- หน้าแรก
- ย้อนเวลาทวงแค้นตำนานมหาเศรษฐียอดฝีมือ
- บทที่ 210 - พบหยางซานเตาอีกครั้ง
บทที่ 210 - พบหยางซานเตาอีกครั้ง
บทที่ 210 - พบหยางซานเตาอีกครั้ง
บทที่ 210 - พบหยางซานเตาอีกครั้ง
ไอ้บอดซ้ายมีชื่อจริงว่าอะไร เฉาคุนก็ไม่รู้เหมือนกัน
เพราะในคุกชาติก่อน หยางซานเตาไม่เคยเอ่ยถึงชื่อจริงของมันเลย
ส่วนที่ได้ฉายาว่าไอ้บอดซ้าย ก็เพราะสมัยที่มันเพิ่งเริ่มเดินตามหลังหยางซานเตา มันพลาดท่าโดนแทงตาซ้ายบอดในการตะลุมบอนครั้งหนึ่ง
ตั้งแต่นั้นมา ฉายานี้ก็ติดตัวมันมาตลอด
และด้วยเหตุนี้เอง ไอ้บอดซ้ายถึงได้ติดนิสัยใส่แว่นตาดำตลอดเวลา ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน เพื่อปกปิดดวงตาซ้ายที่น่าเกลียดของมัน
นอกจากนี้ ไอ้บอดซ้ายยังเป็นหนึ่งในลูกน้องคนสนิทที่หยางซานเตาไว้ใจที่สุดด้วย
ก็แหงล่ะ มันเป็นพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตาย บุกเบิกเส้นทางมาด้วยกันตั้งแต่ยุคแรกๆ นี่นา
แต่ในฐานะลูกน้องคนสนิทและพี่น้องร่วมสาบาน ไอ้บอดซ้ายกลับมอบของขวัญชิ้นใหญ่ เป็นหมวกกันน็อคสีเขียวใบโตให้หยางซานเตาสวมซะงั้น
หยางซานเตามีเมียแต่งมาแล้วสองคน
เมียคนแรกอยู่กินกันได้ไม่กี่ปีก็ป่วยตายไป โดยไม่มีลูกด้วยกัน
ผ่านไปหลายปี มันก็แต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่เด็กกว่าเป็นสิบๆ ปี
นอกจากเมียแต่งแล้ว มันยังมีเมียน้อยอีกหลายคน
และในบรรดาเมียน้อยเหล่านั้น มีอยู่คนหนึ่งที่มันรักและหลงมากที่สุด
เพราะเมียน้อยคนนี้ ดันคลอดลูกชายฝาแฝดให้มันไงล่ะ
แต่ทว่า ตามไทม์ไลน์ในชาติก่อน อีกหนึ่งปีหลังจากนี้ หยางซานเตาจะจับได้ว่า... ลูกชายฝาแฝดคู่นั้นไม่ใช่สายเลือดของมัน แต่เป็นไข่ของไอ้บอดซ้ายต่างหาก!
เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้คุณครูอนุบาลคนหนึ่งเลยนะ!
ตามไทม์ไลน์ อีกหนึ่งปีให้หลัง จะเป็นช่วงที่แฝดคู่นี้เข้าโรงเรียนอนุบาล
วันหนึ่ง หยางซานเตานึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากไปรับลูกแฝดที่โรงเรียนด้วยตัวเอง
ด้วยความที่ครูอนุบาลไม่เคยเห็นหน้ามันมาก่อน ก็เลยชวนคุยตามประสา
แล้วครูก็ดันหลุดปากพูดออกมาว่า นึกว่าผู้ชายที่ใส่แว่นตาดำคนนั้น เป็นพ่อของเด็กซะอีก
ไอ้แว่นตาดำที่ว่า หยางซานเตาย่อมรู้ดีว่าหมายถึงใคร ก็ไอ้บอดซ้ายไงล่ะ!
ก็เพราะมันเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกแฝด มันเลยสั่งให้ไอ้บอดซ้ายไปเป็นบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันเมียน้อยคนนี้ไปรับส่งลูกทุกวัน
แต่คำพูดซื่อๆ ของครูอนุบาล กลับทำให้หยางซานเตารู้สึกเหมือนมีก้างชิ้นโตติดคอ
ทำไมครูถึงคิดว่าไอ้บอดซ้ายเป็นพ่อเด็กล่ะ?
หรือว่า... ลูกชายสุดที่รักของมัน จะหน้าตาไปคล้ายไอ้บอดซ้ายงั้นเหรอ?
พอกลับมาสังเกตดูดีๆ มันก็แทบช็อค เมื่อพบว่าลูกแฝดของมัน หน้าตาพิมพ์เดียวกับไอ้บอดซ้ายเป๊ะๆ
พอรู้แบบนั้น หยางซานเตาก็ของขึ้นทันที มันแอบเก็บตัวอย่างเส้นผมของเด็กแฝดและของตัวเอง ส่งไปตรวจ DNA ถึง 12 สถาบัน!
ใช่แล้ว!
เพื่อความชัวร์ มันส่งไปตรวจตั้ง 12 สถาบัน!
ผลปรากฏว่า ทั้ง 12 สถาบันยืนยันตรงกันว่า... เด็กแฝดคู่นั้น ไม่ใช่ลูกของมัน
หยางซานเตาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า สั่งคนไปจับตัวไอ้บอดซ้ายมา แล้วให้เจ้าหน้าที่จากสถาบันตรวจ DNA เจาะเลือดมันกับเด็กแฝดเพื่อตรวจยืนยันกันต่อหน้าต่อตา
ผลก็คือ... ไอ้บอดซ้ายนี่แหละ พ่อตัวจริงเสียงจริงของเด็กแฝด
และคืนนั้นเอง... ไอ้บอดซ้าย เมียน้อยคนโปรด และเด็กแฝดคู่นั้น ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พุ่งตกแม่น้ำจมน้ำตายยกครัว...
ขณะที่เฉาคุนกำลังนึกถึงเรื่องราวในชาติก่อน ไอ้บอดซ้ายก็เดินหัวเราะร่วนเข้ามาหาเขาพอดี
"ฮ่าๆๆ เถ้าแก่เฉา ขออภัยที่มารบกวนกะทันหันนะครับ คือเจ้านายผมได้ยินกิตติศัพท์ของเถ้าแก่มานานแล้ว เลยอยากจะเชิญไปจิบน้ำชา สนทนาพาทีกันสักหน่อย ไม่ทราบว่าเถ้าแก่จะให้เกียรติไปพบได้ไหมครับ?"
เฉาคุนหัวเราะหึๆ "แหม เกรงใจจังเลย ผมเองก็อยากจะไปคารวะเถ้าแก่หยางซานเตา ผู้เลื่องชื่อมานานแล้วเหมือนกันครับ"
"งั้นก็เข้าทางเลยสิครับ!" ไอ้บอดซ้ายปรบมือเสียงดัง พร้อมกับผายมือเชื้อเชิญ "เชิญเลยครับเถ้าแก่เฉา"
สิ้นเสียงไอ้บอดซ้าย รถเบนท์ลีย์ มูซาน สีขาวคันหรู ก็แล่นมาจอดเทียบตรงหน้าเฉาคุนทันที
เห็นแบบนั้น หลิวหงก็ใจหายวาบ รีบคว้ามือเฉาคุนไว้แน่น
เฉาคุนหันไปมองหลิวหง บีบมือหล่อนเบาๆ เพื่อให้คลายกังวล
"ไม่ต้องห่วงน่า เถ้าแก่หยางแค่เชิญไปจิบชา ไม่มีอะไรหรอก"
พูดจบ เฉาคุนก็คาบบุหรี่ ก้าวขึ้นรถไปอย่างหน้าตาเฉย
เมื่อเห็นเฉาคุนขึ้นรถไปแล้ว ลูกน้องที่ไอ้บอดซ้ายพามาด้วย ก็ทยอยกันขึ้นรถคันอื่นๆ ตามไป
แต่ก็ไม่ได้กลับไปทั้งหมดหรอกนะ
ยังมีอีกกลุ่มหนึ่ง ยืนเฝ้าอยู่หน้าบาร์ตี้หวังเหมือนเดิม
ความหมายมันชัดเจนอยู่แล้ว... จากนี้ไป บาร์ตี้หวังจะเปิดได้หรือไม่ได้ มันไม่ได้อยู่ที่คำสั่งของเฉาคุนอีกต่อไปแล้ว
........
ยี่สิบกว่านาทีต่อมา!
ขบวนรถก็แล่นมาจอดหน้าคลับเฮ้าส์หรูหราแห่งหนึ่ง ที่มีป้ายชื่อ 'คลับแปดชาติ'
คลับแห่งนี้เป็นหนึ่งในธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจรของหยางซานเตา
ภายในมีบริการครบครัน ทั้งนวดสปา อาบอบนวด ร้องคาราโอเกะ และอื่นๆ อีกมากมาย
ที่ได้ชื่อว่า 'คลับแปดชาติ' ก็เพราะที่นี่รวบรวมสาวงามจากหลายเชื้อชาติไว้คอยบริการ
ไม่ว่าจะเป็นสาวผิวขาวโอโม่จากยุโรปและอเมริกา สาวผิวสีแทนทรงเสน่ห์จากแอฟริกา หรือแม้แต่สาวภารตะตาคมจากอินเดีย
เรียกได้ว่ามาที่เดียว ก็ได้ลิ้มลองรสชาติสาวงามจากทั่วทุกมุมโลก โดยไม่ต้องบินไปถึงต่างประเทศ
เมื่อลงจากรถ เฉาคุนไม่ได้เดินเข้าทางประตูหน้า แต่ไอ้บอดซ้ายพาเขาเดินเข้าทางประตูลับ แล้วกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 6 ทันที
ไอ้บอดซ้ายพาเฉาคุนมาหยุดหน้าห้องที่มีชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ยืนเฝ้าอยู่สองคน
เหมือนตอนที่ไปพบสยงปู้ฝานไม่มีผิด เฉาคุนต้องถูกชายสองคนนั้นค้นตัวก่อน
แต่ที่ต่างออกไปคือ คราวนี้ลูกน้องของหยางซานเตาไม่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของเขาไป
เมื่อแน่ใจว่าเฉาคุนไม่ได้พกอาวุธ ไอ้บอดซ้ายก็ยิ้มรับ ผลักประตูเปิดออก พร้อมกับผายมือเชิญ
"เชิญครับ เถ้าแก่เฉา!"
เฉาคุนก้าวเข้าไปในห้องอย่างผ่าเผย ไม่มีทีท่าหวาดหวั่นใดๆ ทั้งสิ้น
พอพ้นประตูเข้าไป ก็พบกับห้องที่ตกแต่งหรูหราอลังการ ไม่แพ้ห้องทำงานของเขาที่บาร์ตี้หวังเลย
ตรงสุดโต๊ะประชุมตัวยาวที่นั่งได้เจ็ดแปดคน มีชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง อายุราวๆ สี่สิบปี นั่งโอบเอวสาวสวยทรงโตอยู่
ชายคนนั้นก็คือ หยางซานเตา และเมียแต่งของมัน เซียวเหวินจิ้ง!
เห็นหน้าหยางซานเตาตอนนี้ เฉาคุนก็อดรู้สึกตะหงิดๆ ในใจไม่ได้
แม่งเอ๊ย โคตรขัดหูขัดตา!
ก็ไอ้หมอนี่แหละ ที่ในชาติก่อนเอาแต่เดินตามตูด เรียกเขาว่า 'พี่ปา' ปาวๆๆ
แต่ตอนนี้... ไอ้ลูกกะจ๊อกจอมเลียแข้งเลียขาคนนั้น กลับกลายมาเป็นมาเฟียขาใหญ่ นั่งวางมาดผู้มีอิทธิพลซะงั้น
เฉาคุนกวาดสายตามองบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบๆ หยางซานเตากับเซียวเหวินจิ้ง ก่อนจะลากเก้าอี้ออก แล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่เกรงใจ
เห็นท่าทีของเฉาคุน หยางซานเตาก็หรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนมุมปาก
"หึๆๆ ไม่นึกเลยว่า เถ้าแก่คนใหม่ของบาร์ตี้หวัง จะอายุน้อยแถมยังมีอนาคตไกลขนาดนี้ ขอแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันชื่อหยางซานเตา..."
ยังไม่ทันที่หยางซานเตาจะพูดจบ เฉาคุนก็ยกมือขึ้นเบรก พร้อมกับยิ้มกริ่ม "ไม่ต้องแนะนำตัวหรอก ฉันรู้จักแกดี"
หยางซานเตาชะงักไปนิด "แกรู้จักฉันงั้นเหรอ?"
"ใช่" เฉาคุนตอบ "พูดให้ถูกก็คือ... ฉันรู้จักตัวแก ดีกว่าที่แกรู้จักตัวเองซะอีก"
(จบแล้ว)