เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: วิ่งจนหอบแดก

บทที่ 17: วิ่งจนหอบแดก

บทที่ 17: วิ่งจนหอบแดก


บทที่ 17: วิ่งจนหอบแดก

ตอนที่วิ่งจากบ้านมาโรงเรียนระยะทางเกือบสามกิโลเมตร ถังเจี้ยนใช้เวลาไปประมาณสิบนาที ซึ่งตอนนั้นเขาก็รู้สึกว่าเหนื่อยหอบพอสมควรแล้ว

แต่ตอนนี้ ซุนอี้อิ๋งกลับสั่งให้วิ่งแปดกิโลเมตรภายในยี่สิบห้านาที

นี่มันฆ่ากันชัดๆ

เท่ากับว่าถังเจี้ยนและคนอื่นๆ ต้องวิ่งแปดกิโลเมตรด้วยความเร็วเท่ากับตอนที่วิ่งสามกิโลเมตรในสิบนาที

ความเร็วอาจจะเท่าเดิม แต่ระยะทางมันต่างกันลิบลับ

คนปกติก็รู้ดีว่า ความเร็วที่ใช้วิ่งร้อยเมตรในสิบวินาที ไม่มีทางเอามาใช้วิ่งสี่ร้อยเมตรได้ เพราะคนไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ใช่รถสปอร์ต

"มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่! เริ่มจับเวลาแล้ว วิ่งสิ!"

ซุนอี้อิ๋งยืนอยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามสนามวิ่ง ตะโกนสั่งเสียงเข้ม กระโปรงพริ้วไหวไปตามลม ดูทะมัดทะแมงและน่าเกรงขาม

อาจจะเพราะโดนกระตุ้น หลิวคุนเลยพุ่งตัวออกไปเป็นคนแรกด้วยความเร็วสูงอย่างไม่เกรงกลัว

พอเกาหยางและคนอื่นๆ เห็นแบบนั้น ก็รีบวิ่งตามไปติดๆ

"แม่งเอ๊ย วิ่งก็วิ่งวะ" หยางเม่าบอกถังเจี้ยน แล้วรีบวิ่งนำไปก่อน

ถังเจี้ยนรีบวิ่งตามไปติดๆ

เจี่ยหลิงเจ้าอ้วนเตี้ยกับหวังเล่อเล่อวิ่งตามหลังถังเจี้ยนมา แต่ไม่นานก็วิ่งแซงถังเจี้ยนไปอย่างรวดเร็ว แถมยังวิ่งไล่กวดหยางเม่าไปอีก

"วิ่งเร็วกันจังแฮะ..."

ถังเจี้ยนบ่นอุบอิบในใจ ส่วนเขาก็ยังคงรักษาระดับความเร็วของตัวเองไว้อย่างคงที่ ไม่เพิ่มไม่ลด

พอได้วิ่งแบบนี้ ความเจ็บปวดร้าวระบมไปทั่วร่างจนแทบจะชาไปหมด ก็เริ่มทุเลาลงอย่างช้าๆ ไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างหนักหน่วง

ในสนามวิ่งยังมีนักเรียนจากห้องอื่นๆ กำลังวิ่งทางไกลอยู่ด้วย

ดูเหมือนว่าการที่โรงเรียนสนับสนุนให้อาจารย์จัดคอร์สฝึกอบรมเข้มข้นแบบนี้ จะใช้บังคับกับนักเรียนทั้งระดับชั้นเลย

แถมตอนนี้เพิ่งจะเลิกเรียน นักเรียน ม.5 หรือแม้แต่ ม.4 หลายคน ก็เลยพากันมายืนมุงดูอยู่ที่ระเบียงทางเดินของอาคารเรียน มองลงมาที่สนามวิ่งใหญ่

แดดบ่ายส่องแสงจ้า หญ้าบนสนามเขียวขจี ลมพัดเอื่อยๆ

รุ่นน้องผู้หญิงหลายคนเห็นรุ่นพี่ผู้ชายกำลังวิ่งเหงื่อแตกพลั่กอยู่บนสนาม ก็พากันหัวเราะคิกคัก วิจารณ์กันไปว่าใครวิ่งเร็ว ใครวิ่งช้าเป็นเต่าคลาน

"อาจารย์ซุน หลิวคุนห้องอาจารย์นี่ยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะครับ ผมได้ยินอาจารย์เล่อบอกว่า หลังจากที่ไอ้เด็กนี่ใช้การ์ดพลังกระทิงเถื่อน ตอนนี้ต่อยหมัดเดียวก็ได้น้ำหนักตั้ง 500 ชั่ง แล้วนี่ครับ"

ในตอนนั้นเอง อาจารย์ผู้ชายร่างผอมสูงในชุดกีฬาคนหนึ่งก็เดินเข้ามาตีสนิทซุนอี้อิ๋ง

"อาจารย์ซุนสอนเก่งจริงๆ นะครับเนี่ย ครั้งนี้ห้องอาจารย์ถึงกับคัดเด็กออกมาได้ตั้งเจ็ดคน ดูท่าทางแล้ว งานนี้ต้องมีเด็กห้องอาจารย์สักสองสามคนได้เข้าห้องจรวดแน่ๆ เลยครับ"

อาจารย์ผู้ชายร่างกำยำอีกคนก็เดินเข้ามาหาซุนอี้อิ๋ง ส่งสายตาหวานเยิ้ม เอาอกเอาใจสุดฤทธิ์

ซุนอี้อิ๋งถูกส่งตัวมาเป็นอาจารย์ฝึกสอนชั่วคราวที่โรงเรียนมัธยมซีเฉิงที่หนึ่ง เธอเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง อายุยังน้อยแต่มีระดับศิษย์การ์ด 5 ดาวแล้ว และที่สำคัญที่สุดคือเธอมีความสามารถในการสร้างการ์ดที่ทัดเทียมกับระดับพลังของเธอด้วย

ดังนั้น เพียงแค่หนึ่งปีที่ซุนอี้อิ๋งเข้ามาเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนศิษย์การ์ดที่นี่ เธอก็กลายเป็นที่หมายปองของอาจารย์หนุ่มๆ ในโรงเรียนมากมาย

เพราะไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา บุคลิก หรือความสามารถ ซุนอี้อิ๋งก็จัดอยู่ในระดับสาวงามแถวหน้าเลยทีเดียว ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคืออายุยังน้อยไปหน่อย

แต่อายุยังน้อยนี่แหละ คือข้อได้เปรียบ และเป็นสเปกในฝันของใครหลายๆ คน

แต่ซุนอี้อิ๋งกลับโฟกัสแค่เรื่องสอนเท่านั้น เธอไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนที่มาตามจีบเลย และตอนนี้ก็เช่นกัน

"แทนที่พวกคุณจะเอาเวลามาตีสนิทฉัน เอาเวลาไปคิดหาวิธีสอนเด็กๆ ของพวกคุณดีกว่าไหม หรือว่าลืมที่ฉันเคยบอกไว้แล้ว?"

ซุนอี้อิ๋งไม่แม้แต่จะปรายตามองอาจารย์ทั้งสองคนที่เดินเข้ามาหา สายตาของเธอจับจ้องไปที่หลิวคุนซึ่งวิ่งนำอยู่หน้าสุด

อาจารย์ทั้งสองคนหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย รู้สึกเสียหน้า

เมื่อสามเดือนก่อน ซุนอี้อิ๋งเคยประกาศไว้ว่า

คนที่อยากจะจีบเธอ ต่อให้ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง หรือไม่ได้เป็นการ์ดมาสเตอร์ ก็ไม่เป็นไร

ขอแค่สามารถปั้นนักเรียนให้สอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังได้สักคน ก็ถือว่ามีคุณสมบัติพอที่จะจีบเธอแล้ว

พอเธอประกาศออกไปแบบนี้ อาจารย์หนุ่มๆ หลายคนก็ถึงกับถอดใจ

แต่ก็ยังมีอาจารย์บางคนที่ฮึดสู้ หวังจะพิชิตเป้าหมายนี้ให้ได้

เรื่องนี้ไม่ได้เว่อร์เกินจริงเลย

เพราะซุนอี้อิ๋งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอได้รับบาดเจ็บระหว่างทำภารกิจเมื่อหนึ่งปีก่อน เธอคงไม่กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนมัธยมปลายในบ้านเกิดแบบนี้หรอก

เรียกได้ว่า ขอแค่ซุนอี้อิ๋งหายดีเมื่อไหร่ เธอก็จะกลายเป็นดั่งนกฟีนิกซ์ที่คืนชีพจากกองเถ้าถ่าน

เธอก็จะได้กลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง และพอเรียนจบ อย่างแย่ที่สุดเธอก็ต้องได้เป็นการ์ดมาสเตอร์ระดับสองดาว หรือสามดาวอย่างแน่นอน

ดังนั้น ซุนอี้อิ๋งในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนนกฟีนิกซ์ตกยาก ถ้าไม่รีบจีบตอนนี้ ขืนปล่อยให้เธอบินจากไป ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ส่วนผู้บริหารของโรงเรียนมัธยมซีเฉิงที่หนึ่งก็ยิ่งชอบใจที่เห็นแบบนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้อาจารย์ตั้งใจสอนนักเรียนแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาคนโสดได้อีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ

"อาจารย์ซุนครับ เงื่อนไขที่อาจารย์ตั้งไว้ อาจารย์หลี่ห้องหนึ่งกับอาจารย์สวีห้องสองก็มีสิทธิ์ทำสำเร็จอยู่นะครับ ถ้างั้นวันนี้ เรามาพนันกันสนุกๆ จากการฝึกอบรมเข้มข้นครั้งนี้ดีไหมครับ?"

อาจารย์ร่างผอมสูงในชุดกีฬายิ้มกริ่มมองซุนอี้อิ๋ง

"หืม?" ซุนอี้อิ๋งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

เธอเห็นว่าหลิวคุนวิ่งจบไปแล้วหนึ่งรอบ

"อาจารย์เกาอยากจะพนันอะไรล่ะ ลองว่ามาสิครับ" เฮ่ออวี่ อาจารย์หนุ่มร่างกำยำถามแทรก

เกาซ่างหันไปมองที่สนามวิ่ง ชี้มือชี้ไม้ทำทีดั่งขงเบ้งผู้หยั่งรู้ "ผมขอพนันว่า ในบรรดานักเรียนเจ็ดคนที่อาจารย์ซุนเลือกมา จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่วิ่งแปดกิโลเมตรเสร็จภายในยี่สิบนาที และมีแค่สามคนที่วิ่งเสร็จภายในยี่สิบห้านาที ผมขอวางเดิมพันเป็นการ์ดงูบินหยกขาวหนึ่งใบ"

เกาซ่างพูดจบก็ยิ้มกริ่มมองซุนอี้อิ๋งที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย "ถ้าผมแพ้ ผมจะยกการ์ดงูบินหยกขาวใบนี้ให้อาจารย์ซุน แต่ถ้าผมชนะ ผมขอแค่คืนนี้ได้ทานข้าวเย็นกับอาจารย์ซุนก็พอครับ"

"ป๋า! ไอ้ป๋าเอ๊ย!"

เฮ่ออวี่มองเกาซ่างด้วยความอิจฉาตาร้อน ในใจก็ด่าพ่อล่อแม่หมอนี่ไปเรียบร้อยแล้ว

การ์ดงูบินหยกขาวเชียวนะ!

นี่มันการ์ดสัตว์เลี้ยงระดับเจ็ดดาวคุณภาพระดับสีขาว ราคาอย่างต่ำๆ ก็สองหมื่นกว่าเหรียญสหพันธ์เชียวนะ

ถึงจะเป็นแค่การ์ดสัตว์เลี้ยงสายสนับสนุนระดับเริ่มต้น แต่ราคามันก็เท่ากับเงินเดือนหลายเดือนของอาจารย์ธรรมดาๆ อย่างเขาเลยทีเดียว

เกาซ่างยิ้มกริ่มมองซุนอี้อิ๋งที่หน้าเปลี่ยนสี แล้วหันไปมองเฮ่ออวี่ที่หน้าแข็งทื่อ ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในใจ "มีเงินถึงจะจีบหญิงติดว้อย ไม่มีเงินก็ไปนั่งกินโอรีโอไป๊"

"ว่าไงครับ? อาจารย์ซุน กล้ารับคำท้าไหมครับ?"

เกาซ่างเหลือบมองซุนอี้อิ๋งที่กำลังขมวดคิ้ว รู้สึกสะใจไม่น้อย

ต่อให้ซุนอี้อิ๋งจะไม่รับคำท้าก็ไม่เป็นไร เขาหมั่นไส้ท่าทางหยิ่งยโสของเธอมานานแล้ว ถือโอกาสนี้หักหน้าเธอซะหน่อยก็ดี

มีคำกล่าวไว้ไม่ใช่เหรอ?

ถ้าอยากให้ใครสักคนชอบคุณ

ก็ต้องทำให้เธอจดจำคุณให้ได้ซะก่อน

ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำที่ดีหรือแย่ ขอแค่มีเรื่องให้จดจำ ก็ถือว่าได้กุญแจไขประตูหัวใจเธอมาแล้ว!

แต่ถ้าไม่มีเรื่องให้จดจำ ก็ถือว่าหมดหวัง...

...

ในขณะที่เกาซ่างกำลังท้าพนัน ถังเจี้ยนก็วิ่งจบไปแล้วหนึ่งรอบ ส่วนหลิวคุนวิ่งจบไปแล้วสองรอบ แถมยังดูชิลๆ อยู่เลย

"ทำไมล่ะครับ? อาจารย์ซุนไม่มั่นใจในตัวนักเรียนของตัวเองเหรอครับ?" เกาซ่างยิ้มกริ่มมองซุนอี้อิ๋งที่กำลังขมวดคิ้ว

การที่ได้เห็นซุนอี้อิ๋งที่หยิ่งยโสและเย็นชามาตลอดต้องมาเสียหน้า แม้จะไม่ใช่เรื่องดี แต่เกาซ่างก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

นายไม่เห็นเหรอว่ามีคนพยายามเอาใจคนสวยตั้งเยอะแยะ แต่คนสวยกลับไม่สน

ตอนนี้เขาเลยทำสวนกระแส ยั่วโมโหคนสวยซะเลย แบบนี้สิคนสวยถึงจะเกลียดเขา

ถ้าทำให้รักไม่ได้ ก็ทำให้เกลียดซะเลย เกลียดเข้ากระดูกดำไปเลย นั่นก็เป็นความรู้สึกที่วิเศษเหมือนกัน

เฮ่ออวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ตามเกมของเกาซ่างไม่ทันเลย

นายจะจีบสาว นายก็ต้องเอาใจเขาสิวะ

แต่นี่นายดันไปหาเรื่องเขา กะจะเอาให้ตายกันไปข้างนึงเลยเรอะ? มุขจีบสาวแบบไหนของมันวะเนี่ย?

"นี่ฉันยังเด็กเกินไปสินะ? ตามมุขจีบสาวสมัยนี้ไม่ทันเลยว่ะ" เฮ่ออวี่รู้สึกหดหู่

ซุนอี้อิ๋งตวัดสายตาคู่สวยมองเกาซ่างที่กำลังกดดันเธอ "ได้ ในเมื่อคุณอยากจะยกการ์ดงูบินหยกขาวให้ฉันขนาดนี้ ฉันก็ขอรับคำท้า"

"ฮ่าๆ ดี! อาจารย์ซุนช่างกล้าหาญจริงๆ ต่อให้ครั้งนี้ผมเผลอชนะ การ์ดงูบินหยกขาวใบนี้ ผมก็ยินดีมอบให้เป็นของขวัญแรกพบอยู่ดีครับ"

เกาซ่างตบมือฉาดใหญ่ สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ

ในความคิดของเขา ขอแค่ซุนอี้อิ๋งทนการยั่วยุไม่ไหวและยอมรับคำท้า เขาก็มีโอกาสชนะเกิน 90% แล้ว มื้อค่ำกับสาวงามคืนนี้คงไม่หนีไปไหนแน่

ต่อให้ไม่ได้ใจสาวงาม แล้วไงล่ะ?

อย่างน้อยเขา เกาซ่าง ก็ได้ควงซุนอี้อิ๋งไปเดทเป็นคนแรก แค่นี้ก็ทำให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นอึ้ง และทำให้พวกคู่แข่งอิจฉาตาร้อนได้แล้ว

ซุนอี้อิ๋งขี้เกียจจะมองหน้าเกาซ่างที่กำลังยิ้มหน้าระรื่น ก็แค่การ์ดงูบินหยกขาวใบเดียว เธอเตรียมวัสดุเองก็สร้างขึ้นมาได้แล้ว คิดว่าเธอจะอยากได้จริงๆ งั้นเหรอ?

เพียงแต่คนเราก็ต้องมีศักดิ์ศรี ในเมื่อเกาซ่างมาท้าทายถึงที่ เธอก็ไม่ยอมเสียหน้าและปฏิเสธคำท้าหรอก

"หลิวคุน, เกาหยาง, หยางเม่า, ถังเจี้ยน... พวกเธอฟังให้ดี! วันนี้ทุกคนต้องวิ่งให้เสร็จภายในยี่สิบห้านาทีให้ได้ ใครที่วิ่งเสร็จภายในยี่สิบนาที ครูจะให้รางวัลห้าพันเหรียญ!"

ซุนอี้อิ๋งในชุดกระโปรงสีดำปลิวไสว เธอหยิบการ์ดโทรโข่งออกมาเปิดใช้งาน แล้วยืนอยู่บนอัฒจันทร์ประกาศเรียกชื่อนักเรียนทีละคน

ทันใดนั้น การ์ดรูปร่างคล้ายโทรโข่งที่ดูโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นในมือเธอ ทำให้เสียงของซุนอี้อิ๋งดังกังวานไปทั่วทุกมุมของสนามวิ่งอย่างชัดเจน

นักเรียนทุกคนที่กำลังวิ่งอยู่บนสนามต่างก็ตกใจ บางคนถึงกับหยุดวิ่งแล้วหันมองหาต้นเสียง

เกาซ่างได้ยินดังนั้นก็หน้าดำคร่ำเครียด แทบจะสบถออกมา

เล่นใหญ่ขนาดนี้ ทำเอาเขาลงจากหลังเสือไม่ได้แล้วสิ

มีรางวัลล่อใจขนาดนี้ ถ้านักเรียนพวกนั้นบ้าดีเดือดวิ่งสู้ตายขึ้นมา การพนันครั้งนี้เขาก็อาจจะไม่ชนะก็ได้

"แหะๆๆ อาจารย์ซุนนี่ใจป้ำจริงๆ เลยนะครับ" เกาซ่างยิ้มเจื่อนๆ พยายามประจบ

มุมปากอันอวบอิ่มของซุนอี้อิ๋งยกขึ้นเล็กน้อย เธอเหลือบมองเกาซ่าง "เรื่องเล็กน้อยค่ะ ถ้าพวกเขาทำได้ ฉันก็จะได้การ์ดงูบินจากอาจารย์เกา เอาไปขายอย่างน้อยๆ ก็ได้หมื่นห้าพันเหรียญ พอเอามาจ่ายเป็นเงินรางวัลให้พวกเขาได้สบายๆ"

หน้าของเกาซ่างดำปี๋ยิ่งกว่าก้นหม้อ

เฮ่ออวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ แทบจะหลุดขำออกมาเสียงดัง

บนสนามวิ่ง เดิมทีหลิวคุนตั้งใจจะออมแรงไว้ ค่อยๆ วิ่งให้เสร็จภายในยี่สิบห้านาที แต่พอได้ยินเสียงประกาศของซุนอี้อิ๋ง พอหันไปมองหน้าเธอที่ดูจริงจังไม่ได้ล้อเล่น เขาก็เหมือนโดนฉีดยาบ้า สปีดความเร็วขึ้นอีก 50% แล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันที

ไม่ใช่แค่หลิวคุน

ตอนนี้เกาหยาง เหอชง และคนอื่นๆ ก็ตื่นเต้นจนหัวใจเต้นรัว สปีดความเร็วขึ้นกันถ้วนหน้า สีหน้าแต่ละคนดูคึกคักสุดๆ

"จริงป่าวเนี่ย? วิ่งเสร็จในยี่สิบนาทีได้ตั้งห้าพันเหรียญ? ทำไมฉันรู้สึกเหมือนโดนหลอกเลยวะ?"

ถังเจี้ยนวิ่งไปพลางหันไปมองซุนอี้อิ๋งที่อยู่บนอัฒจันทร์ไกลๆ ด้วยความสงสัย

ข้างหน้า หยางเม่ากำลังใส่เกียร์หมาสับแหลก วิ่งไปร้องแหกปากไปด้วยความคึกคะนอง

เงินรางวัลห้าพันเหรียญ ถือว่าเป็นแรงดึงดูดชั้นดีสำหรับหยางเม่าเลยทีเดียว

"นี่... นี่คงไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม หรือว่าจะแจกห้าพันเหรียญจริงๆ?"

ถังเจี้ยนมองซุนอี้อิ๋งที่กำลังโบกมือให้กำลังใจอยู่ไกลๆ หัวใจเขาก็เต้นรัวตึกตักขึ้นมาทันที

เขารู้ดีว่าซุนอี้อิ๋งเป็นใคร เธอเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แถมยังมีระดับศิษย์การ์ด 5 ดาว อนาคตไกลแน่นอน

ในชาติก่อน ตอนที่เขาได้เป็นการ์ดมาสเตอร์ระดับสาม อาจารย์ของเขาคนนี้ก็กลายเป็นการ์ดมาสเตอร์ระดับห้าดาวไปแล้ว แถมยังเป็นตัวเต็งที่จะได้เป็นเทพแห่งการ์ดอีกด้วย เธอได้เป็นพลเมืองข้ามดวงดาวและย้ายไปอยู่นอกระบบสุริยะตั้งนานแล้ว

เงินห้าพันเหรียญสำหรับเขาในตอนนี้มันอาจจะเยอะ แต่สำหรับเธอแล้วอาจจะถือว่าเศษเงินเลยด้วยซ้ำ การเอามาแจกเป็นรางวัลกระตุ้นนักเรียน ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

"อ๊ากกก! พลังคอสโม่ของฉันระเบิดแล้ว!"

ถังเจี้ยนตะโกนลั่น สปีดความเร็วพุ่งปรี๊ด วิ่งไล่กวดหยางเม่าและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างหน้า

ถ้าวิ่ง 10 รอบ แปดกิโลเมตร เสร็จภายในยี่สิบนาที ก็จะได้เงินห้าพันเหรียญ

เงินรางวัลก้อนโตขนาดนี้ วางรออยู่ที่เส้นชัยแล้ว

ถังเจี้ยนรู้สึกว่าความเจ็บปวดทั่วร่างมลายหายไปจนหมด ราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ในตัว เขาร้องคำรามออกมาสองสามครั้ง แล้วแปลงร่างเป็นจรวดทางเรียบ สับตีนแตกวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ

นักเรียนจากห้องอื่นๆ ที่วิ่งกันอย่างหมดอาลัยตายอยาก ต่างก็มองถังเจี้ยนและคนอื่นๆ ที่วิ่งกันอย่างบ้าคลั่งด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจและอิจฉาตาร้อน พวกเขาหันไปมองอาจารย์ของตัวเอง แล้วก็หันไปมองซุนอี้อิ๋งในชุดกระโปรงสั้นสีดำ รู้สึกอิจฉาจนอยากจะร้องไห้

นี่แหละคืออาจารย์ของคนอื่น

ทั้งสวย ทั้งรวย แถมยังใจดี อ่อนโยน เงินรางวัลตั้งห้าพันเหรียญ แม่มเอ๊ย ซื้อการ์ดระดับสีเขียวดีๆ ได้ใบหนึ่งเลยนะเว้ย!

"อ๊ากกกก! ไอ้เจี้ยน... ไอ้ แม่มเอ๊ย รอฉันด้วยดิวะ"

หยางเม่ารู้สึกว่าตัวเองก็พยายามสุดๆ แล้ว แทบจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งแล้ว ถ้าวิ่งเร็วกว่านี้ อย่าว่าแต่วิ่งให้จบเลย แค่วิ่งให้ได้ห้ารอบยังลำบากเลย

แต่สุดท้าย ก็โดนถังเจี้ยนที่วิ่งเร็วเป็นพายุแซงหน้าไปอย่างง่ายดาย

"วิ่งไปเลย นายวิ่งไปเลย พลังการ์ดนายน้อยกว่าฉัน พละกำลังก็ด้อยกว่าฉัน คอยดูซิว่าเดี๋ยวนายจะมีแรงวิ่งต่อไหม" หยางเม่ามองแผ่นหลังของถังเจี้ยนที่ห่างออกไปเรื่อยๆ แล้วสบถในใจ

ถังเจี้ยนระเบิดพลังคอสโม่ออกมาจนหมดแม็ก แซงหยางเม่า แซงหวังเล่อเล่อและเจี่ยหลิง วิ่งจบสามรอบและกำลังจะเริ่มรอบที่สี่ เตรียมจะแซงเหอชงและเกาหยางแล้ว

ตอนนี้เวลาผ่านไปแปดนาทีแล้ว

หวังเล่อเล่อกับเจี่ยหลิงเพิ่งจะวิ่งจบสามรอบ ถังเจี้ยนก็เริ่มวิ่งรอบที่สี่แล้ว ทั้งสองคนมองถังเจี้ยนที่วิ่งแซงหน้าไปแล้วก็ถึงกับอึ้ง เหงื่อแตกซิกๆ

"ไอ้หมอนี่แกล้งเป็นหมูหลอกกินเสือชัดๆ พลังการ์ดมันต้องเกิน 40 จุดแน่ๆ" เจี่ยหลิงเจ้าอ้วนเตี้ยหอบแฮ่กๆ บ่นอย่างหงุดหงิด

หวังเล่อเล่อกำหมัดแน่น วิ่งตามก้นถังเจี้ยนไปติดๆ "ถังเจี้ยน วิ่งช้าๆ หน่อยสิ นายวิ่งเร็วขนาดนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีแรงวิ่งต่อหรอก"

เธอพูดยังไม่ทันขาดคำ ถังเจี้ยนก็ทิ้งห่างเธอออกไปเรื่อยๆ ทำเอาเธอโมโหจนอยากจะชกคน

"ฮ่าๆๆ อาจารย์ซุน ดูเหมือนรางวัลของอาจารย์จะได้ผลตรงกันข้ามซะแล้วสิ นักเรียนของอาจารย์วิ่งบ้าเลือดขนาดนี้ เดี๋ยวจะวิ่งจบหรือเปล่าก็ไม่รู้"

เกาซ่างเหลือบมองถังเจี้ยนที่กำลังวิ่งสับแหลก แล้วแค่นหัวเราะเยาะใส่ซุนอี้อิ๋ง

ตอนนี้ซุนอี้อิ๋งก็เริ่มขมวดคิ้ว เธอมองถังเจี้ยนที่กำลังวิ่งสับแหลกแล้วรู้สึกว่างานเข้าซะแล้ว

เธออาจจะตั้งรางวัลสูงเกินไป ถังเจี้ยนฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี พอได้ยินเรื่องเงินก็เลยอาจจะหน้ามืดตามัววิ่งสู้ตาย

แต่เดี๋ยวพอถังเจี้ยนหมดแรง ฮึดไม่ขึ้น อาจจะวิ่งไม่ถึงสิบรอบด้วยซ้ำ

"โอย... แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก..."

ในเวลานี้ ถังเจี้ยนที่ทุกคนกำลังจับตามอง เริ่มวิ่งหน้าเบี้ยว ตาเหลือก ขาแข้งอ่อนแรง ในใจคิดว่า 'แย่แล้ว...'

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 17: วิ่งจนหอบแดก

คัดลอกลิงก์แล้ว