เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: ไม้กางเขนสีเลือด

บทที่ 11: ไม้กางเขนสีเลือด

บทที่ 11: ไม้กางเขนสีเลือด


รถหรูโรลส์-รอยซ์ เรธ สีแดง พุ่งทะยานไปตามทางหลวงริมชายฝั่ง

เฉินเหยียนนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสารข้างคนขับ ทำตัวเรียบร้อยราวกับเด็กดี

เมื่อครู่ที่ร้านเรดมูน เฉินเหยียนก็พอจะรู้ว่าเซิ่นอวิ้นอี๋ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะรับมือยากถึงเพียงนี้

ตลอดทั้งสองชาติภพที่ผ่านมา เฉินเหยียนไม่เคยได้นั่งรถหรูราคาหลายสิบล้านมาก่อนเลย

"คุณเฉิน คุณลองพิจารณาข้อเสนอของฉันเมื่อครู่นี้หรือยังคะ" เซิ่นอวิ้นอี๋ได้แนะนำตัวและอธิบายเรื่องที่จะให้เฉินเหยียนแกล้งทำตัวเป็นแฟนหนุ่มของเธอไปแล้ว

ตอนนี้เธอกำลังรอคำตอบจากเขาอยู่

พูดตามตรง เมื่อเฉินเหยียนรู้ว่าเซิ่นอวิ้นอี๋ลักพาตัวเขามาด้วยจุดประสงค์นี้ เขาก็อดรู้สึกผิดหวังเล็กๆ ไม่ได้

แต่ตราบใดที่เธอไม่ได้หวังในเรือนร่างของเขาจริงๆ ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาอะไร

หญิงสาวแสนสวยที่กำลังขับรถอยู่นั้นช่างเย้ายวนใจเกินบรรยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเป็นพี่สาวคนสวยระดับท็อปที่กำลังขับรถเรธ

เฉินเหยียนปรายตามองเซิ่นอวิ้นอี๋ "คุณเซิ่นครับ ผมได้พิจารณาเรื่องของเราอย่างถี่ถ้วนแล้ว..."

"มันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่เลยครับ!"

หา

เซิ่นอวิ้นอี๋มองเฉินเหยียนด้วยความประหลาดใจ "คุณเฉิน ฉันคิดว่าคุณคงมีความเข้าใจผิดอะไรเล็กน้อยนะคะ"

"เข้าใจผิดเรื่องอะไรครับ"

"ฉันซื้อบ้านให้คุณ ให้รถคุณ แล้วก็ให้คุณแกล้งทำเป็นแฟนฉัน มันก็เท่ากับเป็นความสัมพันธ์แบบนายจ้างลูกจ้างนั่นแหละค่ะ"

"แต่ผมไม่อยากรับงานแบบนี้นี่ครับ!"

"เฉินเหยียน คุณเข้าใจผิดอีกแล้ว" เซิ่นอวิ้นอี๋ทัดปอยผมไว้หลังใบหู หันหน้ามาแล้วกวาดสายตากลมโตแสนสวยมองเฉินเหยียนตั้งแต่หัวจรดเท้า "น้ำเสียงของฉันเมื่อกี้อาจจะฟังดูแปลกๆ จนทำให้คุณคิดว่าฉันกำลังถามความเห็นของคุณสินะคะ"

"ความจริงแล้ว คุณจะถือว่ามันเป็นคำสั่งก็ได้นะ!"

เฉินเหยียน "..."

เฉินเหยียนไม่ได้อยากจะทำตามคำสั่งนี้เลยสักนิด

"แต่คุณเซิ่นครับ ปีนี้คุณอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ส่วนผมเพิ่งจะยี่สิบสองเองนะ!" เฉินเหยียนตั้งใจจะดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย "คุณไม่คิดว่าเราสองคนดูไม่ค่อยเข้ากันบ้างเหรอครับ"

"ผมเข้าใจความต้องการของคุณที่อยากจะเคี้ยวหญ้าอ่อนนะ แต่คุณก็ต้องเข้าใจผมด้วย ผมเองก็อยากจะหาคนที่อายุน้อยกว่าเหมือนกัน"

เฉินเหยียนมองเซิ่นอวิ้นอี๋ "คุณก็รู้ ผู้หญิงสไตล์พี่สาวที่ชอบทำตัวน่ารักๆ ดูใสซื่อแต่ก็เซ็กซี่ แถมยังสวยและน่าเอ็นดูน่ะครับ"

"แน่นอนว่าคุณเองก็สวยมาก แต่สำหรับผมแล้ว คุณดูจะแก่ไปสักหน่อย..."

จู่ๆ เซิ่นอวิ้นอี๋ก็เกิดความรู้สึกอยากจะทุบตีใครสักคนขึ้นมา เธอรู้สึกขัดเคืองใจอย่างกะทันหัน!

อยากจะว่าฉันแก่ก็ว่าไปเถอะ แต่สายตาของนายกำลังมองไปที่ไหนกันฮะ

ผู้ชายก็เป็นพวกชีกอเชื่อถือไม่ได้กันทั้งนั้นแหละ พูดมาตั้งยืดยาว สุดท้ายนายก็แค่หวังในตัวฉันไม่ใช่หรือไง

"คุณไม่ได้กำลังหวังเคลมฉันอยู่หรือไง"

"ก็ใช่น่ะสิครับ!"

คิกคิก

เซิ่นอวิ้นอี๋หัวเราะร่วน ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ช่างเป็นภาพที่ชวนให้ใจสั่นเสียจริง

เฉินเหยียนคว้าเข็มขัดนิรภัยมาจับไว้โดยสัญชาตญาณ บังคับสายตาตัวเองให้ละจากวิวทิวทัศน์ทางด้านซ้ายแล้วมองตรงไปข้างหน้า "พี่สาวครับ พวกเรากำลังอยู่บนทางหลวงริมชายฝั่งนะ ขับรถระวังหน่อยสิครับ คุณคงไม่ได้กะจะพารถลงไปล้างในทะเลหรอกใช่ไหม"

จะทำยังไงดีล่ะ

อย่าได้ไปล้อเล่นกับผู้หญิงสุ่มสี่สุ่มห้าเชียวล่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่คุณกำลังหวังเคลมอยู่

"คุณเซิ่นครับ" เฉินเหยียนรวบรวมสติ "ถ้าเมื่อกี้คุณไม่ได้ล้อผมเล่นล่ะก็ ผมตกลงรับบทเป็นแฟนปลอมๆ ของคุณเพื่อรับมือกับพ่อแม่ของคุณก็ได้ครับ"

"แน่นอนว่าเรื่องบ้าน เรื่องรถ และอะไรพวกนั้นมันเป็นแค่เรื่องตลก แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณต้องรับปากผมนะ"

"เรื่องอะไรคะ"

"คุณก็ต้องรับปากมาเป็นแฟนปลอมๆ ให้ผมเพื่อรับมือกับพ่อแม่ของผมเหมือนกัน!"

"...ตกลงค่ะ!"

จากนั้นทั้งสองก็ปรึกษาหารือเกี่ยวกับรายละเอียดบางอย่าง

อย่างเช่นเจอกันตอนไหน ข้อมูลครอบครัวของอีกฝ่าย ข้อมูลการทำงาน งานอดิเรก นิสัยใจคอ และอื่นๆ

สายลมทะเลอันแสนอบอุ่น กับรถหรูราคาแพงระยับ

บนม้านั่งริมถนนสายวิวงาม ทั้งสองกระซิบกระซาบกัน ดูมีบรรยากาศเหมือนคู่รักกันจริงๆ

กว่าที่พวกเขาจะแยกย้ายกัน พระอาทิตย์ก็ตกดินเสียแล้ว

"เจ้าหมาน้อย จำไว้นะ เที่ยงวันเสาร์นี้ มาทานข้าวที่บ้านฉันด้วยล่ะ!"

เมื่อมองดูรถหรูที่พุ่งทะยานจากไป เฉินเหยียนก็รู้สึกอ่อนใจเล็กน้อย

นี่แหละคือข้อเสียเพียงอย่างเดียวของการมีแฟนเป็นพี่สาว เวลาที่เธออ่อนโยน ก็เปรียบเสมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดโชยมาปะทะใบหน้า นุ่มนวลราวกับสายน้ำ แต่เวลาที่เธอเข้มงวด เธอก็จะเรียกคุณว่าเจ้าหมาน้อย ทำเอาคุณถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

เมื่อมองดูไฟในห้องนั่งเล่นชั้นบนที่สว่างไสว เฉินเหยียนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

จะทำยังไงดีเนี่ย

จะอธิบายให้แม่ฟังยังไงดี

การดูตัวครั้งที่แล้ว เขาดันไปจับกุมหญิงสาวที่ควรจะไปดูตัวด้วยเข้าตาราง

ส่วนการดูตัวครั้งนี้ นอกจากเขาจะไปสายแล้ว กลางคันเขายังทิ้งเธอไว้ที่นั่นแล้วหนีตามผู้หญิงอีกคนไปเสียอีก...

เอ๊ะ

ไม่ถูกสิ!

รูปร่างหน้าตาของเซิ่นอวิ้นอี๋ปรากฏขึ้นในหัวของเฉินเหยียน

"เจ้าหมาน้อยตัวนี้... ถุย นายน้อยคนนี้ก็เป็นผู้ชายที่มีแฟนแล้วเหมือนกัน จะต้องไปกลัวอะไรเล่า!"

และก็เป็นไปตามคาด

ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าประตู อวี๋ฮุ่ยเจินก็เริ่มเปิดฉากซักไซ้ไล่เลียง

"แม่หนูหลิงคนนั้นบอกว่าเธอพอใจในตัวลูกมากเลยนะ แถมยังบอกอีกว่าจะขอนัดเจอลูกอีกในครั้งหน้า"

หืม

แม่สาวเซเลอร์มูนคนนั้นไม่ได้พูดเรื่องที่เขาถูกผู้หญิงอีกคนฉกตัวไปกลางคันหรอกเหรอ

"แม่ครับ แม่ไม่ต้องกังวลเรื่องหาแฟนให้ผมแล้วล่ะ อีกไม่กี่วัน ผมจะมีเซอร์ไพรส์มาให้แม่ด้วยนะ!"

ตอนนี้เขาเป็นผู้ชายที่มีแฟนแล้ว ทำไมจะต้องกลัวแม่ด้วยล่ะ

ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแค่เครื่องมือ แต่ตราบใดที่มันยังใช้งานได้ ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

อันที่จริง สำหรับเรื่องของหลิงอวี่ถง ถ้าเขามีโอกาส เขาควรจะขอบคุณเธอจริงๆ

ผู้หญิงดีๆ ที่มีเหตุผลแบบนี้นับว่าหาได้ยากยิ่ง

...

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เฉินเหยียนก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังก้อง

ชื่อบนสายเรียกเข้าคือ หลิวชิงซาน

"ทำไมอาจารย์ถึงโทรมาป่านนี้นะ"

ทีมสืบสวนมีกฎอยู่ข้อหนึ่ง

ห้ามใครติดต่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในช่วงลางานโดยพลการ

และถ้ามีการโทรตาม นั่นหมายความว่าต้องมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้น

เขากดรับสาย

"เสี่ยวเฉิน" น้ำเสียงของเฒ่าหลิวฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย "ฉันรู้ว่าเธอกำลังลางาน แต่เช้านี้มีคดีหนึ่งที่ค่อนข้างรับมือยาก ถ้าเธอไม่ได้มีธุระอะไร ก็แวะมาดูหน่อยสิ ถือเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปด้วยในตัว"

เฉินเหยียนรีบตกปากรับคำทันที เขารู้ดีว่านี่คือความตั้งใจของหลิวชิงซานที่อยากจะให้เขาได้เรียนรู้งานมากขึ้น

สามสิบนาทีต่อมา

เฉินเหยียนนั่งรถแท็กซี่ไปยังมหาวิทยาลัยเหลียนไห่

สถานที่เกิดเหตุอยู่ในอาคารเรียนหลังหนึ่งของมหาวิทยาลัยเหลียนไห่

ตอนนี้สถานที่ดังกล่าวได้ถูกนำสายกั้นตำรวจมาปิดล้อมเอาไว้แล้ว

"ผู้กองจางเข้าไปข้างในแล้ว" หลิวชิงซานพาเฉินเหยียนเดินเข้าไปในพื้นที่ปิดล้อม "สภาพที่เกิดเหตุมันทั้งพิลึกพิลั่นและน่าสยดสยองมาก ตลอดหลายปีที่ฉันเป็นตำรวจมา ฉันไม่ค่อยได้เจอคดีแบบนี้สักเท่าไหร่เลย"

เฉินเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

หลิวชิงซานเป็นนักสืบมากประสบการณ์

ยี่สิบปีที่อยู่ในวงการตำรวจ มีคดีรูปแบบไหนบ้างที่เขาไม่เคยเจอ

ถ้าแม้แต่เขายังบอกว่ามันพิลึกพิลั่นและน่าสยดสยอง คดีนี้ก็ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

สถานที่เกิดเหตุคือห้องเรียนแห่งหนึ่ง เมื่อเปิดประตูเข้าไป แม้เฉินเหยียนจะเป็นคนประสาทแข็งขนาดไหน เขาก็ยังรู้สึกปั่นป่วนมวนท้อง

ผนังด้านที่หันหน้าเข้าหาประตูห้องเรียนคือกระดานดำ

มีผิวหนังมนุษย์ทั้งผืนถูกตอกตะปูตรึงไว้บนกระดานดำ ดูคล้ายกับพระเยซูบนไม้กางเขน

ร่างไร้หนังนั้นอยู่ใต้ไม้กางเขนหนังมนุษย์พอดี ในท่านั่งคุกเข่า ราวกับคนบาปที่กำลังสำนึกผิด

ยิ่งไปกว่านั้น จากมุมมองของเฉินเหยียน บริเวณที่ศพตั้งอยู่ถูกย้อมไปด้วยเลือดจนแดงฉาน

แถมยังมีรอยเลือดจำนวนมากกระจายออกไปในทิศทางต่างๆ ของห้องเรียน

ก่อตัวเป็นลวดลายแฉกที่ดูไร้ทิศทาง

มิน่าล่ะ หลิวชิงซานถึงได้บอกว่ามันพิลึกพิลั่นและน่าสยดสยอง

ผู้กองจางและคนอื่นๆ กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ส่วนเจ้าหน้าที่ภายในก็กำลังถ่ายภาพเก็บหลักฐาน

ทั้งสองสวมถุงคลุมรองเท้า และหลิวชิงซานก็เริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "นักศึกษาชั้นปีที่สามสาขาแพทยศาสตร์คลินิกเป็นคนมาเจอสถานที่เกิดเหตุคนแรกน่ะ เช้านี้ห้องเรียนนี้มีกำหนดการเรียนการสอนแบบเปิดวิชากายวิภาคศาสตร์มนุษย์"

"นักศึกษาคนนี้เป็นตัวแทนของชั้นเรียนและต้องมาเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน ตอนนี้เขาสติแตกไปแล้วและกำลังเข้ารับการปรึกษาทางจิตเวชอยู่"

"จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ตายเป็นเพศชาย เสียชีวิตประมาณตีสองของเมื่อคืนนี้ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่สามสาขาแพทยศาสตร์คลินิกของสถาบันนี้ ซึ่งเขาก็ควรจะมาเข้าเรียนที่นี่ในวันนี้ด้วยเหมือนกัน"

"แต่ผลลัพธ์ก็คือ ตอนที่มีคนมาพบศพ เขาก็อยู่ในสภาพนี้ไปแล้ว..."

จบบทที่ บทที่ 11: ไม้กางเขนสีเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว