- หน้าแรก
- ยอดกุนซือไร้พ่ายแห่งต้าฮั่น
- บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!
บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!
บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!
บทที่ 61 - ข้าเตียวเลี้ยวกลับมาแล้ว!
เปลวเพลิงสงครามลุกโชน เสียงคำรามอย่างปวดร้าวแทบขาดใจของผู้คนนับไม่ถ้วนดังกึกก้อง
เมื่อมองลงมาจากฟากฟ้าค่ายทหารของตงง่อ คบเพลิงสีแดงฉานที่สว่างเจิดจ้ากำลังลุกลามและแผ่ขยายไปยังกระโจมบัญชาการหลัก
"ปัง!"
ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวฟาดฟันลงมา เตียวเลี้ยวบุกทะลวงนำหน้าเป็นคนแรก เขาฟันหอกของทหารองครักษ์ซุนกวนจนขาดสะบั้นอย่างดุดัน บังคับม้าศึกพุ่งทะยานเข้าไปในกระโจมบัญชาการหลัก
ภายในกระโจมยังมีองครักษ์ของซุนกวนอยู่อีก แต่ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวตวัดกวัดแกว่งอีกครั้ง วาดเป็นเส้นโค้งอันงดงาม ทว่ากลับทิ้งร่างไร้วิญญาณไว้อีกสองศพ
"ไอ้เด็กซุนกวนอยู่ที่ใด!"
เตียวเลี้ยวไม่เห็นซุนกวน ทหารทะลวงฟันตาไวคนหนึ่งชี้ไปที่ด้านหลังกระโจม "อยู่นั่นขอรับ!"
และแล้วเตียวเลี้ยวก็เห็นทหารองครักษ์หลายคนกำลังคุ้มกันซุนกวนหลบหนี
ยามที่กองทัพถูกลอบโจมตีตอนกลางคืน เดิมทีซุนกวนยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่ภายในกระโจมบัญชาการหลักด้วยท่าที 'สุขุมคัมภีรภาพ' และ 'บัญชาการอย่างมั่นใจ'
ว่ากันตามตรงในเมืองหับป๋ามีทหารอยู่แค่ไม่กี่พันนาย การลอบโจมตีตอนกลางคืนจะส่งคนมาได้สักกี่คนกันเชียว
ก็แค่การก่อกวนเล็กน้อย จะร้ายกาจสักแค่ไหนกัน!
ทว่าเมื่อมีรายงานแจ้งเข้ามาเรื่อยๆ
ทัพหน้าของแม่ทัพกำเหลงและแม่ทัพเล่งทองถูกตีแตกแล้วขอรับ!
แม่ทัพตันบูถูกสังหารกลางสมรภูมิแล้วขอรับ!
อาวุธของแม่ทัพชีเซ่งถูกตีจนกระเด็นหลุดมือไปแล้วขอรับ!
แม่ทัพฮ่อเจ แม่ทัพลิบอง และแม่ทัพเจียวขิม รวบรวมกำลังพลแล้ว แต่...แต่กลับต้านทานไว้ไม่อยู่เลยขอรับ!
พวกข้าศึกกำลังบุกมาทางนายท่านแล้วขอรับ!
ในเวลาเพียงสั้นๆ สีหน้าของซุนกวนเปลี่ยนจากประหลาดใจเป็นตื่นตระหนก จากนั้นกลายเป็นหวาดผวา และสุดท้ายคือตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ
ชั่วขณะหนึ่งเขาเกิดความสงสัยขึ้นมา โจโฉนั้นเจ้าเล่ห์เพทุบาย หรือว่าในเมืองหับป๋าจะซุกซ่อนทหารไว้นับหมื่นนายกันแน่
นี่รอให้เขามาตายรึไง!
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา
ซุนกวนก็ไม่อาจรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป เขาไม่สนแม้แต่จะส่งคนไปคุ้มกันด้านหลัง รีบลุกลี้ลุกลนวิ่งหนีขึ้นสู่ที่สูง
"ไอ้เด็กซุนกวน อย่าหนีนะ!"
เตียวเลี้ยวตะโกนใส่ซุนกวนจากเบื้องล่าง ด้วยความตื่นตระหนกซุนกวนจึงคว้าทวนใหญ่มาขวางไว้หน้าอกตามสัญชาตญาณ เหล่าองครักษ์ต่างรีบเข้ามาล้อมรอบคุ้มกันซุนกวนไว้ตรงกลาง
โชคดีเหลือเกินที่ซุนกวนหนีขึ้นไปบนที่สูงได้สำเร็จ ส่วนเตียวเลี้ยวอยู่ด้านล่าง
เตียวเลี้ยวชี้ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวไปทางซุนกวน "ไอ้เด็กตาสีมรกต แน่จริงก็ลงมาสิ!"
"ลงมาเดี๋ยวนี้ บิดาจะแทงเจ้าให้ตายคามือเลยเชียว!"
หลังจากรอดพ้นความตายมาได้ ซุนกวนที่ยังคงอกสั่นขวัญแขวนก็พอจะตั้งสติได้บ้าง
ก่อนหน้านี้เนื่องจากทัพศัตรูเป็นทหารราบ หน่วยสอดแนมจึงไม่สามารถประเมินได้เลยว่าทัพที่ลอบโจมตีมีจำนวนเท่าใด แต่ตอนนี้...เมื่อยืนอยู่บนที่สูง ซุนกวนจึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทัพศัตรูมีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น!
ประมุขแห่งตงง่อผู้ยิ่งใหญ่
กองทัพเรือนแสนอันเกรียงไกร กลับถูกทหารเพียงไม่กี่ร้อยนายไล่ต้อนจนมีสภาพทุลักทุเลถึงเพียงนี้!
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ซุนกวนรู้สึกว่า...คงมากพอที่จะทำให้เขา 'มีชื่อเสียงจารึกไว้ในประวัติศาสตร์พันปี' เป็นแน่
"ทัพข้าศึกมีแค่ร้อยกว่าคน ถ่ายทอดคำสั่งของข้าออกไป เหล่าทหารหาญจงมุ่งหน้าสังหารศัตรู ผู้ใดเด็ดหัวพวกมันได้ข้าจะมีรางวัลใหญ่มอบให้!"
ดูเหมือนจะยังคงรู้สึกว่าความอัปยศในตอนนี้มันช่างไม่สมกับจำนวนศัตรูเอาเสียเลย นัยน์ตาสีมรกตของซุนกวนหรี่แคบลง "อย่าให้พวกมันรอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!"
และแล้วคำพูดของซุนกวนก็เริ่มเห็นผล
ด้านหนึ่งคือเตียวเลี้ยวที่บุกทะลวงเข้ามาอย่างโดดเดี่ยว และยังไม่สามารถสังหารหัวหน้าศัตรูได้
อีกด้านหนึ่งคือซุนกวนที่รีบออกคำสั่งใช้รางวัลใหญ่เพื่อจูงใจให้สังหารศัตรู ไม่นานนักกองกำลังตงง่อก็กรูกันเข้ามาล้อมรอบ กองกำลังของเตียวเลี้ยวตกอยู่ในวงล้อมอย่างแน่นหนา
แต่เตียวเลี้ยวกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย...
หลายปีมานี้เขาผ่าน 'การลอบจู่โจม' มานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินรูปแบบต่างๆ ความสามารถในการรับมือของเขา เกรงว่าคงจะเหนือกว่ากวนอูหรือกวนอุนเตี๋ยงผู้เป็นอาจารย์ที่ 'พาเขาเข้าสู่วงการ' ไปเสียแล้ว!
"ฉัวะ!"
ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวส่งเสียงกรีดร้องแหลมก้อง
คมง้าวส่องประกายเจิดจ้า ฟาดฟันทะลวงกองทัพศัตรูภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างดุดันอำมหิต
เลือดสดๆ หยาดทะลัก ชิ้นส่วนอวัยวะ...ปลิวว่อนอยู่รอบกายเตียวเลี้ยวในทันที วินาทีนี้เตียวเลี้ยวบุกทะลวงราวกับเข้าสู่ดินแดนไร้ผู้คน พุ่งซ้ายทะยานขวา จนสามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้เพียงลำพัง
ทว่าเขาฝ่าออกมาได้แล้ว แต่ชายชาตรีแห่งซานซีนับแปดร้อยนายยังคงติดอยู่ในวงล้อมของทหารกังตั๋ง
ชายชาวซานซีที่เป็นผู้นำตะโกนลั่น "ท่านแม่ทัพไม่ต้องการพวกเราแล้วหรือ!"
ชายชาวซานซีอีกคนตะโกนสมทบ "ท่านแม่ทัพ ตอนที่กินเนื้อวัวดื่มสุรา ท่านบอกว่าจะร่วมเป็นร่วมตายกันไม่ใช่หรือ!"
เดิมทีชาวซานซีก็มีน้ำเสียงดังกังวานอยู่แล้ว เสียงตะโกนแผดร้องเหล่านี้จึงลอยเข้าหูเตียวเลี้ยวอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าชาวซานซีด้วยกันย่อมทนฟังเรื่องแบบนี้ไม่ได้
เตียวเลี้ยวขมวดคิ้วแน่น ชักม้าหันกลับ กระตุ้นม้าศึกพุ่งทะยาน "ข้าเตียวบุนอวน กลับมาแล้ว!"
สิ้นคำกล่าวนี้...
เตียวเลี้ยวก็ควบม้าควงง้าวบุกทะลวงเข้าไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะง้าวรูปจันทร์เสี้ยวของเขาคมกริบเกินไป หรือเป็นเพราะทหารกังตั๋งตกใจกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ชั่วพริบตาเดียวที่ง้าวรูปจันทร์เสี้ยวกวาดผ่าน ก็บังเกิดละอองเลือดสาดกระเซ็นอีกระลอก
ทุกที่ที่เตียวเลี้ยวพุ่งผ่าน จิตสังหารอันเหี้ยมเกรียมพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแผ่ซ่านไปทั่ว...
ชายชาตรีซานซีแปดร้อยนายโห่ร้องต้อนรับท่านแม่ทัพ
"ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว!"
"เจตนารมณ์แห่งทะลวงฟัน มีเพียงความตายไร้ซึ่งชีวิต!"
เตียวเลี้ยวตะโกนตอบ "พวกเจ้ายังรบไหวหรือไม่!"
"ข้าขอสู้จนตัวตาย!"
เลือดเดือดพล่าน ฮึกเหิม ทรงพลัง...
ภายใต้ขวัญกำลังใจที่พุ่งทะยานทะลุฟ้า ชั่วพริบตาเดียว ชายฉกรรจ์ชาวซานซีแปดร้อยนายเหล่านี้ได้กลายร่างเป็นปีศาจร้าย แต่ละคนควงทวนและหอกยาวราวกับพยัคฆ์ร้ายและสุนัขป่า
ชั่วขณะนั้น ธงใหญ่สลักคำว่า 'เตียว' ปลิวไสว ชุดเกราะที่ขาดวิ่น เสื้อคลุมที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด จำนวนคนไม่ถึงแปดร้อยนาย ทว่ากลับทำให้ทหารกังตั๋งนับแสนนายต้องหวาดผวา
ทำเอาขวัญหนีดีฝ่อ!
นี่มันยังเป็นคนอยู่อีกหรือ!
พวกมันต้องเป็นปีศาจแน่ๆ!
ทหารกังตั๋งนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนพวกนี้มีแค่ไม่กี่ร้อยคน แต่กลับพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ราวกับพยัคฆ์หิวโซตะครุบฝูงแกะ บดขยี้ทุกสิ่งจนราบคาบ
ทหารกังตั๋งยิ่งไม่เข้าใจว่าสิ่งใดกันที่ทำให้คนพวกนี้ไร้ความหวาดกลัว และไม่หวั่นเกรงต่อความตายได้ถึงเพียงนี้!
ยังมีซุนกวน เขาอึ้งกิมกี่ไปอย่างสมบูรณ์แบบ...
สู้เก่งขนาดนี้เชียวหรือ!
รู้อย่างนี้ปล่อยให้พวกมันถอยกลับไปเมื่อครู่ยังจะดีเสียกว่า!
ตอนนี้ตกที่นั่งลำบากขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้เสียแล้ว!
เมื่อหันกลับมามองเหล่าชายฉกรรจ์ชาวซานซีเหล่านี้ นัยน์ตาของพวกเขาสาดประกายสีเขียวเรืองรอง ไม่เปิดโอกาสให้ทหารกังตั๋งได้มีเวลาหวาดผวา แต่ละคนก็บุกทะลวงเข้ามาถึงตรงหน้า คว้านท้องผ่าไส้จนเลือดสาด!
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวแต่ละดวง ไร้ซึ่งความเมตตาปรานีใดๆ ทั้งสิ้น
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ทหารกังตั๋งในแนวหน้าก็ล้มตายเกลื่อนกลาด ทหารกังตั๋งในแนวหลังไหนเลยจะกล้ารับมือกับยมทูตเหล่านี้ ต่างพากันหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง
แต่เตียวเลี้ยวและบรรดาสหายร่วมบ้านเกิดชาวซานซีของเขาไหนเลยจะสนใจเรื่องพวกนั้น
พวกเจ้าหนีหรือ พวกข้าก็จะตามล่า! จะตามล่าไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว!
ศึกครั้งนี้เริ่มตั้งแต่ค่ำคืนอันมืดมิด สู้รบกันจนรุ่งสาง...
ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดพักเลยแม้แต่น้อย!
คนเพียงแค่แปดร้อยคน ดึงดันที่จะบุกทะลวงไปมาระหว่างค่ายทหารนับแสนนาย สังหารศัตรูต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งคืน และลากยาวไปจนถึงช่วงเช้าของอีกวัน ท้ายที่สุดภายในค่ายทหารที่กว้างใหญ่หลายสิบลี้ นอกจากซากศพของทหารกังตั๋งแล้ว กลับไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียว
ทหารกังตั๋งเหล่านั้น รวมถึงเหล่าขุนพลกังตั๋ง หากไม่ตายก็ถูกจับเป็นเชลย นอกนั้นก็แตกพ่ายหนีหัวซุกหัวซุนไปจนหมดสิ้น
ก็นั่นน่ะสิ!
ใครจะโง่พอที่จะอยู่ที่นี่เพื่อสู้กับฝูงยมทูตพวกนี้ล่ะ นี่มันคือการเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียวชัดๆ!
ลิเตียนที่เดิมทีประจำการอยู่ภายในเมืองและมีหน้าที่คอยสนับสนุน จู่ๆ ก็ตระหนักได้ว่า นี่มันจะสนับสนุนหาหอกอันใดกัน!
คนแค่แปดร้อยคนเอาชนะกองทัพนับแสนนายไปได้แล้ว!
ลิเตียนยอมใจเลยจริงๆ
การทำศึกในครั้งนี้ทำให้เขาถึงกับยืนทื่อเป็นตอไม้ ต่อให้คนนับแสนนายแค่ถ่มน้ำลายคนละครั้ง ก็คงมากพอที่จะจมคนแปดร้อยคนนี้ให้จมน้ำลายตายได้แล้วมั้ง!
แต่พวกเขากลับ...กลับทำได้ถึงขนาดนี้...
ลิเตียนอ่านตำรามาก็ไม่น้อย ทว่าในวินาทีนี้ ภายในหัวของเขานอกจากคำว่า 'ปล่อยให้ถูกเชือด' แล้ว เขากลับนึกคำบรรยายอื่นใดไม่ออกอีกเลย
เขาไม่อาจข่มกลั้นความรู้สึกได้อีกต่อไป
"พี่น้องทั้งหลาย ตามข้ามา ฆ่ามัน!"
แต่ทั่วทั้งค่ายทหารของตงง่อ ไหนเลยจะมีศัตรูเหลืออยู่อีก มีเพียงผู้ชนะที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงเตียวเลี้ยวกับสหายร่วมบ้านเกิดอีกไม่กี่ร้อยคนที่รอดชีวิต กำลังชูหมัดโห่ร้องขับขานบทเพลง
"เบื้องต้นแห่งความสงบ กองทัพคุณธรรมออกปราบปราม เทพยดาสำแดงเดช เสียงกลองรบดังกึกก้อง เชิดชูคุณธรรมทหาร เผยแผ่ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ ราชมรรคาสูญสิ้น ฮวนเต้และเลนเต้เสื่อมถอย"
"สร้างผลงานการศึกอันยิ่งใหญ่ ข้ามผ่านแม่น้ำฮวงโห สายน้ำฮวงโหเชี่ยวกราก ยามเช้าไร้เกลียวคลื่นพัดพา"
นี่คือเพลงรบอันเป็นเอกลักษณ์ของทัพโจโฉ!
เป็นเพลงรบที่ทหารทัพโจโฉจะขับขานก็ต่อเมื่อได้รับชัยชนะครั้งใหญ่เท่านั้น!
...
[จบแล้ว]