เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 208 ข่าวลือเกี่ยวกับคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑล

ตอนที่ 208 ข่าวลือเกี่ยวกับคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑล

ตอนที่ 208 ข่าวลือเกี่ยวกับคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑล


เมื่อเฟิงหยูเฮงออกมาจากห้องเก็บยา วังซวนกำลังรอนางอยู่ข้างนอก เมื่อเห็นนางออกมา วังซวนก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่นางกำลังจะพูด นางเห็นรอยมีดบาดที่นิ้วชี้ซ้ายของเฟิงหยูเฮง แม้ว่าจะได้รับการรักษามันก็ยังคงเป็นสีแดงและบวมอย่างเห็นได้ชัด

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าค่ะคุณหนู”

"ทุกอย่างปกติดี โดนมีดบาดมือโดยไม่ได้ตั้งใจ" ในขณะที่ทำความสะอาดมีดผ่าตัด นางเสียสมาธิทำให้มืดบาดมือของนาง แน่นอนว่านางไม่ได้ตั้งใจที่จะบอกวังซวนกับสิ่งที่น่าอับอาย “ข้าใส่ยาแล้ว พรุ่งนี้คงจะดีขึ้น”

เมื่อได้ยินว่ามันเป็นเพียงความประมาท วังซวนก็สงบลงเล็กน้อย นางไม่ต้องการให้เฟิงหยูเฮงกังวลอีก แต่หลังจากคิดเล็กน้อย นางก็ยังพูดว่า “พระชายาที่อยู่ในตำหนักเย็นเสียชีวิตแล้วเจ้าค่ะ” ซวนเทียนหมิงมีหูตาอยู่ภายในพระราชวังมากมาย ใครจะรู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทุกอย่างตั้งแต่เรื่องใหญ่ไปจนถึงเรื่องเล็ก ๆ จะถูกส่งมายังเรือนตงเซิง

การตายของบุใบปิงนั้นไม่เกินความคาดหมายเกินไป เมื่อคนพิการเข้ามาในตำหนักเย็น นางจะรอดชีวิตอยู่ได้อย่างไร อย่างไรก็ตามสิ่งที่นางไม่รู้ก็คือตระกูลบุจะทำหน้าอย่างไร ท่าทีในปัจจุบันของฮ่องเต้ต่อพวกเขาคือสิ่งที่นางยังไม่เข้าใจ

“ไปสืบมาให้ละเอียด” นางบอกวังซวน “ด้านคฤหาสน์ตระกูลเฟิงก็ต้องถูกจับตามองเช่นกัน ทันทีที่เฟิงจินหยวนส่งจดหมายกลับมา ข้าจะต้องได้อ่าน”

วังซวนพยักหน้า “เจ้าค่ะ”

ในเวลานี้ฉิงซวงนำบ่าวรับใช้ไปที่ทางเข้าเรือน เฟิงหยูเฮงจำบ่าวรับใช้คนนี้ได้ทันที มันเป็นบ่าวรับใช้ที่ดูแลจินเฉินกับม่านซี นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วและถามวังซวน “ตอนนี้กี่โมงแล้ว”

วังซวนตอบว่า “ใกล้เที่ยงคืนแล้วเจ้าค่ะ”

ขณะที่นางพูดสิ่งนี้ ฉิงซวงและบ่าวรับใช้ก็เข้ามา เมื่อเห็นเฟิงหยูเฮงยังอยู่ในเรือน นางก็คำนับอย่างรวดเร็วและกล่าวว่า “คุณหนูรองเจ้าคะ ตอนแรกข้าเพียงแต่จะมาถามวังซวนว่าคุณหนูรองยังอยู่ที่เรือนหรือไม่ แต่คุณหนูอยู่ยังที่นี่”

หลังจากพูดอย่างนี้ บ่าวรับใช้ที่อยู่ข้าง ๆ นางก็คุกเข่าลงต่อหน้าเฟิงหยูเฮง ด้วยน้ำตาไหลบนใบหน้าของนาง นางพูดว่า “ข้าขอร้องให้คุณหนูรองไปช่วยอนุจินเฉินด้วยเถิดเจ้าค่ะ !”

“เกิดอะไรขึ้นกับอนุจินเฉิน ?” วังซวนถาม “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ลุกขึ้นพูด อย่าร้องไห้เลย”

ฉิงซวงช่วยบ่าวรับใช้คนนั้นลุกขึ้น “คืนนี้อนุฮันเชิญนักแสดงมาที่สวนดอกไม้ อนุจินเฉินพาม่านซีไปดู แต่พวกเขาไม่ได้กลับมาอีกนานหลังจากนั้น บ่าวรับใช้คนนี้กังวลและไปหาพวกเขาที่สวนดอกไม้ แต่… แต่เมื่อบ่าวรับใช้นี้ไปถึง อนุจินเฉินยืนอยู่บนเวทีด้วยเหตุผลบางอย่าง และนักแสดงก็ยังคงแสดงต่อไป ด้านล่างมีคุณหนูสี่และอนุฮันยืนอยู่ และดุอนุจินเฉินในขณะที่ม่านซียืนอยู่ข้างล่าง ก้มหน้าลง บ่าวรับใช้คนนี้ไม่กล้าขึ้นไปเจ้าค่ะ”

ฉิงซวงรู้สึกประหลาดใจอย่างมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้ “อนุฮันกำลังดูละครอยู่ แล้วทำไมอนุจินเฉินถึงขึ้นไปบนเวที?”

บ่าวรับใช้ส่ายหัว “ข้าไม่รู้ แต่บ่าวรับใช้คนนี้ได้ยินเพียงคำพูดของคุณหนูสี่ซึ่งดูถูกเหยียดหยามมาก แต่อนุจินเฉินเคยกล่าวไว้ว่ามีเพียงคุณหนูรองเท่านั้นที่สามารถปกป้องนางในคฤหาสน์นี้ได้ ไม่มีสิ่งใดที่บ่าวรับใช้คนนี้สามารถทำได้ ดังนั้นข้าจึงมาเพื่อขอให้คุณหนูรองไปช่วยเจ้าค่ะ คุณหนูรองได้โปรดช่วยอนุจินเฉินด้วยเจ้าค่ะ”

เรือนตงเซิงอยู่ค่อนข้างไกลจากสวนดอกไม้ ดังนั้นจึงไม่ได้ยินเสียงของการแสดง แต่เฟิงหยูเฮงจำบ่าวรับใช้นี้ได้และรู้ว่านางจะไม่กล้าพูดโกหก ดังนั้นเฟิงหยูเฮงจึงพยักหน้าและพูดกับฉิงซวง “ไปกับนาง แล้วบอกพวกเขาว่าข้าต้องการให้จินเฉินมาที่นี่ช่วยเย็บปักถักร้อย พาทั้งนางและม่านซีมา จัดการให้พวกเขาอยู่ที่นี่ พรุ่งนี้ค่อนกลับเรือน”

ฉิงซวงคำนับอย่างรวดเร็ว และออกไปพร้อมกับบ่าวรับใช้

เมื่อพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสวนดอกไม้ ไม่เพียงแต่บ่าวรับใช้ของจินเฉินเท่านั้นที่เห็นมัน ยี่หลินบ่าวรับใช้ส่วนตัวของเฟิงเฉินหยูก็แอบดูด้วย ในเวลานี้นางกำลังรายงานเฟิงเฉินหยูกับเรื่องที่เฟิงเฟินไดและฮันชิที่ปฏิบัติต่อจินเฉิน

เฟิงเฉินหยูได้ยินอย่างนี้และรู้สึกมีความสุขมาก “พวกเขาทำได้ดี จินเฉินนั้นเคยเป็นสาวใช้ส่วนตัวของท่านแม่ ใครจะรู้ว่าแทนที่จะทำงานตามหน้าที่ในฐานะสาวใช้ นางกลับปีนขึ้นเตียงของท่านพ่อทำให้ตัวเองได้เป็นอนุ”

นางพูดแบบนี้ด้วยสายตาที่เคียดแค้น อย่างไรก็ตามยี่หลินกล่าวเพิ่มเติมว่า “แต่บ่าวรับใช้ของคุณหนูรองมาพาตัวอนุจินเฉินไปที่เรือนตงเซิง จากสายตาของคุณหนูสี่และอนุฮัน แม้ว่าคุณหนูสี่จะยอมปล่อยนางไป นางพูดเพียงไม่กี่คำแต่ไม่กล้าปฏิเสธที่จะปล่อยอนุจินเฉินไป”

เมื่อพูดถึงเฟิงหยูเฮง เฟิงเฉินหยูก็นึกถึงสิ่งที่เฟิงเฟินไดเล่าให้นางฟังเรื่องที่องค์ชายเจ็ดได้รับบาดเจ็บ เฟิงหยูเฮงไม่เพียงรู้เท่านั้น ทั้งสองยังอยู่ด้วยกันในวันที่เขาได้รับบาดเจ็บ นางจะจัดการกับเฟิงหยูเฮงและซวนเทียนฮั่วได้อย่างไร?

เมื่อเห็นสีหน้าของเฟิงเฉินหยูดุดันขึ้นเรื่อย ๆ ยี่หลินก็ตกใจและเตือนนางอย่างรวดเร็วว่า "คุณหนูอย่าคิดมากเจ้าค่ะ นายท่านสามของตระกูลเฉินพูดแล้วว่าคุณหนูต้องทำตัวเหมือนที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ มีเหตุผลและสงบเสงี่ยม ค่อย ๆ ละทิ้งความแค้นในใจของคุณหนูต่อคุณหนูคนอื่น ๆ สำหรับคุณหนูสี่นั้นมันเป็นเพียงนิสัยของนาง คุณหนูต้องไม่ลดตัวลงไปเจ้าค่ะ”

เฟิงเฉินหยูเข้าใจความคิดนี้ แต่ใจของนางก็ยังรู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องของซวนเทียนฮั่ว ตราบใดที่นางคิดว่าเฟิงหยูเฮงอยู่กับซวนเทียนฮั่วเพียงลำพังและเขาได้รับบาดเจ็บ นางต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น ซวนเทียนฮั่วได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร ทำไมนางไม่สามารถเข้าใกล้ชายที่เหมือนเทพบุตรได้ ไม่ว่านางจะพยายามมากแค่ไหน แต่เฟิงหยูเฮงกลับสามารถเข้าใกล้เขาได้

“นังบ้า !” นางขว้างอ่างทองแดงที่อยู่ตรงหน้านางอย่างรุนแรง และน้ำที่อยู่ภายในกระเด็นลงไปที่พื้น สิ่งนี้ทำให้ยี่หลินสั่นด้วยความกลัว “ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะต้องจัดการเจ้าด้วยตัวเอง”

คืนแรกหลังจากเฟิงจินหยวนออกจากเมืองหลวงไม่มีใครในคฤหาสน์เฟิงนอนหลับ มีแต่เฟิงหยูเฮงที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเพื่อรักษาขาของซวนเทียนหมิง

เช้าตรู่วันต่อมา ฉิงซวงส่งอาหารเช้าให้จินเฉินและม่านซีซึ่งพักค้างคืนที่เรือนตงเซิง นางยังบอกพวกเขาอีกว่า “คุณหนูรองบอกให้อนุจินเฉินกลับเรือนหลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว วันนี้อนุฮันคงไม่สร้างปัญหาเจ้าค่ะ”

“ข้าอยากพบคุณหนูรอง” จินเฉินบอกฉิงซวง “คุณหนูรองออกไปแล้วหรือ?”

ฉิงซวงพยักหน้า “เจ้าค่ะ แต่คฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑลมีเรื่องที่ต้องทำ คุณหนูรองได้สั่งให้ปิดประตูหลักไม่รับแขกเป็นเวลา 7 วัน หลัง 7 วันอนุจินเฉินค่อยกลับมาใหม่นะเจ้าคะ”

จินเฉินและม่านซีสับสน ทั้งสองถามพร้อมกัน “ทำไมต้องปิดประตูเป็นเวลา 7 วัน ?”

ฉิงซวงไม่ตอบกลับ

ทั้งสองเห็นว่านางไม่ตอบ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ถามอีก พวกเขาทานอาหารเช้าอย่างเงียบ ๆ จากนั้นกลับไปที่คฤหาสน์เฟิง

รถม้าของซวนเทียนหมิงเข้าสู่คฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑลโดยตรง

วังซวนและเฟิงหยูเฮงต้อนรับเขาสู่คฤหาสน์เป็นการส่วนตัว ทางเข้านั้นถูกปิดและไม่ต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนอีกต่อไป

เฟิงหยูเฮงพาซวนเทียนหมิงไปที่เรือนของนางโดยตรง นางหยุดซวนเทียนหมิงเมื่อเห็นว่าเขาจะไปทักทายเหยาซื่อโดยกล่าวว่า “ข้าบอกท่านแม่ไปแล้วว่าข้าจะรักษาขาของเจ้า ไม่จำเป็นต้องไปทักทายท่านแม่”

ซวนเทียนหมิงรู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ดีและบอกกับเป่ยจื่อ “ไปเอาผ้าและเครื่องประดับให้ฮูหยิน จำไว้ว่าให้สุภาพมากที่สุด”

เป่ยจื่อพยักหน้า “พะยะค่ะ”

ซวนเทียนหมิงจึงอธิบายให้เฟิงหยูเฮง “พระราชวังเพิ่งได้รับผ้าไหมอีก 2 พับ ข้าขอเสด็จพ่อแล้ว และจะให้ฮูหยินทำผ้าม่าน”

นางยิ้มอย่างหงุดหงิด “นั่นเป็นสิ่งของที่หายากซึ่งคนอื่นอาจไม่เคยเห็นแม้แต่ครั้งเดียว แต่เจ้าก็มอบให้ ข้าขอขอบคุณในนามของท่านแม่สำหรับของขวัญชิ้นนี้” นางกล่าวขณะที่ผลักเขาเข้าห้องเก็บยา จากนั้นนางก็ปิดประตู “ตั้งแต่การตรวจร่างกายจนถึงการรักษาและการพักฟื้นช่วงแรก เรามีเวลา 7 วัน ข้าจะจัดการฟื้นฟูร่างกายของเจ้าเป็นการส่วนตัว แต่มีบางสิ่งที่ข้าต้องบอกเจ้าก่อน ตั้งแต่การตรวจร่างกายจนถึงการรักษากระดูกของเจ้า ข้าจะต้องทำให้ร่างกายเจ้าหมดความรู้สึก กล่าวคือเจ้าจะไม่รู้สึกตัวตลอดเวลา เจ้าตกลงหรือไม่ ?”

เขาพยักหน้า “ข้าเตรียมใจมาแล้ว พี่เจ็ดบอกข้าว่าพระองค์หลับเช่นกันเมื่อเจ้ารักษาเท้าของพระองค์”

"ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามการรักษาก็เป็นแบบนี้” เมื่อเห็นเขาปฏิบัติตาม เฟิงหยูเฮงก็ไม่รออีกต่อไป นางผลักเข้าไปในศูนย์กลางของห้องเก็บยาแล้วดึงชุดยาออกมา

เขาได้เห็นสิ่งนี้เมื่อนางปฏิบัติต่ออาการป่วยของพระชายาองค์ชายสาม แม้ว่าเขาจะยังพบว่ามันใหม่ เขาก็ไม่ได้ตกใจมากเกินไป

ดวงตาของเขามองเข็มบางๆ ถูกสอดเข้าไปในเส้นเลือดของเขา และยังคงพูดคุยกับเฟิงหยูเฮงต่อไป แต่ในขณะที่เขาพูด ดวงตาของเขาก็ปิดโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าและเขาก็หลับไป

ทันทีที่ยาสลบออกฤทธิ์ เฟิงหยูเฮงก็พาเขาไปที่ร้านขายยาของนาง

อีกสามวันต่อมา เฟิงหยูเฮงไม่ได้ก้าวออกจากห้องเก็บยา การไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่ามีฉิงซวงที่ไปแทน เมื่อนางมาถึง นางไม่ได้พูดอะไรมากนักเพียงแต่บอกกับท่านฮูหยินผู้เฒ่าว่าคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑลงานยุ่งมาก และคุณหนูรองไม่สามารถออกมาได้ เมื่อจัดการเรื่องต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เฟิงหยูเฮงจะมาขอโทษอย่างแน่นอน

ฮูหยินผู้เฒ่าจะตำหนิเฟิงหยูเฮงได้อย่างไร ในความเป็นจริงการไปคารวะในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาไม่ได้ทำที่เรือนซูหยาเลย เพราะฮันชิได้เรียนรู้เคล็ดลับที่ชาญฉลาด เมื่อนางดูละครนางจะส่งคนมาเชิญฮูหยินผู้เฒ่าไปดู

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ายังเด็กนางชอบดูละครเหล่านี้ หลังจากที่นางโตขึ้น คนรุ่นใหม่ในคฤหาสน์ไม่ได้เชิญนักแสดงเหล่านี้มาแสดง และนางก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้ฮันชิเชิญนาง นางจะไม่ไปได้อย่างไร นางสั่งให้บ่าวรับใช้พานางขึ้นเก้าอี้นุ่ม ๆ ไปที่สวนดอกไม้

เมื่อมาถึงสวนดอกไม้ตรงหน้า ฮูหยินผู้เฒ่าดูสดใสชีวิตชีวา นักแสดงจบลงด้วยการอาศัยอยู่ในคฤหาสน์และจะทำการแสดงที่ฮูหยินผู้เฒ่าชื่นชอบ ซึ่งทำให้ผู้คนในตระกูลเฟิงดูสามัคคีปรองดองกัน

ในวันที่สี่มีหิมะตกเล็กน้อย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะแสดงบนเวทีกลางแจ้ง พวกเขาใช้เวลาทั้งวันทำการซ่อมแซม

เฟิงเฟินไดนำซุปหวานมาให้ฮันชิ แต่ฮันชิกังวลและพยายามเกลี้ยกล่อมเฟินได “เราจะหยุดเล่นในวันพรุ่งนี้ เราสนุกมาหลายวันแล้ว เราจะทำอย่างไรถ้าท่านพ่อของเจ้าโกรธเมื่อเขากลับมา ?”

เฟิงเฟินไดยิ้มอย่างไร้ความปราณี “เจ้าสนุกกับการดูการแสดงไม่ใช่หรือ ?”

ฮันชิผงกศีรษะ “ข้าชอบ แต่ข้าไม่เคยมีสิทธิ์พูดอะไรในคฤหาสน์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าจะได้รับอนุญาตให้ดูการแสดงได้อย่างไร”

“นั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าต้องมีความมุ่งมั่น !” เฟิงเฟินไดบอกนาง “เจ้าต้องกลัวอะไร ? ท่านย่ากำลังดูการแสดงเช่นกัน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นท่านย่าจะจัดการเอง เจ้าจะไม่เดือดร้อนอย่างแน่นอน เพียงแค่สนุกกับพวกเขาอย่างมีความสุข หลังจากนั้นไม่นานเราจะเชิญแพทย์มาตรวจเจ้า”

เมื่อได้ยินนางพูดถึงการเชิญหมอ ฮันชิก็ยิ่งกังวลมากขึ้น “ถ้าข้ายังไม่ตั้งครรภ์ล่ะ ?”

“จะไม่ตั้งครรภ์ได้อย่างไร !” ดวงตาของเฟิงเฟินไดเปิดเผยความดุร้าย “เจ้าต้องตั้งครรภ์ และมันจะต้องเป็นลูกชาย !”

ฮันชิเห็นว่าเฟิงเฟินไดเข้าตาจน นางไม่รู้ว่านางควรปลอบโยนเฟิงเฟินไดอย่างไรดี ในความเป็นจริงวันที่นางใช้เวลาอยู่ร่วมกับเฟิงจินหยวนนั้น มีหมอบอกว่ามันเป็นการยากที่นางจะตั้งครรภ์ในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามนางจะพูดเรื่องนี้กับเฟิงเฟินไดอย่างไรดี

ในขณะที่ทั้งสองกำลังไตร่ตรองกับตัวเอง หญิงสาวคนหนึ่งรีบเข้ามาและคำนับเฟินได นางกระซิบบอกว่า “รายงานคุณหนูสี่ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเรือนตงเซิงปิดประตูไม่ต้อนรับแขกทุกคน แม้แต่บุตรสาวของฮูหยินใหญ่ตระกูลเป่ย เป่ยฟู่หรงก็ถูกปฏิเสธเจ้าค่ะ”

“ปิดประตูหรือ” เฟินไดรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง “นางจะปิดประตูเพื่ออะไร นางจะไม่ออกไปดูแลร้านค้ามากมายของนางหรือ ?” สองสามวันที่ผ่านมานี้นางไม่เคยเห็นเฟิงหยูเฮงมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นนางจึงอดไม่ได้ที่จะถาม “นอกเหนือจากสิ่งนี้แล้วเจ้าพบอะไรอีก?”

บ่าวรับใช้ตอบ “บุตรสาวของฮูหยินใหญ่ตระกูลเป่ยถูกหยุดข้างนอก แต่เช้านี้องค์ชายเจ็ดเข้าไปในคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑลเจ้าค่ะ”

“องค์ชายเจ็ดหรือ ?” ดวงตาของเฟินไดนิ่งและประกายความคิดก็ผุดขึ้นมาในใจของนาง

-------

**ลา 3 วันนะคะ กลับมาลงต่อ 26 มี.ค. ค่ะ**

จบบทที่ ตอนที่ 208 ข่าวลือเกี่ยวกับคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑล

คัดลอกลิงก์แล้ว