- หน้าแรก
- เศรษฐีระดับเทพ เริ่มต้นด้วยเงินอุดหนุนนับล้านล้าน
- บทที่ 72 หลินม่อ: บ้านผมก็แค่ครอบครัวธรรมดาครับ
บทที่ 72 หลินม่อ: บ้านผมก็แค่ครอบครัวธรรมดาครับ
บทที่ 72 หลินม่อ: บ้านผมก็แค่ครอบครัวธรรมดาครับ
ในเวลานี้ ผู้อาวุโสมู่ถึงกับยืนอึ้งตะลึงงันไปอย่างสิ้นเชิง!
ท่านจ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมึนงงและเลื่อนลอย!
ตรงนี้...
มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?
ไหนบอกว่าหลินม่อกับหวังชงชงเกิดข้อพิพาทกันไม่ใช่หรือ?
แล้วภาพที่เห็นตรงหน้านี้มันคืออะไรกัน...
ทางด้านทั้งสามคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ก็สังเกตเห็นผู้อาวุโสมู่ที่เดินเข้ามาเช่นกัน
มู่หนานจือรีบก้าวเท้าเข้าไปหาทันที
"คุณปู่คะ"
หลินม่อพยักหน้าทักทายผู้อาวุโสมู่พลางเอ่ย
"ผู้อาวุโสมู่"
หวังชงชงที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นชายชราเดินเข้ามา ก็เอ่ยทักทายด้วยท่าทีเคารพนอบน้อมเช่นเดียวกัน
"ผู้อาวุโสครับ"
สำหรับชายชราท่านนี้ หวังชงชงยังไม่กล้าเสียมารยาทด้วย
ถึงแม้ว่ากลุ่มบริษัทมู่จะเป็นเพียงธุรกิจที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ไม่นาน
แต่ทว่าอัตราการเติบโตในช่วงไม่กี่ปีมานี้ กลับรวดเร็วและน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น...
ขุมกำลังตระกูลที่หนุนหลังผู้อาวุโสมู่อยู่ ก็จัดว่าแข็งแกร่งและทรงอิทธิพลไม่น้อย
ผู้อาวุโสมู่มองดูหวังชงชงพลางหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ย
"คุณชายหวัง... คุณกับสหายตัวน้อยหลินก็รู้จักกันด้วยหรือ?"
"ก่อนหน้านี้ไม่ถือว่ารู้จักหรอกครับ เพียงแต่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของคุณหลินมานานแล้ว"
เมื่อได้ฟังคำตอบ ผู้อาวุโสมู่ก็ยิ่งรู้สึกงุนงงหนักเข้าไปอีก
แต่ยังไม่ทันที่ท่านจะได้เอ่ยถามอะไรต่อ
หวังชงชงก็พูดขึ้นมาอีกประโยค
"พูดกันตามตรงเลยนะครับ ครั้งนี้ผมมาเป็นตัวแทนของคุณพ่อเพื่อมาพบกับคุณหลินโดยเฉพาะ ถ้าหากคราวนี้คุณพ่อของผมท่านไม่ติดภารกิจสำคัญ ท่านคงจะเดินทางมาพบคุณหลินด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ"
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา
ทั้งผู้อาวุโสมู่และมู่หนานจือ
ต่างก็ยิ่งรู้สึกสับสนมึนตึ้บ!
นี่มัน...
ตกลงว่าหลินม่อเป็นใครมาจากไหนกันแน่?
ถึงขนาดสามารถทำให้พ่อของหวังชงชงอย่าง 'หวังอิงเจีย' ประธานใหญ่แห่งกลุ่มบริษัทเทียนเหอ...
ตั้งใจจะเดินทางมาพบด้วยตัวเอง?
ผู้อาวุโสมู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความคลางแคลงใจ
"คุณชายหวัง... เรื่องทั้งหมดนี้มันหมายความว่าอย่างไรหรือ?"
หวังชงชงไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที
เขาหันไปมองหลินม่อด้วยสีหน้าที่แฝงการขออนุญาต
ด้านหลินม่อทำเพียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางกล่าว
"ไม่เป็นไรครับ คุณพูดไปเถอะ"
สำหรับเรื่องนี้ หลินม่อไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรอยู่แล้ว
ก็นะ การที่เขาถือครองหุ้นของกลุ่มบริษัทเทียนเหอเอาไว้ถึง 25%
มันถือเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าสั่นสะเทือนมาก
เกรงว่าอีกไม่นาน ข่าวนี้ก็คงจะหลุดไปจนสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน!
ดังนั้น สู้เปิดปากพูดออกมาอย่างผึ่งผายเลยจะดีกว่า
"ได้ครับ"
หวังชงชงพยักหน้ารับ จากนั้นก็อธิบายให้ฟังด้วยท่าทีนอบน้อม
"คุณหลินได้ทำการเข้าซื้อหุ้นของกลุ่มบริษัทเทียนเหอเราไว้ถึง 25% ครับ สัดส่วนการถือครองหุ้นในบริษัท ณ ปัจจุบัน เป็นรองเพียงแค่คุณพ่อของผมเท่านั้น ท่านคือผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดาอันดับสองแห่งกลุ่มบริษัทเทียนเหอของเราครับ!"
ตูม!!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางวง!
ทั่วทั้งงาน... ตกอยู่ในความตื่นตะลึง!
ทุกคนในที่นั้นต่างยืนช็อกจนสติหลุด!
ถือครองหุ้นถึง 25%?!
แถมยังเป็นหุ้นของกลุ่มบริษัทเทียนเหอเนี่ยนะ?
นี่มัน...
คำประกาศนั้น ทำเอาทุกคนยืนแข็งทื่อเป็นหิน!
ส่วนเจียงไห่ในเวลานี้วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง!
หลินม่อกลับกลายเป็น...
ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของกลุ่มบริษัทเทียนเหอ?
นี่...
ไม่ได้กำลังล้อเล่นกันอยู่ใช่ไหม?
ถ้าอย่างนั้น ที่ผ่านมา... ตัวเขากำลังต่อกรอยู่กับตัวละครระดับนี้มาตลอดเลยงั้นหรือ?
ชั่วพริบตาเดียว ในหัวของเจียงไห่ก็คิดคำนวณผลลัพธ์ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
พร้อมกันนั้น เขาก็ได้แอบตัดสินใจอย่างเด็ดขาดอยู่ภายในใจ!
โดนกุมความลับสำคัญเอาไว้แล้วยังไงล่ะ?
ในเมื่ออีกฝ่ายมีชนักติดหลังของเขาอยู่ นั่นก็เท่ากับว่าระหว่างเขากับอีกฝ่าย 'มีความเชื่อมโยงถึงกัน' แล้วไม่ใช่หรือไง!
ถ้าอย่างนั้น...
ก็ต้องหาทางกระชับความสัมพันธ์นี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก!
ต้องเกาะขาทองคำข้างนี้เอาไว้ให้แน่นหนาที่สุด!
ทางด้านผู้อาวุโสมู่และมู่หนานจือถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก!
ก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยคาดเดาความเป็นไปได้เอาไว้สารพัดรูปแบบ!
แต่ทว่า... ความเป็นไปได้รูปแบบนี้ กลับเป็นสิ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อย!
ก็นะ
สมมติฐานนี้มันออกจะหลุดโลกเกินไปหน่อย!
แถมยังดู...
โคตรจะเหลวไหล!
หุ้น 25% ของกลุ่มบริษัทเทียนเหอ!
ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง!
นี่มันคือสถานะระดับสั่นสะเทือนฟ้าดินชัดๆ!
ส่วนทางด้านเฉินว่านที่ยืนอยู่ตรงนั้น
เวลานี้จิตใจได้จมดิ่งลงสู่ความสิ้นหวังโดยสมบูรณ์!
เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะจนแทบจะยืนไม่อยู่!
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะพอเดาได้ลางๆ แล้วว่าบุคคลระดับบิ๊กที่หวังชงชงพูดถึงก็คือหลินม่อ
แต่พอได้มาฟังสถานะที่แท้จริงจากปากอีกฝ่ายด้วยตัวเอง เขาก็ยังรู้สึกสิ้นหวังจนมืดแปดด้านอยู่ดี!
"ต้องอาศัยจังหวะที่พวกเขายังไม่สนใจเรา... หนี! ต้องรีบเผ่นเดี๋ยวนั้น!"
เมื่อคิดได้ดังนั้น
เฉินว่านก็ฝืนทนต่อความเจ็บปวดที่บริเวณหน้าท้อง
พยุงร่างตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น
เตรียมตัวจะแอบย่องหนีออกไปทางด้านนอก
ทว่าในจังหวะนั้นเอง หวังชงชงก็ปรายตามองมาพอดี
เขาจ้องมองเฉินว่านพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เหอะ? คิดจะหนีเหรอ? แกคิดว่าแกจะหนีรอดหรือไง?"
สิ้นคำพูดประโยคนั้น
ร่างของเฉินว่านก็พลันแข็งทื่ออยู่กับที่ทันที
ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสมู่ก็หรี่ตาแคบลง จ้องมองไปที่เฉินว่าน
ลึกๆ ในใจเริ่มทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง!
ท่านแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแล้วเอ่ยขึ้น
"ไอ้หนูตระกูลเฉิน? เหอะๆ... หูจิ่ว"
"ครับนายท่าน"
ชายชราผู้ไว้หนวดเคราเล็กน้อยในชุดสูทภูมิฐานก้าวออกมาจากด้านหลังของผู้อาวุโสมู่
"ไปจัดเตรียมห้องพักส่วนตัวให้คุณชายเฉินสักห้อง ให้เขาได้นอนพักผ่อนอยู่ข้างใน เดี๋ยวฉันตั้งใจจะขับรถไปส่งคุณชายเฉินที่บ้านด้วยตัวเอง จะได้แวะนั่งจิบชากับผู้นำตระกูลเฉินด้วยพอดี ไม่ได้เจอกับตาแก่เฉินมาตั้งนาน... รู้สึกคิดถึงอยู่พอดีเลยเชียว"
"รับทราบครับ..."
หูจิ่วเดินตรงไปหาเฉินว่านแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน
"เชิญทางนี้ครับ คุณชายเฉิน"
เสี้ยววินาทีนั้น
ใบหน้าของเฉินว่านก็ซีดเผือด จิตใจร่วงหล่นสู่ความสิ้นหวังขั้นสุด!
ส่วนผู้อาวุโสมู่ก็หันมาคุยกับหลินม่อ
"สหายตัวน้อยหลิน คุณชายหวัง ตรงนี้คงไม่เหมาะจะคุยธุระกันเท่าไรนัก พวกเราเปลี่ยนสถานที่คุยกันดีไหม?"
"อืม ได้ครับ"
หลายสิบนาทีต่อมา
ณ บริเวณชั้นสอง
ภายในห้องรับรองส่วนตัวห้องหนึ่ง
บรรยากาศการพูดคุยระหว่างหลินม่อกับหวังชงชงเป็นไปอย่างชื่นมื่นและเป็นกันเอง
ส่วนผู้อาวุโสมู่กับมู่หนานจือนั้นขอตัวเลี่ยงออกไปนานแล้ว
หลังจากได้นั่งคุยสัพเพเหระกันอยู่พักใหญ่
หวังชงชงก็เริ่มจับทางนิสัยใจคอของหลินม่อได้บ้างแล้ว
เขาจึงหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นมา
"แต่จะว่าไปแล้ว... มีอยู่เรื่องหนึ่งครับที่ยังคงคอยกวนใจผมอยู่ตลอดเลย ผมเลยอยากจะขอเสียมารยาท... ปรึกษาและขอคำชี้แนะจากพี่หลินสักหน่อยครับ"
เมื่อได้ฟังคำพูดของหวังชงชง
หลินม่อก็ยกน้ำชาขึ้นจิบหนึ่งอึกแล้วตอบกลับไป
"คุณชายหวังคงอยากจะถามใช่ไหมครับ... ว่าทำไมผมถึงต้องเข้าซื้อหุ้นของเทียนเหอเอาไว้ตั้ง 25%?"
สำหรับคำถามที่หวังชงชงกำลังจะเอ่ยออกจากปากนั้น
ตัวเขาได้คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้ว
เมื่อโดนดักทางได้อย่างแม่นยำ หวังชงชงก็หัวเราะแห้งๆ เอื้อมมือไปลูบจมูกตัวเองแก้เขินพลางพยักหน้ายอมรับ
"ใช่ครับ แฮะๆ พี่หลินนี่ฉลาดเป็นเลิศจริงๆ"
หลินม่อทำเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ
จากนั้นก็อธิบายออกไปอย่างเรียบเฉย
"เหตุผลมันง่ายมากเลยครับ ก็เพราะผมมีความมั่นใจในกลุ่มบริษัทเทียนเหอ และมองเห็นว่ากลุ่มบริษัทนี้สามารถสร้างกำไรได้ ตัวผมเองก็ไม่ใช่คนที่มีความทะเยอทะยานอะไรมากมายหรอกครับ แค่อยากจะหาเงินมาทำให้ตัวเองร่ำรวยและสุขสบายขึ้นก็เท่านั้น ก็นะ... พื้นฐานทางบ้านผมไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมาย ก็แค่ครอบครัวธรรมดาๆ ทั่วไป... เคยอยู่อย่างลำบากมาจนเข็ดขยาดแล้วล่ะครับ"
คำพูดของหลินม่อฟังดูสบายๆ และไม่คิดมากอะไร
แต่ทว่า เมื่อมันลอยเข้าหูของหวังชงชง กลับทำเอาอีกฝ่ายถึงกับมุมปากกระตุกไม่หยุด
ครอบครัวธรรมดาพ่อง!
ครอบครัวธรรมดาที่ไหนจะมีปัญญากว้านซื้อหุ้น 25% ของกลุ่มบริษัทเทียนเหอไปได้แบบเงียบกริบขนาดนี้?
พูดจาหมาๆ แบบนี้ ใครเชื่อก็โง่แล้ว!
หวังชงชงได้แต่แอบสบถด่าในใจ
แต่ภายนอกก็ยังคงพยักหน้ารับตามระเบียบพลางตอบ
"ฮ่าฮ่า ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง! ถ้าอย่างนั้น... ไม่ทราบว่าคุณหลินมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ กับสถานการณ์ความวุ่นวายภายในกลุ่มบริษัทเทียนเหอ... ที่ช่วงนี้กำลังมีคนปลุกปั่นเตรียมจะผลักดันให้เปลี่ยนตัวประธานกรรมการ?"