- หน้าแรก
- ให้คุณไปไลฟ์สดดูดวง แต่ดันไปแย่งวิญญาณจากพญายมเนี่ยนะ
- บทที่ 210 - เธอเป็นคนโกหก
บทที่ 210 - เธอเป็นคนโกหก
บทที่ 210 - เธอเป็นคนโกหก
บทที่ 210 - เธอเป็นคนโกหก
พวกเพื่อนบ้านที่ชอบสอดรู้สอดเห็นก็เข้ามารุมช่วยเกลี้ยกล่อมให้เปิดประตู
ในที่สุดประตูก็ถูกเปิดออก อวี๋เสี่ยวฮวาที่ตาแดงก่ำและมีเลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัวเดินออกมา
เธอร้องไห้น้ำตาไหลพราก "แม่ ป้าๆ น้าๆ ช่วยเผิงเฟยด้วยค่ะ เมื่อกี้เขาพลัดตกจากชั้นสองลงมา ฉันบอกตั้งนานแล้วว่าให้ติดราวบันได แม่ก็บอกว่าติดไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าติดไว้ก็คงไม่ตกลงมาหรอกค่ะ! โฮๆๆ..."
"โธ่ ลูกแม่"
ตอนนั้นแม่หวังคิดว่าแต่งสะใภ้เข้าบ้านแล้ว จะเสียเงินไปทำไมอีก
แต่พอเห็นลูกชายคนเล็กนอนจมกองเลือด เธอก็เริ่มเสียใจขึ้นมาแล้ว
แม่หวังทั้งโกรธทั้งอาย "มาพูดตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร รีบพาไปส่งโรงพยาบาลสิ ไม่เห็นหรือไงว่าลูกชายฉันเลือดออกแล้วน่ะ"
อวี๋เสี่ยวฮวายังคงทำตัวเป็นลูกสะใภ้ที่ถูกรังแก "แม่ แม่ก็รู้นี่นาว่าคราวก่อนที่เผิงเฟยเจ็บขา เงินค่าโรงพยาบาลฉันก็ไปยืมเขามา ยังไม่ได้คืนเลย ตอนนี้ฉันจะมีเงินที่ไหนล่ะ"
"แล้วปกติพวกแกไม่เก็บเงินกันเลยหรือไง!" แม่หวังจ้องมองลูกสะใภ้ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
อวี๋เสี่ยวฮวาร้องไห้กระซิก "ทุกคนก็รู้นี่คะว่าเผิงเฟยชอบเล่นการพนันกับกินเหล้า พอมีเงินปุ๊บก็เอาไปเล่นการพนันปั๊บ ฉันอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบไว้ได้นิดหน่อยก็โดนเขาแย่งเอาไปเล่นพนันจนหมดตัวแล้ว"
แม่หวังถึงกับพูดไม่ออก
ที่อวี๋เสี่ยวฮวาพูดมาไม่มีผิดเลยสักนิด ลูกชายตัวเองมีสันดานยังไง ทำไมเธอจะไม่รู้
"งะ... งั้นตอนนี้จะทำยังไงล่ะ?" แม่หวังถาม
อวี๋เสี่ยวฮวามองแม่หวังด้วยสายตามีความหวัง "แม่ แม่ให้ฉันยืมเงินพากลับไปส่งโรงพยาบาลก่อนได้ไหมคะ?"
แม่หวังปฏิเสธทันควัน "ฉัน... ฉันจะมีเงินได้ยังไง คราวก่อนที่เผิงเฟยเข้าโรงพยาบาลก็มาเอาเงินฉันไปพันหยวน เธอยังไม่ได้คืนเลย"
อวี๋เสี่ยวฮวาทำหน้าเศร้าอีกครั้ง "แม่ แม่ล้อเล่นอะไรเนี่ย เผิงเฟยเป็นแบบนี้แล้ว ตอนนี้ฉันต้องหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว จะเอาปัญญาที่ไหนมาคืน พวกเราก็ครอบครัวเดียวกันนะคะ คนกันเองพูดจาแบ่งแยกกันทำไม เงินนี่แม่ก็เอาไปรักษาลูกชายแท้ๆ ของแม่นะคะ ไม่ได้เอามาใช้กับฉันเลยสักแดงเดียว!"
ขาดแค่ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ว่าทำไมฉันต้องคืนด้วย จะคืนก็ให้ลูกชายแม่เป็นคนคืนสิ!
"อะไรนะ พันหยวนนี่แกกะจะไม่คืนฉันแล้วงั้นสิ? ไม่ได้นะเว้ย นั่นมันเงินบำนาญที่ฉันเก็บหอมรอมริบมาตั้งครึ่งปี แกจะชักดาบแบบนี้ไม่ได้นะ!" แม่หวังชักสีหน้าไม่พอใจ นึกเสียใจที่ยอมควักเงินก้อนนั้นออกมาให้
"ฉันไม่มีเงินคืนหรอกค่ะ ถ้าอยากได้คืนก็ไปทวงกับลูกชายแท้ๆ ของแม่สิคะ ตอนแบ่งสมบัติ พวกแม่ก็ยกทุกอย่างให้ครอบครัวพี่ใหญ่หมด ตอนนี้เราขอแค่พันหยวนมันคงไม่มากไปหรอกมั้งคะ ยังไงหวังเผิงเฟยก็เป็นลูกชายแม่นะคะ แม่กับพ่อแล้วก็พี่ใหญ่ต้องรับผิดชอบสิ ยังไงฉันก็ไม่มีเงินพาไปส่งโรงพยาบาลหรอก ถ้าพวกแม่จะยืนดูเขานอนรอความตาย ฉันก็จะแจ้งตำรวจจับพวกแม่ จะแจ้งเดี๋ยวนี้แหละ!"
พูดไปเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมกดเบอร์แจ้งตำรวจ
"อย่าๆๆ! น้องสะใภ้ เงินพันหยวนนั่นเดี๋ยวพี่จัดการบอกแม่เอง ไม่เอาแล้วๆ!" หวังเผิงจวิน พี่ชายคนโตของหวังเผิงเฟยเดินเข้ามา รีบโบกไม้โบกมือบอกปัดไม่ทวงเงินพันหยวนนั่นแล้ว
"ตอนนี้น้องชายพี่แทบจะตกลงมาตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ไปโรงพยาบาลจะรอดได้ไง ขาที่เพิ่งเข้าเฝือกคราวก่อนป่านนี้ไม่รู้กระดูกเคลื่อนไปถึงไหนแล้ว แถมประกันก็ไม่ได้ทำ ต้องจ่ายเงินสดล้วนๆ คราวก่อนแปดพันกว่าหยวนนั่น ฉันก็เอาเงินเก็บในบ้านมารวมกับเงินที่ยืมคนอื่นเขามา คราวนี้ไปโรงพยาบาลถ้าไม่มีสักสองหมื่นหยวนคงไม่พอ ฉันน่ะหมดตัวแล้วนะ พวกพี่จะทิ้งขว้างเขาไม่ได้นะ เขาเป็นทั้งน้องชายแท้ๆ ทั้งลูกชายแท้ๆ ของพวกพี่เลยนะ!"
คราวนี้ถึงทีอวี๋เสี่ยวฮวายกเอาเรื่องมนุษยธรรมขึ้นมาประณามพวกเขาบ้างล่ะ ยิ่งมีเพื่อนบ้านยืนมุงดูอยู่ตั้งเยอะด้วย
"จริงด้วย เลือดออกเยอะขนาดนี้ ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลนะ"
"ใช่ ขืนชักช้า เดี๋ยวก็พิการไปตลอดชีวิตหรอก"
คนรอบข้างพากันวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่
เมื่อก่อนคำพูดพวกนี้ที่พวกเขาเคยพูดกับเธอ เธอจำได้ขึ้นใจ อะไรนะ เป็นผัวเมียกันคืนเดียวผูกพันร้อยวัน ทะเลาะกันหัวเตียงดีกันปลายเตียง สายเลือดเดียวกันยังไงก็ตัดกันไม่ขาด ลองดูสิว่าพ่อแม่พี่น้องบ้านนี้จะยอมยื่นมือเข้ามาช่วยไหม
หวังเผิงจวินถอนหายใจกำลังจะอ้าปากพูด แต่กลับโดนเมียหยิกหมับเข้าให้ พร้อมกับส่งสายตาส่งสัญญาณเงียบๆ
อวี๋เสี่ยวฮวาเห็นท่าทางพวกนั้นชัดเจน ในใจลอบแค่นยิ้ม
แม่หวังเองก็มีท่าทีอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไร เธอสงสารลูกชายคนโต แต่ก็ไม่มีเงินมากพอจะเอาไปรักษาลูกชายคนเล็กได้หรอก!
ตอนนี้สองผัวเมียคนแก่ต้องอาศัยอยู่กับลูกชายคนโต จะทำอะไรก็ต้องคอยดูสีหน้าลูกสะใภ้ คราวก่อนที่เธอควักเงินพันหยวนไปเป็นค่ารักษาลูกคนรอง สะใภ้ใหญ่ก็ไม่พอใจมากแล้ว ถ้าขืนเอาไปให้อีก มีหวังโดนไล่ตะเพิดออกจากบ้านแน่
ลูกคนเล็กก็พึ่งพาไม่ได้แล้ว ยังไงก็ต้องรักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวลูกคนโตไว้ก่อน
หวังเผิงจวินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "น้องสะใภ้ ถ้างั้นเธอแจ้งตำรวจเลยดีกว่า!"
อวี๋เสี่ยวฮวาตาแดงก่ำ "พี่ใหญ่ พี่พูดเองนะคะ แจ้งตำรวจก็ได้ แต่ค่ารถพยาบาลพี่ต้องเป็นคนจ่ายนะ เมืองเล็กๆ แบบเราเรียกรถพยาบาลทีนึงค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อยๆ เลย ฉันไม่มีเงินจ่ายหรอก"
สะใภ้ใหญ่เป็นคนหัวหมอ รีบโวยวายขึ้นมาทันที "น้องสะใภ้ พูดแบบนี้ฟังไม่ขึ้นเลยนะ ผัวตัวเองเจ็บแท้ๆ ทำไมพวกฉันต้องควักเงินจ่ายค่ารักษาด้วยล่ะ?"
อวี๋เสี่ยวฮวาทำเสียงน่าสงสาร "พี่สะใภ้ ฉันก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้หรอกนะ พวกเขาก็อยากช่วยรักษาเผิงเฟยแหละ แต่จะเอาแต่พูดอย่างเดียวไม่ได้สิ! พวกเขาแค่ขยับปาก แต่ฉันนี่สิต้องควักเงิน ตอนนี้ฉันไม่มีเงิน พวกพี่ที่เป็นสายเลือดเดียวกันจะไม่ยอมควักกระเป๋าช่วยกันหน่อยเหรอ!"
"เผิงจวิน นี่มันเรื่องในครอบครัวของเจ้ารอง เราเข้าไปยุ่งไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวเด็กสองคนเปิดเทอมก็ต้องจ่ายค่าหอพักอีก จะเอาเงินเหลือที่ไหนไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน อยากรักษาก็รักษา ไม่อยากรักษาก็ตามใจ" เมียหวังเผิงจวินดึงแขนสามีให้ถอยหลัง ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่เข้าไปยุ่ง
แม่หวังเห็นอวี๋เสี่ยวฮวาไม่อยากส่งลูกคนรองไปโรงพยาบาล จึงจำใจพูดว่า "เสี่ยวฮวาเอ๊ย ปล่อยเผิงเฟยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ไม่ทรมานตายเลยหรือไง ลองคิดหาวิธีอื่นดูสิ"
อวี๋เสี่ยวฮวากัดฟันคิด "โรงพยาบาลในเมืองเราคงจ่ายไม่ไหว งั้นตามหมอคลินิกหมู่บ้านข้างๆ มาทำแผลให้ก่อนดีไหมคะ แบบนี้น่าจะไม่แพงเท่าไหร่"
แม่หวังก็ไม่อยากควักเงิน เลยต้องยอมตกลงตามคำขอของเธอ เรียกหมอคลินิกมาต่อกระดูกให้หวังเผิงเฟย
หมอคลินิกเห็นสภาพหวังเผิงเฟยแล้วถึงกับขมวดคิ้ว "สภาพแบบนี้ไม่ไหวนะ อาการหนักเกินไป ต้องส่งโรงพยาบาลใหญ่ไปเอกซเรย์ดูก่อน กระดูกเคลื่อนแน่ๆ ต่อให้เชื่อมติดก็ต้องผิดรูป เดินเหินไม่เหมือนคนปกติหรอก แถมแขนก็เหมือนจะร้าวด้วย ต้องเข้าเฝือกป้องกันไว้"
อวี๋เสี่ยวฮวายังคงร้องไห้กระซิกๆ แม่หวังเลยต้องออกหน้าจัดการเรื่องนี้เอง "หมอคะ บ้านเราไม่มีเงินแล้ว คงทำได้แค่..."
หมอคลินิกพอจะเดาความหมายของแม่หวังออก พยักหน้าบอก "งั้นก็ได้ครับ ผมคงทำได้แค่ปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาการอื่นๆ ผมรักษาให้ไม่ได้ ต้องปล่อยให้เขาประคองตัวไปเองล่ะครับ"
"ได้ๆๆ" แม่หวังพยักหน้ารัวๆ
หลังจากพันแผลกันอย่างทุลักทุเล หวังเผิงเฟยก็โดนพันผ้าก๊อซรอบตัวจนเหมือนมัมมี่ แล้วถูกหามไปไว้ในห้องเก็บของชั้นล่าง ซึ่งเป็นที่ที่อวี๋เสี่ยวฮวาเพิ่งจัดเตรียมไว้ลวกๆ ยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดที่หมอจ่ายมาก็ถูกวางกองไว้บนพื้น
"เสี่ยวฮวาเอ๊ย ดูแลเผิงเฟยให้ดีล่ะ!" แม่หวังจับมืออวี๋เสี่ยวฮวาพูดด้วยความหนักใจ "ผู้ชายยังไงก็เป็นเสาหลัก ครอบครัวที่ขาดผู้ชายก็เหมือนบ้านที่ไม่มีเสาหลักนั่นแหละ"
อวี๋เสี่ยวฮวาพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย หันหลังเดินขึ้นไปหยิบเงินค่ารักษามาให้หมอ
หวังเผิงเฟยเห็นอวี๋เสี่ยวฮวาเดินออกไป ก็รีบคว้ามือแม่หวังไว้พร้อมกับอ้อนวอน "พ่อ แม่ อย่าไปเชื่อมันนะ มันนั่นแหละที่ถีบผมตกบันได มันอยากจะฆ่าผม มันอยากจะฆ่าผม!"
"เธอเป็นคนโกหก พ่อกับแม่กอย่าไปเชื่อเธอนะ"
(จบแล้ว)