- หน้าแรก
- วงการบันเทิง ฉันมีประตูสู่อนาคต
- บทที่ 15 ปัจจัยแรกของซีรีส์ไอดอลก็คือหน้าตา!
บทที่ 15 ปัจจัยแรกของซีรีส์ไอดอลก็คือหน้าตา!
บทที่ 15 ปัจจัยแรกของซีรีส์ไอดอลก็คือหน้าตา!
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใส
เวลาแปดโมงเช้า หลังจากล้างหน้าล้างตาแปรงฟันและทานอาหารเช้าเสร็จ เซียวเหย่ก็พาจิ่งเถียนกลับมายังปี 2009
แต่ละคนถือบทละครไว้ในมือ ก่อนจะแยกย้ายกันที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย
เซียวเหย่จะไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาหลินเทา ส่วนจิ่งเถียนจะกลับไปที่บริษัทซิงกวางช่านล่าน
ภายในห้องพักอาจารย์ที่ปรึกษาภาควิชาถ่ายภาพ
หลินเทาไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบบทละครของเซียวเหย่ขึ้นมาพลิกอ่านทันที
รอบแรกเขาอ่านค่อนข้างละเอียด ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึงได้เงยหน้าขึ้น หยิบแก้วน้ำบนโต๊ะมาจิบ แล้วถึงเอ่ยปาก "ความสมบูรณ์ของบทละครเรื่องนี้ถือว่าดีมากทีเดียว"
"ส่วนเนื้อหา ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐาน โดยรวมแล้วไม่ต่างจากซีรีส์ไอดอลในปัจจุบันมากนัก แต่การใส่พล็อตสลับร่างเข้ามาถือว่าแปลกใหม่มาก ถ้าพระเอกกับนางเอกแสดงได้ดี จะต้องโดดเด่นสะดุดตาแน่นอน"
พระเอกกับนางเอกต้องแสดงให้เห็นถึงความเคยชิน สีหน้าท่าทาง น้ำเสียง และการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของอีกฝ่าย
มีความแตกต่างที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว และมีจุดดึงดูดความสนใจเต็มเปี่ยม
ดังนั้นจุดสำคัญจึงอยู่ที่นักแสดงนำทั้งสองคนจะสามารถถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือไม่
"กำหนดตัวพระเอกกับนางเอกไว้หรือยัง?" หลินเทาเอ่ยถาม
"กำหนดนางเอกแล้วครับ เป็นจิ่งเถียน" เซียวเหย่ตอบไปตามความจริง
หลินเทาได้ยินดังนั้นก็ชะงักมือไปเล็กน้อย
นักศึกษาปริญญาตรีสาขาการแสดงของสถาบันภาพยนตร์ปักกิ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีผลงานโดยรวมอยู่ในระดับธรรมดาทั่วไป ไม่มีทั้งกลุ่มนักแสดงระดับตำนานเหมือนรุ่นปี 96 และขาดนักแสดงที่โดดเด่นสะดุดตาเหมือนหลิวอี้เฟยรุ่นปี 02
หากจะฝืนหาใครสักคนที่สามารถยืนหยัดในวงการได้อย่างมั่นคงจากรุ่นที่ผ่านๆ มา ก็คงมีแค่เจิ้งอวี่สวินจากรุ่นปี 07 เท่านั้น
ไม่ต้องพูดถึงว่าเนื้อเรื่องของ 'มาดูฝนดาวตกด้วยกัน' จะชวนปวดเศียรเวียนเกล้าแค่ไหน แต่อย่างน้อยในแง่ของการปั้นดาว 'ความสามารถในการดันนักแสดง' ของซีรีส์เรื่องนี้ก็ไม่อาจดูเบาได้เลยจริงๆ
แต่หากจะพูดถึงนักศึกษาที่มีน้ำหนักในใจของเหล่าอาจารย์มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นจิ่งเถียน
ไม่มีอะไรมากไปกว่า ทรัพยากรของเธอมันระดับท็อปเกินไปแล้ว
เปิดตัวด้วยมิวสิกวิดีโอที่ได้ร่วมงานกับจางย่าต้งและหนิงฮ่าว จากนั้นก็ได้ร่วมงานกับจ้าวเจ๋อเทียนและหลิวเย่ และตอนนี้ก็ยังได้ร่วมงานกับจางเฟิงอี้และเจียงอู่ ได้ยินมาว่าบริษัทของเธอยังเตรียมทุ่มทุนสร้างภาพยนตร์เพื่อเธอโดยเฉพาะอีกด้วย
ด้วยทรัพยากรและประวัติการทำงานแบบนี้ ต่อให้ดึงดันอยากจะมองข้ามก็ยังยากเลย
หลินเทาเองก็ไม่แน่ใจว่าเบื้องหลังของจิ่งเถียนคืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือไม่อาจประมาทได้อย่างแน่นอน
"ถ้าเป็นจิ่งเถียน เธอก็ค่อนข้างตรงกับภาพลักษณ์ของเสิ่นหลินที่เป็นนางเอกอยู่นะ ติดก็แค่ไม่รู้ว่าทักษะการแสดงของเธอเป็นยังไง"
"คาแรคเตอร์ของเสิ่นหลินแตกต่างจากสไตล์นางเอกซีรีส์ไอดอลในปัจจุบันมาก การจะถ่ายทอดออกมาให้ดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"
หลินเทาไม่ค่อยรู้เรื่องราวของฝั่งภาควิชาการแสดงนัก ส่วนผลงานของจิ่งเถียน เขาก็ยังไม่เคยดู จึงไม่รู้ว่าฝีมือการแสดงของเธอเป็นอย่างไร
"ผมเชื่อว่าเธอทำได้ครับ"
เซียวเหย่ยิ้ม ทักษะการแสดงของจิ่งเถียนอาจจะยังดูอ่อนหัดไปบ้าง แต่ไม่เป็นไร เธอมีต้นแบบสำเร็จรูปให้ทำตามอยู่แล้ว
กิลราอิมในซีรีส์ต้นฉบับแสดงไว้ยังไง เธอก็แค่เรียนรู้และแสดงตามนั้นไป ลอกเลียนแบบไปดื้อๆ ก็พอแล้ว
โดยพื้นฐานแล้ว ซีรีส์ไอดอลไม่ได้ต้องการทักษะการแสดงที่สูงส่งอะไรมากมาย จุดสำคัญอยู่ที่หน้าตาของพระนาง ขอแค่พระเอกกับนางเอกแสดงแล้วไม่หลุดคาแรคเตอร์ก็พอแล้ว
"คนที่ลงทุนให้คุณก็คงเป็นเธอด้วยล่ะสิ" หลินเทาชี้ปลายนิ้วไปในอากาศพร้อมกับส่ายหน้ายิ้มๆ
เซียวเหย่พยักหน้า โดยไม่ได้พยายามปกปิดความจริง
"แล้วทางฝั่งพระเอกล่ะ คุณคิดไว้ยังไงบ้าง?" หลินเทาถามต่อ
"ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลยครับ คาแรคเตอร์ของพระเอกคือลูกเศรษฐีรุ่นสองที่หยิ่งยโสและเย็นชา แต่ลึกๆ แล้วเป็นคนอ่อนไหวเปราะบางและมีปมในวัยเด็ก นอกจากนี้ หลังจากสลับร่างกันแล้ว เขายังต้องแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในกระบวนการคิดของฝั่งนางเอกด้วย"
"ที่สำคัญที่สุด พระเอกต้องหล่อ ต้องหล่อแบบตะลึงไปเลย"
ก็อย่างที่บอก ปัจจัยแรกของซีรีส์ไอดอลก็ยังคงเป็นเรื่องของหน้าตาเป็นอันดับหนึ่ง
ไม่ต้องพูดถึงว่าทักษะการแสดงจะดีเลิศแค่ไหน ถ้าหน้าตาไม่ผ่าน ผู้ชมก็อินตามไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีกะจิตกะใจไปสนใจเรื่องทักษะการแสดงเลย
หลินเทาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่แววตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง เขาเงยหน้าขึ้นมองเซียวเหย่ด้วยสายตาที่ราวกับตะปูที่ตอกลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม
"คุณเคยคิดบ้างไหมว่า ตัวคุณเองนั่นแหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุด?"
"ผมเหรอครับ?" เซียวเหย่ชี้ไปที่ตัวเอง จากนั้นก็เงียบไป
จริงๆ แล้วเขาไม่เคยคิดอยากจะเป็นนักแสดงเลย ถึงแม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ตรงตามมาตรฐานพระเอกซีรีส์ไอดอลอย่างไม่มีที่ติก็ตาม
"ใช่ คุณนั่นแหละ" หลินเทาพูดกลั้วหัวเราะ "พูดตรงๆ นะ ตอนที่คุณมาสอบเข้าภาคปฏิบัติ ฉันยังนึกว่าคุณเข้าห้องสอบผิดด้วยซ้ำ คุณควรจะไปสอบภาควิชาการแสดงที่อยู่ข้างๆ มากกว่า"
เซียวเหย่เกาหัว "แต่ผมแทบไม่เคยเรียนการแสดงเลยนะครับ"
"แต่คุณก็มีพรสวรรค์จริงๆ นะ" หลินเทาโบกมือแล้วเอ่ย "ก่อนหน้านี้อาจารย์ชุยยังคอยบอกให้ฉันเกลี้ยกล่อมคุณย้ายคณะอยู่เลย"
อาจารย์ชุยที่เขาพูดถึงก็คือ ชุยซินฉิน อาจารย์อาวุโสของสถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง ผู้สอนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ช่วงยุค 80
รุ่นซุปตาร์ปี 96 ก็เป็นลูกศิษย์ของเธอ และเธอก็เป็นคนดูแลภาควิชาการแสดงรุ่นปี 07 ด้วย
"โดยพื้นฐานแล้ว ตัวละครนี้เป็นลูกเศรษฐีรุ่นสองที่ต้องรักษาภาพลักษณ์หยิ่งยโสเย็นชามาเป็นเวลานาน ความท้าทายด้านการแสดงจริงๆ แล้วมันกระจุกอยู่แค่จุดเดียว"
"ขอแค่ตีโจทย์การแสดงเดี่ยวอันยากลำบากในช่วง 'สลับร่าง' ให้แตก ภาพรวมก็ถือว่ามั่นคงแล้ว"
"อีกอย่าง บทละครเรื่องนี้คุณก็เป็นคนเขียนเอง ตัวละครเป็นยังไง คุณย่อมรู้ดีที่สุด"
"และถ้าอยากจะควบคุมคนในกองถ่ายได้แบบอยู่หมัด การเอาแต่สั่งการอย่างเดียวมันไม่พอ เงินทุกบาททุกสตางค์ในบัญชีต้องถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด"
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเซียวเหย่เริ่มมีท่าทีโอนอ่อน หลินเทาก็ฉวยโอกาสตีเหล็กตอนร้อน พูดแทงใจดำไปว่า "นักแสดงชายที่ตรงตามความต้องการของคุณน่ะ นับนิ้วดูได้เลย แถมส่วนใหญ่ค่าตัวก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วย"
"ถ้าจะหานักแสดงหน้าใหม่ สู้คุณลงมือแสดงเองไม่ดีกว่าหรือ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นนะ อย่างน้อยในเรื่องของหน้าตา คุณก็ไม่ด้อยไปกว่าพวกนักแสดงดาวรุ่งชายที่กำลังโด่งดังอยู่ในตอนนี้เลย"
"เผลอๆ ในสายตาฉัน คุณหน้าตาดีกว่าพวกเขาเยอะด้วยซ้ำ"
พูดมาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าเซียวเหย่ยังปฏิเสธอีกก็คงจะดูเล่นตัวเกินไป เขาจึงเก็บตำแหน่งพระเอกเอาไว้ให้ตัวเองทันที
เมื่อกำหนดตัวพระเอกกับนางเอกได้แล้ว ส่วนที่เหลือก็ง่ายขึ้น
บทเพื่อนสนิทนางเอกมีคนอยู่ในใจตั้งนานแล้ว นั่นก็คือเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนสนิทของจิ่งเถียนอย่างคั่นชิงจื่อ ที่เหลือก็มีลูกพี่ลูกน้องของพระเอกที่เป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิง แฟนเก่าของซูเปอร์สตาร์ และตัวละครสมทบที่สำคัญอีกสองสามคน
แน่นอนว่ายังมีตัวละครสำคัญอีกคน นั่นก็คือแม่ของพระเอก
อุปสรรคชิ้นโตที่สุดในเส้นทางรักของพระเอกกับนางเอก
สำหรับบทนี้ ในใจของเซียวเหย่มีตัวเลือกอยู่สองคน คนแรกก็คืออาจารย์หลิวเจี๋ย นักแสดงระดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งในปีหน้าเธอจะได้รับบทเป็นแม่ของพระเอกในซีรีส์ยอดฮิตเรื่อง 'ความเย้ายวนของการกลับบ้าน'
ส่วนคนที่สองก็คืออาจารย์หวังหลิง ผู้รับบทป้าเสวี่ย
"ตัวละครสมทบที่เหลือไม่ได้ต้องการทักษะการแสดงสูงมากนัก เอาอย่างนี้ไหม คุณจัดการแคสต์ติ้งนักแสดงในมหาวิทยาลัยนี่แหละ ถ้าจัดการภายในได้ก็จะดีที่สุด ฝั่งภาควิชาการแสดงจะได้ไม่ต้องมาบ่นกระปอดกระแปดใส่เราทุกวันด้วย"
"ได้เลยครับ ผมไม่มีปัญหา"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ มีเรื่องอะไรอยากให้ฉันช่วยอีกไหม?"
"มีครับ" เซียวเหย่พยักหน้า จากนั้นเขาก็พูดถึงเรื่องทีมงานฝ่ายผลิต
"ถ้าคุณอยากจะปั้นทีมงานฝ่ายผลิตของตัวเองขึ้นมา ฉันก็นึกถึงสองบริษัทขึ้นมาได้" หลินเทาลูบคางครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยว่า "ถังเหริน แล้วก็ โจวอี้"
เซียวเหย่ได้ยินดังนั้นก็พลันกระจ่างขึ้นมาทันที ถ้าหลินเทาไม่เตือน เขาก็เกือบจะลืมสถานการณ์ในปัจจุบันของทั้งสองบริษัทนี้ไปเสียสนิท