- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 210 ฉันก็จะช่วยดูแลครอบครัวของนายเหมือนกัน
บทที่ 210 ฉันก็จะช่วยดูแลครอบครัวของนายเหมือนกัน
บทที่ 210 ฉันก็จะช่วยดูแลครอบครัวของนายเหมือนกัน
บทที่ 210 ฉันก็จะช่วยดูแลครอบครัวของนายเหมือนกัน
โรงแรมย่านชานเมือง ชั้นแปด
ซุนอิ๋งพูดด้วยความสิ้นหวัง “สิงเหยียนชิ่ง นายปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องของนายไปบอกใคร ฉันไม่มีหลักฐานอะไรเลย”
“ปล่อยเธอไปงั้นเหรอ? แล้วยังจะให้ฉันรออีก ปล่อยให้เจ้านายของฉันมีความสุขก่อนเถอะ แล้วฉันจะมาเล่นสนุกกับเธออย่างเต็มที่ น่าเสียดายจัง... ที่ไม่ได้เปิดซิงเธอ แต่เอาตัวเธอไปแลกกับวิลล่าหนึ่งหลังก็คุ้มค่าแล้วล่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ...”
“นะ นายมันไร้ยางอาย”
“หึ เธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันสักเท่าไหร่หรอก”
พูดจบ สิงเหยียนชิ่งก็ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่ แต่ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ภายในห้องเงียบกริบลงในพริบตา
สื่อจงฝูส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดไปดูสถานการณ์ เมื่อส่องดูผ่านตาแมว ก็พบว่าเป็นพวกเดียวกันเอง
“มีเรื่องอะไร”
“ท่านประธานครับ ข้างล่างมีคนทุบรถ ทุบกระจกรถจนแตกหมดเลยครับ...”
สื่อจงฝูขมวดคิ้ว รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
ที่นี่ไม่มีคนนอกเข้ามาเลย แล้วจะเกิดเรื่องคนทุบรถขึ้นได้ยังไง
“ใครกัน”
“ตอนนี้ยังจับตัวไม่ได้ครับ”
สื่อจงฝูคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับไปว่า “ลากคอคนทำมาให้ได้ แล้วอีกอย่าง ถ้าไม่มีเรื่องด่วนอะไร ก็ไม่ต้องมาเคาะประตูอีกนะ”
“ครับ”
ชายคนนี้เพิ่งจะเดินลงไปถึงชั้นล่าง จู่ ๆ ก็มีรถซูเปอร์คาร์สองคัน เบรกกะทันหันอยู่ที่หน้าโรงแรม
มีผู้ชายสี่คนลงมาจากรถ ในมือถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่รีบเดินเข้ามา
พนักงานต้อนรับของโรงแรมรีบเข้ามาขวางไว้
“ขออภัยด้วยครับ ทางโรงแรมของเรายังไม่เปิดให้บริการ ขณะนี้ยังไม่รับแขกครับ”
“เพียะ!”
เฉินเซียวตบหน้าผู้ชายคนนี้จนล้มลงไปกองกับพื้น “บอกมา สื่อจงฝูอยู่ชั้นไหน”
“พะ พวกคุณเป็นใครกัน”
เฉินเซียวไม่มีเวลามาพูดพร่ำทำเพลง “เหลยถิง ง้างปากมันมาให้ได้”
“ครับ”
ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่น ๆ ก็รีบวิ่งเข้ามา เหลยหยงและซานเม่าจึงพุ่งตัวเข้าไปปะทะทันที
เหลยถิงย่อตัวลง ชักมีดสั้นออกมา แล้วยัดเข้าไปในปากของชายคนนี้อย่างจัง
สายตาดุดันจ้องมองไปที่ชายคนนี้อย่างไม่วางตา
“ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าไม่ได้คำตอบที่ต้องการ มีดเล่มนี้ จะแทงทะลุออกไปทางด้านหลังศีรษะของแก”
ชายคนนี้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพิเศษแผ่ซ่านออกมาจากตัวของเหลยถิง มันทั้งเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัว
เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองไม่ทำตามล่ะก็ มีดสั้นเล่มนี้จะต้องแทงทะลุหลังศีรษะของตัวเองอย่างแน่นอน
เนื่องจากมีมีดสั้นอยู่ในปาก เขาจึงไม่กล้าขยับตัวแรงมาก ทำได้เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ อย่างรวดเร็วเท่านั้น
เหลยถิงถึงได้ดึงมีดสั้นออกมาจากปากของเขา
“พูดมา”
“พวกเขาอยู่... ที่ห้องประชุมชั้นแปดครับ...”
เมื่อได้เบาะแส เฉินเซียวและเหลยถิงก็ปล่อยชายคนนั้นไปทันที แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังลิฟต์อย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง เหลยหยงและซานเม่า ก็ได้จัดการเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่าสิบคนจนลงไปกองกับพื้นหมดแล้ว
ตรงหน้าลิฟต์ มีพนักงานเสิร์ฟหญิงคนหนึ่งลงมาจากชั้นบน พอเห็นเฉินเซียวกับพวกกำลังจะขึ้นไปก็อดถามไม่ได้ว่า
“พวกคุณเป็นใครกัน หยุดนะ”
“เพียะ!”
เฉินเซียวขี้เกียจพูดพร่ำทำเพลง ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ฟาดฝ่ามือลงไปจนเธอล้มลงไปกองกับพื้นในทันที
ทั้งสี่คนขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นแปดได้อย่างราบรื่น
ป้ายห้องประชุมเด่นชัดมาก เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู เหลยหยงก็หยิบอุปกรณ์งัดแงะออกมา
เฉินเซียวลดเสียงลงพูดเบา ๆ “ซานเม่า อัดวิดีโอไว้”
“ครับ”
จากนั้นเฉินเซียวก็ชี้ไปที่ประตู เหลยหยงยกอุปกรณ์งัดแงะน้ำหนักสี่สิบกิโลกรัมขึ้นมา ฟาดลงไปที่แม่กุญแจอย่างแรง
“ปัง!”
ประตูบานใหญ่ถูกพังออกอย่างง่ายดาย บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่หน้าประตูยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกเหลยถิงถีบกระเด็นเข้าไปในห้องรับแขก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในห้องตกใจจนตัวสั่นเทา
เหลยถิงเดินตรงเข้าไปข้างใน กวาดสายตาดุดันมองไปรอบ ๆ แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างน่าเกรงขาม
ซานเม่าเดินตามเข้ามาติด ๆ ถ่ายภาพเหตุการณ์ทุกอย่างในห้องเอาไว้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมไปถึงสิงเหยียนชิ่งที่กำลังจะทำมิดีมิร้ายซุนอิ๋งแต่ยังไม่ทันได้ลงมือด้วย
สื่อจงฝูสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“เฉินเซียวงั้นเหรอ?”
เฉินเซียวมองไปยังอีกฝ่าย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แกคือสื่อจงฝูสินะ”
ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ลับหลังต่างก็เคยเห็นรูปถ่ายของอีกฝ่ายมาแล้ว
ดังนั้นจึงจดจำกันได้ในทันที
“ถูกต้อง แกต้องการอะไร” สื่อจงฝูเอ่ยถาม
เฉินเซียวไม่สนใจเขา เดินตรงเข้าไปในห้องด้านใน
ซุนอิ๋งที่กำลังตื่นตระหนกตกใจ เมื่อเห็นเฉินเซียวเข้ามา ก็โผเข้ากอดเขาอย่างรวดเร็ว
เฉินเซียวสัมผัสได้ถึงเรือนร่างอันบอบบางในอ้อมกอดที่กำลังสั่นเทา ช่างน่าสงสารราวกับลูกนกน้อยที่ได้รับบาดเจ็บ
ไฟโทสะภายในใจ ลุกโชนขึ้นมาในพริบตา
ความคิดนับไม่ถ้วนแล่นผ่านเข้ามาในหัวของเขา
ฆ่าพวกมันซะ
หรือแค่ซ้อมให้พิการดี
สิงเหยียนชิ่งชี้หน้าเฉินเซียวด้วยสีหน้าตกตะลึง “กะ แก...”
เฉินเซียวดึงสติกลับมา คิดในใจว่าการเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับการสร้างรอยด่างพร้อยให้กับพวกขยะพรรค์นี้ มันจะคุ้มค่ากันแน่เหรอ
หลักฐานที่อันจงรวบรวมมาได้ ถึงแม้จะสามารถส่งพวกมันเข้าคุกได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังไม่สามารถเพิ่มโทษให้ถึงที่สุดได้
หนำซ้ำถ้าพวกมันติดคุกไปแล้ว เบาะแสการสืบสวนก็จะขาดหายไป
ในขณะที่เฉินเซียวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น สิงเหยียนชิ่งก็ไม่ได้อยู่เฉย
ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ผุดขึ้นมาในหัว ตั้งแต่ตอนที่เจอกันหน้าโม่หยินจวีครั้งแรก ประโยคของเฉินเซียวที่บอกว่าแฟนของแกสวยจัง
ไปจนถึงที่อาคารสำนักงานของบริษัทการลงทุนเฉียนคุน ที่ตนเองเคยบอกกับเขาว่าผู้หญิงดี ๆ อย่างซุนอิ๋งมีไม่เยอะแล้ว...
เมื่อนำมาประกอบกับความสัมพันธ์ที่ทั้งสองคนแสดงออกมาในตอนนี้
ที่แท้ พวกเขาสองคนก็ลักลอบคบชู้กันมาตั้งนานแล้ว...
เฉินเซียวตั้งใจทำแบบนี้
พอคิดว่าตัวเองทำตัวเป็นไอ้หน้าโง่ แถมยังบอกว่าจะพาเขาไปจีบสาวอีก ก็รู้สึกทั้งอับอายและโกรธแค้นปะปนกันไป
“เฉินเซียว แม่งเอ๊ย ฉันจะสู้ตายกับแก” สิงเหยียนชิ่งตะโกนลั่น แล้วพุ่งเข้าใส่เฉินเซียว
“ปัง!”
ไม่จำเป็นต้องให้บอดี้การ์ดลงมือเลย เฉินเซียวแค่ปล่อยหมัดฮุกขวาเข้าใส่ เขาก็ล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว
ศิลปะการต่อสู้ซานต่าที่ฝึกมาตลอดช่วงนี้ไม่ได้เสียเปล่า หมัดนี้ทั้งแม่นยำและรุนแรง ชกเข้าที่มุมปากของสิงเหยียนชิ่งจนเลือดไหลทะลัก
เขารู้สึกมึนงงไปหมด หน้ามืดตาลาย
คลานกระดึ๊บ ๆ ไปทางห้องรับแขกสองสามที แล้วร้องไห้โอดครวญ
“จะ เจ้านายครับ คุณต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะ”
สื่อจงฝูยังคงนิ่งเฉย ชั่งน้ำหนักอยู่ในใจว่าฝ่ายตนมีบอดี้การ์ดสี่คน ส่วนเฉินเซียวมีแค่สามคน
แต่จากลูกถีบทะลวงประตูเมื่อครู่นี้ การปะทะกันแบบสี่ต่อสาม ฝ่ายตนก็ใช่ว่าจะมีโอกาสชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดจะลงมือทำอะไร ได้แต่รอคอยอย่างเงียบ ๆ ให้บอดี้การ์ดชั้นล่างขึ้นมาสมทบ
อีกอย่าง สิงเหยียนชิ่งโดนอัด มันเกี่ยวอะไรกับสื่อจงฝูอย่างฉันด้วยล่ะ
สื่อจงฝูนึกไม่ถึงเลยว่า ซุนอิ๋งกับเฉินเซียวจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ทำอะไรรีบร้อนแบบนี้แน่
แต่มันมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ต้องหาวิธีจัดการให้จงได้
“เฉินเซียว ไว้หน้าฉันหน่อยสิ วันหน้าถ้ามีโอกาสได้ใช้ชีวิตในเมืองจินหนิง ฉันสื่อจงฝูจะค่อย ๆ ชดใช้คืนให้ รับรองว่านายจะต้องพอใจอย่างแน่นอน”
เฉินเซียวไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย เขามองดูสภาพอันแข็งปั๋งของอีกฝ่าย แล้วถามขึ้นว่า “กินยามาเหรอ”
“...” สื่อจงฝู
“ฉันไม่รู้ว่านายมีความสัมพันธ์แบบนี้กับเธอ แถมฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลยด้วยซ้ำ”
เฉินเซียวพยักหน้า “แกไม่ได้ทำ แต่สิงเหยียนชิ่งน่ะมือไวไปหน่อย พยายามข่มขืนก็ถือเป็นความผิดสำเร็จแล้ว ฉันจะว่าจ้างทีมทนายที่เก่งที่สุดในประเทศ มาให้บริการเขาเป็นพิเศษเลยล่ะ”
พอสิงเหยียนชิ่งได้ยินว่าจะจัดการตามกระบวนการทางกฎหมาย ก็เกิดอาการลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที คุกเป็นสถานที่แบบไหนกันล่ะ
ขอเพียงแค่เข้าไปในนั้น ชีวิตและอนาคตของตัวเองก็พังทลายลงจนหมดสิ้น
“จะ เจ้านายครับ ช่วยผมด้วยครับ คุณเป็นคน...”
“หุบปาก” สื่อจงฝูตวาดลั่น
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็อาจจะใช้เงินจัดการได้ แต่เฉินเซียวเป็นใครกันล่ะ
ดูจากท่าทางที่ไม่ยอมไว้หน้าเลยสักนิด ก็ทำได้แค่ยอมสละเบี้ยเพื่อรักษาขุนเอาไว้เท่านั้น
“เหยียนชิ่ง ทำผิดก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริง วางใจได้ เรื่องทางบ้านฉันจะดูแลให้เอง”
สิงเหยียนชิ่งถึงกับตาค้าง
คำขู่ในทำนองเดียวกันนี้ เขาเคยได้ยินสื่อจงฝูพูดกับหวังเจี้ยนไฉมาก่อน แต่พริบตาเดียวก็เอาภรรยาของชาวบ้านมาดูแลถึงบนเตียงซะแล้ว
แม่งเอ๊ย ขนาดลูกชายก็ยังยอมรับเป็นพ่อบุญธรรมเลย
สื่อจงฝูไอ้เวรนี่ ทำงานแบบไร้ความรับผิดชอบจริง ๆ
ถึงตัวเองจะทำงานให้เขา รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมากมาย แต่ในมือกลับไม่มีจุดอ่อนใด ๆ ของเขาเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องหลักฐาน
เฉินเซียวแอบคิดในใจว่าไอ้สารเลวสื่อจงฝูนี่เด็ดขาดมาก ช่วงเวลาสำคัญมันไม่ลังเลที่จะสละแขนทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเลย
เมื่อมองดูสิงเหยียนชิ่งที่นอนหมอบเหมือนหมาอยู่บนพื้น
เฉินเซียวก็ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น
“นายก็เข้าไปอย่างสบายใจเถอะ ไม่ใช่แค่เถ้าแก่สื่อจะดูแลครอบครัวของนายนะ ฉันก็จะช่วยดูแลเหมือนกัน เพราะยังไงพวกเราก็เคยรู้จักกันมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น นายยังรับปากว่าจะพาฉันไปจีบสาวอีกไม่ใช่เหรอ”
“...” สิงเหยียนชิ่ง
ในที่สุดเขาก็เริ่มตระหนักได้ว่า คนที่แม้แต่สื่อจงฝูยังต้องเกรงกลัว จะต้องไม่ใช่แค่คนธรรมดา ๆ ที่เขารู้จักอย่างแน่นอน
คำขู่ของคนระดับนี้ ใช่เรื่องล้อเล่นเสียที่ไหนกันล่ะ