- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 220 แอบตามเฉินเซียว
บทที่ 220 แอบตามเฉินเซียว
บทที่ 220 แอบตามเฉินเซียว
บทที่ 220 แอบตามเฉินเซียว
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะได้ยินเสียงเซี่ยอวี่เตี๋ยพูดขึ้นว่า “หัวหน้ากิลด์ แกเป็นคนสั่งการทีนะ ฉันมีธุระ ขอตัวไปจัดการแป๊บหนึ่ง...”
เหมิงฮุ่ยลี่พูดไม่ออก ยัยนี่จะติดเกมเกินไปแล้วนะเนี่ย...
“มีอะไรเหรอ เฉินเซียวถูกใครแย่งไปล่ะ”
เหมิงฮุ่ยลี่เอ่ยขึ้น “เธออยู่ที่ไหน เดี๋ยวฉันไปหา”
เซี่ยอวี่เตี๋ย “ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ มีเรื่องอะไรคุยในสายไม่ได้หรือไง ฉันกำลังฟาร์มเงินอยู่นะ...”
เหมิงฮุ่ยลี่ “...”
“เซี่ยอวี่เตี๋ย หัวใจของเธอทำด้วยอะไรกันแน่เนี่ย”
เซี่ยอวี่เตี๋ยโดนตะคอกใส่จนแสบแก้วหู ต้องรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน
“โอเค ๆ อย่าตะคอกสิ เธอมาหาฉันที่ใต้ตึก 16 ก็แล้วกัน”
“รีบลงมาเลยนะ ฉันจะไปถึงภายใน 5 นาที”
“อ้อ”
...
ที่ใต้ตึก 16
นักศึกษาหลายคนที่เดินผ่านไปมา ต่างก็ถูกดึงดูดสายตาด้วยสาวสวยระดับแนวหน้าสองคนที่มีสไตล์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ใครก็ตามที่เดินผ่าน ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเหลียวมองพวกเธออีกสักสองสามครั้ง
เมื่อเซี่ยอวี่เตี๋ยเห็นเหมิงฮุ่ยลี่ เธอก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าหงุดหงิด “อะไรกันเนี่ย เกิดอะไรขึ้น ตกลงมันมีเรื่องอะไรกันแน่”
เหมิงฮุ่ยลี่กลอกตาบน “ฉันเห็นเฉินเซียวเดินไปกับผู้หญิงคนอื่นน่ะสิ”
เซี่ยอวี่เตี๋ยพูดเสียงอ่อน “แล้วมันจะทำไมล่ะ อย่าลืมนะ ว่าสำหรับฉันแล้ว เธอก็คือผู้หญิงคนอื่นเหมือนกันนั่นแหละ”
เหมิงฮุ่ยลี่ “...”
“โธ่เอ๊ย ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันนี่นา ผู้หญิงคนนั้น เป็นคนที่เฉินเซียวแอบชอบมาตั้งสองปีเศษ เป็นเทพธิดาในฝันของเขาเลยนะ”
เซี่ยอวี่เตี๋ยชะงัก “งะ งั้นเหรอ...”
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นฉันจะกระวนกระวายขนาดนี้ทำไมล่ะ เธอว่าเฉินเซียวจะทิ้งพวกเราไปเพราะเธอคนนั้นไหม...”
“ไม่มีทางเด็ดขาด” เซี่ยอวี่เตี๋ยเชื่อมั่นในตัวเฉินเซียวอย่างไม่มีเงื่อนไข
เหมิงฮุ่ยลี่พูดขึ้น “ฉันก็ไม่ได้ไม่เชื่อใจเฉินเซียวนะ แต่แค่รู้สึก... เป็นห่วงเขานิดหน่อยน่ะ”
“โธ่เอ๊ย เธอวางใจเถอะ ไปวาดรูปต่อให้สบายใจเถอะนะ ฉันจะกลับไปเล่นเกมแล้ว บ๊ายบาย”
เหมิงฮุ่ยลี่พูดไม่ออก เดิมทีก็กะว่าจะคุยกับเธอให้มากกว่านี้สักหน่อย เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจก็ยังดี
ใครจะไปคิดว่ายัยนี่จะวิ่งหนีไปซะเร็วขนาดนั้น
พูดจบได้ไม่ทันไร ตัวคนก็วิ่งขึ้นไปถึงชั้นสามซะแล้ว...
เหมิงฮุ่ยลี่กระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด “ชิ ยัยคนไม่มีหัวใจ วัน ๆ เอาแต่เล่นเกม”
...
ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยจินหนิง
หลังจากที่เฉินเซียวและถานเฉิงลงจากรถบัสรับส่งของมหาวิทยาลัย พวกเขาก็เรียกแท็กซี่ต่อ
ในยุคสมัยนี้ คู่รักที่ไปเดินเที่ยวด้วยกัน ส่วนใหญ่จะนั่งรถประจำทางเป็นหลัก
มีเพียงครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น ถึงจะนั่งรถแท็กซี่ไปไหนมาไหน
ยังไงซะระยะทางจากมหาวิทยาลัยเข้าไปในตัวเมือง ค่าแท็กซี่ก็ปาเข้าไปตั้งสามสิบกว่าหยวนเชียวนะ
บนรถ
เฉินเซียวหันหน้าไปมองนิดเดียว ก็เห็นรถแลนด์โรเวอร์และรถโฟล์คสวาเกนขับตามมาติด ๆ
สำหรับเขาแล้ว ถานเฉิงในอดีตคือคนที่อยู่สูงเกินเอื้อม มักจะอยากอยู่เคียงข้างเธอให้นานขึ้นอีกสักหน่อย
แต่ตอนนี้เมื่อเธอมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม เฉินเซียวกลับรู้สึกว่าไม่รู้จะพูดอะไรดี
บรรยากาศจึงเกิดความอึดอัดขึ้นมาในทันที
สุดท้ายถานเฉิงก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนี้ลง ด้วยการชวนคุยเรื่องสัพเพเหระในชีวิตประจำวันที่ไม่มีสาระอะไรนัก
ถือเป็นการเปิดฉากที่ดี สำหรับการอยู่ด้วยกันตามลำพังเป็นครั้งแรกของทั้งสองคน
เมื่อมาถึงริมแม่น้ำฉินเหอ สภาพแวดล้อมที่จอแจวุ่นวาย ก็ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงได้มาก
ถานเฉิงพาเขาไปกินซวนล่าเฝิ่นร้านเด็ดร้านนั้นก่อน จากนั้นจึงพากันเดินเล่นไปตามถนนสายเก่า
ในขณะเดียวกัน เหมิงฮุ่ยลี่ก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ต้องโทรหาซูถังจนได้
ซูถังรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะบรรดา ‘เพื่อน ๆ’ ของเจ้านาย แทบจะไม่เคยเป็นฝ่ายโทรหาเธอเองเลยสักครั้ง
“ฮัลโหล ฮุ่ยลี่ มีอะไรเหรอ”
“พี่ซูถัง... ฉัน ฉันไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม” เหมิงฮุ่ยลี่รู้สึกลังเล
ซูถังยิ้ม “มีอะไรก็พูดมาเถอะ ขัดสนเงินทองงั้นเหรอ?”
“มะ ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกค่ะ”
“แล้วเรื่องอะไรล่ะ” ซูถังรู้สึกสงสัย
เหมิงฮุ่ยลี่อึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “พี่รู้จักถานเฉิงไหมคะ”
ซูถังชะงัก “ถานเฉิงเหรอ ชื่อนี้คุ้น ๆ นะ มีอะไรเหรอ”
เหมิงฮุ่ยลี่ถอนหายใจ “ถานเฉิงเป็นผู้หญิงที่เฉินเซียวแอบชอบมานานแล้วน่ะค่ะ”
“ฉันรู้ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อถานเฉิง มันเหนือกว่าพวกเราทุกคน”
“ฉันไม่ได้หวังสูงว่าตัวเองจะไปแทนที่ถานเฉิงได้หรอก แค่กังวลว่า... ถ้าหากเขามีเธอแล้ว เขาจะตีตัวออกห่างจากพวกเราหรือเปล่า...”
ซูถังยิ้ม ปลอบใจว่า “วางใจเถอะ ไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน”
“ฉัน ฉันอยากจะไปดูให้เห็นกับตาน่ะค่ะ...” เหมิงฮุ่ยลี่กระซิบเสียงแผ่ว
ซูถัง “...”
เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกอยากรู้เรื่องผู้หญิงที่เฉินเซียวแอบชอบมาหลายปีเหมือนกัน
“เอาสิ เดี๋ยวฉันให้คนไปรับ แต่ต้องแอบดูอยู่เงียบ ๆ นะ ห้ามไปรบกวนเจ้านายเด็ดขาด”
“อ้อ ได้ค่ะ”
หลังจากวางสาย เหมิงฮุ่ยลี่ก็โทรหาเซี่ยอวี่เตี๋ยอีกครั้ง
“ฮัลโหล ฉันกับพี่ซูถังจะแอบไปดูเฉินเซียวเดต เธอจะไปด้วยไหม”
เซี่ยอวี่เตี๋ย “!???”
“พวกเธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ ป่วยหรือเปล่าเนี่ย”
เหมิงฮุ่ยลี่ “...”
“จะไปหรือไม่ไปก็เรื่องของเธอ ลาก่อน”
“เดี๋ยว ๆ ๆ รอก่อน อย่าเพิ่งวางสิ ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะไม่ไป”
เหมิงฮุ่ยลี่ “...”
สิบกว่านาทีต่อมา คนขับรถของบริษัทเถิงเซียวแคปิตอลก็ขับรถเบนซ์อี300 พาซูถังมาถึงมหาวิทยาลัยจินหนิง
เหมิงฮุ่ยลี่กับเซี่ยอวี่เตี๋ยมารออยู่ที่หน้าตึก 16 อยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่ซูถัง”
“อืม สวัสดีจ้ะ ขึ้นรถสิ”
ซูถังค่อนข้างจะเอ็นดูเด็กสาวทั้งสองคนนี้
คนหนึ่งร่าเริงสดใสน่ารัก ส่วนอีกคนก็สวยคมเข้มในแบบสาวต่างถิ่น
ทั้งคู่ต่างก็มีใจรักมั่นต่อเฉินเซียว
“ที่จริงพวกเธอไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ที่ฉันพาพวกเธอไปวันนี้ ก็เพราะอยากจะเห็นหน้าค่าตาผู้หญิงคนนั้นดูบ้างเท่านั้นเอง”
เซี่ยอวี่เตี๋ยที่นั่งอยู่เบาะหลัง พูดแทรกขึ้นว่า “พี่ซูถัง ฉันน่ะไม่ห่วงอะไรหรอก มีแต่เหมิงฮุ่ยลี่นี่แหละที่ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำให้ฉันต้องเสียเวลาเล่นเกมไปด้วยเลย”
เหมิงฮุ่ยลี่ “นี่เธอ...”
“ใครใช้ให้เธอมาเล่า”
ซูถังหัวเราะร่วน เดิมทีคิดว่าการที่จะทำให้บรรดาเพื่อนสาวของเจ้านายยอมรับซึ่งกันและกันได้นั้น คงจะต้องใช้เวลาและวิธีพิเศษสักหน่อย
ใครจะไปคิดล่ะว่า ตัวเองยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร แม่สาวน้อยสองคนนี้ก็ยอมรับกันและกันเสียแล้ว
ช่วยลดภาระอันหนักอึ้งให้ตัวเองไปได้มากเลยทีเดียว
นี่ก็คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวทั้งสองคนนี้เป็นพิเศษล่ะมั้ง
“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว ถือซะว่าฉันพาพวกเธอไปเดินเล่นริมแม่น้ำฉินเหอก็แล้วกัน อุดอู้แต่ในมหาวิทยาลัยน่าเบื่อจะตายไป”
พอเธอพูดแบบนี้ ทั้งสองคนก็ยอมสงบศึกแต่โดยดี
ผ่านไปไม่นาน เซี่ยอวี่เตี๋ยก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาอีก จึงได้ซักไซ้เรื่องการทำงานของเฉินเซียวมากมายก่ายกอง
ซูถังก็เลือกตอบเฉพาะเรื่องที่พอจะเปิดเผยได้ เพื่อคลายความอยากรู้ของพวกเธอทั้งสองคน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถเบนซ์อี300 ก็มาจอดที่ริมแม่น้ำฉินเหอ
สาวสวยทั้งสามคนก้าวลงจากรถ ทำเอาผู้คนรอบข้างถึงกับมองจนตาค้าง
ซูถังโทรศัพท์สายตรงถึงบอดี้การ์ดที่เข้าเวรดูแลความปลอดภัย “ฮัลโหล เจ้านายอยู่ที่ไหน”
“โอเค เข้าใจแล้ว”
วางสายเสร็จ เธอก็หันไปพูดกับเซี่ยอวี่เตี๋ยและเหมิงฮุ่ยลี่ “ไปกันเถอะ”
หลังจากที่ทั้งสามคนเดินไปได้สักพัก ซูถังก็หยุดเดินอย่างกะทันหัน พร้อมกับชี้มือไปข้างหน้า “ดูสิ อยู่นั่นไง”
เซี่ยอวี่เตี๋ยกับเหมิงฮุ่ยลี่มองตามนิ้วที่ชี้ไป ก็เห็นเฉินเซียวกับถานเฉิงกำลังเดินเล่นกันอยู่
“เห็นไหม เธอเนี่ยขี้กังวลไปเองแท้ ๆ ขนาดมือยังไม่ได้จับกันเลย”
เหมิงฮุ่ยลี่พูดไม่ออก “เธอจะไปรู้อะไร ยิ่งเป็นความรู้สึกที่รอบคอบมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งลึกซึ้งมากเท่านั้นย่ะ”
เซี่ยอวี่เตี๋ยชะงัก รู้สึกว่าคำพูดของเธอก็มีเหตุผลอยู่บ้าง จึงหันไปมองซูถัง
ซูถังหัวเราะ “วางใจเถอะ ไม่มีใครคู่ควรให้เจ้านายต้องมาระมัดระวังตัวถึงขนาดนี้หรอก ร้อยทั้งร้อย ความรู้สึกคงจะไม่ได้ลึกซึ้งอะไรขนาดนั้นหรอกน่า”
“เอ๊ะ ไม่น่าใช่นะคะ เฉินเซียวแอบชอบถานเฉิงมาตั้งสองปีกว่า เพื่อนในห้องเราต่างก็รู้กันทั้งนั้นแหละค่ะ”
ซูถังเพียงแค่ยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร
คนเราบางครั้ง... ก็เปลี่ยนกันได้
เมื่อก่อนเฉินเซียวเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง แต่หลังจากที่ก้าวเข้าสู่วงการการเงินแล้ว
เขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป