- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาพร้อมระบบเศรษฐี ยิ่งเปย์สาว ยิ่งได้เงินคืนแบบไร้ขีดจำกัด
- ตอนที่ 15 ฉันอยากถูกเฉินเฉินจูบ
ตอนที่ 15 ฉันอยากถูกเฉินเฉินจูบ
ตอนที่ 15 ฉันอยากถูกเฉินเฉินจูบ
ตอนที่ 15 ฉันอยากถูกเฉินเฉินจูบ
"คฤหาสน์หลังนี้มันก็ดีงามสมราคาอยู่หรอกนะ... แต่รู้สึกเหมือนว่ามันยังขาด 'คุณนาย' ประจำบ้านอยู่นะเนี่ย!" เฉินเฉินเอ่ยลอยๆ ขึ้นมาพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์เป็นนัยๆ ไปทางไป๋ซี
ไป๋ซีย่อมจับความหมายแฝงที่เฉินเฉินต้องการจะสื่อได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เธอจึงส่งค้อนวงเล็กๆ ให้เขาหนึ่งทีแล้วเอ่ยแซวกลับไป "แหม คุณชายทั้งหน้าตาหล่อเหลาแถมยังรวยล้นฟ้าขนาดนี้ จะขาดแคลนสาวสวยมาคอยเคียงข้างได้ยังไงกันคะ? ป่านนี้คงมีสาวๆ ต่อคิวอยากจะถวายตัวเข้ามาเป็นคุณนายบ้านนี้กันจนหัวกระไดไม่แห้งแล้วมั้งคะ!"
เฉินเฉินทำหูทวนลมไม่สนใจคำพูดประชดประชันของไป๋ซีเลยแม้แต่น้อย และยังคงลอยหน้าลอยตาหยอกเย้าเธอต่อไป "โธ่เอ๊ย น่าสงสารตัวผมจริงๆ จูบแรกที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาตลอดยี่สิบปี ดันมาโดนผู้หญิงใจร้ายแถวนี้ปล้นไปซะได้ แถมขโมยจูบผมเสร็จแล้ว เธอก็ยังจะมาตีมึนไม่ยอมรับผิดชอบอะไรผมอีกต่างหาก!"
เมื่อไป๋ซีได้ยินเฉินเฉินพูดหน้าตาเฉยว่านั่นก็เป็นจูบแรกของเขาเหมือนกัน หัวใจของเธอก็พลันรู้สึกอบอุ่นและพองโตขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่ในวินาทีต่อมา เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้และปักใจเชื่อไปเต็มประตูเลยว่าเขาโกหกหน้าตาย! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนึกย้อนไปถึงลีลาการจูบอันแพรวพราวและแสนจะช่ำชองของเฉินเฉินเมื่อครู่นี้แล้ว...
'อืม... จะอธิบายยังไงดีล่ะ?' ธรรมชาติของผู้ชายร้อยทั้งร้อยมักจะมีพรสวรรค์และความเชี่ยวชาญในเรื่องพรรค์นี้มาตั้งแต่เกิด สามารถเรียนรู้และบรรลุวิชากันได้เองโดยไม่ต้องมีใครสอน และผมก็เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านก็คงจะเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ฮ่าๆๆ!
"จูบแรกงั้นเหรอคะ? จูบแรกของคุณชายเนี่ย คงจะผ่านสมรภูมิและริมฝีปากผู้หญิงมานับไม่ถ้วนแล้วล่ะมั้งคะ" น้ำเสียงของไป๋ซีแฝงไปด้วยความหมั่นไส้และประชดประชันอย่างปิดไม่มิด
"ฟุดฟิด... ฟุดฟิด... กลิ่นเปรี้ยวฉุนจังเลยแฮะ แถวนี้มีใครซุ่มซ่ามทำไหจิ๊กโฉ่วหกแตกหรือเปล่าเนี่ย?" เฉินเฉินแกล้งทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นกลางอากาศ พร้อมกับยกมือขึ้นมาพัดโบกไล่กลิ่นอย่างโอเวอร์แอ็กติง
เมื่อความในใจที่แอบหึงหวงถูกอีกฝ่ายจับไต๋และเอามาล้อเลียนตรงๆ ไป๋ซีก็มีอาการเหมือนแมวโดนเหยียบหาง เธอแหวใส่เขาทันที "ใครหึงคะ?! คุณจะไปจูบกับผู้หญิงคนไหนมันก็เรื่องของคุณสิ แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย? ฉันจะไปหึงคุณทำไมไม่ทราบ!!!"
เฉินเฉินทอดสายตามองไป๋ซีที่กำลังพองขนขู่ฟ่อๆ ด้วยความขบขัน เขารู้สึกว่าเวลาที่เธอหลุดฟอร์มสาวทำงานสุดเนียบมาทำตัวแสนงอนแบบนี้ มันช่างดูน่ารักน่าหยิกเสียจริงๆ อืม... ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งหลงใหลในตัวเธอมากขึ้นไปอีกขั้นแล้วล่ะสิ
เขาไม่รอช้า รวบตัวไป๋ซีเข้ามากอดรัดไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของเขาทันที พร้อมกับลูบแผ่นหลังของลูกแมวน้อยขี้งอนเบาๆ เพื่อเป็นการง้อและปลอบประโลม "ผมไม่ได้พูดเล่นนะ นั่นมันคือจูบแรกของผมจริงๆ ผมไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยในชีวิต เชื่อผมเถอะ ผมไม่มีวันโกหกคุณหรอก!" น้ำเสียงของเฉินเฉินนั้นหนักแน่นและจริงจังมาก
"คำพูดของผู้ชายน่ะ เชื่อถือได้น้อยกว่าผีหลอกซะอีก" แม้ปากจะยังคงบ่นอุบอิบต่อต้าน แต่ร่างกายของไป๋ซีกลับหยุดดิ้นรนขัดขืนแต่โดยดี
เธอซุกซบใบหน้าลงบนแผงอกกว้างของเฉินเฉิน สูดดมกลิ่นอายความสดชื่นแบบผู้ชายที่โชยมาจากตัวเขา และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคลิบเคลิ้มและปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความอบอุ่นนี้ ไป๋ซีค่อยๆ ช้อนสายตาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ขึ้นมองเฉินเฉินอย่างเหม่อลอย จากนั้นเธอก็ปรือตาหลับลงอย่างช้าๆ เผยอริมฝีปากขึ้นรอรับสัมผัส
"ติ๊ง! ระดับความประทับใจของไป๋ซี +3"
ถ้าหากเฉินเฉินยังอ่านไม่ออกหรือตีความไม่ออกอีกว่า การที่ไป๋ซีหลับตาพริ้มและเผยอริมฝีปากรอแบบนี้มันหมายความว่ายังไง เขาก็คงสมควรไปเกิดใหม่เป็นท่อนไม้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย! โดยไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เขาโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบดูดดื่มบนริมฝีปากอันอ่อนนุ่มนั้นอีกครั้งทันที
และในคราวนี้ ไป๋ซีก็ยอมเปิดปราการด่านสุดท้ายอย่างง่ายดาย ปล่อยให้ข้าศึกรุกรานทะลวงเข้าไปตีเมืองหลวงจนแตกพ่าย! ฝ่ามือแกร่งของเฉินเฉินก็เริ่มสวมบทบาทเป็นนักสำรวจ เริ่มต้นปฏิบัติการลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธอ...
"ไม่ได้นะคะ!" ไป๋ซีสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสได้ว่าฝ่ามือใหญ่ของเฉินเฉินกำลังรุกรานและลูบคลำไปในจุดยุทธศาสตร์ที่ไม่สมควร เธอจึงรีบดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมาในทันที
เธอรีบคว้าข้อมือของเฉินเฉินเอาไว้แน่น กดมือซุกซนของเขาลงให้พ้นจากจุดอันตราย เงยหน้าขึ้นมาและส่งสายตาดุดันปรามเขา เฉินเฉินทำได้เพียงส่งยิ้มแหยๆ กลับไปอย่างเก้อเขิน
"ฮ่าๆ... แหม มือข้างนี้มันดื้อจริงๆ เลยนะครับ มันมีความคิดเป็นของตัวเองและไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งผมเลยสักนิด คุณไป๋ซีจะมาโทษผมไม่ได้นะ..." ไป๋ซีกลอกตาบนใส่ข้ออ้างน้ำขุ่นๆ ของเฉินเฉินอย่างเอือมระอา ก่อนจะดิ้นรนผละตัวออกจากอ้อมกอดของเขา
"ดิฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ" พูดจบ เธอก็รีบจ้ำอ้าวหนีออกไปจากตรงนั้นทันที
ภายในห้องน้ำ ไป๋ซียืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าเล็กๆ ที่งดงามของเธอแดงก่ำไปถึงใบหูราวกับลูกท้อสุกปลั่ง มันคือภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่กำลังตกหลุมรักและถูกความรักเข้าครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ
เธออดไม่ได้ที่จะชี้นิ้วด่าทอเงาของตัวเองในกระจกเบาๆ "ยัยบ้าไป๋ซีเอ๊ย! ทำไมจู่ๆ เธอถึงกลายเป็นผู้หญิงใจแตกแบบนี้ไปได้ฮะ? ท่าทีที่เคยหยิ่งทะนง เย็นชา และสง่างามดั่งเทพธิดาของเธอมันมลายหายไปไหนหมด? ยางอายของเธอโดนหมากินไปแล้วหรือไง? ทำไมตอนที่เขาจูบเธอถึงไม่ยอมขัดขืน? ทำไมไม่กัดปากเขาให้เลือดสาดไปเลยฮะ? แล้วไอ้ท่าทางหลับตาพริ้มเผยอปากรอให้เขาจูบเมื่อกี้นี้มันคืออะไรก๊านนนนน???"
ไป๋ซีไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าตัวเองกำลังเป็นบ้าอะไรอยู่ เธอรู้สึกเหมือนว่าผู้หญิงในกระจกตอนนี้ไม่ใช่ไป๋ซีคนเดิมที่เธอรู้จักอีกต่อไป ความดื้อรั้น ความเย่อหยิ่ง และความเย็นชาที่เธอเคยก่อกำแพงไว้สูงลิ่ว มันพังทลายหายไปไหนหมดเมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินเฉิน? บางทีเธออาจจะกำลังป่วยหนักแน่ๆ...
เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับเฉินเฉิน เธอมักจะรู้สึกเหมือนถูกแม่เหล็กดึงดูดเข้าหาเขาอย่างไม่รู้ตัว อยากจะโผเข้าไปซุกตัวในอ้อมกอดของเขา อยากจะถูกเขาจูบดูดดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยากจะตกเป็น... ไป๋ซีรีบสะบัดหัวไล่ความคิดลามกจกเปรตพวกนั้นออกไปจากสมองทันที
ตอนนี้เธอมั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะว่า ตัวเองต้องกำลังป่วยอยู่แน่ๆ แถมยังเป็นโรคร้ายแรงขั้นโคม่าซะด้วย... เธออดไม่ได้ที่จะก่นด่าและสาปแช่งเฉินเฉิน ไอ้เด็กเมื่อวานซืนตัวแสบคนนั้นอยู่ในใจ
ระหว่างที่รอ เฉินเฉินนั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่น เขาแอบเปิดดูหน้าต่างระบบเพื่อเช็กระดับความประทับใจของไป๋ซี และก็พบว่าตอนนี้คะแนนความประทับใจของเธอพุ่งสูงถึง 66 แต้มแล้ว ขาดอีกเพียงแค่ 4 แต้มก็จะทะลุเกณฑ์ 70 แต้ม!
เขาอดไม่ได้ที่จะยืดอกภูมิใจในตัวเองอยู่นิดๆ สงสัยเสน่ห์ความหล่อของเขาจะรุนแรงเกินต้านทานจริงๆ เขากวาดสายตามองสำรวจการตกแต่งและผังห้องต่างๆ ภายในคฤหาสน์อย่างพิจารณา และก็รู้สึกว่าถึงแม้การตกแต่งมันจะดูหรูหราโอ่อ่าอลังการแค่ไหน แต่มันก็ยังขาดกลิ่นอายความอบอุ่นและชีวิตชีวาแบบ 'บ้าน' ไปอยู่ดี ทำให้บรรยากาศโดยรวมมันดูเงียบเหงาและอ้างว้างเกินไป
เขามีไอเดียบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวแล้ว ตอนนี้ก็แค่รอให้ไป๋ซีทำธุระเสร็จแล้วเดินออกมา เพื่อที่เขาจะได้ปรึกษาและมอบหมายงานให้เธอทำ สิบนาทีต่อมา ไป๋ซีก็เปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา ใบหน้าขาวเนียนของเธอยังคงมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่จางๆ คาดว่าน่าจะเกิดจากการที่เธอวักน้ำเย็นล้างหน้าเพื่อดับความร้อนรุ่มและเรียกสติ ก่อนจะกล้าเดินออกมาสู้หน้าเขา
เฉินเฉินใช้มือตบเบาะโซฟาข้างๆ ตัวดังปุๆ เป็นสัญญาณเชื้อเชิญให้ไป๋ซีมานั่งลงข้างๆ ไป๋ซีเดินตรงเข้ามาหาเขา แต่เธอกลับไม่ได้นั่งลงบนเบาะที่ติดกับเฉินเฉิน เธอจงใจทิ้งระยะห่างเว้นที่ว่างเอาไว้กะคร่าวๆ ก็นั่งแทรกได้อีกประมาณสองคน
เฉินเฉินย่อมรู้ตัวดีว่าพฤติกรรมมือไวใจเร็วของเขาเมื่อครู่นี้ คงทำให้ไป๋ซีเริ่มระมัดระวังตัวและตั้งการ์ดป้องกันแล้ว ด้วยความกลัวว่าจะทำให้ลูกแมวน้อยตื่นตระหนกจนวิ่งหนีไปเสียก่อน เขาจึงไม่ได้ทำท่าทีคุกคามหรือรุกเร้าเธออีก และเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องงานแทน "ไป๋ซีครับ ในฐานะที่คุณเป็นพ่อบ้านส่วนตัวประจำคฤหาสน์ โดยปกติแล้วสโคปงานของคุณต้องรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้างเหรอครับ?"
เมื่อได้ยินว่าเฉินเฉินต้องการจะคุยเรื่องงานอย่างจริงจัง ไป๋ซีก็รีบปรับโหมดเป็นสาวทำงานโปรเฟสชันนัลและตอบกลับไปทันที "เรียนคุณชายค่ะ หน้าที่หลักๆ ของดิฉันคือการรับผิดชอบบริหารจัดการงบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายในคฤหาสน์ การจัดซื้อจัดหาเสบียงและของใช้จำเป็น การวางเมนูและทำอาหาร การดูแลความสะอาดและงานบ้านทุกอย่าง รวมไปถึงการต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่แขกวีไอพีของคุณชายค่ะ" "และหากในอนาคตคุณชายมีความประสงค์จะจ้างแม่บ้านหรือคนงานเข้ามาช่วยงานเพิ่มเติม ดิฉันก็จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลบริหารจัดการงบประมาณและคอยควบคุมดูแลการทำงานของพวกเขาด้วยเช่นกันค่ะ"
หลังจากนั่งฟังเธอร่ายยาวจนจบ เฉินเฉินก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ เขารู้สึกว่าไป๋ซีต้องแบกรับภาระหน้าที่รับผิดชอบสากกะเบือยันเรือรบเยอะเกินไปแล้วจริงๆ "อ้อ และมีอีกเรื่องที่ดิฉันต้องเรียนแจ้งให้คุณชายทราบล่วงหน้าค่ะ เนื่องจากคุณชายได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขาดคฤหาสน์หลังนี้เรียบร้อยแล้ว เงินเดือนของดิฉันจึงไม่ได้รับการซัปพอร์ตจากทางบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เจียงหว่านฮั่นหลินอีกต่อไปค่ะ ดังนั้น เริ่มตั้งแต่รอบบิลเดือนหน้าเป็นต้นไป คุณชายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเงินเดือนให้กับดิฉันโดยตรงค่ะ"
"แล้วตอนนี้ฐานเงินเดือนคุณอยู่ที่เท่าไหร่ล่ะครับ?" เฉินเฉินไม่ได้มีทีท่าขัดข้องหรืออิดออดอะไร เขาคิดว่ามันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลและเป็นระบบการจ้างงานปกติ ในเมื่อคฤหาสน์หลังนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว และตอนนี้ไป๋ซีก็มีหน้าที่ต้องคอยรับใช้ดูแลเขาเพียงคนเดียว ดังนั้น มันก็เป็นเรื่องถูกต้องตามหลักการที่เขาจะต้องเป็นคนควักกระเป๋าจ่ายเงินเดือนให้เธอเอง
"เงินเดือนพื้นฐานของดิฉันอยู่ที่เดือนละห้าหมื่นหยวนค่ะ" ไป๋ซีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความภาคภูมิใจ เพราะสำหรับเด็กจบใหม่ในวัยยี่สิบสามปี การไต่เต้าจนได้รับเงินเดือนสูงถึงห้าหมื่นหยวนนั้น ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว
"เดี๋ยวคุณส่งเลขที่บัญชีธนาคารมาให้ผมเลยแล้วกัน" เฉินเฉินล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้แอดวีแชตของไป๋ซีเลยนี่นา "อ้อ จริงสิ งั้นพวกเราแอดวีแชตกันไว้ก่อนดีกว่า จะได้คุยงานกันสะดวกๆ" "คุณชายคะ ยังไม่ต้องรีบจ่ายของเดือนนี้หรอกค่ะ สัญญาจ้างของดิฉันจะเริ่มโอนย้ายมาที่คุณชายในเดือนหน้าค่ะ" ไป๋ซีเอ่ยแย้งพลางหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดแอดเฉินเฉินเป็นเพื่อนในแอปพลิเคชันวีแชตเช่นกัน
"ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงซะคุณก็ต้องเบิกเงินสำรองไปใช้เป็นงบประมาณในการบริหารจัดการคฤหาสน์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?" "เดี๋ยวผมจะโอนเงินก้อนเข้าไปทิ้งไว้ในบัญชีของคุณโดยตรงเลยแล้วกัน จะได้มีเงินหมุนเวียนและไม่ต้องมาคอยทำเรื่องเบิกยิบย่อยให้เสียเวลาทุกครั้งด้วย"
ไป๋ซีลองตรึกตรองดูแล้วก็เห็นด้วยว่ามันจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานได้มากจริงๆ เธอจึงพิมพ์ข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคารส่งไปให้เฉินเฉินทางวีแชต เฉินเฉินก้มหน้ากดหน้าจอโทรศัพท์ยุกยิกอยู่ครู่หนึ่ง
"ติ๊ง! โฮสต์โอนเงิน 5,000,000 หยวน ให้เป้าหมายเพศตรงข้ามที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจสูงสำเร็จ! ได้รับเงินคืน 5 เท่า! จำนวนเงินคืน: 25,000,000 หยวน!"
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง~ [ข้อความเอสเอ็มเอสแจ้งเตือน: บัญชีธนาคารของท่านได้รับการโอนเงินเข้าจำนวน 25,000,000 หยวน]
ยี่สิบห้าล้านหยวน! เฉินเฉินแทบจะร้องตะโกนออกมาด้วยความเซอร์ไพรส์ เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า การเปย์สาวด้วยวิธีการโอนเงินสดเข้าบัญชีให้ตรงๆ แบบนี้ มันจะทำให้เขาได้รับเงินคืนจากระบบด้วย! แถมยังแจ็กพอตแตกสุ่มได้อัตราเงินคืนตัวคูณสูงสุดถึง 5 เท่าอีกต่างหาก! แค่โอนเงินห้าล้านหยวนให้ไป๋ซีไปบริหารเล่นๆ เขากลับได้รับผลกำไรส่วนต่างเข้ากระเป๋าเหนาะๆ ถึงยี่สิบล้านหยวน!
เฉินเฉินรู้สึกว่าก้อนเงินมหาศาลนี้มันช่างหล่นทับเขาอย่างง่ายดายราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง และแน่นอนว่าในใจของเขาตอนนี้กำลังก้มกราบสรรเสริญเยินยอความใจป้ำของพี่ระบบด้วยถ้อยคำที่สวยหรูที่สุดเท่าที่จะนึกออก!
ทางฝั่งไป๋ซีเองก็ตกตะลึงอ้าปากค้างจนแทบจะทำโทรศัพท์หลุดมือ เมื่อเธอเห็นยอดเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกโอนเข้ามาในบัญชี เธอแอบสงสัยว่าเฉินเฉินอาจจะเมาขี้ตาหรือนิ้วเบียดจนเผลอกดเลข 0 เกินมาหลายตัวแน่ๆ "คุณชายคะ คุณชายโอนเงินผิดหรือเปล่าคะเนี่ย? ยอดเงินมันเยอะเกินไปมากเลยนะคะ!"
"ผมตัดสินใจปรับขึ้นเงินเดือนให้คุณครับ สองล้านหยวนแรกในนั้นถือซะว่าเป็นเงินเดือนเหมาจ่ายล่วงหน้าสำหรับปีนี้ของคุณ ส่วนเงินสามล้านหยวนที่เหลือ..." เฉินเฉินทิ้งจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายจุดประสงค์ของเขาต่อ "ส่วนเงินสามล้านหยวนที่เหลือ คุณเอาไปใช้ตกแต่งคฤหาสน์หลังนี้ตามสไตล์และรสนิยมที่คุณชอบได้เลย อยากซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องประดับตกแต่งอะไรก็ซื้อมาเลย ไม่ต้องขี้เหนียวหรือกลัวเปลืองเงินนะ ถ้าเงินแค่นี้ไม่พอก็บอกผมได้ตลอด"
"ผมอยากให้คุณช่วยเปลี่ยนคฤหาสน์ที่อ้างว้างหลังนี้ ให้มันมีบรรยากาศและกลิ่นอายที่อบอุ่นเหมือน 'บ้าน' จริงๆ ซะที"
[จบตอน]