- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองที่ฉางอัน ขอจำลองบ้านเกิดมาไว้ที่นี่ก็แล้วกัน
- บทที่ 11 - หยิ่งผยองแค่ไหน ก็มีจุดจบอนาถแค่นั้น
บทที่ 11 - หยิ่งผยองแค่ไหน ก็มีจุดจบอนาถแค่นั้น
บทที่ 11 - หยิ่งผยองแค่ไหน ก็มีจุดจบอนาถแค่นั้น
บทที่ 11 - หยิ่งผยองแค่ไหน ก็มีจุดจบอนาถแค่นั้น
"เวรเอ๊ย! แกเป็นใครวะ?"
"โผล่มาจากไหนเนี่ย ถึงกล้ามาแส่เรื่องของครอบครัวข้า รนหาที่ตายหรือไง?!"
หลังจากยืนอึ้งไปชั่วครู่ กลุ่มคนพวกนั้นก็ตั้งสติได้ทันที
ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้าแก๊งแสดงสีหน้าหยิ่งผยองอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่ชี้หน้าด่าหลี่จื้อหย่วน แต่ยังทำท่าจะผลักไหล่เขาด้วย
เวลานี้ คนอื่นๆ รอบข้างก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วเหมือนกัน
สีหน้าของแต่ละคนเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน งานนี้ ลูกชายคนโตของบ้านหลี่ต้องซวยหนักแน่ๆ!
ทว่า ยังไม่ทันที่มือของชายหนุ่มจะแตะโดนเสื้อผ้าของหลี่จื้อหย่วน เขาก็คว้าข้อมือของชายหนุ่มเอาไว้แน่น แล้วเตะสวนออกไปอย่างแรง
"อั้ก... อั้ก..."
ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำในพริบตา เขาทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างควบคุมไม่ได้ มืออีกข้างกุมหน้าท้องเอาไว้แน่น เจ็บปวดจนร้องโหยหวนออกมาไม่เป็นคำ
ลูกเตะนี้ ทำเอาทุกคนที่ยืนดูอยู่รอบๆ ถึงกับอ้าปากค้าง!
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?? พวกเราอยู่ที่ไหนกัน?
เขา... เขากล้าลงมือตีอู๋เจี้ยนเหรินเลยเหรอ? เขาไม่รู้หรือไงว่าไอ้หมอนี่มันเป็นอันธพาลประจำหมู่บ้าน?
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ครอบครัวอู๋มีเส้นสายกับบ้านของนายกเทศมนตรีด้วยนะ!
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ต่างพากันขยับถอยหลังไปเงียบๆ ราวกับกลัวว่าเลือดจะกระเด็นมาโดนตัว
นอกจากญาติพี่น้องของบ้านหลี่เพียงไม่กี่คน ก็ไม่มีคนนอกคนไหนกล้าเข้าใกล้เลย
อู๋หมาจื่อชายร่างอ้วนร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น ก่อนจะสบถด่าออกมา "ไอ้เด็กเปรต! รีบปล่อยลูกชายข้าเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงคำรามของเขา พวกวัยรุ่นตระกูลอู๋ก็ตั้งสติได้ทันที แล้วพุ่งเข้าใส่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"แม่งเอ๊ย! รีบปล่อยพี่ใหญ่ข้าเดี๋ยวนี้!"
"กล้าตีคนของตระกูลอู๋ แกอยากตายจริงๆ ใช่ไหม!"
"เชื่อไหมว่าข้าจะทำให้ตาแก่ยายแก่สองคนนี้อยู่ที่หมู่บ้านหลี่เจียคุนต่อไปไม่ได้เลย!!"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น แววตาของหลี่จื้อหย่วนก็เย็นเยียบลงทันที เขามองไปที่กลุ่มคนที่กำลังพุ่งเข้ามา แล้วเงื้อหมัดซัดเข้าใส่โดยไม่ลังเล
"ปัง!"
ไอ้คนที่วิ่งนำหน้ามา ถูกหลี่จื้อหย่วนต่อยหมัดเดียวจนปลิวลอยละลิ่วออกไป!
"โอ๊ย! เจ็บโว้ย!"
"มึงยังกล้าสู้กลับอีกเหรอ? พวกเรา อัดไอ้สารเลวนี่ให้ตายไปเลย!!"
ทันทีที่สิ้นเสียงคำราม เสียงร้องโหยหวนและเสียงกระดูกหักก็ดังก้องขึ้นมาพร้อมกัน!
"อ๊าก!! ขาหัก ขาข้าหักแล้ว..."
"พี่ใหญ่! ไอ้นี่มันมีฝีมือ พวกเราแจ้งความเถอะ!"
เพียงชั่วพริบตา คนตระกูลอู๋ก็เริ่มลุกลนทำอะไรไม่ถูก
คนตั้งเยอะแยะ กลับสู้หมอนี่คนเดียวไม่ได้เนี่ยนะ?
ปัง ปัง ปัง—
เสียงทุบตีและเสียงกระแทกดังระรัวเข้าหูทุกคนอีกครั้ง
และในตอนนั้นเอง ไอ้หัวโล้นคนสุดท้ายที่มีรอยสักที่คอก็ฉายแววตาอำมหิต มันล้วงมีดสั้นเล่มวาววับออกมาจากอกเสื้อ กัดฟันแน่นแล้วพุ่งเข้าไปแทงหลี่จื้อหย่วน!
"พี่! ระวัง!!"
"เสี่ยวหย่วน!!"
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำเอาสองสามีภรรยาหลี่ฉางฝูและหลี่เจียตกใจจนแทบช็อก!
บรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ รวมถึงครอบครัวอู๋หมาจื่อเอง ก็ตกใจจนหน้าถอดสีไม่แพ้กัน!
จะชกต่อยกันยังไงก็ว่าไปอย่าง แต่ถึงขั้นชักมีดออกมาใช้แบบนี้ ความรุนแรงของเรื่องมันก็ต่างกันแล้วนะ
ทว่า วินาทีต่อมา!
ทุกคนต่างเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน!
หลี่จื้อหย่วนกลับชักปืนพกสีดำสนิทออกมาเสียอย่างนั้น ปากกระบอกปืนสีดำมืดจ่อตรงไปที่หัวของไอ้หัวโล้นพอดิบพอดี
"!!!"
ไอ้หมอนั่นถึงกับสมองขาวโพลน เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร่างกายแข็งทื่อหยุดชะงักไปในทันที
หลี่จื้อหย่วนเผยรอยยิ้มที่ดูซื่อๆ จริงใจออกมา ก่อนจะขยับปากกระบอกปืนไปมาเล็กน้อย "ทำร้ายเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน แย่งชิงอาวุธปืน แกรู้ไหมว่ามีโทษอะไรบ้าง?"
ทำร้ายเจ้าพนักงาน? แถมยัง... แย่งชิงอาวุธปืน?
เวรเอ๊ย ข้าไปแย่งปืนตอนไหนวะ? อย่ามาใส่ร้ายกันหน้าด้านๆ แบบนี้นะโว้ย ต่อให้ข้ามีสักสิบชีวิต ก็คงไม่พอให้แกเอามาเล่นแบบนี้หรอกนะ!
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและสงสัยของทุกคน หลี่จื้อหย่วนก็ยกมือขึ้น เตรียมจะใช้ด้ามปืนฟาดลงไป เพื่อสั่งสอนให้ไอ้หมอนี่หลาบจำเสียบ้าง
เคร้ง!
ผลปรากฏว่า ชายหัวโล้นยอมทิ้งมีดสั้นลงพื้นอย่างไม่รักศักดิ์ศรี เอามือกุมหัวแล้วคุกเข่าลงกับพื้นทันที
"คุณตำรวจครับ ผมผิดไปแล้ว!"
"???"
มือของหลี่จื้อหย่วนที่ง้างขึ้นชะงักค้างกลางอากาศ
ไอ้หมอนี่... ดูปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นพวกช่ำชอง ขั้นตอนมาตรฐานแบบนี้ คงฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดไปแล้วสินะ
"แม่งเอ๊ย! ถือว่าแกยังรู้สถานการณ์ ไม่งั้นวันนี้ฉันคงต้องแจกลูกปืนให้แกชิมสักนัดแล้ว"
หลี่จื้อหย่วนสบถด่าอย่างหัวเสีย เดิมทีปืนกระบอกนี้เป็นปืนที่สถานีอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้เขาพกไว้ป้องกันตัว ไม่นึกเลยว่าจะได้ใช้งานเร็วขนาดนี้
ถ้าไม่มีความจริงอยู่ในมือล่ะก็ ไอ้พวกนี้คงไม่มีทางยอมจำนนง่ายๆ แบบนี้หรอก
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที สถานการณ์ก็พลิกกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ครอบครัวอู๋หมาจื่อในตอนนี้ไม่กล้าส่งเสียงโวยวายอีกต่อไป พวกเขาช่วยกันพยุงอู๋เจี้ยนเหรินและคนอื่นๆ ลุกขึ้นมาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
ในเมื่ออีกฝ่ายมีของจริงอยู่ในมือ ต่อให้ไปขอยืมความกล้ามาจากไหนอีกหลายๆ เท่า พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรวู่วามอีกแล้ว
แน่นอนว่า ความตกตะลึงในใจของพวกหลี่ฉางฝูก็ไม่ได้น้อยไปกว่าอู๋หมาจื่อเลย
เวลานั้นเอง ก็มีคนพูดขึ้นมา
"ลูกชายบ้านหลี่เป็นนักศึกษาไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นตำรวจไปได้ล่ะ?"
"นั่นสิ ไม่เคยได้ยินเลยว่าบ้านหลี่มีตำรวจ เด็กจบใหม่ที่ไหนจะมาเป็นตำรวจปุบปับแบบนี้"
"ใช่ ต่อให้เป็นตำรวจ ก็ไม่น่าจะพกปืนติดตัวได้ตลอดแบบนี้นี่นา!"
เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบเหล่านี้ สองสามีภรรยาหลี่ฉางฝูกลับไม่ได้มีความกังวลใดๆ เลย ตรงกันข้าม สีหน้าของพวกเขากลับดูผ่อนคลายลงเสียด้วยซ้ำ
เรื่องที่หลี่จื้อหย่วนสอบเข้าโรงเรียนตำรวจได้ นอกจากคนในครอบครัวแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้บอกให้ชาวบ้านคนอื่นรู้เลย
อย่างไรก็ตาม หลี่เจียรู้เพียงแค่ว่าพี่ชายของเธอเป็นตำรวจฝึกหัด แต่ไม่รู้ถึงภูมิหลังที่แท้จริงของพี่ชายบุญธรรมคนนี้เลย
ดังนั้น เธอจึงรู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน
"พี่ พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม? หรือว่า... พวกเราแจ้งความดีกว่าไหม?"
ในความคิดของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสองอย่างเธอ ตำรวจคือเทพผู้พิทักษ์ของประชาชนเสมอมา
หลี่จื้อหย่วนเก็บปืนลง สายตามองไปยังถนนที่อยู่ไม่ไกล "ดูตรงนั้นสิ เราไม่ต้องแจ้งความแล้วล่ะ พวกเขามากันแล้ว"
และก็เป็นไปตามคาด สิ้นเสียงของเขา เสียงไซเรนก็ดังก้องขึ้นมาทันที
ทว่า กลับมีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจขับมาแค่คันเดียว
บนรถก็มีคนซ้อนมาแค่สองคนเท่านั้น
สายตาของครอบครัวอู๋หมาจื่อหันขวับไปมองทันที ความหวาดกลัวบนใบหน้าจางหายไปจนหมดสิ้น
ถึงคนที่โทรแจ้งความจะไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่ตอนนี้เรื่องนั้นมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
ไม่นาน รถมอเตอร์ไซค์ตำรวจก็แล่นมาจอดตรงหน้า
หลังจากที่หวังโค่วเฉวียนได้รับแจ้งความจากชาวบ้าน เดิมทีเขาก็คิดว่าเป็นแค่เรื่องข้อพิพาทที่ดินธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร จึงเรียกเพื่อนร่วมงานมาด้วยแค่คนเดียว
แต่ตอนนี้ เขาถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
แถมยังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เมื่อเห็นสภาพข้าวของกระจัดกระจาย รอยเลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้น และพวกวัยรุ่นที่กำลังนอนโอดครวญอยู่ หรือว่า... เมื่อกี้จะเกิดเหตุตะลุมบอนครั้งใหญ่ขึ้นที่นี่?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังโค่วเฉวียนและหลัวผิงก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที!
สายตาของเขากวาดมองไปที่ฝูงชนในที่เกิดเหตุ และล็อกเป้าหมายไปที่หลี่จื้อหย่วนอย่างรวดเร็ว!
"ถอยออกไป! อย่ามามุงอยู่ตรงนี้ มีอะไรน่าดูนักหนา!"
สิ้นเสียงของหวังโค่วเฉวียน อู๋จินหรงก็เดินยิ้มร่าเข้ามาหาทันที
"คุณตำรวจหวังครับ ผมชื่ออู๋จินหรง เป็นลูกพี่ลูกน้องของนายกเทศมนตรีติง เมื่อกี้ไอ้หมอนี่มันลงมือทำร้ายลูกชายผมกับพวก แถมมันยังมีปืนด้วย! กล้าแอบอ้างเป็นตำรวจ คุณรีบจับตัวมันไปเร็วเข้า!"
(จบแล้ว)