เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 สัญญาเป็นโมฆะ!

บทที่ 32 สัญญาเป็นโมฆะ!

บทที่ 32 สัญญาเป็นโมฆะ!


บทที่ 32 สัญญาเป็นโมฆะ!

"พูดตามตรงนะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณเฉินเป็นใครมาจากไหน รู้แค่ว่าเขาไม่ใช่คนที่ผมจะไปล่วงเกินได้แน่นอนครับ" เถ้าแก่ตอบตามความจริง

กลุ่มของอิ่นเสวี่ยมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

ขนาดเถ้าแก่ร้านเยียนอวี่เจียงหนานยังไม่กล้าล่วงเกิน!

ตกลงว่าเฉินปู้ฝานเป็นใครกันแน่?

"ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องให้คนไปสืบประวัติไอ้หมอนี่ซะแล้ว!" ชายแซ่เซี่ยกัดฟันกรอด โทรหาเพื่อนทันทีเพื่อสืบประวัติของเฉินปู้ฝาน

...

ระหว่างทางกลับบ้าน เจียงอวี่โหรวขมวดคิ้วมุ่น "ปู้ฝาน คุณทำรุนแรงเกินไปแล้วนะ"

"จะปล่อยให้พวกมันเยาะเย้ยคุณ แถมยังรังแกซือซืออีกงั้นเหรอ?" เฉินปู้ฝานย้อนถาม

เขาพยายามข่มอารมณ์อย่างถึงที่สุดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครได้เดินออกจากร้านอาหารไปแม้แต่คนเดียว

ถึงเจียงอวี่โหรวจะโกรธในใจ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินปู้ฝาน เธอก็พูดอะไรไม่ออก

"พวกอิ่นเสวี่ยทำเกินไปจริงๆ นั่นแหละ เฮ้อ ช่างมันเถอะ!" เธอถอนหายใจ "ปู้ฝาน ขอโทษนะ ที่ทำให้คุณต้องมาพลอยขายหน้าไปด้วย"

"ยายทึ่มเอ๊ย พูดบ้าอะไรเนี่ย ต่อให้จะขายหน้าก็ต้องโทษผมสิ" เฉินปู้ฝานพูดอย่างอ่อนโยน

"ฉันไม่โทษคุณหรอก มันเป็นทางที่ฉันเลือกเอง" เจียงอวี่โหรวพูดอย่างหนักแน่น สีหน้าของเธอหมองลงทันที "แต่ฉันอาจจะต้องตกงานแล้วล่ะ ถ้าสามีของอิ่นเสวี่ยเซ็นสัญญากับบริษัทอวิ๋นลู่จริงๆ เขาคงหาทางไล่ฉันออกแน่ๆ"

เพิ่งจะได้เป็นผู้จัดการแผนก เงินเดือนก็ขึ้น เจียงอวี่โหรวดีใจมาก แต่ยังไม่ทันไรก็ต้องมาโดนไล่ออก เธอรู้สึกผิดหวังมาก

"วางใจเถอะ อวิ๋นลู่ไม่มีทางร่วมงานกับสามีของอิ่นเสวี่ยหรอก แล้วคุณก็จะไม่โดนไล่ออกด้วย ดีไม่ดีอาจจะได้เลื่อนขั้นขึ้นเงินเดือนอีกต่างหาก" เฉินปู้ฝานพูดอย่างมั่นใจ

"คุณล้อเล่นหรือเปล่า ไม่ไล่ฉันออก แถมยังจะเลื่อนขั้นขึ้นเงินเดือนให้อีกเนี่ยนะ?" เจียงอวี่โหรวทำหน้าเหมือนมองคนบ้า

"ไม่เชื่อเหรอ?"

"ไม่เชื่อหรอก"

"แล้วถ้าผมพูดถูกล่ะ จะว่ายังไง?"

"คุณอยากจะให้ทำยังไงก็ได้เลย"

"งั้นเรามาปลดล็อกสกิลใหม่กันไหม?" เฉินปู้ฝานยิ้มเจ้าเล่ห์

"พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย!" เจียงอวี่โหรวหน้าแดงก่ำ ถลึงตาใส่เฉินปู้ฝาน ซือซือก็ยังอยู่ตรงนี้นะ ไม่รู้จักเก็บอาการบ้างเลย

"โอเคๆ ผมผิดเอง งั้นคุณกล้าพนันกับผมไหมล่ะ?" เฉินปู้ฝานหัวเราะ

"ฉันไม่กลัวคุณหรอก ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าคุณพูดผิด ต่อไปนี้คุณต้องฟังฉันทุกอย่างนะ" เจียงอวี่โหรวบอก

"ไม่มีปัญหา" เฉินปู้ฝานตอบตกลงอย่างง่ายดาย

"คุณพ่อคุณแม่คะ ซือซือหิวข้าวแล้ว" ซือซือทำหน้าเบี้ยว

"ฉันเองก็ชักจะหิวเหมือนกันนะ" เจียงอวี่โหรวบอก ตอนอยู่ร้านเยียนอวี่เจียงหนานกินไปได้แค่สองสามคำ ท้องยังว่างอยู่เลย

"ป่ะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงเอง!"

ครอบครัวสามคนจึงหาร้านอาหารเล็กๆ แวะกินกันอย่างเอร็ดอร่อย

...

ในเวลาเดียวกัน เฉินปู้ฝานหาจังหวะโทรหาชางหลง เพื่อสั่งให้เขาไปจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

"ครับผม เข้าใจแล้วครับ!" ชางหลงรับคำสั่งก่อนจะวางสาย

"รนหาที่ตายจริงๆ กล้ามากระตุกหนวดเสือท่านประมุข!"

จากนั้นเขาก็รีบไปจัดการธุระทันที

...

ณ สำนักงานใหญ่บริษัทอวิ๋นลู่ เฉาหัวตงยังคงทำงานอยู่ในห้องทำงาน ควันบุหรี่ลอยคลุ้ง คิ้วขมวดเข้าหากัน

ตรงหน้าเขามีกองเอกสารสัญญาวางอยู่

เพื่อการเติบโตของบริษัท เขาจำใจต้องขายหุ้นบางส่วนให้ประธานกัว เจ้าพ่อวัสดุก่อสร้างร่วมลงทุน ซึ่งก็เท่ากับเป็นการหาผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่ให้กับบริษัท

ถึงแม้จะขายวิลล่าได้หนึ่งหลัง แต่เงินสี่สิบล้านนั่น หลังจากจ่ายเงินเดือนพนักงานและชำระดอกเบี้ยธนาคารแล้ว ก็แทบจะไม่เหลืออะไรเลย!

ซัพพลายเออร์ก็ทวงหนี้กันยิกๆ ในช่วงสองสามวันนี้ เพื่อให้บริษัทอยู่รอด เขาจึงต้องจำใจขายหุ้นบางส่วนออกไป

ความพยายามตลอด 20 ปีต้องมาจบลงแบบนี้ เฉาหัวตงรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างบอกไม่ถูก

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจากเตรียมเอกสารคืนนี้เสร็จ พรุ่งนี้ก็คงต้องเซ็นสัญญากันแล้ว

"ประธานเฉาคะ มีคนมาขอพบค่ะ!" จู่ๆ เลขาก็เดินเข้ามาบอก

"ใครกัน?"

"ผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี หน้าตาไม่คุ้นเลยค่ะ"

"ดึกป่านนี้แล้ว มีธุระอะไรก็เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้เถอะ" เฉาหัวตงโบกมือไล่ ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครทั้งนั้น

"เขาบอกว่าสามารถช่วยแก้วิกฤตของบริษัทอวิ๋นลู่ได้ค่ะ"

พอได้ยินเลขาพูดแบบนี้ เฉาหัวตงก็ตาเป็นประกายทันที

"รีบเชิญเข้ามาเลย!"

ไม่นาน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน

"ไม่ทราบว่าท่านคือ..." เฉาหัวตงเอ่ยถาม

"หนึ่งพันล้าน!" ชายหนุ่มพูดไม่อ้อมค้อม แค่คำแรกก็ทำเอาเฉาหัวตงตกตะลึงไปแล้ว

"หนึ่งพันล้านอะไรกัน?"

"ผมรู้ว่าบริษัทอวิ๋นลู่กำลังมีปัญหาเรื่องการเงิน ผมสามารถให้เงินสนับสนุนหนึ่งพันล้านหยวนได้"

หัวใจของเฉาหัวตงเต้นแรงขึ้นมาทันที

"น้องชาย ดึกป่านนี้แล้ว คงไม่ได้ตั้งใจมาล้อฉันเล่นหรอกใช่ไหม?"

"คุณคิดว่าผมล้อเล่นเหรอ?" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

เฉาหัวตงถึงได้ตระหนักว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาล้อเล่น

"ถึงจะมีเงินหนึ่งพันล้านจริงๆ แต่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมถึงอยากช่วยบริษัทอวิ๋นลู่ของผมล่ะ? คุณมีจุดประสงค์อะไรกันแน่?"

"ผมขอร้องให้คุณทำแค่เรื่องเดียวเท่านั้น!" ชายหนุ่มพูด

นั่นไงล่ะ! เฉาหัวตงคิดในใจ อีกฝ่ายคงไม่ได้มาช่วยฟรีๆ หรอก

เงินตั้งหนึ่งพันล้าน เรื่องที่ขอให้ช่วยต้องยากเย็นแสนเข็ญแน่ๆ!

"เรื่องอะไร?"

"เมื่อได้เงินหนึ่งพันล้านนี้ไปแล้ว การร่วมมือกับประธานกัวก็คงยกเลิกได้แล้วใช่ไหม?"

"แค่นี้เองเหรอ?" เฉาหัวตงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

"แค่นี้แหละ!" ชายหนุ่มยืนยันคำตอบ

"น้องชาย คุณต้องล้อฉันเล่นแน่ๆ เอาเงินหนึ่งพันล้านมาช่วยบริษัทฉัน แลกกับแค่ยกเลิกสัญญากับประธานกัวเนี่ยนะ?" เฉาหัวตงยังคงไม่อยากจะเชื่อ

จนกระทั่งชายหนุ่มหยิบบัตรใบหนึ่งออกมา แล้วยื่นให้เฉาหัวตงดูต่อหน้า

เฉาหัวตงยังคงสงสัย จึงให้เลขาไปตรวจสอบดู พอรู้ผลก็ถึงกับตะลึงงัน

ในบัตรมีเงินหนึ่งพันล้านจริงๆ!

"นี่เป็นแค่เงินทุนเริ่มต้น ถ้าไม่พอก็ยังมีอีกเยอะแยะ ขอแค่คุณทำตัวให้เป็นประโยชน์ก็พอ" ชายหนุ่มพูด

"ผมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ครับ!" เฉาหัวตงดีใจจนเนื้อเต้น การที่มีเงินก้อนโตหล่นทับบริษัทแบบนี้ มันยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเสียอีก

"ขอตัวก่อน!" ชายหนุ่มทำภารกิจเสร็จก็รีบขอตัวกลับทันที

"ยังไม่ทราบเลยครับว่าท่านคือใคร?"

"เจ้านายผมสั่งให้มา คุณไม่ต้องรู้หรอกว่าผมเป็นใคร"

"เจ้านายของคุณคือ..." เฉินปู้ฝาน

"ซี้ด~~" เฉาหัวตงถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก

"เจ้านายผมชอบความสงบ หวังว่าเรื่องนี้คุณจะไม่เอาไปบอกให้คุณเจียงอวี่โหรวรู้นะ"

ชางหลงพูดจบก็เดินจากไป ทิ้งให้เฉาหัวตงยืนตะลึงงันอยู่คนเดียว

"ผู้มีพระคุณ เขาคือผู้มีพระคุณของผมจริงๆ!!" เฉาหัวตงตื่นเต้นจนแทบอยากจะคุกเข่ากราบเฉินปู้ฝานเลยทีเดียว

...

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โครงการอวิ๋นลู่ซูย่วน ภายในวิลล่าธรรมดาหลังหนึ่ง

ประธานกัวเพิ่งจะวางสายจากข้าราชการแซ่เซี่ย หลังจากสืบประวัติของเฉินปู้ฝานอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าเขาไม่มีภูมิหลังอะไรเลย จึงไม่ต้องกังวลอะไร

"งั้นฉันก็เบาใจแล้ว ในเมื่อมันไม่มีภูมิหลังอะไร ก็คงได้แต่เกาะเมียกินอยู่บ้านนั่นแหละ คอยดูเถอะ ฉันจะสั่งสอนมันทีละขั้นๆ ให้หลาบจำเลย!"

"คุณจะใจร้อนไปทำไม แทนที่เราจะไปหามัน สู้เราไปเซ็นสัญญากับบริษัทอวิ๋นลู่ก่อน แล้วค่อยไล่เจียงอวี่โหรวออก ถึงตอนนั้นเธอก็ต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนเราเองแหละ มีโอกาสให้สั่งสอนพวกมันอีกเยอะ" อิ่นเสวี่ยพูดอย่างมีเลศนัย

"งั้นเจียงอวี่โหรวก็ต้องยอมทำทุกอย่างเลยสิ?" ประธานกัวหัวเราะเจ้าเล่ห์

"ทำไม คิดจะทำอะไรเธองั้นเหรอ?" อิ่นเสวี่ยตวัดสายตามอง

"จะเป็นไปได้ยังไง! มีคุณคนเดียวผมก็พอแล้ว!" ประธานกัวโผเข้ากอดอิ่นเสวี่ย พลางนึกถึงรูปร่างของเจียงอวี่โหรว มือไม้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข

"อย่ามัวแต่อ้อยอิ่งอยู่เลย รีบไปเซ็นสัญญากับอวิ๋นลู่ได้แล้ว!" อิ่นเสวี่ยปัดมือเขาออก ก่อนจะควงแขนประธานกัวขึ้นรถเรนจ์โรเวอร์คันโต ขับตรงไปที่บริษัทอวิ๋นลู่

ยังไม่ทันจะออกจากหมู่บ้าน ก็มีสายเรียกเข้าดังขึ้น

ประธานกัวมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วยิ้มเยาะ "ไอ้เฉาหัวตงมันคงร้อนเงินเต็มแก่ ถึงได้รีบโทรตามฉันแต่เช้าขนาดนี้"

เขากดรับสายทันที

"ประธานเฉา ผมกำลังจะออกจากบ้านแล้ว คุณเตรียมเอกสารให้พร้อมก็แล้วกัน!"

"วะ...ว่าไงนะ? ไม่ต้องไปแล้วเหรอ? ยกเลิกสัญญา?"

ประธานกัวเหยียบเบรกกะทันหัน สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

จบบทที่ บทที่ 32 สัญญาเป็นโมฆะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว