- หน้าแรก
- ท่านพ่อพักก่อน วันนี้ข้าขอด่าฮ่องเต้เอง!
- บทที่ 80 ไม่ ลูกพี่กำลังเย็บเสื้อผ้าอยู่ต่างหาก
บทที่ 80 ไม่ ลูกพี่กำลังเย็บเสื้อผ้าอยู่ต่างหาก
บทที่ 80 ไม่ ลูกพี่กำลังเย็บเสื้อผ้าอยู่ต่างหาก
บทที่ 80 ไม่ ลูกพี่กำลังเย็บเสื้อผ้าอยู่ต่างหาก
“จือเจี๋ย!”
หลี่ซื่อหมินตวาดด้วยใบหน้าเย็นชา
เฉิงเย่าจินเข้าใจความหมาย จึงเริ่มไล่คนออกไป...
เรื่องสำคัญอย่างตราลัญจกรหยกแผ่นดิน จะให้คนอื่นรับรู้เรื่องนี้อีกไม่ได้แล้ว
อย่าว่าแต่เว่ยซูอวี้เลย แม้แต่ท่านนักปราชญ์อย่างโอวหยางสวิน ก็ยังถูกกันตัวออกไป
ไม่นานนัก ภายในลานประลองก็เหลือเพียงเว่ยเจิง, เฉิงเย่าจิน, จ่างซุนอู๋จี้ และหลี่ซื่อหมิน เพียงสี่คนเท่านั้น
“ตราลัญจกรหยกแผ่นดินอยู่ที่เจ้างั้นหรือ?” หลี่ซื่อหมินซักไซ้ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ถูกต้อง!”
หลิงจิ้งหัวเราะลั่น “ตอนนั้น เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากทูเจวี๋ย ต้าหวังจึงได้มอบฮองเฮาเซียว องค์รัชทายาทหยวนเต๋อ และตราลัญจกรหยกแผ่นดิน ให้กับทูเจวี๋ยไปพร้อม ๆ กัน!”
“แต่ต้าหวังมุ่งมั่นในแผ่นดิน แล้วจะยอมมอบตราลัญจกรหยกแผ่นดินของจริงให้กับทูเจวี๋ยได้อย่างไร?”
“ดังนั้น ต้าหวังจึงให้ข้าทำตราลัญจกรหยกแผ่นดินของปลอมขึ้นมา!”
“และตราลัญจกรหยกแผ่นดินที่พวกเจ้าได้มาจากทูเจวี๋ยนั้น มันก็เป็นแค่ของที่ข้าทำปลอมขึ้นมาเท่านั้นเอง!”
หลิงจิ้งหัวเราะอย่างอหังการเป็นพิเศษ...
หลังจากที่ถูกสองพ่อลูกตระกูลเว่ยด่าทอมาอย่างหนัก ตอนนี้เขาก็ถือว่าได้กู้หน้าคืนมาบ้างแล้ว!
สีหน้าของหลี่ซื่อหมินมืดทะมึนราวกับหิมะ
ฮ่องเต้ที่ไม่มีตราลัญจกรหยกแผ่นดิน ก็เหมือนกับฮ่องเต้จอมปลอม ตำแหน่งไม่ชอบธรรม ย่อมจะดึงดูดให้เกิดการกบฏจากทั่วทุกสารทิศได้อย่างง่ายดาย
และบัลลังก์ของเขา ก็ได้มาจากการสังหารพี่น้องและบีบบังคับบิดา จึงยิ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงมากมาย
ในช่วงปีอู่เต๋อ ทำไมเขาถึงต้องคอยปราบปรามกลุ่มกบฏในสถานที่ต่าง ๆ อยู่ตลอด? นอกเหนือจากที่บรรดาเจ้าเมืองต่าง ๆ ต้องการจะแย่งชิงความเป็นใหญ่แล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเรื่องตราลัญจกรหยกแผ่นดินด้วย
แม้ว่าเขาจะขึ้นครองราชย์แล้ว ก็ยังมีกลุ่มกบฏกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยโผล่มาอยู่เรื่อย ๆ
จนกระทั่งหลี่จิ้งสามารถปราบปรามทูเจวี๋ย และนำตราลัญจกรหยกแผ่นดินกลับมาได้ ต้าถังถึงได้เข้าสู่ความมั่นคงอย่างแท้จริง!
แต่ทว่า ตราลัญจกรหยกแผ่นดินอันนั้นมันเป็นของปลอม
เพื่อความมั่นคงของบ้านเมือง ต้าถังจึงต้องปกปิดเรื่องนี้เอาไว้
เรื่องนี้ นอกจากคนสนิทของเขาเพียงไม่กี่คนแล้ว ก็แทบจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย
“ส่งมอบตราลัญจกรหยกแผ่นดินมา แล้วข้าจะอภัยโทษให้กับเจ้า!” หลี่ซื่อหมินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อเทียบกับความสำคัญของตราลัญจกรหยกแผ่นดินแล้ว เขาสามารถยอมโอนอ่อนผ่อนตามได้บ้าง
“ถุย!”
หลิงจิ้งถ่มน้ำลายปนเลือดออกมา “เดิมทีข้าก็ไม่ได้มีความผิดอะไร แล้วทำไมจะต้องให้เจ้ามาอภัยโทษให้ด้วย!”
“หากเจ้าต้องการตราลัญจกรหยกแผ่นดิน ก็ได้สิ คุกเข่าอ้อนวอนข้าสิ!”
หลิงจิ้งหัวเราะอย่างสะใจ ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับคนบ้าก็ไม่ปาน
“สารเลว!”
หลี่ซื่อหมินตวาดด้วยความโกรธจัด “เจ้าคิดว่าข้าจะไม่มีวิธีจัดการกับเจ้างั้นหรือ?”
“งั้นก็เข้ามาสิ ฆ่าข้าเลย!”
หลิงจิ้งเบิกตากว้าง จ้องมองหลี่ซื่อหมินเขม็ง “วันนี้ข้าถูกจับตัวมาได้ ข้าก็ไม่คิดที่จะรอดกลับไปอยู่แล้ว!”
ปัง
หลี่ซื่อหมินลุกขึ้น แล้วถีบหลิงจิ้งจนล้มลงไปกองกับพื้น
“จือเจี๋ย”
“กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีการทรมานแบบไหนก็ตาม ข้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตราลัญจกรหยกแผ่นดิน!”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เฉิงเย่าจินเดินเข้าไปหาหลิงจิ้งด้วยจิตสังหารอันรุนแรง...
ในขณะเดียวกัน
หลังจากที่เว่ยซูอวี้ถูกไล่ออกมา เขาก็รีบควบม้าจากไปอย่างรวดเร็ว
โอวหยางสวินและคนอื่น ๆ ยังอยากจะถามถึงประโยคสุดท้ายของ ‘มองน้ำตกหลูซาน’ และ ‘ยามเช้าอำลาเมืองไป๋ตี้’ อยู่เลย แต่พวกเขากลับหาตัวเว่ยซูอวี้ไม่พบ
ภายในค่ายทหารแห่งหนึ่ง
ทันทีที่เว่ยซูอวี้เดินเข้ามาในกระโจม กลิ่นคาวเลือดอันรุนแรงก็เตะจมูกเขาอย่างจัง
ทหารหลายคนกำลังนอนโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
“ท่านแม่ทัพน้อย”
เมื่อเห็นเว่ยซูอวี้มาถึง เหล่าทหารก็พากันลุกขึ้นยืน
“ความสูญเสียเป็นอย่างไรบ้าง?”
เว่ยซูอวี้ถามด้วยความเป็นห่วง
“บาดเจ็บเล็กน้อยสิบแปดนาย บาดเจ็บสาหัสยี่สิบนาย เสียชีวิตสิบห้านายขอรับ!”
หัวหน้าหน่วยที่หนึ่ง มีสีหน้าเจ็บปวด
กองกำลังร้อยนายของพวกเขา เพียงแค่สองวันก็มีทหารบาดเจ็บล้มตายไปกว่าครึ่ง มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดจริง ๆ...
“วางใจเถอะ ข้าจะไปขอความดีความชอบจากฝ่าบาทให้กับพวกเจ้า ทุกคนทำได้ดีมาก!”
เว่ยซูอวี้ไม่ได้พูดปลอบใจอะไรมากมาย
ทุกคนต่างก็เป็นทหารผ่านศึกกันหมดแล้ว สมควรที่จะต้องเข้าใจถึงหน้าที่ของทหารเป็นอย่างดี!
“ท่านแม่ทัพน้อย”
ในตอนนั้นเอง ทหารชรานายหนึ่งที่กำลังหายใจรวยริน ก็ร้องเรียกเขา
“มีเรื่องอันใดหรือ?”
เว่ยซูอวี้หันกลับไปมอง เมื่อเห็นบาดแผลฉกรรจ์บนหน้าอกของทหารชรา ที่กำลังใกล้จะสิ้นใจ เขาก็รีบนั่งยอง ๆ ลงไป
“นี่คือของที่เหล่าเกินฝากให้ข้านำไปมอบให้กับลูกสาวของเขาก่อนตาย ข้าคงจะทำไม่ได้แล้ว ท่านช่วยเป็นธุระให้หน่อยได้ไหม?”
ทหารชรามือสั่นเทา ควักก้อนทองคำเล็ก ๆ ที่เปื้อนเลือดออกมาจากอกเสื้อ
“ได้สิ”
ในดวงตาของเว่ยซูอวี้ฉายแววเศร้าสร้อยออกมาแวบหนึ่ง แต่เขาก็รับมันมาพร้อมกับรอยยิ้ม “นี่คือทองคำที่เหล่าเกินแอบยักยอกมา ตอนที่ไปปฏิบัติภารกิจสินะ?”
“แหะ ๆ...” ทหารชราฝืนยิ้มออกมา
“วางใจเถอะ ข้าจะไม่เอาไปบอกใคร”
เว่ยซูอวี้ตบไหล่ของทหารชราเบา ๆ “เจ้ารักษาตัวให้ดี ๆ ล่ะ”
“ท่านแม่ทัพน้อย...”
พูดจบ ทหารชราก็ควักหยกพกชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ “นี่คือของที่ข้าจะมอบให้กับลูกสาวของข้า”
แต่ครั้งนี้เว่ยซูอวี้กลับปฏิเสธ “ข้ายุ่งมาก เจ้าเก็บเอาไว้ไปให้เองเถอะ”
พูดจบ เว่ยซูอวี้ก็ลุกขึ้น แล้วเดินออกจากค่ายทหารไป...
“ท่านแม่ทัพน้อย...”
ทหารชราร้องเรียกด้วยความผิดหวัง
อาการของตัวเองเขาย่อมรู้ดีที่สุดว่าคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว
นอกกระโจม
พวกหมอทหารกำลังรวมตัวกัน เช็ดเหงื่อไคล
พูดคุยกันถึงบาดแผลของคนที่เพิ่งจะทำแผลเสร็จว่ามันสาหัสสากรรจ์และน่ากลัวมากแค่ไหน...
“พวกเจ้าเข้ามาข้างในให้หมด!”
เว่ยซูอวี้หน้าบึ้งตึง ตวาดเสียงดัง
“พวกเราไม่ได้เป็นลูกน้องของท่านเสียหน่อย...”
ปัง
พูดไม่ทันขาดคำ เว่ยซูอวี้ก็คว้าหอกยาวที่อยู่ข้าง ๆ ฟาดใส่หน้าของอีกฝ่ายทันที
“ข้าบอกให้พวกเจ้าเข้ามา ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง?”
พวกหมอทหารจ้องมองด้วยความโกรธแค้น
แต่ไม่นานนัก พวกเขาก็ถูกทหารของเว่ยซูอวี้ล้อมเอาไว้
ก็ได้ พวกเรายอมจำนน...
แต่ละคนพากันเดินตามเข้าไปอย่างว่าง่าย
เว่ยซูอวี้หยิบห่อผ้าใบหนึ่งออกมา จากนั้นก็นำด้ายปอ เข็ม และอุปกรณ์อื่น ๆ ออกมา...
เมื่อวานนี้หลังจากที่องค์หญิงถูกลอบโจมตี และมีทหารได้รับบาดเจ็บ เขาก็ได้เตรียมของพวกนี้เอาไว้แล้ว
ส่วนแอลกอฮอล์ เขาไม่มีเวลาเตรียม
ยาสมานแผลในยุคโบราณมีส่วนผสมของปูนขาวอยู่ด้วย ก็พอจะถูไถใช้ไปได้บ้าง
“ต้มน้ำให้เดือด!”
เว่ยซูอวี้สั่งการ
เหล่าทหารรีบทำตามทันที
เมื่อน้ำเดือดแล้ว เว่ยซูอวี้ก็นำเข็ม ด้ายปอ และอื่น ๆ ลงไปต้มในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อ...
เมื่อมาถึงหน้าทหารชรา เว่ยซูอวี้ก็สั่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ตัดเสื้อผ้าของเขาออก!”
ฉับ
พวกหมอทหารให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พวกเขาใช้มีดกรีดเสื้อผ้าของทหารชราออก ขั้นตอนดูโหดร้ายไปสักหน่อย
“ทะ... ท่านแม่ทัพน้อย ท่านจะทำอะไรน่ะ?”
ริมฝีปากของทหารชราซีดเผือด เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าก็แค่ขอให้ท่านช่วยนำหยกพกไปมอบให้ ท่านถึงกับต้องทำแบบนี้เลยหรือ?”
“เจ้ายังมีโอกาสรอดชีวิต เจ้าเชื่อข้าไหมล่ะ?”
เว่ยซูอวี้หยิบท่อนไม้ท่อนหนึ่งออกมา แล้วยื่นให้กับทหารชรา...
“...”
ข้าจะบอกว่าไม่เชื่อได้ไหมล่ะ?
“ท่อนไม้นี่เอาไว้ทำอะไร?” ทหารชรารู้สึกหวาดกลัว
แต่เว่ยซูอวี้เพียงแค่ยิ้มออกมา
หลังจากที่ต้มเข็มและด้ายปออยู่พักใหญ่ เมื่อเว่ยซูอวี้ล้างมือจนสะอาดแล้ว เขาก็หันไปมองทหารชรา
“จับตัวเขาเอาไว้ แล้วเอาท่อนไม้ยัดใส่ปากเขา!”
เหล่าทหารและหมอทหารต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
จากนั้น...
เว่ยซูอวี้ก็ใช้ผ้าที่ต้มฆ่าเชื้อแล้ว มาทำความสะอาดบาดแผล จากนั้นก็เริ่มทำการเย็บแผล
ทหารชราร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดจนตาแทบจะถลนออกมา
“กัดท่อนไม้ให้แน่น ทนเอาไว้!”
เว่ยซูอวี้เย็บแผลไปพลาง พูดให้กำลังใจไปพลาง “โดนดาบฟันยังไม่กลัว แล้วจะมากลัวการเย็บแผลแค่ไม่กี่เข็มหรือไง?”
“คิดถึงลูกสาวของเจ้าเอาไว้สิ ขอแค่เย็บแผลเสร็จ เจ้าก็จะสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้!”
“อู้อี้...”
เส้นเลือดบนใบหน้าของทหารชราปูดโปน เขาพยายามจะดิ้นรน แต่ทหารก็จับตัวเขาเอาไว้แน่น
ภายใต้การสั่งสอนของเว่ยซูอวี้ พวกเขาได้เรียนรู้ที่จะเชื่อฟังคำสั่งอย่างเด็ดขาดแล้ว
และพวกเขาก็สามารถดูออกว่าเว่ยซูอวี้กำลังช่วยเหลือทหารชราอยู่
การเย็บแผล พวกเขาเข้าใจดี!
เพียงแต่ไม่เคยเห็นกับตามาก่อน...
ภูมิปัญญาของคนโบราณไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก มีฮัวโต๋ขูดกระดูกรักษาแผลพิษ ในราชวงศ์สุยมีเฉาหยวนฟางใช้วิชาเย็บลำไส้...
ความจริงแล้ว ต้าถังก็มีวิชาการเย็บแผลอยู่เหมือนกัน
เพียงแต่เป็นเพราะมีข้อจำกัดที่เข้มงวดมากมาย ทำให้ไม่สามารถเผยแพร่ออกไปในวงกว้างได้
และยังมีปัญหาในเรื่องของสุขอนามัย ซึ่งสุดท้ายก็ทำให้แผลติดเชื้อจนเสียชีวิต
ความจริงแล้ว ทหารที่ได้รับบาดเจ็บหลายคน สามารถรักษาให้หายได้ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายในการรักษามันสูงเกินไปก็เท่านั้น
“ลูกพี่ ลูกพี่ ข้ามาเลี้ยว...”
ชุยเสินจีพาพวกเพื่อน ๆ วิ่งกระหืดกระหอบมา
เมื่อไม่มีเฉิงเย่าจินคอยจับตาดูอยู่ด้วยตัวเอง มีหรือที่พวกทหารจะเฝ้าพวกเขาเอาไว้ได้?
ทว่า พอเพิ่งจะเดินเข้าไปในกระโจม พวกเขาก็รีบถอยกลับออกมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ทุกคนพากันเอามือยันพื้น แล้วอ้วกแตกอ้วกแตนอยู่หน้าประตู อ้วกจนหน้าเขียวหน้าเหลือง...
“เสินจี ลูกพี่กำลังเย็บเนื้อคนอยู่งั้นหรือ?”
“ไม่ ลูกพี่กำลังเย็บเสื้อผ้าอยู่ต่างหาก”
“เจ้าแน่ใจนะ?”
“ถ้าไม่เชื่อ เจ้าก็ลองเข้าไปดูเอาเองสิ...”
เว่ยซูอวี้กลับไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เขายังคงเย็บแผลต่อไปอย่างตั้งใจ
หลังจากที่ผูกปมอย่างชำนาญแล้ว เว่ยซูอวี้ก็ตัดด้ายส่วนที่เกินออก
“โรยยาสมานแผลลงไปเถอะ ที่เหลือก็สุดแล้วแต่ฟ้าลิขิต!”
ถ้าแผลติดเชื้อ เขาก็หมดปัญญาแล้วล่ะ สิ่งที่เขาทำได้ ก็มีเพียงเท่านี้เท่านั้นแหละ
อย่างน้อย เขาก็ได้มอบความหวังในการมีชีวิตรอด ให้กับทหารชราแล้ว!