- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองที่ฉางอัน ขอจำลองบ้านเกิดมาไว้ที่นี่ก็แล้วกัน
- บทที่ 18 - ศัตรูปรากฏตัว
บทที่ 18 - ศัตรูปรากฏตัว
บทที่ 18 - ศัตรูปรากฏตัว
บทที่ 18 - ศัตรูปรากฏตัว
ในช่วงที่ผ่านมานี้ ในฐานะหัวหน้ากองปราบปรามอาชญากรรม อวี๋ฉินต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำทุกวัน
ถ้าไม่ได้กำลังออกสืบคดี ก็กำลังวุ่นวายอยู่กับการหาหลักฐาน แทบจะไม่ได้หลับเต็มตื่นเลยสักวันเดียว
อุตส่าห์เห็นความคืบหน้าของคดีโผล่มาลางๆ แต่เมื่อวานดันมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นอีกคดีซะงั้น
นี่แหละคือชะตากรรมของคนเป็นตำรวจกองปราบฯ!
ถ้าไม่ถูกย้ายมาอยู่ที่นี่ ป่านนี้เขาคงได้ใช้ชีวิตสบายๆ อยู่กับลูกเมียไปแล้ว
คิดแล้วก็ชื่นใจ
แต่ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เขาต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของประชาชนนับแสนในอำเภออี๋ซาน ตราบใดที่ยังไขคดีนี้ไม่ได้ อันตรายก็อาจจะไปตกอยู่ที่ใครคนต่อไปได้ทุกเมื่อ
"แม่งเอ๊ย! นี่ก็ตายไปหลายคนแล้ว ไอ้ฆาตกรสารเลวนั่นมันมุดหัวไปซ่อนอยู่ที่ไหนวะ?"
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ อวี๋ฉินก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมาเบาๆ
จังหวะที่เขากำลังจะขับรถเข้าประตูสถานีตำรวจอำเภอ จู่ๆ ก็มีคนหน้าคุ้นๆ สองคนโผล่มาขวางหน้ารถ
"นั่นมันคนของสถานีตำรวจถนนโฮ่วฟางไม่ใช่รึไง? สองคนนั้นมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?"
อวี๋ฉินขมวดคิ้วบ่นพึมพำ ก่อนจะดับเครื่องแล้วลงจากรถ
ยังไงซะ พวกเขาก็เป็นหน่วยงานพี่น้องกัน
แถมทั้งสองฝ่ายยังมีคดีสำคัญที่ยังส่งมอบกันไม่เสร็จ ดังนั้นเขาจึงต้องไว้หน้ากันบ้าง
"สหาย พวกคุณมีธุระอะไรหรือเปล่า?"
"ผู้กองอวี๋ พวกเรามาจากสถานีตำรวจถนนโฮ่วฟางครับ เมื่อวานเรายังเจอกันอยู่เลย จำได้ไหมครับ?"
หลี่จื้อหย่วนแนะนำตัวอย่างตรงไปตรงมา
อวี๋ฉินหัวเราะร่วน "จำได้สิ คุณเป็นถึงฮีโร่และตัวแทนของวงการตำรวจอำเภออี๋ซานของเราเลยนะ ใครจะจำไม่ได้ล่ะ"
เมื่อเจอคำชมกึ่งจริงกึ่งหยอกของอีกฝ่าย หลี่จื้อหย่วนก็ยิ้มรับอย่างรู้จังหวะ
"ผู้กองอวี๋ก็ล้อเล่นไป ผลงานเล็กๆ น้อยๆ ของผม จะไปเทียบกับพวกคุณได้ยังไงล่ะครับ พวกคุณต่างหากที่เป็นฮีโร่ของเมืองนี้ เป็นกำลังสำคัญที่สุดในการปราบปรามอาชญากรรมของอี๋ซาน"
"สหายจื้อหย่วนเอ๊ย ฝีปากของคุณนี่สูสีกับพวกมือพู่กันในสำนักงานอำเภอเลยนะเนี่ย"
หลังจากทักทายพูดคุยกันพอเป็นพิธี หลี่จื้อหย่วนก็เปลี่ยนเรื่องเข้าประเด็นอย่างแนบเนียน
เวลาของทั้งสองฝ่ายต่างก็มีค่า ไม่มีใครอยากเสียเวลาคุยเล่นอยู่ตรงหน้าประตูหรอก
"ผู้กองอวี๋ครับ ทางสถานีของเรามีคดีหนึ่งที่สถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อน เลยอยากจะมาขอสอบถามข้อมูลจากคุณสักหน่อย ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหมครับ?"
"..."
อวี๋ฉินเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้เจตนาของพวกหลี่จื้อหย่วนได้ในทันที
"สหายจื้อหย่วน พวกคุณคงอยากจะรู้เรื่องประวัติการค้ายาของจ้าวข่าย กับสาเหตุการตายของเหอชางหลงใช่ไหมล่ะ?"
"ไม่ใช่เรื่องนั้นครับ" หลี่จื้อหย่วนส่ายหน้า "คดีทิ้งศพที่แม่น้ำซีเฉียวเมื่อวานนี้ ผมได้ยินคนของคุณบอกว่า นี่ไม่ใช่คดีแรกงั้นเหรอครับ?"
"ใช่" อวี๋ฉินขมวดคิ้วพยักหน้า "ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมานี้ มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นหลายคดี และวิธีการลงมือก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่จื้อหย่วนกับหวังเฉวียนก็แอบสบตากันเงียบๆ
ตอนนี้พวกเขาแทบจะมั่นใจได้เลยว่า ผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมเหล่านี้ น่าจะเป็นฝีมือของคนคนเดียวกัน! หรือไม่ก็เป็นฝีมือของแก๊งเดียวกัน
"ผู้กองอวี๋ ผมขออนุญาตตรวจสอบแฟ้มคดีพวกนี้หน่อยได้ไหมครับ?"
เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของอวี๋ฉิน หลี่จื้อหย่วนก็รีบอธิบายเพิ่มเติมทันที
"คืออย่างนี้นะครับผู้กองอวี๋ ถึงยังไงคดีนี้ก็ถูกพบในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเรา ผมก็เลยอยากจะมีส่วนร่วมในการไขคดี เพื่อให้ปิดคดีได้เร็วขึ้นน่ะครับ"
"???"
หางตาของอวี๋ฉินกระตุกวูบ นี่มันตั้งใจจะมาขอส่วนแบ่งผลงานชัดๆ!
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าชายคนนี้เป็นคนที่ท่านเลขาธิการจงเคยพบและให้ความสำคัญล่ะก็ เขาคงสะบัดหน้าเดินหนีไปนานแล้ว
แต่พอลองคิดดูอีกที
การที่ชายคนนี้ได้รับการยอมรับจากท่านเลขาธิการจงและคนอื่นๆ จะต้องมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องของพวกเขาคดีนี้ ถูกดองมานานมากแล้ว แต่ก็ยังหาเบาะแสอะไรไม่ได้เลย
ไม่แน่ว่า... ถ้าหมอนี่เกิดโชคดีขึ้นมาจริงๆ อาจจะเจอตัวผู้อยู่เบื้องหลังก็ได้นะ?
"สหายจื้อหย่วน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง ขอแค่ไขคดีได้ ผมจะเป็นคนเสนอผลงานให้คุณด้วยตัวเองเลย!"
จุดประสงค์บรรลุผลอย่างสวยงาม รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่จื้อหย่วน
และในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
"เหลวไหลสิ้นดี! อวี๋ฉิน! คุณกำลังทำอะไรอยู่? ลืมเรื่องการรักษาความลับของคดีไปแล้วหรือไง? ปล่อยให้ไอ้หมาแมวที่ไหนก็ไม่รู้มาสืบคดีได้ง่ายๆ แบบนี้เหรอ?"
บรรยากาศหยุดนิ่งลงในพริบตา อวี๋ฉินหันไปมองด้านหลังรถด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ
สายตาของหลี่จื้อหย่วนและหวังเฉวียนก็มองตามไปเช่นกัน!
ชายวัยสี่สิบกว่า รูปร่างท้วม สวมเสื้อแจ็กเก็ตแบบข้าราชการกำลังเดินตรงเข้ามาหา
"ท่านเลขาธิการวัง!"
ช่วยไม่ได้นี่นา คนตำแหน่งใหญ่กว่าย่อมมีอำนาจเหนือกว่า ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นถึงรองเลขาธิการพรรคประจำอำเภอด้วย
นอกจากหลี่จื้อหย่วนแล้ว อวี๋ฉินกับหวังเฉวียนต่างก็รีบเอ่ยทักทายทันที
วังหงพยักหน้ารับอย่างวางอำนาจ ปรายตามองหลี่จื้อหย่วนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปจ้องอวี๋ฉิน
"คุณเป็นถึงหัวหน้ากองปราบปรามอาชญากรรม ไม่รู้ถึงความสำคัญของคดีหรือไง? อย่าว่าแต่คนของสถานีตำรวจท้องที่เลย ถ้าคดีมันสำคัญมาก แม้แต่คนในสถานีตำรวจอำเภอด้วยกันก็ยังเอาไปพูดมั่วซั่วไม่ได้"
"ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบไหว?"
"กลับไปทบทวนตัวเองซะ! อย่าคิดว่าแค่คนอื่นมีผลงานนิดหน่อย แล้วคุณจะหละหลวมได้!"
"ถ้าคุณไม่อยากนั่งตำแหน่งนี้ ก็มีคนอื่นรอเสียบอีกเยอะ ฮึ!"
หลังจากเทศนายาวเหยียดเป็นชุด วังหงก็หันหลังเดินจากไปด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ทิ้งให้อวี๋ฉินและพวกยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
"นะ... นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?"
อวี๋ฉินสูดหายใจเข้าลึก หันมามองหลี่จื้อหย่วนอย่างงุนงง "คุณไปทำให้ท่านรองเลขาธิการวังโกรธเคืองอะไรมาหรือเปล่า?"
หลี่จื้อหย่วนส่ายหน้าเบาๆ เขาเองก็งงเป็นไก่ตาแตกเหมือนกัน
ทำไมถึงได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกันขนาดนี้ล่ะ? หรือว่าเขาไปล่วงเกินชายคนนี้ที่ไหนกัน?
"สหายจื้อหย่วน ถ้าเป็นแบบนี้ ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้แล้วล่ะ คุณก็เห็นแล้วนี่ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้พวกคุณมาร่วมสืบคดีด้วย แต่มีคนไม่อยากให้..."
"เรื่องนั้น..."
หลี่จื้อหย่วนอ้าปากค้าง ได้แต่มองดูอวี๋ฉินขับรถจากไปต่อหน้าต่อตา
"พี่หย่วน เอาไงต่อดีครับ? ให้ผมเข้าไปสืบข่าวข้างในอีกทีไหม?"
"ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้คงต้องพึ่งดวงแล้วล่ะ"
หลี่จื้อหย่วนโบกมือ มองแผ่นหลังของหวังเฉวียนที่เดินจากไป เขาได้แต่ภาวนาให้หวังเฉวียนสืบได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์มาบ้าง
ไม่อย่างนั้น การมาในครั้งนี้คงเสียเที่ยวเปล่าๆ แน่
กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา หวังเฉวียนก็วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากอาคารสถานีตำรวจอำเภอ
พอมาถึงตรงหน้า หลี่จื้อหย่วนก็รีบเอ่ยถามทันที
"เสี่ยวหวัง สถานการณ์เป็นไงบ้าง?"
"พี่หย่วน เหตุการณ์หน้าประตูเมื่อกี้ คนในตึกน่าจะเห็นกันหมดแล้ว ผมไปถามมาตั้งหลายคน แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย"
"..."
หลี่จื้อหย่วนถอนหายใจ ผลลัพธ์แบบนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
คนธรรมดาที่ไหนจะกล้าไปงัดข้อกับรองเลขาธิการพรรคประจำอำเภอล่ะ?
"ไปเถอะ กลับสถานีกันก่อน ลองดูว่าจะรีดข้อมูลอะไรจากจ้าวข่ายได้อีกไหม"
"พี่หย่วน อย่าเพิ่งรีบสิครับ โชคดีที่ผมมีเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยทำงานอยู่ข้างใน เขาบอกผมว่า คดีฆาตกรรมพวกนี้ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งถูกทางเมืองจัดให้เป็นคดีสำคัญระดับเมืองไปแล้ว"
"และได้ส่งสำเนาแฟ้มคดีที่เกี่ยวข้องไปให้ทางกรมตำรวจเมืองแล้วด้วย ดังนั้นทางสถานีตำรวจอำเภอจึงทำอะไรไม่ได้ พวกเราไปหาทางออกที่กรมตำรวจเมืองกันเถอะ"
เมื่อฟังจบ หลี่จื้อหย่วนก็ตาเป็นประกาย
กรมตำรวจเมืองงั้นเหรอ? แฟ้มคดี?
บังเอิญจริงๆ เขาไม่ได้เข้าเมืองมาตั้งนานแล้ว มัวแต่คุยโทรศัพท์จีบกัน มันจะไปสู้เจอหน้ากันจริงๆ ได้ยังไงล่ะ
(จบแล้ว)