เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!

บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!

บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!


บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!

เปลวเพลิงสงครามลุกโชน เสียงคำรามอย่างปวดร้าวแทบขาดใจของผู้คนนับไม่ถ้วนดังกึกก้อง

เมื่อมองลงมาจากฟากฟ้าค่ายทหารของตงง่อ คบเพลิงสีแดงฉานที่สว่างเจิดจ้ากำลังลุกลามและแผ่ขยายไปยังกระโจมบัญชาการหลัก

"ปัง!"

ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวฟาดฟันลงมา เตียวเลี้ยวบุกทะลวงนำหน้าเป็นคนแรก เขาฟันหอกของทหารองครักษ์ซุนกวนจนขาดสะบั้นอย่างดุดัน บังคับม้าศึกพุ่งทะยานเข้าไปในกระโจมบัญชาการหลัก

ภายในกระโจมยังมีองครักษ์ของซุนกวนอยู่อีก แต่ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวตวัดกวัดแกว่งอีกครั้ง วาดเป็นเส้นโค้งอันงดงาม ทว่ากลับทิ้งร่างไร้วิญญาณไว้อีกสองศพ

"ไอ้เด็กซุนกวนอยู่ที่ใด!"

เตียวเลี้ยวไม่เห็นซุนกวน ทหารทะลวงฟันตาไวคนหนึ่งชี้ไปที่ด้านหลังกระโจม "อยู่นั่นขอรับ!"

และแล้วเตียวเลี้ยวก็เห็นทหารองครักษ์หลายคนกำลังคุ้มกันซุนกวนหลบหนี

ยามที่กองทัพถูกลอบโจมตีตอนกลางคืน เดิมทีซุนกวนยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่ภายในกระโจมบัญชาการหลักด้วยท่าที 'สุขุมคัมภีรภาพ' และ 'บัญชาการอย่างมั่นใจ'

ว่ากันตามตรงในเมืองหับป๋ามีทหารอยู่แค่ไม่กี่พันนาย การลอบโจมตีตอนกลางคืนจะส่งคนมาได้สักกี่คนกันเชียว

ก็แค่การก่อกวนเล็กน้อย จะร้ายกาจสักแค่ไหนกัน!

ทว่าเมื่อมีรายงานแจ้งเข้ามาเรื่อยๆ

ทัพหน้าของแม่ทัพกำเหลงและแม่ทัพเล่งทองถูกตีแตกแล้วขอรับ!

แม่ทัพตันบูถูกสังหารกลางสมรภูมิแล้วขอรับ!

อาวุธของแม่ทัพชีเซ่งถูกตีจนกระเด็นหลุดมือไปแล้วขอรับ!

แม่ทัพฮ่อเจ แม่ทัพลิบอง และแม่ทัพเจียวขิม รวบรวมกำลังพลแล้ว แต่...แต่กลับต้านทานไว้ไม่อยู่เลยขอรับ!

พวกข้าศึกกำลังบุกมาทางนายท่านแล้วขอรับ!

ในเวลาเพียงสั้นๆ สีหน้าของซุนกวนเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นตื่นตระหนก จากนั้นกลายเป็นหวาดผวา และสุดท้ายคือตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ

ชั่วขณะหนึ่งเขาเกิดความสงสัยขึ้นมา โจโฉนั้นเจ้าเล่ห์เพทุบาย หรือว่าในเมืองหับป๋าจะซุกซ่อนทหารไว้นับหมื่นนายกันแน่

นี่รอให้เขามาตายรึไง!

ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา

ซุนกวนก็ไม่อาจรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป เขาไม่สนแม้แต่จะส่งคนไปคุ้มกันด้านหลัง รีบลุกลี้ลุกลนวิ่งหนีขึ้นสู่ที่สูง

"ไอ้เด็กซุนกวน อย่าหนีนะ!"

เตียวเลี้ยวตะโกนใส่ซุนกวนจากเบื้องล่าง ด้วยความตื่นตระหนกซุนกวนจึงคว้าทวนใหญ่มาขวางไว้หน้าอกตามสัญชาตญาณ เหล่าองครักษ์ต่างรีบเข้ามาล้อมรอบคุ้มกันซุนกวนไว้ตรงกลาง

โชคดีเหลือเกินที่ซุนกวนหนีขึ้นไปบนที่สูงได้สำเร็จ ส่วนเตียวเลี้ยวอยู่ด้านล่าง

เตียวเลี้ยวชี้ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวไปทางซุนกวน "ไอ้เด็กตาสีมรกต แน่จริงก็ลงมาสิ!"

"ลงมาเดี๋ยวนี้ บิดาจะแทงเจ้าให้ตายคามือเลยเชียว!"

หลังจากรอดพ้นความตายมาได้ ซุนกวนที่ยังคงอกสั่นขวัญแขวนก็พอจะตั้งสติได้บ้าง

ก่อนหน้านี้เนื่องจากทัพศัตรูเป็นทหารราบ หน่วยสอดแนมจึงไม่สามารถประเมินได้เลยว่าทัพที่ลอบโจมตีมีจำนวนเท่าใด แต่ตอนนี้...เมื่อยืนอยู่บนที่สูง ซุนกวนจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทัพศัตรูมีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น!

ประมุขแห่งตงง่อผู้ยิ่งใหญ่

กองทัพเรือนแสนอันเกรียงไกร กลับถูกทหารเพียงไม่กี่ร้อยนายไล่ต้อนจนมีสภาพทุลักทุเลถึงเพียงนี้!

หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ซุนกวนรู้สึกว่า...คงมากพอที่จะทำให้เขา 'มีชื่อเสียงจารึกไว้ในประวัติศาสตร์พันปี' เป็นแน่

"ทัพข้าศึกมีแค่ร้อยกว่าคน ถ่ายทอดคำสั่งของข้าออกไป เหล่าทหารหาญจงมุ่งหน้าสังหารศัตรู ผู้ใดเด็ดหัวพวกมันได้ข้าจะมีรางวัลใหญ่มอบให้!"

ดูเหมือนจะยังคงรู้สึกว่าความอัปยศในตอนนี้มันช่างไม่สมกับจำนวนศัตรูเอาเสียเลย นัยน์ตาสีมรกตของซุนกวนหรี่แคบลง "อย่าให้พวกมันรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!"

และแล้วคำพูดของซุนกวนก็เริ่มเห็นผล

ด้านหนึ่งคือเตียวเลี้ยวที่บุกทะลวงเข้ามาอย่างโดดเดี่ยว และยังไม่สามารถสังหารหัวหน้าศัตรูได้

อีกด้านหนึ่งคือซุนกวนที่รีบออกคำสั่งใช้รางวัลใหญ่เพื่อจูงใจให้สังหารศัตรู ไม่นานนักกองกำลังตงง่อก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบ กองกำลังของเตียวเลี้ยวตกอยู่ในวงล้อมอย่างแน่นหนา

แต่เตียวเลี้ยวกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย...

หลายปีมานี้เขาผ่าน 'การลอบจู่โจม' มานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินรูปแบบต่างๆ ความสามารถในการรับมือของเขา เกรงว่าคงจะเหนือกว่ากวนอูหรือกวนอุนเตี๋ยงผู้เป็นอาจารย์ที่ 'พาเขาเข้าสู่วงการ' ไปเสียแล้ว!

"ฉัวะ!"

ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวส่งเสียงกรีดร้องแหลมก้อง

คมง้าวส่องประกายเจิดจ้า ฟาดฟันทะลวงกองทัพศัตรูภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างดุดันอำมหิต

เลือดสดๆ หยาดทะลัก ชิ้นส่วนอวัยวะ...ปลิวว่อนอยู่รอบกายเตียวเลี้ยวในทันที วินาทีนี้เตียวเลี้ยวบุกทะลวงราวกับเข้าสู่ดินแดนไร้ผู้คน พุ่งซ้ายทะยานขวา จนสามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้เพียงลำพัง

ทว่าเขาฝ่าออกมาได้แล้ว แต่ชายชาตรีแห่งซานซีนับแปดร้อยนายยังคงติดอยู่ในวงล้อมของทหารกังตั๋ง

ชายชาวซานซีที่เป็นผู้นำตะโกนลั่น "ท่านแม่ทัพไม่ต้องการพวกเราแล้วหรือ!"

ชายชาวซานซีอีกคนตะโกนสมทบ "ท่านแม่ทัพ ตอนที่กินเนื้อวัวดื่มสุรา ท่านบอกว่าจะร่วมเป็นร่วมตายกันไม่ใช่หรือ!"

เดิมทีชาวซานซีก็มีน้ำเสียงดังกังวานอยู่แล้ว เสียงตะโกนแผดร้องเหล่านี้จึงลอยเข้าหูเตียวเลี้ยวอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าชาวซานซีด้วยกันย่อมทนฟังเรื่องแบบนี้ไม่ได้

เตียวเลี้ยวขมวดคิ้วแน่น ชักม้าหันกลับ กระตุ้นม้าศึกพุ่งทะยาน "ข้าเตียวบุนอวน กลับมาแล้ว!"

สิ้นคำกล่าวนี้...

เตียวเลี้ยวก็ควบม้าควงง้าวบุกทะลวงเข้าไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะง้าวรูปจันทร์เสี้ยวของเขาคมกริบเกินไป หรือเป็นเพราะทหารกังตั๋งตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ชั่วพริบตาเดียวที่ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวกวาดผ่าน ก็บังเกิดละอองเลือดสาดกระเซ็นอีกระลอก

ทุกที่ที่เตียวเลี้ยวพุ่งผ่าน จิตสังหารอันเหี้ยมเกรียมพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแผ่ซ่านไปทั่ว...

ชายชาตรีซานซีแปดร้อยนายโห่ร้องต้อนรับท่านแม่ทัพ

"ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว!"

"เจตนารมณ์แห่งทะลวงฟัน มีเพียงความตายไร้ซึ่งชีวิต!"

เตียวเลี้ยวตะโกนตอบ "พวกเจ้ายังรบไหวหรือไม่!"

"ข้าขอสู้จนตัวตาย!"

เลือดเดือดพล่าน ฮึกเหิม ทรงพลัง...

ภายใต้ขวัญกำลังใจที่พุ่งทะยานทะลุฟ้า ชั่วพริบตาเดียว ชายฉกรรจ์ชาวซานซีแปดร้อยนายเหล่านี้ได้กลายร่างเป็นปีศาจร้าย แต่ละคนควงทวนและหอกยาวราวกับพยัคฆ์ร้ายและสุนัขป่า

ชั่วขณะนั้น ธงใหญ่สลักคำว่า 'เตียว' ปลิวไสว ชุดเกราะที่ขาดวิ่น เสื้อคลุมที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด จำนวนคนไม่ถึงแปดร้อยนาย ทว่ากลับทำให้ทหารกังตั๋งนับแสนนายต้องหวาดผวา

ทำเอาขวัญหนีดีฝ่อ!

นี่มันยังเป็นคนอยู่อีกหรือ!

พวกมันต้องเป็นปีศาจแน่ๆ!

ทหารกังตั๋งนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนพวกนี้มีแค่ไม่กี่ร้อยคน แต่กลับพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ราวกับพยัคฆ์หิวโซตะครุบฝูงแกะ บดขยี้ทุกสิ่งจนราบคาบ

ทหารกังตั๋งยิ่งไม่เข้าใจว่าสิ่งใดกันที่ทำให้คนพวกนี้ไร้ความหวาดกลัว และไม่หวั่นเกรงต่อความตายได้ถึงเพียงนี้!

ยังมีซุนกวน เขาอึ้งกิมกี่ไปอย่างสมบูรณ์แบบ...

สู้เก่งขนาดนี้เชียวหรือ!

รู้อย่างนี้ปล่อยให้พวกมันถอยกลับไปเมื่อครู่ยังจะดีเสียกว่า!

ตอนนี้ตกที่นั่งลำบากขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้เสียแล้ว!

เมื่อหันกลับมามองเหล่าชายฉกรรจ์ชาวซานซีเหล่านี้ นัยน์ตาของพวกเขาสาดประกายสีเขียวเรืองรอง ไม่เปิดโอกาสให้ทหารกังตั๋งได้มีเวลาหวาดผวา แต่ละคนก็บุกทะลวงเข้ามาถึงตรงหน้า คว้านท้องผ่าไส้จนเลือดสาด!

ใบหน้าที่บิดเบี้ยวแต่ละดวง ไร้ซึ่งความเมตตาปรานีใดๆ ทั้งสิ้น

เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทหารกังตั๋งในแนวหน้าก็ล้มตายเกลื่อนกลาด ทหารกังตั๋งในแนวหลังไหนเลยจะกล้ารับมือกับยมทูตเหล่านี้ ต่างพากันหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง

แต่เตียวเลี้ยวและบรรดาสหายร่วมบ้านเกิดชาวซานซีของเขาไหนเลยจะสนใจเรื่องพวกนั้น

พวกเจ้าหนีหรือ พวกข้าก็จะตามล่า! จะตามล่าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!

ศึกครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ค่ำคืนอันมืดมิด สู้รบกันจนรุ่งสาง...

ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดพักเลยแม้แต่น้อย!

คนเพียงแค่แปดร้อยคน ดึงดันที่จะบุกทะลวงไปมาระหว่างค่ายทหารนับแสนนาย สังหารศัตรูต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งคืน และลากยาวไปจนถึงช่วงเช้าของอีกวัน ท้ายที่สุดภายในค่ายทหารที่กว้างใหญ่หลายสิบลี้ นอกจากซากศพของทหารกังตั๋งแล้ว กลับไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

ทหารกังตั๋งเหล่านั้น รวมถึงเหล่าขุนพลกังตั๋ง หากไม่ตายก็ถูกจับเป็นเชลย นอกนั้นก็แตกพ่ายหนีหัวซุกหัวซุนไปจนหมดสิ้น

ก็นั่นน่ะสิ!

ใครจะโง่พอที่จะอยู่ที่นี่เพื่อสู้กับฝูงยมทูตพวกนี้ล่ะ นี่มันคือการเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวชัดๆ!

ลิเตียนที่เดิมทีประจำการอยู่ภายในเมืองและมีหน้าที่คอยสนับสนุน จู่ๆ ก็ตระหนักได้ว่า นี่มันจะสนับสนุนหาหอกอันใดกัน!

คนแค่แปดร้อยคนเอาชนะกองทัพนับแสนนายไปได้แล้ว!

ลิเตียนยอมใจเลยจริงๆ

การทำศึกในครั้งนี้ทำให้เขาถึงกับยืนทื่อเป็นตอไม้ ต่อให้คนนับแสนนายแค่ถ่มน้ำลายคนละครั้ง ก็คงมากพอที่จะจมคนแปดร้อยคนนี้ให้จมน้ำลายตายได้แล้วมั้ง!

แต่พวกเขากลับ...กลับทำได้ถึงขนาดนี้...

ลิเตียนอ่านตำรามาก็ไม่น้อย ทว่าในวินาทีนี้ ภายในหัวของเขานอกจากคำว่า 'ปล่อยให้ถูกเชือด' แล้ว เขากลับนึกคำบรรยายอื่นใดไม่ออกอีกเลย

เขาไม่อาจข่มกลั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป

"พี่น้องทั้งหลาย ตามข้ามา ฆ่ามัน!"

แต่ทั่วทั้งค่ายทหารของตงง่อ ไหนเลยจะมีศัตรูเหลืออยู่อีก มีเพียงผู้ชนะที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงเตียวเลี้ยวกับสหายร่วมบ้านเกิดอีกไม่กี่ร้อยคนที่รอดชีวิต กำลังชูหมัดโห่ร้องขับขานบทเพลง

"เบื้องต้นแห่งความสงบ กองทัพคุณธรรมออกปราบปราม เทพยดาสำแดงเดช เสียงกลองรบดังกึกก้อง เชิดชูคุณธรรมทหาร เผยแผ่ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ ราชมรรคาสูญสิ้น ฮวนเต้และเลนเต้เสื่อมถอย"

"สร้างผลงานการศึกอันยิ่งใหญ่ ข้ามผ่านแม่น้ำฮวงโห สายน้ำฮวงโหเชี่ยวกราก ยามเช้าไร้เกลียวคลื่นพัดพา"

นี่คือเพลงรบอันเป็นเอกลักษณ์ของทัพโจโฉ!

เป็นเพลงรบที่ทหารทัพโจโฉจะขับขานก็ต่อเมื่อได้รับชัยชนะครั้งใหญ่เท่านั้น!

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว