- หน้าแรก
- วงการบันเทิง เริ่มต้นด้วยการลาออก กลับบ้านไปเลี้ยงหมูดีกว่า
- ตอนที่ 13 ประเทศจีนยังมีผลงานวรรณกรรมแบบนี้อยู่อีกเหรอ?
ตอนที่ 13 ประเทศจีนยังมีผลงานวรรณกรรมแบบนี้อยู่อีกเหรอ?
ตอนที่ 13 ประเทศจีนยังมีผลงานวรรณกรรมแบบนี้อยู่อีกเหรอ?
ตอนที่ 13 ประเทศจีนยังมีผลงานวรรณกรรมแบบนี้อยู่อีกเหรอ?
เซี่ยงไฮ้
หญิงสาวผมบลอนด์ตาสีฟ้า ซึ่งดูอายุราวสามสิบปี เดินออกมาจากอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง
ถ้าดูดีๆ นี่คือตึกระฟ้าที่มีชื่อเสียงพอสมควรในประเทศ
ภายในอาคารแห่งนี้ มีบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับวรรณกรรมตั้งอยู่
ซึ่งรวมถึงหญิงสาวคนนี้ด้วย ในฐานะนักแปลมืออาชีพ แม้ว่าเธอจะมาจากต่างประเทศ แต่เธอก็ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนมานานกว่าครึ่งปีแล้ว
นอกจากเรื่องภาษาจีนที่ยังพูดไม่ค่อยคล่องนัก เรื่องอื่นๆ ในจีนเธอก็ปรับตัวเข้ากับมันได้ดีมากทีเดียว
รูปร่างหน้าตาของเธอสะสวยงดงาม เครื่องหน้าคมคาย อาจจะเพราะมีสายเลือดต่างชาติ ทำให้มีจมูกโด่ง ตาโต เวลาเดินตามถนนมักจะมีแต่คนเหลียวมอง
เธอยืนอยู่ริมถนน ดูเหมือนว่ากำลังรอรถอยู่
ระหว่างที่กำลังต่อคิวรอรถ หญิงสาวที่ชื่อแอลยา ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถเวยป๋อเล่น
ทันใดนั้น เธอก็เห็นเทรนด์ฮิตอันหนึ่งเข้า เนื้อหาเขียนไว้ว่า "ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการวรรณกรรม 'เจ้าพ่อฟาร์มหมู' วงการวรรณกรรมมีหวังผงาดแล้ว!"
แอลยาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยภาษาจีนที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงนัก "คนเลี้ยงหมูมาเกี่ยวอะไรกับวรรณกรรมด้วยล่ะ?"
เห็นได้ชัดว่าแอลยาเข้าใจความหมายของคำว่า "เจ้าพ่อฟาร์มหมู" ในเทรนด์ฮิตนี้ผิดไป
จนกระทั่งแอลยากดเข้าไปดูเทรนด์ฮิตนั้น ถึงได้รู้ว่า "เจ้าพ่อฟาร์มหมู" เป็นเพียงชื่อบัญชีผู้ใช้เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเลี้ยงหมูเลย
แอลยาลองค้นหาในเวยป๋อ แต่สิ่งที่เจอมีแต่เรื่องจิปาถะ ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวข้องกับวรรณกรรมเลย
แอลยายืนงงอยู่กับที่ "สรุปว่า... เทรนด์ฮิตนี้มันมาจากไหนเนี่ย??"
หรือว่าจะมีใครอยากดังจนตัวสั่น เลยยอมทุ่มเงินซื้อยอดเพื่อดันให้ติดเทรนด์ฮิต?
ในขณะที่แอลยากำลังคิดไม่ตก เธอก็เห็นคอมเมนต์หนึ่งบอกว่า
"ทุกคนอย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันนะ ถึงเรื่องมันจะติดเทรนด์ฮิตในเวยป๋อ แต่เขาโพสต์งานเขียนลงในเว็บบล็อกต่างหาก!"
แอลยาถึงกับถึงบางอ้อ เธอเปิดโปรแกรมเว็บบล็อกขึ้นมาดู พร้อมกับค้นหาชื่อบัญชีนั้น
พูดก็พูดเถอะ โปรแกรมเว็บบล็อกนี้ แอลยาโหลดมาไว้ตั้งแต่ตอนมาจีนใหม่ๆ หลังจากนั้นก็ไม่ได้เปิดใช้อีกเลย
ตอนนี้พอจะเปิดใช้ก็ต้องรออัปเดตระบบก่อน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นบวกกับความลุ้นระทึก ในที่สุดแอลยาก็หาบัญชีที่ชื่อ "เจ้าพ่อฟาร์มหมู" เจอ
และได้เห็นบทความสองเรื่องที่บัญชีนี้โพสต์เอาไว้อย่างราบรื่น
แอลยายังคงรักษาระดับความอยากรู้อยากเห็น กะจะแค่อ่านดูผ่านๆ แต่ไปๆ มาๆ กลับหยุดอ่านไม่ได้
กระทั่งรถแท็กซี่ที่แอลยาเรียกมาจอดเทียบตรงหน้า เธอก็ยังลืมที่จะตอบรับมัวแต่จดจ่อกับการอ่านอย่างลืมตัว
แอลยารู้สึกว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่ดีในหลายๆ ด้าน แต่มีข้อเสียร้ายแรงอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ เรื่องผลงานทางวรรณกรรมของที่นี่ ไม่ค่อยเอาไหนเลยจริงๆ
ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ด้านวรรณกรรมของผู้คนที่นี่ ไม่ว่าจะเพศไหนวัยไหน ล้วนอยู่ในระดับธรรมดามาก
แอลยารู้สึกปวดใจ จีนเป็นที่ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้แท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ตามหลังในเรื่องแวดวงวรรณกรรมอยู่ตลอด?
แน่นอนว่า ในโลกใบนี้ ผลงานวรรณกรรมของจีนค่อนข้างล้าหลัง รางวัลวรรณกรรมระดับนานาชาติ แทบจะไม่มีใครเคยคว้ามาได้เลย
ประเทศอื่นๆ มักจะดูถูกผลงานวรรณกรรมของจีนมาโดยตลอด
แต่ตอนนี้ แอลยาคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะมีโอกาสได้อ่านผลงานของ "เจ้าพ่อฟาร์มหมู" ด้วยความบังเอิญแบบนี้
"นี่คือผลงานวรรณกรรมของจีนจริงๆ เหรอ?" แอลยารู้สึกประหลาดใจและตกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าแอลยาไม่เคยอ่านผลงานวรรณกรรมของจีนมาก่อน แต่ก็น่าเสียดายที่มันมีแต่แย่กับแย่ลง
ความรู้สึกเหมือนกับการพยายามเขียนเพื่อให้ได้เขียน ไม่ได้มีแก่นสารหรือสาระสำคัญอะไรเลย และไม่สามารถทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับมันได้เลย
แอลยาอ่านไปอ่านมาก็รู้สึกเบื่อ สุดท้ายก็เลยเลิกอ่านไป
การที่เธอกลับมาคลุกคลีในแวดวงวรรณกรรมอีกครั้ง ก็เพื่ออยากจะดูว่าจะมีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นบ้างไหม
ไม่คิดเลยว่าตอนนี้มันจะเกิดขึ้นจริงๆ...
แอลยาไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองยังไง รู้แค่ว่ามันเหลือเชื่อมากๆ
เธอไม่เข้าใจเลยว่า นี่คืองานเขียนของนักเขียนชาวจีนจริงๆ เหรอ?
แอลยาที่ไม่ยอมเชื่อสายตาตัวเอง ตัดสินใจกลับไปอ่านบทความทั้งสองเรื่องนั้นใหม่อีกรอบ
ครั้งนี้ต่อให้ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะ เพราะเนื้อหาในหนังสือสองเล่มนี้มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ
เรื่องหนึ่งสอนให้คนรู้จักไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ และต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก
ส่วนอีกเรื่องก็แฝงไปด้วยความโดดเดี่ยว แม้ว่าในหนังสือจะไม่ได้เน้นย้ำถึงคำว่าโดดเดี่ยวเลย แต่กลับรู้สึกเหมือนทุกๆ ตัวอักษรเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว
นักเขียนแบบไหนกันนะ ถึงสามารถเขียนหนังสือแบบนี้ออกมาได้?
แล้วนักเขียนคนนั้นต้องผ่านประสบการณ์แบบไหนมา ถึงสามารถถ่ายทอดความรู้สึกแบบนี้ให้ผู้อ่านสัมผัสได้?
แอลยากำโทรศัพท์มือถือแน่นด้วยความตื่นเต้น ในใจของเธอเริ่มมีความคิดที่บ้าระห่ำผุดขึ้นมา
"'เฒ่าผจญทะเล', 'หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว'? ผลงานสองเรื่องนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว! ดูเหมือนว่าวงการวรรณกรรมจีนจะยังไม่สิ้นหวังซะทีเดียวนะ!"
แอลยาเม้มริมฝีปาก ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
"ผลงานดีๆ แบบนี้ จะให้มีชื่อเสียงแค่ในจีนได้ยังไง? แบบนั้นมันน่าเสียดายแย่!"
"ผลงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ควรได้รับการโปรโมตให้ดังไปถึงต่างประเทศ เพื่อให้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงความสามารถของนักเขียนคนนี้!"
แอลยามักจะเป็นผู้หญิงที่ทำงานรวดเร็วเด็ดขาดเสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้เห็นผลงานอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ ความตื่นเต้นในใจก็ยิ่งยากที่จะระงับไว้
แอลยาตัดสินใจกลับไปที่บริษัททันที และจัดการแปลผลงานทั้งสองเรื่องของเย่ว์เซียนเป็นภาษาต่างประเทศ เพื่อนำไปเผยแพร่ในต่างประเทศอย่างไม่รอช้า
ขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่โชคดีที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น
เมื่อแอลยากดปุ่มเผยแพร่ผลงานที่แปลเสร็จ เธอก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองดูสถิติในระบบหลังบ้านอย่างใจจดใจจ่อ
ในใจของแอลยาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าชาวต่างชาติจะสามารถเปิดรับผลงานแบบนี้ได้หรือเปล่า!
แต่อย่างน้อย แอลยาก็รู้สึกว่าผลงานชิ้นนี้มันดีมากๆ!
ถ้าหากเธอสามารถทำให้หนังสือเล่มนี้โด่งดังไปทั่วโลกได้ ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวแล้ว!
ต่อจากนั้น
เห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่า ผลงานที่เพิ่งถูกนำไปเผยแพร่ได้เพียงแค่สองนาที ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นหลายคอมเมนต์แล้ว!
แอลยาใช้เวลาว่างจากงาน แอบช่วยโปรโมตเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ผู้คนสามารถมองเห็นได้มากขึ้น
"โอ้พระเจ้า! จะมีผลงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้ยังไง? นี่มันหนังสือของใครเขียนเนี่ย?"
"เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ฉันชอบอ่านหนังสือมาก พวกวรรณกรรมชิ้นเอกทั้งในและต่างประเทศฉันอ่านมาหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอผลงานที่สุดยอดขนาดนี้"
"น่าเสียดายนะ ที่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไม่เคยมีหนังสือที่ฉันชอบเลย ผลงานชิ้นนี้เป็นของใครกัน? มีผลงานเรื่องอื่นให้ชื่นชมอีกไหม?"
"นี่มันไม่ใช่แค่หนังสือแล้ว? นี่มันคืองานศิลปะชัดๆ สุดยอดมาก ฉันต้องรีบเอาหนังสือสองเล่มนี้ไปแชร์ให้คนอื่นรู้แล้ว!"
"ลองดูความหมายที่ซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มนี้สิ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าใช้ชีวิตครึ่งชีวิตที่ผ่านมาอย่างสูญเปล่าเลยแฮะ"
"ต่อไปนี้ฉันจะต้องเรียนรู้จากชายชราใน 'เฒ่าผจญทะเล' ให้ได้ เพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น!"
คอมเมนต์พวกนี้ถูกเขียนด้วยภาษาอังกฤษ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการอ่านของแอลยาเลยแม้แต่น้อย
พอแอลยาเห็นกระแสตอบรับแบบนี้ เธอก็ยิ้มจนหุบปากไม่ลงทันที
ดังแล้ว!
หนังสือสองเล่มนี้โด่งดังในต่างประเทศแล้ว!
แถมมันยังเหนือความคาดหมายของแอลยาไปมาก ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างพากันแห่มาอ่านด้วยความเลื่อมใส!
ความฝันที่จะทำให้คนทั่วโลกรู้จัก คงอยู่อีกไม่ไกลแล้วล่ะ!
..............