- หน้าแรก
- สร้างอาณาจักรเทพนิรันดร์ เริ่มต้นจากการไปรับตำแหน่งเจ้าเมือง
- บทที่ 325 - ยอดฝีมือสายหลักเผ่าวิญญาณ
บทที่ 325 - ยอดฝีมือสายหลักเผ่าวิญญาณ
บทที่ 325 - ยอดฝีมือสายหลักเผ่าวิญญาณ
บทที่ 325 - ยอดฝีมือสายหลักเผ่าวิญญาณ
เขตแดนตี้หลิง
ส่วนลึกของพระราชวังตี้หลิง มีค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งหนึ่ง
ในเวลานี้ องค์จักรพรรดิตี้หลิงกำลังรอคอยอยู่ที่นี่ด้วยความร้อนรน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ค่ายกลเคลื่อนย้ายก็ส่องแสงสว่างวาบขึ้น
ร่างสิบกว่าร่างเดินออกมาจากด้านใน
เมื่อองค์จักรพรรดิตี้หลิงเห็นเช่นนั้น ก็รีบเข้าไปต้อนรับ
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างสิบกว่าร่างนี้ถึงกับไม่ด้อยไปกว่าองค์จักรพรรดิตี้หลิงเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากสามคนที่นำหน้าก็ยังแข็งแกร่งกว่าองค์จักรพรรดิตี้หลิงหลายเท่า
"ผู้อาวุโสของเผ่า ไม่คิดเลยว่าจะเป็นท่านที่นำทีมมา ต้าฉินเล็กๆ นั่นมีคุณธรรมอันใดมีความสามารถอันใดกัน"
หลังจากองค์จักรพรรดิตี้หลิงเห็นรูปลักษณ์ของผู้ที่นำหน้า ก็เกิดความหวาดหวั่นพรั่นพรึงขึ้นมาในทันที ท่าทีก็กลายเป็นนอบน้อมอย่างหาที่เปรียบมิได้
"ฮึ ต้าฉินเล็กๆ อย่างนั้นหรือ ก็เป็นแค่ต้าฉินเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ถึงกับบีบบังคับให้เจ้าต้องขอความช่วยเหลือจากสายหลัก เจ้ายังจะกล้าพูดอีกหรือ"
"เผ่าวิญญาณของเราไม่ได้เกิดเรื่องราวเช่นนี้มานานมากแล้ว ท่านผู้นำเผ่าโกรธเกรี้ยวมาก ให้เปิ่นจุนมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง การประเมินภายในเผ่าในอีกสิบปีให้หลัง จักรวรรติตี้หลิงของพวกเจ้าเกรงว่าคงต้องรั้งท้ายแล้ว"
คนของเผ่าวิญญาณผู้นั้นที่นำหน้าแค่นเสียงเย็น เอ่ยกล่าวด้วยความไม่พอใจ
เมื่อองค์จักรพรรดิตี้หลิงได้ยินคำกล่าวของเขา สีหน้าก็กลายเป็นซีดขาวเล็กน้อย
เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะถึงกับร้ายแรงถึงเพียงนี้ ถึงกับทำให้ท่านผู้นำเผ่าตื่นตระหนก
ต้องรู้ก่อนว่า ผู้นำเผ่าคือการดำรงอยู่ที่ลึกลับที่สุดในเผ่าวิญญาณทั้งหมด แม้แต่เขาก็ไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้นำเผ่ามาก่อน
ตำนานเล่าว่า ผู้นำเผ่าก็คือการดำรงอยู่ที่ทำข้อตกลงกับการดำรงอยู่อันลึกลับนั่นในตอนนั้น เพื่อเปลี่ยนพวกเขาจากเผ่ามนุษย์เป็นเผ่าวิญญาณ
มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงปัจจุบัน
เพียงแต่ เรื่องนี้จะเป็นจริงหรือเท็จเขาก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
ทว่า หากเป็นเรื่องจริง ความแข็งแกร่งของผู้นำเผ่าแท้จริงแล้วจะแข็งแกร่งเพียงใดนั้น เรียกได้ว่ายากจะจินตนาการ
และยอดฝีมือเผ่าวิญญาณที่นำหน้าผู้นี้ ก็คือผู้อาวุโสของเผ่าลำดับที่สามแห่งสายหลักเผ่าวิญญาณ ความแข็งแกร่งในหมู่เผ่าวิญญาณนอกจากสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ผนึกตนเองเหล่านั้นแล้ว ก็อยู่ในอันดับที่สาม มีนามว่าหลิงคุน
ความแข็งแกร่งบรรลุถึงระดับตู้เจี๋ยขั้นสูงสุด ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็สามารถบรรลุถึงระดับเซียนในตำนานได้
จากตรงนี้จึงเห็นได้ว่า ผู้นำเผ่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ถึงกับส่งยอดฝีมือระดับตู้เจี๋ยขั้นสูงสุดผู้หนึ่งและยอดฝีมือระดับตู้เจี๋ยสิบกว่าคนมา
องค์จักรพรรดิตี้หลิงในเวลานี้มีสีหน้าดูไม่ได้เล็กน้อย เผ่าวิญญาณไม่ได้มีเพียงราชวงศ์ของพวกเขาเพียงแห่งเดียว แต่มีราชวงศ์หลายสิบแห่งกระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ในแผ่นดิน
ทุกร้อยปี สายหลักจะทำการประเมินราชวงศ์เหล่านี้ เพื่อกำหนดทรัพยากรที่แต่ละราชวงศ์จะได้รับ
เนื้อหาการประเมินก็มีมากมาย นอกจากจำนวนยอดฝีมือแล้ว จำนวนอัจฉริยะ การทำคุณประโยชน์ให้แก่เผ่าวิญญาณ ฯลฯ ก็เป็นเนื้อหาการประเมินเช่นกัน
ครั้งนี้ การกระทำของพวกเขาทำให้ผู้นำเผ่าไม่พอใจ การประเมินในอีกสิบปีให้หลัง เกรงว่าจะต้องรั้งท้ายจริงๆ
ดังนั้น ความเคียดแค้นขององค์จักรพรรดิตี้หลิงที่มีต่อต้าฉินจึงลึกซึ้งยิ่งขึ้น
"เอาล่ะ เวลาของเรามีค่ามาก เจ้านำทางพวกเราไปยังต้าฉิน ทำลายมันเสียโดยตรง พวกเรายังมีเรื่องอื่นที่ต้องจัดการ"
หลิงคุนเอ่ยกล่าวอย่างหมดความอดทน
ความหนาแน่นของพลังลมปราณที่นี่ต่ำเกินไปจริงๆ เขาไม่อยากอยู่ที่นี่นานขึ้นแม้แต่ครู่เดียว
ยอดฝีมือเหล่านั้นที่เขาพามาก็เช่นเดียวกัน แต่ละคนล้วนมีสีหน้ารังเกียจ
"พ่ะย่ะค่ะ พ่ะย่ะค่ะ เจิ้น อ้อ ไม่สิ ข้าจะพารุ่นพี่ทุกท่านไปยังต้าฉินเดี๋ยวนี้"
องค์จักรพรรดิตี้หลิงแทบจะรอให้หลิงคุนและพวกพ้องรีบทำลายต้าฉินไม่ไหวแล้ว เพื่อระบายความแค้นในใจของเขา
จากนั้น องค์จักรพรรดิตี้หลิงก็นำหลิงคุนและพวกพ้องมุ่งหน้าไปยังต้าฉิน
เบื้องหน้าความแข็งแกร่งอันสัมบูรณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องเตรียมการอันใดเลย
ต่อให้ต้าฉินจะแข็งแกร่งเพียงใด จะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาได้หรือ
องค์จักรพรรดิตี้หลิงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
และในขณะนี้ กองทัพของต้าฉินก็กลับมายังดินแดนหลักของต้าฉินแล้ว โดยเหลือกองทัพส่วนหนึ่งไว้ในเขตแดนโม่หลาน เพื่อจัดการเรื่องราวในภายหลัง
ขุนนางบุ๋นของต้าฉินก็ทยอยเข้ามาประจำการในเขตแดนโม่หลานอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำการบริหารจัดการเขตแดนโม่หลาน
ด้านนอกเขตแดนโม่หลาน หลิงอู่พายอดฝีมือสายหลักเผ่าวิญญาณมาถึงที่นี่
"ผู้อาวุโสของเผ่า ด้านหน้าก็คือเขตแดนโม่หลานแล้ว เมื่อช่วงก่อนหน้านี้เพิ่งจะกลายเป็นอาณาเขตของต้าฉิน"
องค์จักรพรรดิตี้หลิงชี้ไปยังเขตแดนโม่หลานเบื้องหน้าพลางเอ่ยกล่าว
"หมายความว่าอย่างไร หรือก็คือ ต้าฉินในเวลานี้ยึดครองมหาเขตแดนแห่งหนึ่งไปหมดแล้วอย่างนั้นหรือ"
หลิงคุนขมวดคิ้วพลางเอ่ยกล่าว
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเขา องค์จักรพรรดิตี้หลิงก็รู้สึกผิดขึ้นมาในทันที ทว่าเขาก็ไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย เอ่ยกล่าวว่า "มะ... ไม่เพียงแค่นั้น ต้าฉินไม่ใช่ขุมกำลังของเขตแดนโม่หลาน แต่เป็นขุมกำลังของเขตแดนเสวียนซิงที่อยู่ข้างเคียงเขตแดนโม่หลาน เวลานี้ต้าฉินได้ยึดครองมหาเขตแดนที่สมบูรณ์ไปแล้วถึงสองแห่ง"
หลังจากองค์จักรพรรดิตี้หลิงเอ่ยจบ ก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาหลิงคุน
"อะไรนะ"
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลิงอู่ หลิงคุนก็โกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก ยอดฝีมือเผ่าวิญญาณเหล่านั้นก็มองไปยังองค์จักรพรรดิตี้หลิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เมื่อถูกสายตาจำนวนมากจับจ้อง องค์จักรพรรดิตี้หลิงก็รู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งร่าง
"พอจะให้คำอธิบายแก่เปิ่นจุนได้หรือไม่ ต้าฉินแห่งนี้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงเพิ่งมารายงานต่อสายหลักในตอนนี้"
หลิงคุนจ้องมององค์จักรพรรดิตี้หลิงเขม็ง ในแววตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ
"นี่... ข้า..."
องค์จักรพรรดิตี้หลิงอึกอักพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
เมื่อหลิงคุนเห็นท่าทางของเขาเช่นนี้ ก็เข้าใจในทันทีว่าเขามีแผนการอันใด
เจ้านี่ถึงกับต้องการข้ามหน้าข้ามตาสายหลักโดยตรง ต้องการฮุบต้าฉินไว้เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรของต้าฉิน หรือความลับที่ซ่อนอยู่ของต้าฉิน
การที่ต้าฉินสามารถผงาดขึ้นมาได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เผ่ามนุษย์เป็นเช่นไร พวกเขาเข้าใจดีที่สุด หากเผ่ามนุษย์มีศักยภาพเช่นนี้จริงๆ ตอนนั้นพวกเขาจะทำข้อตกลงกับปีศาจร้าย เพื่อหลุดพ้นจากฐานะเผ่ามนุษย์ไปทำไมกัน
ดังนั้น เบื้องหลังของต้าฉินจะต้องมีความลับซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
องค์จักรพรรดิตี้หลิงเพียงแค่ต้องการฮุบความลับนี้ไว้เพียงผู้เดียว
ทว่า เขาคิดไม่ถึงว่า ต้าฉินจะเป็นกระดูกชิ้นโตที่เคี้ยวยาก เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถกลืนลงไปได้ แต่กลับถูกทำให้ฟันหักเสียเอง
ภายใต้ความจนใจ เขาถึงได้ขอความช่วยเหลือจากสายหลัก
"ผู้อาวุโสของเผ่า ท่านฟังข้าอธิบายก่อน..."
องค์จักรพรรดิตี้หลิงในเวลานี้ก็ตระหนักได้ว่าหลิงคุนเกรงว่าจะเดาแผนการของเขาออกแล้ว จึงรีบต้องการจะแก้ตัว
"ไม่ต้องอธิบายแล้ว รอจัดการต้าฉินเสร็จ เจ้าจงตามเปิ่นจุนไปยังสายหลัก จะมีหอคุมกฎแห่งสายหลักมาจัดการเจ้า"
หลิงคุนยกมือขึ้นขัดจังหวะองค์จักรพรรดิตี้หลิงโดยตรง เอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หลังจากองค์จักรพรรดิตี้หลิงได้ยินคำสามคำว่า "หอคุมกฎ" สีหน้าก็กลายเป็นซีดขาวอย่างหาที่เปรียบมิได้ในชั่วพริบตา
ในฐานะคนของเผ่าวิญญาณ ไม่มีผู้ใดไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของหอคุมกฎ
การดำรงอยู่ของหอคุมกฎก็เพื่อลงโทษคนของเผ่าวิญญาณที่ละเมิดกฎของเผ่าและทำความผิดร้ายแรง
นั่นคือฝันร้ายของคนเผ่าวิญญาณทุกคน ไม่ว่าเจ้าจะมีฐานะอันใดในเผ่าวิญญาณ ขอเพียงเจ้าเข้าไปในหอคุมกฎ นั่นก็เท่ากับว่าเจ้าได้ก้าวเท้าเข้าไปในประตูผีครึ่งก้าวแล้ว
ต่อให้ไม่ตาย ก็ต้องพิการ
และความผิดที่องค์จักรพรรดิตี้หลิงได้ก่อขึ้นในตอนนี้ จะต้องไม่สามารถเดินออกมาจากข้างในนั้นได้อย่างแน่นอน
คนบ้าในหอคุมกฎเหล่านั้นจะทรมานเขาจนตาย
"ผู้อาวุโสของเผ่า ให้โอกาสข้าอีกสักครั้งเถิด"
องค์จักรพรรดิตี้หลิงคุกเข่าลงเบื้องหน้าหลิงคุน ในชั่วขณะนี้ เขารู้สึกเสียใจอย่างหาที่เปรียบมิได้
เสียใจที่ตอนนั้นถูกไขมันหมูบังตา ถึงกับเพ้อฝันว่าจะแอบหักหลังสายหลักเพื่อฮุบความลับของต้าฉินไว้เพียงผู้เดียว
เสียใจที่ตนเองอวดฉลาด
ทว่า หลิงคุนกลับไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย เตะเขาไปด้านข้าง
ใช้สายตาส่งสัญญาณให้ยอดฝีมือเผ่าวิญญาณที่อยู่ด้านข้าง
ทันใดนั้นก็มียอดฝีมือเผ่าวิญญาณสองคนก้าวเข้ามา ควบคุมตัวองค์จักรพรรดิตี้หลิงไว้
"พวกเจ้าสองคนดูเขาไว้ที่นี่ให้ดี ส่วนคนอื่นๆ ตามเปิ่นจุนไปทำลายต้าฉินแห่งนี้เสีย"
หลิงคุนเอ่ยกล่าวกับยอดฝีมือเผ่าวิญญาณทั้งสองคนนั้น
จากนั้น ก็นำยอดฝีมือเผ่าวิญญาณที่เหลือมุ่งหน้าไปยังเขตแดนโม่หลาน