียนใช่ไหม?" หลี่จื้อหย่วนจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่น้ำเสียงกลับแฝงความดุดันขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "ผมอยากรู้ว่า ทางโรงเรียนมีบทลงโทษคนที่รังแกน้องสาวผมยังไงบ้าง?"
"???" จินเต๋อฟูหน้าถอดสี รีบหัวเราะกลบเกลื่อน "แหม การกระทบกระทั่งกันนิดๆ หน่อยๆ ระหว่างเพื่อนนักเรียน มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ใช่เหรอครับ?"
"ใช่! อย่าคิดนะว่าใส่สูทติดเข็มกลัดแล้วจะมาก้าวก่ายเรื่องภายในโรงเรียนของเราได้!"
เสิ่นกวงไห่ หัวหน้าฝ่ายปกครอง รีบพูดเสริมขึ้นมาทันที
จินเต๋อฟูไม่ได้เอ่ยปากห้าม ราวกับว่าเขาเห็นด้วยกับคำพูดของเสิ่นกวงไห่ เพราะเขาก็เพิ่งจะรู้ว่าชายคนนี้เป็นตำรวจเอาตอนที่หลี่เจียตะโกนบอกนี่แหละ
เมื่อได้ยินข้ออ้างปัดความรับผิดชอบ หลี่จื้อหย่วนก็ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว
เขาล้วงบัตรประจำตัวออกมาแล้วยื่นให้ดูทันที!
"ท่านผู้อำนวยการ นี่คือบัตรประจำตัวการทำงานของผม ผมคิดว่าเราคงต้องทำความรู้จักกันใหม่ซะแล้วล่ะ"
บ้าชิบ!
จินเต๋อฟูอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนมีตัวอัลปาก้านับหมื่นวิ่งผ่านสมองไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาอ่านรายละเอียดบนบัตรประจำตัว มือไม้ของเขาก็ถึงกับสั่นเทา
หน่วยเฉพาะกิจสืบสวนแห่งคณะกรรมการพรรคประจำมณฑล... แถมยังเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มที่เก้าด้วย
ที่แท้... หัวหน้ากลุ่มที่ทั้งสองคนเรียกเมื่อกี้ ก็คือหัวหน้ากลุ่มคนนี้นี่เอง!
ถึงแม้จะไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อกัน แต่แค่คำว่า 'คณะกรรมการพรรคประจำมณฑล' ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาต้องเกรงกลัวแล้ว!
หลี่จื้อหย่วนปรายตามองอย่างเย็นชา "เป็นไง? ตอนนี้จะตอบคำถามผมได้หรือยัง?"
เมื่อได้ยินดังนั้น จินเต๋อฟูก็รีบส่งบัตรคืน พลางพยักหน้ารัวๆ "ท่านหัวหน้ากลุ่มหลี่ อยากทราบอะไรถามมาได้เลยครับ ทางโรงเรียนยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ครับ"
ท่าทีที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้ ทำเอาคนอื่นๆ ถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก
หลี่จื้อหย่วนถามต่อโดยไม่เกรงใจ "ผมจะไม่ถามหรอกนะว่าใครเป็นคนลงมือ และทำร้ายกันยังไง ตอนนี้ รบกวนท่านผู้อำนวยการช่วยเอาภาพจากกล้องวงจรปิด ในวันและเวลาเกิดเหตุมาให้ผมดูหน่อย"
"และแน่นอน อย่าเอาข้ออ้างเรื่องสายไฟเสีย หรือกล้องวงจรปิดพังมาหลอกผมเด็ดขาด"
"มิฉะนั้น... ผลที่ตามมาจะเป็นยังไง คุณน่าจะรู้ดีที่สุดนะ"
(จบแล้ว)