เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก

บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก

บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก


บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก

เรื่องราวดูมีเงื่อนงำ มีหลายอย่างที่ยังอธิบายไม่ได้ เลี่ยวจงรู้สึกหงุดหงิดใจ อยากจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบเพื่อดับความกังวล แต่พอเหลือบไปเห็นเฉินตั่ว สุดท้ายก็ทำได้แค่พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ถือซะว่าเป็นการพ่นควันบุหรี่ก็แล้วกัน:

"ฉันต้องไปคุยกับหวงหยวนเปียวให้รู้เรื่องซะแล้ว"

"เรื่องที่สมาคมเชิดสิงโตปิดบังเอาไว้ มันถึงเวลาที่ต้องเปิดเผยออกมาได้แล้ว"

สมาคมเชิดสิงโตเคยช่วยเหลือพวกเขาไว้มากในช่วงสงคราม ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสมาคมเชิดสิงโตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เลี่ยวจงก็ยังคงไว้หน้าสมาคมเชิดสิงโต ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายความลับของพวกเขา แต่ตอนนี้ในเมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่า ชายสวมหน้ากากก็คือเจิงจื่อเจี๋ย บวกกับปู้ซินที่เป็นหมอผีสายมนต์ดำจากฮวานาน สมาคมเชิดสิงโตก็ต้องให้คำอธิบายกับหน่าตูตงแล้วล่ะ

หูซิวอู๋ถามด้วยความสงสัย: "ครั้งนี้ไม่ต้องให้ฉันกับตั่วเอ๋อร์ไปที่ฉานเฉิงแล้วเหรอ? ทำไมลุงไม่ไปหาหวังวั่งหูล่ะ?"

เฉินตั่วก็หันมามองเลี่ยวจงเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเธอก็อยากจะไปฉานเฉิงกับหูซิวอู๋อีกครั้ง

เหอะ ปล่อยให้ไปครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ไอ้เด็กบ้ายังจะกล้าได้คืบจะเอาศอกอีก

เลี่ยวจงปฏิเสธคำขอของพวกเขาทั้งสองคนอย่างเด็ดขาด

เมื่อเห็นดังนั้น ประกายวิบวับในดวงตาของเฉินตั่วก็หม่นหมองลง ราวกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะขาดแสงแดดและน้ำค้าง สีสันที่เคยสดใสก็พลอยจางหายไป

เลี่ยวจงทนดูภาพแบบนี้ไม่ได้ที่สุด แต่ครั้งนี้ที่เขาไม่ให้เฉินตั่วและหูซิวอู๋ไปฉานเฉิง ไม่ใช่แค่เพราะความเห็นแก่ตัวของเขาเท่านั้น แต่มันมีเหตุผลสำคัญอยู่ เขาอธิบายให้เฉินตั่วฟังว่า: "ไม่ เรื่องนี้มันไม่ง่ายอย่างนั้นแล้ว หลังจากที่พวกเธอระบุตัวตนของเจิงจื่อเจี๋ยว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในการขโมยสมบัติของชาติได้แล้ว ฉันก็ส่งคนไปจับตาดูสมาคมเชิดสิงโตและหวังวั่งหูอย่างลับๆ ทันที"

"เมื่อเช้านี้ มีรายงานด่วนมาจากทางฉานเฉิงว่า หวังวั่งหูหายตัวไปแล้ว ตอนที่คนของสมาคมเชิดสิงโตกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ที่ภูเขาด้านหลัง คนที่เฝ้าจับตาดูอยู่ก็สังเกตเห็นว่า จู่ๆ คนของสมาคมเชิดสิงโตก็เกิดอาการแตกตื่น พวกเขากระจายกำลังกันออกค้นหาทั่วทั้งภูเขาลูกนั้นหลายรอบ เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่"

"แต่พวกเขาก็วุ่นวายกันอยู่ทั้งคืน สุดท้ายก็เดินคอตกกลับลงมาจากภูเขา แม้แต่หวงหยวนเปียวก็หน้าเขียวปัด และจากคำบอกเล่าของคนที่เฝ้าดูอยู่ ในกลุ่มคนที่ลงมาจากภูเขา ไม่มีหวังวั่งหูอยู่ด้วย"

"หายตัวไปอย่างลึกลับในภูเขา ไร้ร่องรอย ฟังดูคุ้นๆ ไหมล่ะ?"

หวังวั่งหู คนที่ให้ข้อมูลกับพวกเขาเป็นคนแรก แท้จริงแล้วเขามีบทบาทอะไรในเรื่องนี้กันแน่? หูซิวอู๋เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ: "ที่แท้หวังวั่งหูก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังงั้นเหรอ? เขาหลอกให้ลูกศิษย์ของตัวเองตั้งตนเป็นเทพเจ้า แล้วก็แอบขอยืมพลังของเขามาใช้อีกที?"

"นี่มันสไตล์ของลัทธิบัวขาวชัดๆ เลยนี่นา!"

"เขาจะมั่นใจได้ยังไงว่า เจิงจื่อเจี๋ยจะยอมฟังคำสั่งของเขา" เลี่ยวจงถามต่อ "ในอดีตลัทธิบัวขาว มีวิธีทำให้บุตรศักดิ์สิทธิ์ยอมฟังคำสั่งของประธานลัทธิยังไงล่ะ?"

"อาศัยความศรัทธาไงล่ะ" หูซิวอู๋อธิบาย "ตอนที่พวกเขาเผยแพร่ความเชื่อ พวกเขาจะยกสถานะของประธานลัทธิให้อยู่เหนือบุตรศักดิ์สิทธิ์ บุตรศักดิ์สิทธิ์จึงต้องฟังคำสั่งของประธานลัทธิ"

"แต่ในคัมภีร์ที่พบในหมู่บ้านกาเจีย ไม่มีบันทึกเรื่องแบบนี้เลยนะ"

เลี่ยวจงพูดช้าๆ ว่า "งั้นนายคิดว่า ทำไมหวังวั่งหูถึงได้บอกเบาะแสของเจิงจื่อเจี๋ยให้กับพวกเราล่ะ?"

คำพูดของเลี่ยวจง ทำให้หูซิวอู๋นึกขึ้นมาได้:

"ลุงกำลังจะบอกว่า ที่จริงแล้วพวกเขาสองคนไม่ได้อยู่พวกเดียวกัน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เจิงจื่อเจี๋ยอาจจะรู้ตัวแล้วว่ามีอะไรผิดปกติกับตัวเอง และต้องการจะพลิกสถานการณ์ เขาถึงได้ไปสร้างฐานศรัทธาในมณฑลเตียน และเผยแพร่คัมภีร์ที่เขาเป็นคนดัดแปลงเอง"

"ถูกต้อง ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" เลี่ยวจงพยักหน้า เขาเห็นตรงกับหูซิวอู๋ ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นดุดัน แต่จิตสังหารนี้ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่หูซิวอู๋:

"เหตุผลที่ตาแก่นั่น ยอมบอกเบาะแสของเจิงจื่อเจี๋ยให้กับพวกเรา ก็คงเป็นเพราะเขารู้แล้วว่า เจิงจื่อเจี๋ยต้องการจะหลุดพ้นจากการควบคุมของเขา และได้เริ่มลงมือทำแล้ว ครั้งนี้เขาเลยขอยืมมือของพวกเรา เพื่อทำลายที่พึ่งพิงทางจิตใจของเจิงจื่อเจี๋ย"

ที่สำคัญที่สุด นี่คือแผนที่เปิดเผย หน่าตูตงเมื่อรู้ว่ามีคนมาหลอกลวงประชาชน ก็ไม่มีทางปล่อยไว้แน่

หูซิวอู๋พูดขึ้นว่า: "แต่ถ้าเรื่องของหมู่บ้านกาเจียและหมู่บ้านอื่นๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหวังวั่งหู แล้วเขาไปรวบรวมพลังศรัทธามากมายขนาดนั้น มาสร้างเป็นร่างเทพเจ้ามนุษย์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?"

"ยังไงซะ ก็ต้องหาตัวหวังวั่งหูให้เจอก่อน ถ้าจับเขาได้ เรื่องทุกอย่างก็คงจะได้คำตอบเองแหละ"

ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เลี่ยวจงปวดหัวที่สุดก็คือเรื่องนี้แหละ หน่าตูตงยังไม่มีเบาะแสเลยว่าหวังวั่งหูหายตัวไปไหน คงทำได้แค่ส่งคนไปตรวจสอบที่บ้านเกิด ญาติสนิทมิตรสหาย และรายการเดินบัญชีของเขา เพื่อดูว่าจะฟลุคเจออะไรไหม

ต้องรีบหาตัวหวังวั่งหูให้เจอให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้น ถ้าปล่อยให้เขาไปรวมหัวกับเจิงจื่อเจี๋ยได้ล่ะก็ มันจะยิ่งรับมือยากขึ้นไปอีก

หมาป่าเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์ ถ้าได้หมาป่าดุร้ายมาช่วย ฝูงแกะคงต้องเดือดร้อนแน่ๆ

หูซิวอู๋ถามเลี่ยวจงอย่างไม่เข้าใจ: "ตอนที่ผมอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมเคยเห็น... อะแฮ่ม ได้ยินมาว่า หน่าตูตงสามารถใช้กล้องวงจรปิด ตามรอยเป้าหมายได้ ขอแค่โผล่หน้ามาให้เห็น ก็ต้องโดนจับได้แน่ๆ ฮวานานก็เป็นเมืองเศรษฐกิจ เป็นแหล่งกำเนิดเทคโนโลยีแท้ๆ ฮวานานหน่าตูตงทำแบบนั้นไม่ได้เหรอครับ?"

เลี่ยวจงตอบอย่างหนักแน่น: "เป็นไปไม่ได้ เทคโนโลยีในตอนนี้ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ต่อให้เป็นเทคโนโลยีของต่างประเทศก็ยังทำไม่ได้เลย"

ในฐานะที่เป็นทั้งผู้รับผิดชอบอ้านเป่าและหน่าตูตงสาขาฮวานาน เลี่ยวจงมีสิทธิ์ที่จะสรุปแบบนี้ได้

เลี่ยวจงพูดต่อ: "ฉันไม่รู้ว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำได้ยังไง แต่พวกเขาคงไม่ได้พึ่งแค่เทคโนโลยีอย่างเดียวแน่ๆ เรื่องนี้ต้องมีผู้ใช้พลังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยชัวร์"

"เป็นไปได้สูงว่า อาจจะเป็นการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มาผสมผสานกับความสามารถพิเศษของผู้ใช้พลังที่มีมาแต่กำเนิด เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์แบบนั้น"

คำพูดของเลี่ยวจง ทำให้หูซิวอู๋นึกถึงตอนที่เขากับหูปาอี นั่งรถไฟกลับจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาที่สี่จิ่วเฉิง พวกเขาได้รับข้อความขอบคุณสุดน่ารัก จากเบอร์แปลกๆ ที่เป็นตัวหนังสือยึกยือ

'งั้นแสดงว่า ข้อความนั่น ก็มาจากผู้ใช้พลังที่สามารถเฝ้าระวังได้ทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่งมาให้ฉันกับพี่ใหญ่งั้นสิ?'

"แต่ว่า นายก็พูดจุดประกายให้ฉันคิดอะไรออกเหมือนกัน"

ในเมื่อเขาหมดปัญญาแล้ว งั้นก็หาตัวช่วยจากภายนอกซะเลย เลี่ยวจงค้นหารายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์มือถือ เจอเบอร์ที่ไม่ได้โทรหามานานแล้ว จึงกดโทรออก

ตื๊ด

รอสายไม่นาน ปลายสายก็รับ เลี่ยวจงหัวเราะเสียงดัง: "ฮัลโหล เหล่าเกาเหรอ? ฉันเอง เลี่ยวจงจากฮวานานนะ"

"...นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง พี่น้องว่างๆ จะโทรมาคุยเล่นด้วยไม่ได้หรือไง"

เลี่ยวจงทำเสียงเหมือนน้อยใจที่เพื่อนไม่ไว้ใจ แถมยังแอบงอนนิดๆ ด้วย

รอให้เกาเหลียนที่กำลังงงเป็นไก่ตาแตกขอโทษเสร็จ เลี่ยวจงถึงได้เข้าเรื่อง: "จะว่าไป ฉันได้ยินมาว่านายมีคนเก่งที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ต เฝ้าระวังได้ทั่วทั้งพื้นที่เลยใช่ไหม?"

"อ้อ เป็นพนักงานชั่วคราวของนายเองเหรอ" เลี่ยวจงทำท่าแปลกใจ แต่ก็ดูเหมือนจะอยู่ในความคาดหมาย

"เหล่าเกา พอดีทางฉันมีปัญหาใหญ่นิดหน่อย อยากจะขอยืมตัวพนักงานชั่วคราวของนายมาช่วยงานหน่อยได้ไหม"

(ในต้นฉบับ พนักงานชั่วคราวสามารถขอยืมตัวกันได้จริงๆ อย่างตอนที่เลี่ยวจงไปกวาดล้างสมาคมย่าวเซียน ก็เคยขอยืมตัวเหล่าเมิ่งจากเขตตะวันตกเฉียงใต้มาช่วย แต่มีข้อแม้ว่าผู้รับผิดชอบเขตนั้นๆ ต้องอนุญาตก่อน) "ได้เหรอ? แจ๋วเลย! สมกับเป็นลูกผู้ชายตงเป่ยใจป้ำจริงๆ..."

"เชี่ย! เกาเหลียน แกมาหน้าเลือดขอเงินฉันตั้งเยอะขนาดนี้ได้ยังไง! เกาเหลียน ไอ้อย่างแกนี่มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย! แกยังเห็นฉันเป็นพี่เป็นน้องอยู่ไหมเนี่ย"

เดิมทีคุยกันอยู่ดีๆ จู่ๆ เลี่ยวจงก็ด่ากราด หาว่าเกาเหลียนไม่ใช่คน หน้าเลือดเรียกค่าตอบแทนซะแพงหูฉี่

หูซิวอู๋กับเฉินตั่วที่นั่งกินแตงโม (ดูเรื่องสนุก) อยู่ข้างๆ ก็เห็นรอยยิ้มอัปลักษณ์บนใบหน้าของเลี่ยวจงหุบฉับลงทันที กลายเป็นหน้าดำคร่ำเครียด กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุก รอยแผลเป็นบนหน้าก็สั่นระริกตามไปด้วย ทำให้ใบหน้าของเขาดูดุดันและน่ากลัวขึ้นไปอีก ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดีแน่ๆ

"ช่างเถอะ" เกาเหลียนไม่ยอมใจอ่อน เลี่ยวจงจึงต้องยอมถอย "ตกลง ฉันยอมรับเงื่อนไข ฉันจะเขียนคำร้องถึงคณะกรรมการบริหาร เพื่อโอนงบประมาณหนึ่งในสิบของฮวานานปีหน้าไปให้ทางตงเป่ย... ให้ตายเถอะเหล่าเกา เมื่อก่อนแกไม่เห็นเป็นคนแบบนี้เลย ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้ทำหน้าเลือดเห็นแก่เงินขนาดนี้วะ"

"พอๆ ไม่ต้องแก้ตัวแล้ว รีบให้คนของแกมาช่วยงานเร็วเข้า"

"หืม? ที่บอกว่าเธอมาถึงแล้ว หมายความว่าไง?"

เลี่ยวจงไม่เข้าใจความหมายของเกาเหลียน หรือว่าพนักงานชั่วคราวของตงเป่ยจะใช้วิชาเหินฟ้า สามารถย้ายร่างข้ามพันลี้ได้ในพริบตา?

แต่เกาเหลียนก็ไม่ได้มีความคิดที่จะอธิบายให้เลี่ยวจงฟังเลยสักนิด เขาชิงวางสายไปเสียก่อน

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ในตอนที่เลี่ยวจงยังคงงุนงง และคิดว่าเกาเหลียนกำลังกวนประสาทเขาเพราะเรื่องเมื่อกี้ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ส่งเสียงเตือนข้อความเข้ารัวๆ

เลี่ยวจงกดเปิดดูโทรศัพท์ ข้อความมากมายก็เด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องรัวๆ เหมือนปืนกล

"ย่าฮ้า! เอ้อร์จ้วงแห่งตงเป่ยมาแล้วจ้า! hi(。。)"

"ประธานเลี่ยว มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ (><)"

เลี่ยวจง: ······

เลี่ยวจง: นี่เหรอที่นายบอกว่ามาถึงแล้วเหล่าเกา? มาแค่หน้านี้เนี่ยนะ?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก

คัดลอกลิงก์แล้ว