- หน้าแรก
- ระบบเซียนหุ้น: มีแค่ผมที่มองเห็นข้อมูลลับ!
- บทที่ 165 เฉินเซียว นายมีประสบการณ์จังเลยนะ
บทที่ 165 เฉินเซียว นายมีประสบการณ์จังเลยนะ
บทที่ 165 เฉินเซียว นายมีประสบการณ์จังเลยนะ
บทที่ 165 เฉินเซียว นายมีประสบการณ์จังเลยนะ
ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน เฉินเซียวก็ตรวจสอบผลการดำเนินงานในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
เงินที่ใช้ลงทุนในหุ้นต้าหยางกรุ๊ป ตอนนี้พุ่งสูงถึง 1.5 พันล้านหยวนแล้ว
ส่วนข้อความลึกลับอีกข้อความหนึ่งที่มักจะเป็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงสองวันที่ผ่านมานี้ ก็ทำกำไรให้เขาไปแบบเบาะ ๆ สองสามสิบล้านหยวน
ถึงจะดูเป็นผลกำไรที่ไม่หวือหวา แต่ก็มีความมั่นคงและสม่ำเสมอ
ในรอบนี้ เขาใช้เงินทุนส่วนตัวในการลงทุนทั้งหมด และเนื่องจากปริมาณหุ้นของต้าหยางกรุ๊ปมีค่อนข้างเยอะ การลงทุนของเขาจึงยังไม่ถึงจุดที่จะต้องรายงานให้ใครทราบ ทำให้ไม่มีใครระแคะระคายเลยว่า เขากำลังแอบเข้ามากว้านซื้อหุ้นของต้าหยางกรุ๊ปอยู่อย่างเงียบ ๆ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องวุ่นวายและถูกใครมารบกวนใจ
ทรัพย์สินทั้งหมดของเฉินเซียวในตอนนี้ น่าจะสามารถกว้านซื้อหุ้นของต้าหยางกรุ๊ปได้ประมาณ 5% - 7%
ถึงแม้จะยังห่างชั้นกับพวกมหาเศรษฐีตัวจริงอยู่มาก แต่เขาก็มีความได้เปรียบตรงที่มีอิสระเสรี ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของใคร และสามารถกุมความได้เปรียบไว้ในมือได้ตลอดเวลา
ถ้าจะใช้คำพูดของสยงเชาก็คือ เศรษฐีเงินสดเนี่ยแหละคือสุดยอดที่สุดแล้ว
เมื่อเครื่องบินลงจอดที่สนามบินซวงหลิวในเมืองเฉิงตู
ถังเส้าเฟยและกลุ่มเพื่อน รวมถึงเซี่ยอวี่เตี๋ยก็มารอรับเขาที่สนามบิน
ทันทีที่เห็นหน้าเฉินเซียว เซี่ยอวี่เตี๋ยก็ไม่สนใจสายตาของผู้คนรอบข้างที่กำลังจับจ้องมองมาเลยสักนิด
เธอตะโกนเรียกชื่อเขาแล้วพุ่งตัวเข้าหา ก่อนจะกระโดดขึ้นไปเกาะเกี่ยวอยู่ที่คอของเขาเหมือนหมีโคอาล่าเกาะต้นไม้
ขาเรียวยาวทั้งสองข้างรัดแน่นอยู่ที่เอวของเขา
“คนบ้า คิดถึงเค้าบ้างไหมเนี่ย?”
“คิดถึงสิ ก็เลยรีบมาหาเธอนี่ไง”
“ฮึ!” เซี่ยอวี่เตี๋ยย่นจมูกรั้น ๆ อย่างน่ารัก “ได้ ฉันจะแกล้งทำเป็นเชื่อก็แล้วกัน”
“......” เฉินเซียว
ถังเส้าเฟยและพรรคพวกมองดูด้วยความอิจฉาตาร้อน
นอกจากเรื่องเงินแล้ว สิ่งที่พวกเขาอิจฉาเฉินเซียวมากที่สุด ก็คือเรื่องสาว ๆ ที่อยู่รอบตัวเขานี่แหละ
แต่ละคนสวยเด็ดชนิดที่เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงเลยทีเดียว แถมที่สำคัญที่สุดก็คือ พวกเธอต่างก็รักและเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี
“พี่ถัง ไอ้เหมิง ไอ้เชา ไม่เจอกันนานเลยนะ”
“ไอ้บ้าเอ๊ย มีสาวสวยมารอรับซะขนาดนี้ แกก็คงจะลืมพวกฉันไปหมดแล้วสิ”
“......” เฉินเซียว
หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอ กลุ่มคนทั้งสิบก็เดินออกจากสนามบินไปพร้อมกัน
เฉินเซียวพาบอดี้การ์ดมาด้วยสองคน พร้อมกับเซี่ยอวี่เตี๋ย ส่วนคนอื่น ๆ ก็ต่างมีคนขับรถหรือบอดี้การ์ดติดตามมาด้วยคนละหนึ่งคน
ถังเส้าเฟยและพรรคพวก ได้จัดเตรียมรถเอสยูวีสำหรับใช้เดินทางไปทิเบตไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงรถของเฉินเซียวด้วย
แถมรถทุกคันยังผ่านการดัดแปลงมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีทั้งแผ่นรองกันกระแทกใต้ท้องรถ ยางรันแฟลต แร็คหลังคา และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกครบครัน
หลังจากส่งกุญแจรถให้เหล่าหลิว เหลยหยงก็จัดการเก็บสัมภาระใส่กระโปรงหลัง ก่อนจะขึ้นไปนั่งที่เบาะหน้าคู่คนขับ ส่วนเฉินเซียวกับเซี่ยอวี่เตี๋ยก็นั่งอยู่ด้วยกันที่เบาะหลัง
“เฉินเซียว ฉันก็อยากไปเที่ยวกับนายด้วยอะ......”
“ได้สิ งั้นเราก็ไปด้วยกันเลย แต่พ่อกับแม่เธอจะอนุญาตเหรอ?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยตอบอย่างอารมณ์ดี “พวกท่านไม่อยู่บ้านหรอก ฉันอยากจะไปไหนก็ไปได้ตามใจชอบเลยล่ะ”
“อ้อ... ไม่อยู่บ้านงั้นเหรอ......” เฉินเซียวแอบคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“เป็นอะไรไปเหรอ?” เซี่ยอวี่เตี๋ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อะแฮ่ม... ในเมื่อคุณลุงคุณป้าไม่อยู่บ้าน...... งั้นเราก็ไปนอนที่บ้านเธอดีไหม?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยถึงกับอึ้งไปเลย เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะต้องมาเจอเรื่องน่าตื่นเต้นอะไรแบบนี้
“ทำไมล่ะ? ไม่ต้อนรับเหรอ? งั้นไปนอนโรงแรมก็ได้นะ”
“หา? ใครบอกล่ะว่าไม่ต้อนรับ ฉันก็แค่...... ไปสิ กลับบ้านเรากัน!” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเซี่ยอวี่เตี๋ยก็ตัดสินใจแน่วแน่
เหล่าหลิวและเหลยหยงที่นั่งอยู่ข้างหน้า ต่างก็จ้องมองไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ แกล้งทำเป็นหูทวนลมไปซะอย่างนั้น
เมื่อเดินทางมาถึงโรงแรม ถังเส้าเฟยและคนอื่น ๆ ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ารถของเฉินเซียวหายไปจากขบวน
“เชี่ยเอ๊ย คนขับรถของไอ้เซียวมันขับรถประสาอะไรวะเนี่ย? ขับตามแค่นี้ก็หลงซะแล้ว? ฉันโทรหามันก่อนแป๊บ” จางเหมิงบ่นอุบ
“ฮัลโหล? ไอ้เซียว แกอยู่ไหน? พวกฉันมาถึงโรงแรมกันหมดแล้วนะ แกหลงทางหรือเปล่าวะเนี่ย? ฮ่าฮ่าฮ่า......”
เฉินเซียวหัวเราะเบา ๆ “ฉันมีสาวสวยนั่งอยู่ข้าง ๆ ซะขนาดนี้ ใครจะไปนอนโรงแรมให้โง่วะ ฉันถึงบ้านแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า...... ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”
“......แม่งเอ๊ย”
จางเหมิงวางสายด้วยความหงุดหงิด
ถังเส้าเฟยเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น? ไอ้เซียวล่ะ?”
“แม่งเอ๊ย ฉันไม่น่าปากหมาไปถามมันเลย ไปกันเถอะ!”
“ไปไหนล่ะ?”
“ไปบาร์ ไปหาเด็กนั่งดริ๊งก์ดิวะ! ฉันทนไม่ไหวแล้วเว้ย”
ทุกคน “......”
......
บ้านของเซี่ยอวี่เตี๋ยตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรที่สภาพแวดล้อมค่อนข้างดีทีเดียว มีพื้นที่ใช้สอยประมาณร้อยสามสิบตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องนั่งเล่น
สภาพภายในบ้านโดยรวมก็ดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยดี แต่ก็มีบางมุมที่ดูรก ๆ ไปบ้าง
มองปราดเดียวก็รู้เลยว่า ปกติแล้วบ้านหลังนี้คงจะได้รับการดูแลทำความสะอาดเป็นอย่างดี แต่พอมีลูกแมวน้อยที่ไม่ค่อยมีระเบียบวินัยอย่างเธอเข้ามาป้วนเปี้ยน มันก็เลยกลายเป็นความรกแบบน่ารัก ๆ
เซี่ยอวี่เตี๋ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “เอ่อ...... ฉันคิดถึงนายมากไปหน่อยน่ะ ก็เลยไม่มีเวลาจัดบ้านเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ยังไงเดี๋ยวก็ต้องทำรกกว่าเดิมอยู่ดี ถึงเวลาค่อยเก็บกวาดทีเดียวเลยก็แล้วกัน”
“......” เซี่ยอวี่เตี๋ย
“ไอ้คนบ้ากาม ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”
“อืมมม”
เฉินเซียวพยักหน้ารับ เขาทำท่าจะล้วงกระเป๋าหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ แต่ก็ต้องชะงักไป
ตั้งแต่ขึ้นเครื่องบินมาจนถึงตอนนี้ ก็ผ่านไปสามชั่วโมงกว่าแล้วที่เขาไม่ได้สูบบุหรี่เลย ความรู้สึกคันยิบ ๆ ที่ลำคอและหลอดลม มันช่างทรมานจนแทบจะทนไม่ไหว
เฉินเซียวพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสะกดกลั้นความอยากบุหรี่เอาไว้
เขาเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบน้ำอัดลมกระป๋องที่เย็นเจี๊ยบขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดกระป๋อง ความเย็นซาบซ่านช่วยบรรเทาความทรมานลงไปได้บ้าง
เมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ก็เห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องทำงาน ส่วนอีกห้องก็ตกแต่งเรียบ ๆ ธรรมดา และห้องสุดท้ายที่ผนังห้องเต็มไปด้วยโปสเตอร์อนิเมะ ก็คงจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นห้องนอนของเซี่ยอวี่เตี๋ย
เฉินเซียวเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยโชยมาเตะจมูก มันคือกลิ่นกายของเซี่ยอวี่เตี๋ยนั่นเอง
จู่ ๆ เฉินเซียวก็ได้ยินเสียงไขกุญแจประตูดังแกร๊ก ๆ มาจากหน้าบ้าน
เชี่ยเอ๊ย!
นี่คงไม่ใช่พ่อแม่ของเซี่ยอวี่เตี๋ยกลับมาหรอกใช่ไหม?
ไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความ เพราะเสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นแล้ว
ถ้าโดนจับได้ว่ามีผู้ชายแปลกหน้าอยู่ในห้องของลูกสาวที่กำลังอาบน้ำอยู่ล่ะก็......
บรรลัยแล้วไงล่ะ......
เฉินเซียวรีบพุ่งหลาวเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงทันที พยายามเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวภายนอกอย่างเงียบเชียบ
มีเสียงผู้ชายกับผู้หญิงคุยกันดังแว่วมา
ผู้หญิง: “เฮ้อ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว โชคดีนะเนี่ยที่การประชุมเลื่อนมาเสร็จเร็วกว่ากำหนด ไม่งั้นฉันคงอกแตกตายแน่ ๆ”
ผู้ชาย: “จะไปเหนื่อยอะไรกันล่ะ สัมภาระทุกอย่างฉันก็เป็นคนแบกให้หมดเลยนะ......”
พูดไปได้ครึ่งประโยค เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที “โอเค ๆ ๆ คุณเหนื่อยก็คุณเหนื่อยสิ คุณไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเลยนะ”
ผู้หญิง: “ฮึ! ลูกสาวสุดที่รักของคุณกำลังอาบน้ำอยู่น่ะสิ ฉันขอรอแป๊บนึงก็แล้วกัน”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องน้ำก็เปิดออก เซี่ยอวี่เตี๋ยร้องเรียกด้วยน้ำเสียงสดใส “ที่รัก ฉัน......”
ผู้หญิง: “ยัยเด็กบ้า! ทำไมถึงไม่ยอมใส่ชุดนอนให้เรียบร้อยฮะ? ใส่แค่ชุดชั้นในเดินเพ่นพ่านแบบนี้ได้ยังไง? แล้วไปเรียกใครว่าที่รักฮะ? ใครเป็นที่รักของแก?”
เซี่ยอวี่เตี๋ยถึงกับสมองตื้อไปชั่วขณะ
ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำยังดี ๆ อยู่เลย ทำไมพอออกมา...... โลกทั้งใบถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ล่ะเนี่ย?
แล้วเฉินเซียวล่ะ หายไปไหนแล้ว......
“อ๊ะ อะแฮ่ม... ทะ... ที่รักคะ คุณแม่ หนูคิดถึงคุณแม่ใจจะขาดอยู่แล้วนะคะ......”
“เพียะ!”
“รีบเข้าไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเลยนะ! ทำตัวไม่เหมาะสมเอาซะเลย!”
“ปัง!”
เซี่ยอวี่เตี๋ยรีบวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะปิดประตูดังปัง แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เธอยกมือขึ้นลูบหน้าอกที่เต้นรัวด้วยความหวาดผวา
จากนั้นก็เริ่มค้นหาเฉินเซียวไปทั่วห้อง
เฉินเซียวค่อย ๆ คลานออกมาจากใต้เตียง “ฉะ... ฉันอยู่นี่”
“......” เซี่ยอวี่เตี๋ย
เธอกระซิบถามเสียงเบา “ฉะ... เฉินเซียว เราจะทำยังไงกันดี พ่อกับแม่ฉันกลับมาก่อนกำหนดอ่ะ......”
เฉินเซียวปลอบใจ “ใจเย็น ๆ ก่อนนะ เธอช่วยหาอะไรมาให้ฉันหนุนหัวหน่อยสิ พื้นห้องมันแข็งชะมัดเลย”
“งั้นเอาหมอนฉันไปหนุนไหม?”
“หมอนไม่ได้หรอก เดี๋ยวถ้าพ่อแม่เธอเข้ามาเห็นว่าหมอนหายไป จะอธิบายยังไงล่ะ? หาตุ๊กตาตุ๊กตานุ่ม ๆ มาให้ฉันสักตัวก็พอแล้ว”
“อ้อ เฉินเซียว นายมีประสบการณ์จังเลยนะ......”
“......”