- หน้าแรก
- ได้ระบบมาทั้งที ทำไมทางเลือกแต่ละทีถึงมีแต่เรื่องกาวๆ
- บทที่ 102 - คะแนนประเมินที่น่าตกใจ
บทที่ 102 - คะแนนประเมินที่น่าตกใจ
บทที่ 102 - คะแนนประเมินที่น่าตกใจ
บทที่ 102 - คะแนนประเมินที่น่าตกใจ
สิ้นประโยคนี้ ตัวแทนฝ่ายค้านคนอื่นๆ ทั้งหมดก็ตบโต๊ะลุกขึ้นยืน แต่ละคนจ้องป๋ายฮวงตาเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ท่าทางเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาเปิดศึกกับป๋ายฮวง
แต่น่าเสียดาย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะถลึงตาใส่ยังไง ป๋ายฮวงก็ยังคงทำตัวสบายๆ ไม่สะทกสะท้าน
ตาต่อตาฟันต่อฟัน ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องการอภิปรายผลกระทบของวรรณกรรมออนไลน์อีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นปัญหาเรื่องทัศนคติ
ในเมื่ออีกฝ่ายแอคอาร์ตได้ เขาก็ต้องแอคอาร์ตให้หนักกว่า ศัตรูกำเริบเสิบสานหนึ่งคืบ เขาก็จะตอบโต้กลับไปหนึ่งศอก!
ทางฝั่งที่นั่งผู้ชม หลี่อวี๋และสวีเชี่ยนต่างกุมขมับด้วยความเหนื่อยใจ จะว่ายังไงดีล่ะ สำหรับป๋ายฮวงในโหมดนี้ พวกเธอไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด
ในฐานะครู ตอนนี้พวกเธอไม่สามารถพูดอะไรเพื่อปกป้องป๋ายฮวงได้ ไม่งั้นจะถูกมองว่าลำเอียงปกป้องคนของตัวเอง ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อป๋ายฮวงเลย คงต้องรอดูว่าคณะกรรมการจะให้คะแนนยังไง
"ทั้งสองฝ่ายกรุณาอยู่ในความสงบ นั่งลงได้!" กรรมการคนหนึ่งตะโกนเสียงเข้ม
เมื่อกรรมการพูดขึ้น พวกฝ่ายค้านก็ยอมนั่งลงทีละคน แต่ก็ยังคงถลึงตาใส่ป๋ายฮวงอยู่ดี พวกเขาถูกป๋ายฮวงกวนประสาทจนลมออกหูจริงๆ
"เนื่องจากงานโต้วาทีในครั้งนี้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงไปกว่านี้ งานโต้วาทีจึงขอจบลงเพียงเท่านี้ เดี๋ยวพวกเราคณะกรรมการจะทำการให้คะแนน" กรรมการคนเมื่อครู่กล่าว
การโต้วาทีครั้งนี้ดำเนินไปเพียงชั่วครู่เท่านั้น ทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะโต้แย้งกันไปได้แค่ไม่กี่ประโยค ดังนั้นขอบเขตของการประเมินคะแนนจึงแคบมาก ก็คงดูจากการโต้แย้งเมื่อครู่เป็นหลัก
ป๋ายฮวงไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ยังไงเขาก็รู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเป็นยังไง ในเมื่อเมื่อกี้เขาเลือกที่จะปลดปล่อยความสนุกไปแล้ว
"กรรมการแต่ละคนสามารถให้คะแนนได้สูงสุด 10 คะแนน ตอนนี้ขอเชิญกรรมการทั้ง 5 ท่านเริ่มให้คะแนนได้" ผู้ทำหน้าที่คล้ายผู้ดูแลการแข่งขันกล่าว
จากนั้น กรรมการทั้ง 5 คนก็เริ่มให้คะแนนฝ่ายค้านก่อน โดยมี 4 คนที่ให้ 3 คะแนน ส่วนมู่เชียนเหลียนกลับให้ 0 คะแนน
สำหรับเรื่องที่มู่เชียนเหลียนให้ 0 คะแนน ผู้คนจำนวนมากในที่นั้นต่างก็รู้สึกประหลาดใจ นี่เล่นไม่ให้แม้แต่คะแนนความสงสารเลยเหรอ เข้มงวดเกินไปหน่อยไหม
นักเรียนทั้งเจ็ดคนของฝ่ายค้านก็งงเป็นไก่ตาแตก พวกเขาไม่เคยไปล่วงเกินเทพธิดาดาวโรงเรียนอย่างมู่เชียนเหลียนเลยสักครั้ง ทำไมถึงปรับพวกเขาได้ศูนย์คะแนนล่ะ
แม้จะอยากตั้งคำถาม แต่ในเมื่ออีกฝ่ายคือมู่เชียนเหลียน แค่เหตุผลนี้ข้อเดียวก็ไม่มีใครในหมู่พวกเขากล้าตั้งคำถามแล้ว ต่อให้กินดีหมีหัวใจเสือมาก็ไม่มีความกล้าพอ
"หืม มู่เชียนเหลียนกำลังช่วยฉันอยู่เหรอ" ป๋ายฮวงคิดในใจเงียบๆ
กรรมการคนอื่นๆ อย่างน้อยก็ยังให้ฝ่ายค้าน 3 คะแนน การที่มู่เชียนเหลียนให้ศูนย์คะแนนแบบนี้มันช่างดูแปลกแยกสุดๆ
แต่ป๋ายฮวงก็แค่คิดไปเรื่อยเปื่อย เพราะยังไงซะมู่เชียนเหลียนก็ยังคงตีหน้าตายไร้อารมณ์เหมือนเดิม ไม่มีใครรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
"ลำดับต่อไป ขอเชิญคณะกรรมการให้คะแนนฝ่ายเสนอครับ" ผู้ดูแลคนเดิมกล่าวต่อ
วินาทีต่อมา กรรมการเหล่านั้นก็ชูป้ายคะแนนขึ้นมาพร้อมกัน
ว้าว!
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นไปทั่วทั้งห้อง
อึ้งไปเลย เมื่อทุกคนเห็นป้ายคะแนน แต่ละคนต่างก็ตกตะลึงกันไปตามๆ กัน
สาเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เพราะคะแนนบนป้ายสูงลิ่ว แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
นอกจากมู่เชียนเหลียนแล้ว กรรมการอีก 4 คนให้คะแนนฝ่ายเสนอเพียง 1 คะแนนเท่านั้น!
ใช่แล้ว 1 คะแนน แค่ 1 คะแนนจริงๆ หรือที่เรียกกันว่าคะแนนความสงสารนั่นแหละ แค่ให้ผ่านๆ ไปเท่านั้น
สำหรับเรื่องนี้ แม้คนอื่นๆ จะตกใจ แต่ป๋ายฮวงยังคงนิ่งเฉย ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ไม่แปลกใจเลย
ตอนนี้สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่มู่เชียนเหลียน เพราะจนถึงตอนนี้เธอยังไม่ยกป้ายคะแนนขึ้นมาเลย ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร ดูเหมือนเธอจะตกอยู่ในภวังค์ความคิด
หรือจะเรียกว่าลังเลดีล่ะ
ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังของมู่เชียนเหลียน หลายคนรู้ดีว่าสไตล์การทำงานของเธอนั้นเรียบง่ายและเด็ดขาดมาตลอด แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงลังเลล่ะ
มู่เชียนเหลียนกำลังลังเลเรื่องอะไรกันแน่
ทุกคนรู้ดีว่าฝ่ายเสนอนั้นมีแค่ป๋ายฮวงคนเดียวที่ลุกขึ้นพูด ดังนั้นคะแนนที่คณะกรรมการให้ก็ต้องพุ่งเป้าไปที่ป๋ายฮวงเพียงคนเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย
พูดอีกอย่างก็คือ คะแนนที่มู่เชียนเหลียนกำลังจะให้ ก็คือคะแนนที่ให้ป๋ายฮวง ไม่มีปัจจัยอื่นมาแทรกแซง
ความจริงสิ่งที่ทุกคนจับตามองเป็นพิเศษก็คือความสัมพันธ์ระหว่างป๋ายฮวงกับมู่เชียนเหลียน ช่วงนี้ใครบ้างจะไม่รู้ข่าวลือของทั้งสองคน ดังนั้นมู่เชียนเหลียนจะให้คะแนนพิเศษหรือเปล่า
ทุกคนล้วนมีความรู้สึก การที่จะถูกความรู้สึกครอบงำก็เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นทุกคนจึงเดากันว่า ต่อให้เห็นแก่ป๋ายฮวง มู่เชียนเหลียนก็ควรจะให้คะแนนตั้งแต่ 3 คะแนนขึ้นไป
ไม่กี่วินาทีต่อมา ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน มู่เชียนเหลียนค่อยๆ ยกป้ายคะแนนขึ้น
ซี๊ด!
ทันทีที่เห็นคะแนนบนป้าย เกือบทุกคนในที่นั้นถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวมถึงกรรมการคนอื่นๆ ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ช็อกไปเลย คราวนี้ช็อกของจริง!
ต่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างมู่เชียนเหลียนกับป๋ายฮวงจะเป็นยังไง ก็ไม่น่าจะต้องทำถึงขนาดนี้ไหม
มู่เชียนเหลียนให้คะแนนที่ทำเอาคนอื่นช็อกสุดขีด!
แม้แต่ป๋ายฮวงเองก็ยังอดหัวเราะออกมาไม่ได้ จะว่ายังไงดี มู่เชียนเหลียนช่างทำให้คนประหลาดใจได้ตลอดเลยจริงๆ โชว์ฟอร์มได้เหนือความคาดหมายสุดๆ
ดูท่าแล้ว เขาคงมีความสัมพันธ์ที่แท้ทรูรูกับมู่เชียนเหลียนจริงๆ สินะ
คะแนนที่มู่เชียนเหลียนเขียนลงบนป้ายก็คือ ศูนย์!
ใช่
ใช่แล้ว
ไม่ได้ตาฝาด
ศูนย์คะแนนไข่ต้มเน้นๆ
นี่คือคะแนนสุดท้ายที่มู่เชียนเหลียนมอบให้ป๋ายฮวง
"ตอนนี้ผมขอประกาศว่า ฝ่ายที่ชนะการโต้วาทีในครั้งนี้คือฝ่ายค้าน!" ผู้ดูแลตะโกน
และแล้ว งานโต้วาทีก็รูดม่านปิดฉากลง ผลการแข่งขันออกมาแล้ว
แต่สำหรับป๋ายฮวงแล้ว จะแพ้หรือชนะก็ไม่มีความแตกต่างอะไร ขอแค่มีความสุขก็พอ
"ติง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำทางเลือกที่ 2 สำเร็จ ได้รับรางวัล: การ์ดเสริมพลัง"
เมื่อเห็นหน้าจอเสมือนจริงลอยอยู่ตรงหน้า ป๋ายฮวงก็รู้สึกพอใจมาก นี่แหละคือเป้าหมายที่แท้จริงของการปลดปล่อยความสนุกของเขาเมื่อครู่
ส่วนเรื่องคะแนนอะไรนั่น ก็ปล่อยมันผ่านไปเถอะ เรื่องขี้ปะติ๋ว
เมื่องานโต้วาทีจบลง ผู้คนมากมายก็ทยอยเดินออกจากห้อง มู่เชียนเหลียนก็ลุกออกไปเป็นคนแรกๆ โดยไม่ได้หันมามองป๋ายฮวงเลย
ครู่ต่อมา หลี่อวี๋และสวีเชี่ยนก็เดินมาหาป๋ายฮวง
"ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่งานโต้วาทีครั้งเดียว ไม่มีอะไรต้องใส่ใจ เธออย่าเสียใจไปเลยนะ" หลี่อวี๋กล่าว
"ใช่แล้ว อวี๋เอ๋อร์พูดถูก มันก็แค่กิจกรรมธรรมดาๆ ไม่เห็นต้องเก็บไปคิดมากเลย" สวีเชี่ยนเสริม
ได้ยินแบบนี้ ป๋ายฮวงทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อนๆ กลับไป เขาไม่ได้เสียใจเลยสักนิด หลี่อวี๋กับสวีเชี่ยนคิดมากไปเองหรือเปล่า
"จบแล้ว ไปกันเถอะครับ" ป๋ายฮวงลุกขึ้นยืน
เมื่อเห็นแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของป๋ายฮวง หลี่อวี๋และสวีเชี่ยนมองหน้ากัน พวกเธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ ก็เล่นโดนกรรมการให้ศูนย์คะแนนแบบนั้น เปลี่ยนเป็นใครก็ต้องรู้สึกแย่ทั้งนั้นแหละ
หลี่อวี๋และสวีเชี่ยนก้าวเดินตามป๋ายฮวงออกไปข้างนอก ในใจก็คิดหาวิธีว่าจะปลอบใจป๋ายฮวงยังไงดี
ไม่นาน ป๋ายฮวง หลี่อวี๋ และสวีเชี่ยนก็เดินออกมาพร้อมๆ กัน
ดังนั้น ทั้งสามคนจึงมองเห็นพร้อมกันว่าตอนนี้มีคนยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดิน
คนคนนั้นคือ มู่เชียนเหลียน!
[จบแล้ว]