- หน้าแรก
- บันทึกตำนานจักรพรรดิแมลง
- EP 618: 【อ่านฟรี!】 แข่งขันกันถวายบรรณาการ
EP 618: 【อ่านฟรี!】 แข่งขันกันถวายบรรณาการ
EP 618: 【อ่านฟรี!】 แข่งขันกันถวายบรรณาการ
EP 618: 【อ่านฟรี!】 แข่งขันกันถวายบรรณาการ
น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นยังคงเอ่ยต่อไป
“เย่หลินมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในหมู่ราชวงศ์เซียนที่ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนหมื่นแคว้น ผู้ฝึกตนตั้งแต่ระดับก่อผลึกทองคำขึ้นไป ไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้จักเขา และด้วยเหตุนี้เอง ภารกิจข่าวกรองในครั้งนี้จึงลุล่วงไปได้อย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ”
“สำหรับฐานะของเขานั้น สหายเต๋าจงฟังให้ดี”
“เย่หลินคือว่าที่ราชบุตรเขยแห่งราชวงศ์เซียนต้าฉิน ขุนนางขั้นหนึ่งแห่งราชวงศ์เซียนเฟิ่งหมิง ขุนนางขั้นสองแห่งราชวงศ์เซียนว่านหลง ศิษย์เอกแห่งสำนักสยบมารในราชวงศ์เซียนเจิ้นไห่ หนึ่งในผู้ว่าการเมืองโหมวหลินแห่งราชวงศ์เซียนเจิ้นไห่ในอนาคต และยังเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่สุดในหอว่านเซียน... ได้ยินมาว่า มีองค์ชายคนโปรดสองพระองค์แห่งราชวงศ์เซียนเจิ้นไห่เคยล่วงเกินเขา ทว่าเพียงไม่กี่ปี องค์ชายทั้งสองก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย”
“ฮ่องเต้เจิ้นไห่ยังทรงประกาศต่อสาธารณชนว่า องค์ชายทั้งสองพระองค์ได้สละชีพในศึกต้านทานมารฟ้า การสูญเสียสายเลือดราชวงศ์ถึงสองพระองค์ ยังไม่อาจทำให้ผู้ใดกล้าไปเอาเรื่องกับเย่หลินได้เลย...”
ทุกครั้งที่ชายเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถึงสมญานามและเบื้องหลังของเย่หลิน ผู้ฝึกตนแห่งตระกูลกงซุนต่างก็ต้องใจสั่นสะท้าน เหงื่อเย็นเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก แม้แต่บรรพชนตระกูลกงซุนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เมื่อรายงานข่าวกรองจบลง
ภายในม่านพลังป้องกันก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทุกคนต่างมีสีหน้าหวาดผวา
เนิ่นนานผ่านไป บรรพชนตระกูลกงซุนจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่า ผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดวิญญาณระดับต้นเพียงคนเดียว จะมีภูมิหลังที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!”
ผู้นำตระกูลกงซุนแทบจะร้องไห้ออกมา
“ขุมกำลังใดๆ ที่อยู่เบื้องหลังท่านประมุขเย่ ล้วนสามารถบดขยี้พวกเราให้แหลกเป็นผุยผงได้เป็นร้อยเป็นหมื่นครั้ง... โง่เขลานักที่ก่อนหน้านี้พวกเรายังคิดจะหาประโยชน์จากเขา นับว่าโชคดีที่ท่านประมุขปรีชาสามารถและมีพลังอำนาจเทียมฟ้า สามารถเอาชนะการประลองได้อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นพวกเราคงได้ก่อหายนะครั้งใหญ่เป็นแน่!”
ใบหน้าของบรรพชนตระกูลกงซุนซีดเผือดราวกับกระดาษ ราวกับซากศพที่ตายมานาน
“เมื่อครู่ พวกเราตาแก่ทั้งเจ็ดยังคิดจะรวมหัวกันบีบให้เขามอบยาอายุวัฒนะใหญ่ให้... นับว่าสวรรค์ยังเมตตาที่รายงานข่าวกรองมาถึงทันเวลา มิเช่นนั้นผลลัพธ์คงเกินคาดเดา...”
“ไม่ว่าจะเป็นเพื่ออนาคตของตระกูล หรือเพื่ออายุขัยของข้า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป พวกเราต้องสวามิภักดิ์ต่อท่านประมุขเย่ด้วยความเต็มใจและบริสุทธิ์ใจ ผู้ใดก็ตามที่บังอาจขัดขืนความประสงค์ของท่านประมุข ต้องถูกสังหารทิ้งอย่างไร้ความปรานี!”
“เข้าใจหรือไม่!”
“เข้าใจแล้ว!”
ทุกคนในตระกูลกงซุนขานรับโดยพร้อมเพรียง
บรรพชนตระกูลกงซุนพยักหน้า สะบัดแขนเสื้อเพียงคราเดียว ม่านพลังป้องกันก็สลายหายไปเป็นควันในพริบตา ภายในเวลาไม่ถึงสิบลมหายใจ ม่านพลังของอีกสองนิกายและสี่ตระกูลก็สลายตัวไปเช่นเดียวกัน
บรรพชนของสองนิกายและห้าตระกูลต่างสบตากัน แต่ละคนยังมีสีหน้าหวาดผวาและซีดเผือด ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์จำนวนไม่น้อย ยังถูกภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ของเย่หลินข่มขวัญจนเข่าอ่อน
เมื่อได้รับรู้ถึงสถานะที่แท้จริงของเย่หลิน บรรพชนของสองนิกายและห้าตระกูลก็จัดขบวนและก้าวเข้าสู่ตำหนักศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง คราวนี้ใบหน้าของพวกเขามีแต่ความศรัทธาอันแรงกล้า ราวกับกำลังเดินทางมาจาริกแสวงบุญ
ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง พวกเขาไม่กล้ามีความคิดอื่นใดต่อเย่หลินอีกต่อไป
“คารวะท่านประมุข!”
เย่หลินที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ประมุขพยักหน้ารับ
“สหายเต๋าทุกท่าน เชิญนั่งลงและหารือกันต่อเถิด!”
“ขอบพระคุณท่านประมุข!”
คราวนี้ บรรพชนของสองนิกายและห้าตระกูลไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ พวกเขาทำตัวว่าง่ายราวกับสุนัขที่แสนเชื่อง พอได้ยินคำสั่งของผู้เป็นนาย ก็แยกย้ายกันไปนั่งขัดสมาธิที่ฝั่งซ้ายและขวาของตำหนักศักดิ์สิทธิ์ทันที
บรรพชนตระกูลกงซุนเอ่ยขึ้น “ท่านประมุขเย่ พวกเราได้ตัดสินใจแล้วว่าจะสนับสนุนท่านประมุขอย่างเต็มที่ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่เกี่ยงงอนเรื่องสิ่งตอบแทนใดๆ เพื่อทำให้ทุ่งหญ้าสงบสุข และกวาดล้างปีศาจวารีให้สิ้นซาก!”
บรรพชนตระกูลหลวี่ก็กล่าวสมทบ “กองกำลังและผู้ฝึกตนทั้งหมดในทุ่งหญ้าแห่งนี้ พร้อมรับฟังคำบัญชาจากท่านประมุขทุกเมื่อนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!”
บรรพชนท่านอื่นๆ ต่างก็ร่วมกล่าวสนับสนุนด้วยความจริงใจอย่างยิ่ง
เมื่อเย่หลินได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในใจอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจว่า ข้อมูลข่าวกรองจากโลกภายนอกนี้ช่างมาได้ทันเวลาเสียจริง หากไม่เช่นนั้น การจะจัดการกับตาแก่ทั้งเจ็ดคนนี้คงต้องเปลืองแรงไปไม่น้อย
และหากเขาจัดการตาแก่ทั้งเจ็ดคนนี้จนหมด กองกำลังโดยรวมของทุ่งหญ้าก็คงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในเมื่อตอนนี้เย่หลินคือจักรพรรดิแห่งทุ่งหญ้า ผู้ฝึกตนทุกคนจึงเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าที่เขาสามารถเรียกใช้ได้
เย่หลินสะบัดมือเบาๆ ขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กอันประณีตงดงามก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
สายตาของบรรพชนทั้งเจ็ดถูกดึงดูดด้วยขวดเล็กๆ ใบนี้อีกครั้ง ในเวลานี้ ขวดใบนี้เปรียบเสมือนดวงตะวันที่สาดแสงเจิดจ้าในสายตาของพวกเขา
บนขวดใบนี้มีลวดลายการกลับเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง อาจเป็นไปได้ว่าภายในขวดบรรจุยาอายุวัฒนะใหญ่ที่พวกเขาใฝ่ฝันหา ทว่าแม้จะต้องเผชิญกับสิ่งล่อใจอันมหาศาลนี้ พวกเขาก็ไม่กล้าแสดงท่าทีหุนหันพลันแล่น หรือแม้แต่จะปริปากถามว่าเหตุใดเย่หลินจึงนำขวดใบนี้ออกมา
เย่หลินเอ่ยขึ้น “ยาอายุวัฒนะใหญ่นั้นล้ำค่ายิ่งนัก แต่ข้าสามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจหลอมมันขึ้นมาได้ พวกท่านที่อายุขัยสั้นที่สุดก็ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกอย่างน้อยสิบปี ส่วนผู้ที่อายุขัยยืนยาวหน่อยก็มีเวลาถึงสามสิบปี ความจริงแล้วพวกท่านไม่จำเป็นต้องเร่งรีบถึงเพียงนั้น”
“หากพวกท่านยินดีอุทิศตนเพื่อข้าในช่วงบั้นปลายชีวิต และสามารถรวบรวมวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการหลอมยาอายุวัฒนะใหญ่ได้ครบถ้วน ข้าก็ยินดีที่จะหลอมยาให้พวกท่านฟรีๆ หนึ่งเม็ด”
“นอกจากนี้ ข้าไม่ได้หวังผลประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียว พวกท่านน่าจะทราบดีว่า แม้จะเป็นนักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์ การหลอมยาอายุวัฒนะใหญ่ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป แต่ตราบใดที่พวกท่านสามารถรวบรวมวัตถุดิบได้เพียงพอ ข้าขอรับประกันว่าจะมอบยาอายุวัฒนะใหญ่ให้พวกท่านคนละเม็ดอย่างแน่นอน!”
แม้ตอนนี้เย่หลินจะมีทรัพย์สมบัติอยู่บ้าง แต่การจะแจกจ่ายยาอายุวัฒนะใหญ่เจ็ดเม็ดให้ฟรีๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ แม้แต่ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์เซียนหย่งเหิงก็ยังทำไม่ได้ หากพวกเขาสามารถรวบรวมวัตถุดิบได้ เย่หลินเพียงแค่ให้แมลงวิญญาณช่วยหลอมให้ในอีกสิบปีข้างหน้า ก็จะไม่กระทบกระเทือนอันใดกับเขา
ในบรรดาแมลงวิญญาณนักปรุงโอสถของเย่หลิน มีหลายตัวที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ เขาคาดว่าในอีกสิบปีข้างหน้า จะมีแมลงวิญญาณนักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยแปดเก้าตัว หากมีวัตถุดิบเพียงพอ เขาก็สามารถผลิตของล้ำค่าอย่างยาอายุวัฒนะใหญ่ได้เป็นกอบเป็นกำ
บรรพชนของสองนิกายและห้าตระกูลเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ หัวใจที่เคยหมดหวังก็กลับมาลุกโชนด้วยความหวังอีกครั้ง
“ท่านประมุขพูดจริงหรือ?”
“จักรพรรดิตรัสแล้วไม่คืนคำนะท่านประมุข!”
“นี่มันยอดเยี่ยมไปเลย...”
เย่หลินพยักหน้า
“คำพูดของข้าย่อมเป็นความจริง มิฉะนั้นข้าจะปกครองผู้คนและสร้างรากฐานอันยิ่งใหญ่ได้อย่างไร?”
แม้ว่าวัตถุดิบในการหลอมยาอายุวัฒนะใหญ่จะล้ำค่า แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับถอดวิญญาณระดับกลางแล้ว การได้มาซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้ก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปนัก ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมีขุมกำลังอันยิ่งใหญ่คอยหนุนหลังอยู่ด้วย
เป็นที่รู้กันดีว่า การหาวันถุดิบในการหลอมยาอายุวัฒนะใหญ่นั้นเป็นเรื่องง่ายที่สุด แต่การหานักปรุงโอสถระดับปรมาจารย์มาช่วยหลอมให้นั้นยากที่สุด และการจะหลอมให้สำเร็จนั้นยิ่งยากกว่าหลายเท่าตัว
และในเวลานี้ การที่เย่หลินรับประกันว่าจะมอบยาให้พวกเขาคนละเม็ดในอีกสิบปีข้างหน้า จึงเป็นสิ่งล่อใจที่ยิ่งใหญ่ล้นพ้น
เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะสวามิภักดิ์ต่อเย่หลินด้วยความจริงใจ แต่เมื่อคิดว่าอายุขัยของตนเหลืออยู่น้อยนิด ความกระตือรือร้นในการทำงานให้เย่หลินก็คงลดน้อยถอยลงไปมาก
ทว่าตอนนี้ การทำงานให้เย่หลินก็เท่ากับการต่ออายุขัยให้ตนเอง ความกระตือรือร้นจึงพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด!
“ท่านประมุข การที่พวกเรามาสวามิภักดิ์ในครั้งนี้ พวกเราได้เตรียมของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ท่าน แม้จะไม่ใช่ของล้ำค่าอันใด แต่ก็เป็นน้ำใจจากพวกเรา”
“ท่านประมุข ตระกูลกงซุนขอถวายเหมืองศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่แปดแห่ง เหมืองเหล็กนิลขนาดใหญ่สิบแห่ง และสาวใช้รูปงามอายุน้อยสิบคน”
“ท่านประมุข ยายเฒ่าตระกูลกงซุนช่างตระหนี่ถี่เหนียวยิ่งนัก ตระกูลหลวี่ของข้าขอถวายเหมืองศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่สิบเอ็ดแห่ง เหมืองเหล็กนิลเก้าแห่ง และสาวใช้รูปงามล่มเมืองอายุน้อยสิบห้าคน...”
“ท่านประมุข พวกเขาไม่ได้มีความจริงใจต่อท่านเลย นิกายชิงหยางของข้าขอถวายเตาหลอมชั้นยอดห้าสิบคน...”