- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 875 : การจัดการและสถานการณ์ของฐานในช่วงนี้
ตอนที่ 875 : การจัดการและสถานการณ์ของฐานในช่วงนี้
ตอนที่ 875 : การจัดการและสถานการณ์ของฐานในช่วงนี้
ตอนที่ 875 : การจัดการและสถานการณ์ของฐานในช่วงนี้
ฐานย่อย
เถาเจี๋ยมองแท็บเล็ตที่เจ้าหน้าที่ของฐานลวี่หยวนคนหนึ่งยื่นมาให้ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ!
เขาเห็นอะไรกัน!?
แท็บเล็ตเครื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจ เพราะในวันสิ้นโลก หลายสถานที่ล้วนสามารถหามันได้
การมีไฟฟ้าก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขาประหลาดใจ เพราะกองกำลังหลายแห่งก็ล้วนมีเครื่องผลิตไฟฟ้าเป็นของตัวเอง
แต่สิ่งที่ทำให้เถาเจี๋ยตกตะลึงก็คือ แท็บเล็ตเครื่องนี้ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้จริงๆ!!
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต!
ตอนนี้มันคือวันสิ้นโลกนะ!
แท็บเล็ตเครื่องนี้ไปเอาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาจากไหนกัน? เขาสังเกตดูอย่างละเอียด นี่ไม่ใช่ลิงก์ออฟไลน์ที่ถูกบันทึกเอาไว้อย่างแน่นอน!
“พวกคุณที่เพิ่งมาใหม่สามารถดูกฎระเบียบและสวัสดิการของฐานเราได้ บนแอปนี้ได้รวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ เอาไว้อย่างละเอียด และแท็บเล็ตเครื่องนี้พวกคุณก็สามารถยืมไปใช้ศึกษากฎระเบียบได้ชั่วคราว”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของฐานลวี่หยวนคนหนึ่งยื่นแท็บเล็ตให้เถาเจี๋ยและนักวิจัยอีก 5-6 คนที่ประธานฉินพากลับมา
เมื่อฐานลวี่หยวนพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง อุปกรณ์ทันสมัยหลายอย่างที่เคยไร้ประโยชน์ก็ค่อยๆ ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง
ตัวอย่างเช่นในตอนนี้
เถาเจี๋ยและนักวิจัยจากทีมวิจัยที่ 3 อีกหลายคนที่ถูกช่วยขึ้นเฮลิคอปเตอร์มา ต่างก็รีบแย่งกันรับแท็บเล็ตมาตรวจสอบดูอย่างรีบร้อน
บนนั้นมันเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่จริงๆ!
เจ้าหน้าที่ของฐานลวี่หยวนคนนั้นเองก็ไม่ได้เร่งรีบ วันนี้ทางฐานได้สั่งให้คนเหล่านี้ทำความคุ้นเคยกับกฎระเบียบต่างๆ เพราะได้ยินมาว่าในอนาคตคนไม่กี่คนนี้จะต้องเข้าร่วมกับห้องทดลองของฐานลวี่หยวน!
นี่คือบุคลากรด้านงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เชียวนะ!
ใครบ้างจะไม่รู้ว่าตอนนี้ฐานให้ความสำคัญกับบุคลากรผู้มีความสามารถในทุกสาขาอาชีพเป็นอย่างมาก และผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกรวมถึงชีววิทยาก็ยิ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับต้นๆ ของฐาน
การประจบพวกเขาไว้สักหน่อยเพื่อทิ้งความประทับใจที่ดีเอาไว้ย่อมเป็นเรื่องดี เพราะหากในอนาคตพวกเขาได้รับการดูแลจากคนเหล่านี้ที่อาจจะกลายเป็นคนใหญ่คนโตขึ้นมา มันก็นับว่าเป็นเรื่องดีมากจริงๆ
เมื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เถาเจี๋ยและพวกก็ยิ่งเข้าใจเกี่ยวกับฐานลวี่หยวนมากยิ่งขึ้น
พวกเขาพูดได้เพียงว่า ที่นี่มันคือสวรรค์ในวันสิ้นโลกอย่างแท้จริง!!
สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทุกคนอยู่อย่างสงบสุข ขอเพียงยินดีทำงานหนัก โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่มีทางอดตาย หากอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นก็ต้องพยายามให้มากขึ้นเป็นสองเท่า ที่นี่ยังแบ่งบุคลากรออกเป็นหลายระดับ ยิ่งระดับสูงเท่าไร สวัสดิการที่ได้รับก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น!
ทำให้ผู้คนมีเป้าหมายให้มุ่งมั่นพยายาม!!
โดยเฉพาะตอนที่พวกเขาเห็นข่าวหลายข่าวในนั้น ซึ่งยังมีข่าวดีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้อยู่ มันก็คือเรื่องที่เหล่าสวีได้เป็นพ่อคนอีกครั้ง รวมถึงประกาศข่าวดีเกี่ยวกับชายหญิงจำนวนไม่น้อยในฐานที่กำลังจับคู่กันและกำลังจดทะเบียนสมรสกันแล้ว!
ที่นี่ถึงกับมีคนรุ่นต่อไปถือกำเนิดขึ้นแล้ว!
เถาเจี๋ยและพวกยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก บางครั้งเมื่อสบตากันพวกเขาก็สามารถมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าความหวังจากแววตาของอีกฝ่ายได้
พวกเขาต้องการที่จะอยู่ที่นี่!
เมื่อเทียบกับฐานฝูไห่ที่เย็นชา ที่นี่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์มากกว่าเป็นร้อยเท่าอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ฉันตัดสินใจแล้ว! ต่อไปฉันจะต้องพยายามทำงานอย่างหนัก เพื่อกลายเป็นบุคลากรระดับสูงแล้วแต่งงานมีเมียให้ได้!”
มีคนตั้งเป้าหมายของตัวเองทันที
เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ย่อมชินชากับเรื่องนี้ไปแล้ว
ผู้รอดชีวิตภายนอกที่อยากเข้าร่วมกับฐานลวี่หยวนมีมากมายมหาศาล แต่ผู้ที่โชคดีได้เข้ามาจริงๆ กลับมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
สิ่งนี้ต้องอาศัยทั้งโชคและความพยายาม
เถาเจี๋ยและพวก ในฐานะที่เคยใช้ชีวิตร่วมกับฉินจิ้นอยู่ในฐานฝูไห่ อีกทั้งยังเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานผู้มีความรู้ซึ่งเคยช่วยเหลือเขาในระดับหนึ่ง ฉินจิ้นย่อมไม่ตระหนี่และยอมให้พวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของฐานลวี่หยวนได้ทันที
เพราะอย่างไรเสีย หลังจากเข้ามาแล้ว พวกเขาก็ไม่มีทางหนีไปไหนได้อยู่แล้ว
ขอเพียงพวกเขาพยายามทำงานกันตามปกติ เมื่อผ่านช่วงทดสอบไปแล้ว พวกเขาก็จะสามารถกลายเป็นบุคลากรระดับ 3 ได้ทันที
ทางด้านลู่หมิงนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดโน้มน้าวอะไรมาก ช่วงเที่ยงเพียงพาอีกฝ่ายเดินชมฐานหนึ่งรอบ หลังจากได้เห็นห้องทดลองของฐานลวี่หยวน อีกฝ่ายก็ตัดสินใจเข้าร่วมทันทีด้วยความตื่นเต้น
นี่คือคนฉลาดคนหนึ่ง
หลังจากที่เขารู้ตัวตนของฉินจิ้น เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมตัวเองถึงถูกพามาที่นี่
ลู่หมิงตบหน้าอกรับประกันกับฉินจิ้นและเหล่าโจวตรงนั้นเลยว่า เทคโนโลยีการยืดอายุขัยนั้นอยู่ในหัวของเขาทั้งหมดแล้ว ขอเพียงให้เวลาเขาระยะหนึ่ง เขาก็จะสามารถเปลี่ยนมันทั้งหมดให้กลายเป็นข้อมูลและเริ่มขั้นตอนเดิมขึ้นมาอีกครั้งในห้องทดลองของฐานลวี่หยวนได้!
ดังนั้นห้องทดลองของฐานลวี่หยวนในอนาคต ย่อมต้องมีบุคคลระดับแนวหน้าคนใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ส่วนเถาเจี๋ยและพวกในฐานะนักวิจัยทีมที่ 3 เดิม ก็สามารถกลับไปทำงานภายใต้การดูแลของลู่หมิงได้ทันที
หลังจากที่ฉินจิ้นจัดการเรื่องของลู่หมิงเสร็จสิ้นแล้ว วันนี้เขาก็ยุ่งเป็นอย่างมาก
เรื่องเทคโนโลยียืดอายุขัยนั้น เขาได้พูดคุยกับเหล่าโจวและเหล่าซุนเรียบร้อยแล้ว เขายังได้สั่งให้พวกเขาคอยจับตาดูลู่หมิงคัดลอกข้อมูลและขั้นตอนทั้งหมดออกมา พร้อมทั้งยืนยันตรวจสอบความเป็นไปได้ในท้ายที่สุดด้วยตัวเองอีกครั้ง
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเชื่อใจอีกฝ่ายอย่างสมบูรณ์ เพียงเพราะคำรับปากเปล่าๆ หากยังไม่ได้เห็นผลการทดลองจริงที่พิสูจน์ว่ามันได้ผล ฉินจิ้นก็ไม่มีทางผ่อนคลายการเฝ้าระวังลู่หมิงลงได้อย่างง่ายดาย
อาการบาดเจ็บของลู่หมิง จะต้องรอให้อาการดีขึ้นอีกหน่อยก่อนจึงจะเข้าห้องวิจัยได้ ส่วนรายละเอียดหลังจากนี้เขาจะเป็นคนจัดการเอง
อีกเรื่องหนึ่งก็คือข้อมูลวิธีการกำจัดพิษ
ข้อมูลปึกนั้น เขาก็ได้ส่งมอบให้เหล่าโจวและเหล่าซุนไปตรวจสอบแล้ว พร้อมสั่งให้ทดลองทำซ้ำแล้วเช่นกัน
แม้ว่าช่วงนี้อากาศจะหนาวเย็น แต่การส่งคนออกไปยังแม่น้ำสายใหญ่หรือชายทะเลภายนอก เพื่อจับปลากลายพันธุ์กลับมา ก็ยังคงไม่ใช่เรื่องยาก
หากวิธีการกำจัดพิษได้รับการยืนยันว่าใช้ได้ผลจริง เช่นนั้นในอนาคตฐานลวี่หยวนก็จะมีแหล่งอาหารเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งทาง!!
ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะสามารถเลี้ยงดูผู้รอดชีวิตได้มากยิ่งขึ้น!
และฐานก็จะสามารถขยายตัวได้อีกครั้ง!
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าปลาปกติในทะเลอันกว้างใหญ่จะตายไปมากมาย แต่ปลากลายพันธุ์กลับยังมีอยู่ไม่น้อยเลย!
สำหรับมนุษย์ที่ยังเหลือรอดอยู่ นี่คือแหล่งอาหารที่มีปริมาณมหาศาล!
ถึงแม้จะกินได้เพียงวันละสองมื้อ และไม่สามารถกินได้มากนัก แต่มันก็ยังสามารถทำให้ผู้รอดชีวิตจำนวนมหาศาลมีชีวิตรอดต่อไปได้!
นี่คือสุดยอดแหล่งอาหารที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าพืชผลทางการเกษตรทั่วไปอย่างแน่นอน!
อีกทั้งห้องทดลองของฐานลวี่หยวนก็จะยังคงทำการวิจัยเพื่อปรับปรุงวิธีการกำจัดพิษต่อไป โดยพยายามเพิ่มปริมาณการบริโภคต่อวันให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ในอนาคตเหล่าผู้รอดชีวิตจะได้มีโอกาสใช้เนื้อปลาเป็นอาหารหลักเพื่อทำให้พวกเขาอิ่มท้องได้โดยตรง
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น ฉินจิ้นยังได้รีบไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษเพื่อดูอาการของหลี่ปั๋วเหวินที่ยังคงอยู่ในอาการโคม่า
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มแล้ว แต่หัวหน้าทีมของฐานลวี่หยวนคนนี้ก็ยังคงไม่มีอาการดีขึ้นเลย
ทีมแพทย์และห้องทดลองต่างก็กำลังคิดหาวิธีปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้มันยังไม่มีความคืบหน้าเลย
สำหรับเรื่องนี้ ฉินจิ้นก็ทำได้เพียงให้ทีมแพทย์และห้องทดลองของฐานคิดหาทางกันต่อไป
ไม่ว่าอย่างไร หัวหน้าทีมหลี่ก็ทุ่มเททำงานเพื่อการพัฒนาฐาน เขาถูกฉินจิ้นส่งออกไปทำภารกิจจนต้องเป็นแบบนี้ ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ที่เขายังพอจะสามารถทำอะไรได้ เขาก็ย่อมต้องรับผิดชอบต่ออีกฝ่าย
วันนี้นับว่าเป็นวันที่ยุ่งวุ่นวายอย่างแท้จริงสำหรับผู้นำของฐานลวี่หยวนผู้นี้
หลังจากที่เขาจากฐานไปนานขนาดนี้ ในตอนกลางคืนเขาก็ยังได้เรียกประชุมบรรดาผู้จัดการ เพื่อรับทราบสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันเขาก็รับฟังว่าลูกน้องของเขามีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไรที่ต้องการรายงานต่อเขาหรือไม่
ทำให้ฉินจิ้นได้สัมผัสถึงความยุ่งวุ่นวายและความเร่งรีบของการเป็นผู้นำอีกครั้งหนึ่ง
“ประธานฉิน เดิมทีวันนี้พวกเรามีกำหนดที่จะต้องต้อนรับคนของฐานเฉียงเวย เพียงแต่เนื่องจากการกลับมาของคุณเป็นเรื่องสำคัญมากเกินไป ดังนั้นพวกเราจึงเลื่อนกำหนดการออกไปก่อน ท่านประธานอยากจะจัดสรรเวลาไปพบกับกองกำลังใหม่ที่เพิ่งจะผนวกรวมเข้ามาแห่งนี้ด้วยตัวเองสักหน่อยไหมครับ?”
หวังหยางเห็นว่าการประชุมใกล้จะสิ้นสุดแล้ว ดังนั้นจึงหยิบยกเรื่องหนึ่งขึ้นมาและถามฉินจิ้นว่าเขามีความสนใจจะเข้าร่วมการพบปะนี้ด้วยตัวเองหรือไม่
ชื่อฐานเฉียงเวยนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉินจิ้นได้ยิน
เขาเองก็ค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับกองกำลังที่มีสมาชิกเป็นผู้หญิงทั้งหมดแห่งนี้อยู่บ้างเช่นกัน
“งั้นก็พรุ่งนี้แล้วกัน ในเมื่อพวกเธออยากมา งั้นก็มาเจอกันสักหน่อย”
เขาตัดสินใจออกไปอย่างง่ายดาย
สำหรับคนอื่นๆ การจะได้พบกับบุคคลระดับผู้นำกองกำลัง อาจจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก
แต่สำหรับฐานลวี่หยวนในปัจจุบัน เรื่องเช่นนี้กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้ว
ฉินจิ้นตัดสินใจอย่างง่ายดาย ว่าจะพบกับกองกำลังที่เพิ่งจะเข้ามาสวามิภักดิ์แห่งนี้ในวันพรุ่งนี้ทันที