- หน้าแรก
- บัญชาเจ็ดสังหาร ตำนานเซียนซ่างชิงไร้เทียมทาน
- บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก
บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก
บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก
บทที่ 200 - กำลังเสริมจากภายนอก
เรื่องราวดูมีเงื่อนงำ มีหลายอย่างที่ยังอธิบายไม่ได้ เลี่ยวจงรู้สึกหงุดหงิดใจ อยากจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบเพื่อดับความกังวล แต่พอเหลือบไปเห็นเฉินตั่ว สุดท้ายก็ทำได้แค่พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ถือซะว่าเป็นการพ่นควันบุหรี่ก็แล้วกัน:
"ฉันต้องไปคุยกับหวงหยวนเปียวให้รู้เรื่องซะแล้ว"
"เรื่องที่สมาคมเชิดสิงโตปิดบังเอาไว้ มันถึงเวลาที่ต้องเปิดเผยออกมาได้แล้ว"
สมาคมเชิดสิงโตเคยช่วยเหลือพวกเขาไว้มากในช่วงสงคราม ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสมาคมเชิดสิงโตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เลี่ยวจงก็ยังคงไว้หน้าสมาคมเชิดสิงโต ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายความลับของพวกเขา แต่ตอนนี้ในเมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่า ชายสวมหน้ากากก็คือเจิงจื่อเจี๋ย บวกกับปู้ซินที่เป็นหมอผีสายมนต์ดำจากฮวานาน สมาคมเชิดสิงโตก็ต้องให้คำอธิบายกับหน่าตูตงแล้วล่ะ
หูซิวอู๋ถามด้วยความสงสัย: "ครั้งนี้ไม่ต้องให้ฉันกับตั่วเอ๋อร์ไปที่ฉานเฉิงแล้วเหรอ? ทำไมลุงไม่ไปหาหวังวั่งหูล่ะ?"
เฉินตั่วก็หันมามองเลี่ยวจงเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเธอก็อยากจะไปฉานเฉิงกับหูซิวอู๋อีกครั้ง
เหอะ ปล่อยให้ไปครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ไอ้เด็กบ้ายังจะกล้าได้คืบจะเอาศอกอีก
เลี่ยวจงปฏิเสธคำขอของพวกเขาทั้งสองคนอย่างเด็ดขาด
เมื่อเห็นดังนั้น ประกายวิบวับในดวงตาของเฉินตั่วก็หม่นหมองลง ราวกับดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะขาดแสงแดดและน้ำค้าง สีสันที่เคยสดใสก็พลอยจางหายไป
เลี่ยวจงทนดูภาพแบบนี้ไม่ได้ที่สุด แต่ครั้งนี้ที่เขาไม่ให้เฉินตั่วและหูซิวอู๋ไปฉานเฉิง ไม่ใช่แค่เพราะความเห็นแก่ตัวของเขาเท่านั้น แต่มันมีเหตุผลสำคัญอยู่ เขาอธิบายให้เฉินตั่วฟังว่า: "ไม่ เรื่องนี้มันไม่ง่ายอย่างนั้นแล้ว หลังจากที่พวกเธอระบุตัวตนของเจิงจื่อเจี๋ยว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในการขโมยสมบัติของชาติได้แล้ว ฉันก็ส่งคนไปจับตาดูสมาคมเชิดสิงโตและหวังวั่งหูอย่างลับๆ ทันที"
"เมื่อเช้านี้ มีรายงานด่วนมาจากทางฉานเฉิงว่า หวังวั่งหูหายตัวไปแล้ว ตอนที่คนของสมาคมเชิดสิงโตกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ที่ภูเขาด้านหลัง คนที่เฝ้าจับตาดูอยู่ก็สังเกตเห็นว่า จู่ๆ คนของสมาคมเชิดสิงโตก็เกิดอาการแตกตื่น พวกเขากระจายกำลังกันออกค้นหาทั่วทั้งภูเขาลูกนั้นหลายรอบ เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่"
"แต่พวกเขาก็วุ่นวายกันอยู่ทั้งคืน สุดท้ายก็เดินคอตกกลับลงมาจากภูเขา แม้แต่หวงหยวนเปียวก็หน้าเขียวปัด และจากคำบอกเล่าของคนที่เฝ้าดูอยู่ ในกลุ่มคนที่ลงมาจากภูเขา ไม่มีหวังวั่งหูอยู่ด้วย"
"หายตัวไปอย่างลึกลับในภูเขา ไร้ร่องรอย ฟังดูคุ้นๆ ไหมล่ะ?"
หวังวั่งหู คนที่ให้ข้อมูลกับพวกเขาเป็นคนแรก แท้จริงแล้วเขามีบทบาทอะไรในเรื่องนี้กันแน่? หูซิวอู๋เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ: "ที่แท้หวังวั่งหูก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังงั้นเหรอ? เขาหลอกให้ลูกศิษย์ของตัวเองตั้งตนเป็นเทพเจ้า แล้วก็แอบขอยืมพลังของเขามาใช้อีกที?"
"นี่มันสไตล์ของลัทธิบัวขาวชัดๆ เลยนี่นา!"
"เขาจะมั่นใจได้ยังไงว่า เจิงจื่อเจี๋ยจะยอมฟังคำสั่งของเขา" เลี่ยวจงถามต่อ "ในอดีตลัทธิบัวขาว มีวิธีทำให้บุตรศักดิ์สิทธิ์ยอมฟังคำสั่งของประธานลัทธิยังไงล่ะ?"
"อาศัยความศรัทธาไงล่ะ" หูซิวอู๋อธิบาย "ตอนที่พวกเขาเผยแพร่ความเชื่อ พวกเขาจะยกสถานะของประธานลัทธิให้อยู่เหนือบุตรศักดิ์สิทธิ์ บุตรศักดิ์สิทธิ์จึงต้องฟังคำสั่งของประธานลัทธิ"
"แต่ในคัมภีร์ที่พบในหมู่บ้านกาเจีย ไม่มีบันทึกเรื่องแบบนี้เลยนะ"
เลี่ยวจงพูดช้าๆ ว่า "งั้นนายคิดว่า ทำไมหวังวั่งหูถึงได้บอกเบาะแสของเจิงจื่อเจี๋ยให้กับพวกเราล่ะ?"
คำพูดของเลี่ยวจง ทำให้หูซิวอู๋นึกขึ้นมาได้:
"ลุงกำลังจะบอกว่า ที่จริงแล้วพวกเขาสองคนไม่ได้อยู่พวกเดียวกัน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เจิงจื่อเจี๋ยอาจจะรู้ตัวแล้วว่ามีอะไรผิดปกติกับตัวเอง และต้องการจะพลิกสถานการณ์ เขาถึงได้ไปสร้างฐานศรัทธาในมณฑลเตียน และเผยแพร่คัมภีร์ที่เขาเป็นคนดัดแปลงเอง"
"ถูกต้อง ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน" เลี่ยวจงพยักหน้า เขาเห็นตรงกับหูซิวอู๋ ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นดุดัน แต่จิตสังหารนี้ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่หูซิวอู๋:
"เหตุผลที่ตาแก่นั่น ยอมบอกเบาะแสของเจิงจื่อเจี๋ยให้กับพวกเรา ก็คงเป็นเพราะเขารู้แล้วว่า เจิงจื่อเจี๋ยต้องการจะหลุดพ้นจากการควบคุมของเขา และได้เริ่มลงมือทำแล้ว ครั้งนี้เขาเลยขอยืมมือของพวกเรา เพื่อทำลายที่พึ่งพิงทางจิตใจของเจิงจื่อเจี๋ย"
ที่สำคัญที่สุด นี่คือแผนที่เปิดเผย หน่าตูตงเมื่อรู้ว่ามีคนมาหลอกลวงประชาชน ก็ไม่มีทางปล่อยไว้แน่
หูซิวอู๋พูดขึ้นว่า: "แต่ถ้าเรื่องของหมู่บ้านกาเจียและหมู่บ้านอื่นๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหวังวั่งหู แล้วเขาไปรวบรวมพลังศรัทธามากมายขนาดนั้น มาสร้างเป็นร่างเทพเจ้ามนุษย์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?"
"ยังไงซะ ก็ต้องหาตัวหวังวั่งหูให้เจอก่อน ถ้าจับเขาได้ เรื่องทุกอย่างก็คงจะได้คำตอบเองแหละ"
ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เลี่ยวจงปวดหัวที่สุดก็คือเรื่องนี้แหละ หน่าตูตงยังไม่มีเบาะแสเลยว่าหวังวั่งหูหายตัวไปไหน คงทำได้แค่ส่งคนไปตรวจสอบที่บ้านเกิด ญาติสนิทมิตรสหาย และรายการเดินบัญชีของเขา เพื่อดูว่าจะฟลุคเจออะไรไหม
ต้องรีบหาตัวหวังวั่งหูให้เจอให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้น ถ้าปล่อยให้เขาไปรวมหัวกับเจิงจื่อเจี๋ยได้ล่ะก็ มันจะยิ่งรับมือยากขึ้นไปอีก
หมาป่าเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์ ถ้าได้หมาป่าดุร้ายมาช่วย ฝูงแกะคงต้องเดือดร้อนแน่ๆ
หูซิวอู๋ถามเลี่ยวจงอย่างไม่เข้าใจ: "ตอนที่ผมอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผมเคยเห็น... อะแฮ่ม ได้ยินมาว่า หน่าตูตงสามารถใช้กล้องวงจรปิด ตามรอยเป้าหมายได้ ขอแค่โผล่หน้ามาให้เห็น ก็ต้องโดนจับได้แน่ๆ ฮวานานก็เป็นเมืองเศรษฐกิจ เป็นแหล่งกำเนิดเทคโนโลยีแท้ๆ ฮวานานหน่าตูตงทำแบบนั้นไม่ได้เหรอครับ?"
เลี่ยวจงตอบอย่างหนักแน่น: "เป็นไปไม่ได้ เทคโนโลยีในตอนนี้ยังไปไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ต่อให้เป็นเทคโนโลยีของต่างประเทศก็ยังทำไม่ได้เลย"
ในฐานะที่เป็นทั้งผู้รับผิดชอบอ้านเป่าและหน่าตูตงสาขาฮวานาน เลี่ยวจงมีสิทธิ์ที่จะสรุปแบบนี้ได้
เลี่ยวจงพูดต่อ: "ฉันไม่รู้ว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำได้ยังไง แต่พวกเขาคงไม่ได้พึ่งแค่เทคโนโลยีอย่างเดียวแน่ๆ เรื่องนี้ต้องมีผู้ใช้พลังเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยชัวร์"
"เป็นไปได้สูงว่า อาจจะเป็นการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ มาผสมผสานกับความสามารถพิเศษของผู้ใช้พลังที่มีมาแต่กำเนิด เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์แบบนั้น"
คำพูดของเลี่ยวจง ทำให้หูซิวอู๋นึกถึงตอนที่เขากับหูปาอี นั่งรถไฟกลับจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาที่สี่จิ่วเฉิง พวกเขาได้รับข้อความขอบคุณสุดน่ารัก จากเบอร์แปลกๆ ที่เป็นตัวหนังสือยึกยือ
'งั้นแสดงว่า ข้อความนั่น ก็มาจากผู้ใช้พลังที่สามารถเฝ้าระวังได้ทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ส่งมาให้ฉันกับพี่ใหญ่งั้นสิ?'
"แต่ว่า นายก็พูดจุดประกายให้ฉันคิดอะไรออกเหมือนกัน"
ในเมื่อเขาหมดปัญญาแล้ว งั้นก็หาตัวช่วยจากภายนอกซะเลย เลี่ยวจงค้นหารายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์มือถือ เจอเบอร์ที่ไม่ได้โทรหามานานแล้ว จึงกดโทรออก
ตื๊ด
รอสายไม่นาน ปลายสายก็รับ เลี่ยวจงหัวเราะเสียงดัง: "ฮัลโหล เหล่าเกาเหรอ? ฉันเอง เลี่ยวจงจากฮวานานนะ"
"...นายพูดแบบนี้หมายความว่าไง พี่น้องว่างๆ จะโทรมาคุยเล่นด้วยไม่ได้หรือไง"
เลี่ยวจงทำเสียงเหมือนน้อยใจที่เพื่อนไม่ไว้ใจ แถมยังแอบงอนนิดๆ ด้วย
รอให้เกาเหลียนที่กำลังงงเป็นไก่ตาแตกขอโทษเสร็จ เลี่ยวจงถึงได้เข้าเรื่อง: "จะว่าไป ฉันได้ยินมาว่านายมีคนเก่งที่สามารถใช้อินเทอร์เน็ต เฝ้าระวังได้ทั่วทั้งพื้นที่เลยใช่ไหม?"
"อ้อ เป็นพนักงานชั่วคราวของนายเองเหรอ" เลี่ยวจงทำท่าแปลกใจ แต่ก็ดูเหมือนจะอยู่ในความคาดหมาย
"เหล่าเกา พอดีทางฉันมีปัญหาใหญ่นิดหน่อย อยากจะขอยืมตัวพนักงานชั่วคราวของนายมาช่วยงานหน่อยได้ไหม"
(ในต้นฉบับ พนักงานชั่วคราวสามารถขอยืมตัวกันได้จริงๆ อย่างตอนที่เลี่ยวจงไปกวาดล้างสมาคมย่าวเซียน ก็เคยขอยืมตัวเหล่าเมิ่งจากเขตตะวันตกเฉียงใต้มาช่วย แต่มีข้อแม้ว่าผู้รับผิดชอบเขตนั้นๆ ต้องอนุญาตก่อน) "ได้เหรอ? แจ๋วเลย! สมกับเป็นลูกผู้ชายตงเป่ยใจป้ำจริงๆ..."
"เชี่ย! เกาเหลียน แกมาหน้าเลือดขอเงินฉันตั้งเยอะขนาดนี้ได้ยังไง! เกาเหลียน ไอ้อย่างแกนี่มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย! แกยังเห็นฉันเป็นพี่เป็นน้องอยู่ไหมเนี่ย"
เดิมทีคุยกันอยู่ดีๆ จู่ๆ เลี่ยวจงก็ด่ากราด หาว่าเกาเหลียนไม่ใช่คน หน้าเลือดเรียกค่าตอบแทนซะแพงหูฉี่
หูซิวอู๋กับเฉินตั่วที่นั่งกินแตงโม (ดูเรื่องสนุก) อยู่ข้างๆ ก็เห็นรอยยิ้มอัปลักษณ์บนใบหน้าของเลี่ยวจงหุบฉับลงทันที กลายเป็นหน้าดำคร่ำเครียด กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุก รอยแผลเป็นบนหน้าก็สั่นระริกตามไปด้วย ทำให้ใบหน้าของเขาดูดุดันและน่ากลัวขึ้นไปอีก ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดีแน่ๆ
"ช่างเถอะ" เกาเหลียนไม่ยอมใจอ่อน เลี่ยวจงจึงต้องยอมถอย "ตกลง ฉันยอมรับเงื่อนไข ฉันจะเขียนคำร้องถึงคณะกรรมการบริหาร เพื่อโอนงบประมาณหนึ่งในสิบของฮวานานปีหน้าไปให้ทางตงเป่ย... ให้ตายเถอะเหล่าเกา เมื่อก่อนแกไม่เห็นเป็นคนแบบนี้เลย ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้ทำหน้าเลือดเห็นแก่เงินขนาดนี้วะ"
"พอๆ ไม่ต้องแก้ตัวแล้ว รีบให้คนของแกมาช่วยงานเร็วเข้า"
"หืม? ที่บอกว่าเธอมาถึงแล้ว หมายความว่าไง?"
เลี่ยวจงไม่เข้าใจความหมายของเกาเหลียน หรือว่าพนักงานชั่วคราวของตงเป่ยจะใช้วิชาเหินฟ้า สามารถย้ายร่างข้ามพันลี้ได้ในพริบตา?
แต่เกาเหลียนก็ไม่ได้มีความคิดที่จะอธิบายให้เลี่ยวจงฟังเลยสักนิด เขาชิงวางสายไปเสียก่อน
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ในตอนที่เลี่ยวจงยังคงงุนงง และคิดว่าเกาเหลียนกำลังกวนประสาทเขาเพราะเรื่องเมื่อกี้ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ส่งเสียงเตือนข้อความเข้ารัวๆ
เลี่ยวจงกดเปิดดูโทรศัพท์ ข้อความมากมายก็เด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องรัวๆ เหมือนปืนกล
"ย่าฮ้า! เอ้อร์จ้วงแห่งตงเป่ยมาแล้วจ้า! hi(。。)"
"ประธานเลี่ยว มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ (><)"
เลี่ยวจง: ······
เลี่ยวจง: นี่เหรอที่นายบอกว่ามาถึงแล้วเหล่าเกา? มาแค่หน้านี้เนี่ยนะ?
(จบแล้ว)