- หน้าแรก
- เหนือเก้าฟ้าคือเทพมาร
- บทที่ 39 งั้นๆ แหละ!
บทที่ 39 งั้นๆ แหละ!
บทที่ 39 งั้นๆ แหละ!
บทที่ 39 งั้นๆ แหละ!
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืนช่างโอหังนักนะ ฆ่าศิษย์เอกของฉัน ไม่เพียงแต่ไม่ขอโทษ แต่ยังกล้ามาโอ้อวดต่อหน้าฉันอีก!" จางไท่ซานโกรธจัด จ้องเฉินปู้ฝานเขม็ง พร้อมจะลงมือทุกเมื่อ
"วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อสะสางความแค้นเรื่องสิงอ้าวกับแก แต่มาเพื่อขอคนจากแก ถ้าแกยอมส่งคนคนนั้นมาแต่โดยดี ฉันก็จะไว้ชีวิตแก แล้วก็จะไม่ทำลายที่นี่ด้วย!" เฉินปู้ฝานแสดงจุดยืนชัดเจน ถือว่าให้เกียรติจางไท่ซานมากแล้ว
ไม่อย่างนั้น แค่ข้อหาให้ที่พักพิงแก่คนที่เขาต้องการจะฆ่า เขาก็สามารถสั่งให้กองทัพเทพมารมากวาดล้างที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลองได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!
"ไว้ชีวิตฉันงั้นรึ?" จางไท่ซานได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะลั่น!!
"น่าขัน ช่างน่าขันสิ้นดี!!"
"ฉันอยู่ที่หลีหยางมาสามสิบปี ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ในหลีหยางนี้จะมีใครกล้ามาขู่ฉันด้วย!"
แค่ชื่อเสียงของซินแสมังกรหมอบ ในเขตหลีหยางนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนเจอก็ต้องก้มหัวแสดงความเคารพทักทายกันทั้งนั้น
แม้แต่บุคคลระดับสูงของหลีหยางมาเชิญไปดื่มชาเพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพ เขายังไม่ค่อยอยากจะสนทนาด้วยเลย
แล้วไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ไหนไม่รู้ โผล่มาโวยวายที่เรือนหรุจวี แถมยังมาพูดจาโอหังต่อหน้าจางไท่ซานอย่างเขาอีก
ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย!
"ขอถามคำเดียว จะส่งคนมาหรือไม่ส่ง?" เฉินปู้ฝานถามอย่างเดือดดาล
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกมาตามหาใคร รู้แค่ว่าแกฆ่าศิษย์เอกของฉัน วันนี้ฉันจะต้องให้แกคุกเข่าขอขมาให้จงได้!"
"เอะอะก็จะให้คนอื่นคุกเข่า คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไง?" เฉินปู้ฝานแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะกวักมือเรียก
"ค้นหาทั่วบริเวณนี้!"
สิ้นเสียงคำสั่ง กองทัพวิหารเทพมารก็ปรากฏตัวขึ้น ปิดล้อมทางเข้าออกจนหมดสิ้น
จางไท่ซานแววตาเย็นชา
"หลายวันมานี้ฉันกำลังปิดด่านฝึกตนอยู่ ขี้เกียจจะออกไปจัดการกับแก ตอนนี้อุตส่าห์ให้โอกาสแล้ว แกกลับไม่รู้จักคว้าเอาไว้ ก็ดี แบบนี้จะได้ยิ่งทำให้ฉันตัดสินใจฆ่าแกได้ง่ายขึ้น!"
พูดจบ จางไท่ซานก็โคจรพลังปราณในร่าง เส้นเลือดที่คอปูดโปน บ่งบอกถึงความเป็นยอดฝีมือด้านกำลังภายใน
จู่ๆ เขาก็พุ่งไปข้างหน้า เงื้อฝ่ามือขึ้นซัดเข้าใส่เฉินปู้ฝาน พลังฝ่ามือรุนแรงดุดัน ประหนึ่งจะฉีกกระชากอากาศให้ขาดวิ่น เสียงลมแหวกอากาศดังสนั่น!
"ท่านประมุข ให้ผมจัดการเองไหมครับ?" ชางหลงคันไม้คันมือ
ในฐานะหนึ่งในแปดราชันย์มังกรแห่งวิหารเทพมาร การรับมือกับยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง น่าจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร
เหตุผลหลักก็คือ หลายครั้งที่ผ่านมาตอนที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านประมุข เขามักจะโดนขโมยซีนจนดูจืดชืดไปเลย ทำให้เขารู้สึกเสียหน้ามาก จึงอยากจะแสดงฝีมือต่อหน้าเฉินปู้ฝานสักหน่อย
"เอาสิ จัดการเลย!" เฉินปู้ฝานคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าตกลง
"จัดไปครับ!" ชางหลงตื่นเต้นสุดขีด พุ่งเข้าไปซัดหมัดปะทะกับหมัดของจางไท่ซาน
ตู้ม!
เสียงปะทะดังสนั่น แรงสั่นสะเทือนทำเอาอากาศรอบข้างสั่นไหว!
จางไท่ซานถอยร่นไปหลายก้าว แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง "ในหลีหยางมีคนเก่งกาจขนาดนี้ด้วยเหรอ แกเป็นใครกันแน่?"
ชางหลงเองก็เซถอยหลังไปสองก้าว แต่ก็ฝืนทรงตัวไว้ได้ สีหน้าดูนิ่งสงบกว่ามาก
เมื่อได้ยินคำถามของอีกฝ่าย มุมปากก็เหยียดยิ้มเยาะ "แค่นี้แกก็มองว่าฉันเก่งแล้วเหรอ? ดูท่าฉายายอดฝีมืออันดับหนึ่งของแกนี่ มันจะธรรมดาเกินไปหน่อยแล้วมั้ง"
คนที่เก่งจริงๆ ยังยืนอยู่ข้างๆ นู่น ถ้าขืนเฉินปู้ฝานลงมือ จางไท่ซานคงรับมือไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
"ปากดีนักนะ!" จางไท่ซานโกรธจัด ในฐานะยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง เขาไม่เคยถูกใครดูถูกขนาดนี้มาก่อน!
เขาโคจรพลังลมปราณพุ่งเข้าใส่ชางหลงอีกครั้ง!
พลังวัตรของเขาล้ำลึกมาก สามารถปล่อยปราณโจมตีได้ ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวกลางอากาศ
ชางหลงเองก็ไม่ใช่ย่อย ในฐานะหนึ่งในแปดราชันย์มังกรแห่งวิหารเทพมาร ติดตามเฉินปู้ฝานกรำศึกเหนือใต้ รอดตายมานับครั้งไม่ถ้วน ฝีมือของเขานั้นผ่านการขัดเกลาจากสนามรบของจริง
ถึงแม้กระบวนท่าอาจจะไม่ได้สวยงาม แต่ทุกท่าล้วนเป็นท่าสังหารที่เฉียบขาด เขาสามารถรับมือกับการโจมตีของจางไท่ซานได้อย่างสูสี!
ปังๆๆ!!!
ทั้งสองผลัดกันรุกรับไปกว่าสิบกระบวนท่า จางไท่ซานยิ่งสู้ยิ่งตกใจ
คู่ต่อสู้คนนี้ดุดันมาก ประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน เขาพึ่งพาวิชากำลังภายในปะทะมาหลายกระบวนท่า แต่ก็ถูกปัดป้องไว้ได้หมด
แต่การโจมตีของคู่ต่อสู้กลับทำให้เขาแทบจะรับมือไม่ไหว!
"ตู้ม!"
ชางหลงสบโอกาส ใช้ศอกกระแทกเข้าที่หน้าอกของจางไท่ซานอย่างแรง จนร่างของเขาลอยละลิ่วกระเด็นออกไป
จางไท่ซานร่วงลงพื้น เกือบจะล้มกลิ้ง กระอักเลือดออกมาคำโต หากไม่ได้ใช้พลังปราณคุ้มกันไว้ ซี่โครงคงหักไปแล้ว!
"นี่น่ะเหรอ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง? ไม่จำเป็นต้องถึงมือท่านประมุขหรอก" ชางหลงเยาะเย้ย ได้โชว์ออฟต่อหน้าท่านประมุขสมใจอยาก สีหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
แต่ดีใจได้ไม่ทันไร เฉินปู้ฝานก็เอ่ยปากขึ้น "ชางหลง ฝีมือนายตกลงนะเนี่ย ความจริงน่าจะจัดการเขาได้ตั้งแต่แรกแล้ว"
"..." ชางหลงได้ยินดังนั้น ก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี อุตส่าห์อยากจะโชว์ฝีมือ กลับโดนวิจารณ์ซะเสียเซลฟ์ไปเลย
"บ้าเอ๊ย!" จางไท่ซานหน้าเขียวปัด สองคนนี้ผลัดกันดูถูกเขา ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยางอย่างเขา ดูเหมือนจะไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาพวกมัน
"เฉินปู้ฝาน นึกว่าแกจะแน่ ที่แท้ก็เก่งแต่หาคนมาช่วยหลบอยู่ข้างหลัง ถ้าแน่จริงก็มาสู้กับฉันตัวต่อตัวสิ!"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ชางหลงก็ทำหน้าพิลึก นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ! ถึงกับกล้าท้าสู้กับท่านประมุข!
"แกแน่ใจนะ?" เฉินปู้ฝานถาม
"แกฆ่าศิษย์เอกของฉัน ฉันมาทวงความยุติธรรม มันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ถ้าแน่จริงก็มาดวลกันให้รู้ผลไปเลย!" จางไท่ซานพยายามยั่วยุ หวังให้เฉินปู้ฝานยอมลงมือ
ขอแค่ฆ่าไอ้เด็กนี่ได้ ส่วนไอ้คนที่แข็งแกร่งนั่น ต่อให้สู้ไม่ได้ อย่างน้อยก็หนีเอาตัวรอดได้
"ก็ได้ ฉันจะลงมือเอง แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ ฉันจะให้โอกาสแกแค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้น" เฉินปู้ฝานกล่าวเสียงเรียบ
"แกว่าไงนะ?" จางไท่ซานอ้าปากค้าง ไอ้เด็กนี่ขนาดไม่กล้าลงมือเอง ต้องพึ่งยอดฝีมือที่จ้างมาแท้ๆ ตอนนี้กลับมาบอกว่าจะให้โอกาสเขาแค่กระบวนท่าเดียว ช่างน่าขันสิ้นดี!
"ได้ยินมาว่าซินแสมังกรหมอบเชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยและวิชาดาบ แถมยังได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดกระบี่อันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง ฉันขอแนะนำให้กระบวนท่านี้ แกใช้ดาบดีกว่านะ" เฉินปู้ฝานเอ่ยเสียงเรียบ
"ดี ดีมาก แกนี่มันกล้าดีจริงๆ!!" จางไท่ซานโกรธจนหัวเราะออกมา ในใต้หล้านี้มีไอ้เด็กจองหองขนาดนี้ด้วยเหรอ ถึงขั้นคะยั้นคะยอให้เขาใช้ดาบ นี่มันไม่กลัวตายเลยหรือไง!
"ความรู้เรื่องฮวงจุ้ยของฉัน คงไม่ต้องเอามาอวดหรอกนะ แต่วิชาดาบน่ะ ในตงโจวนี้ นอกจากจูเก๋ออวิ๋น ยอดกระบี่อันดับหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีใครสู้ฉันได้หรอก ในเมื่อแกอยากตายนัก เดี๋ยวฉันจะจัดให้เดี๋ยวนี้แหละ!"
"ฟรึ่บ!!"
จางไท่ซานยื่นมือออกไปคว้า กระบี่เล่มหนึ่งก็ลอยออกมาจากในเรือน พุ่งเข้าสู่มือของเขาทันที
"เพลงกระบี่มังกรหมอบ!" จางไท่ซานตวาดลั่น ร่ายรำเพลงกระบี่ ก่อนจะพุ่งแทงเข้าหาเฉินปู้ฝาน
คมกระบี่เย็นยะเยือก รังสีอำมหิตทิ่มแทงกระดูก!
ในมุมมืด มู่หรงเหล่ยจ้องมองเหตุการณ์นี้อย่างไม่วางตา กำหมัดแน่น
"ฆ่ามัน ฆ่าเฉินปู้ฝานซะ!!"
ฉึก~
ในจังหวะที่กระบี่กำลังจะบั่นคอเฉินปู้ฝาน จู่ๆ ก็มีประกายแสงเย็นเยียบดุจภูติผีพุ่งเข้ามา ราวกับสายฟ้าฟาด ปะทะเข้ากับกระบี่อย่างจัง
เคร้ง!!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น กระบี่ของจางไท่ซาน "แกรก" หักกระเด็น ในขณะที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ประกายแสงนั้นก็ยังคงพุ่งทะยานต่อ พุ่งตรงมาที่ใบหน้าของเขา
จู่ๆ ลำคอก็รู้สึกเย็นวาบ พอก้มลงมอง ก็เห็นเลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมา
กระบี่!
นั่นมันกระบี่!
ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน พุ่งมาฟันกระบี่ของเขาจนหัก แล้วก็พุ่งมาบั่นคอเขาทันที!
"ลืมบอกไป ฉันก็เป็นนักดาบเหมือนกัน" จู่ๆ เฉินปู้ฝานก็พูดขึ้น
"ซี้ด..." จางไท่ซานสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ แต่เลือดกลับไหลทะลักเข้าไปในหลอดลม ไม่ทันจะได้พูดอะไรสักคำ ก็ล้มลงไปกองกับพื้น สิ้นใจตายไปในที่สุด
ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงจ้องมองท้องฟ้า ลึกลงไปในรูม่านตายังคงหลงเหลือความหวาดกลัวอย่างสุดขีด!
จนถึงวินาทีที่ตาย เขาก็ยังไม่เข้าใจเลยว่า ตัวเองจะตายภายในกระบวนท่าเดียวได้ยังไง แถมยังเป็นตอนที่ใช้วิชาดาบที่ถนัดที่สุดอีกด้วย
"ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหลีหยาง ก็งั้นๆ แหละ!"