- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 278: 【อ่านฟรี!】 ครอบครัวที่แสนลำบาก ไม่เคยมีสิทธิ์ได้เลือก!
EP 278: 【อ่านฟรี!】 ครอบครัวที่แสนลำบาก ไม่เคยมีสิทธิ์ได้เลือก!
EP 278: 【อ่านฟรี!】 ครอบครัวที่แสนลำบาก ไม่เคยมีสิทธิ์ได้เลือก!
EP 278: 【อ่านฟรี!】 ครอบครัวที่แสนลำบาก ไม่เคยมีสิทธิ์ได้เลือก!
หลิวชุยฮวาที่เอนตัวลงนอนตามเดิม รีบแก้ตัวแทนสามีด้วยความสงสาร ถ้าเธอไม่เข้าใจการกระทำของเขาก็แปลกแล้ว ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาตั้งค่อนชีวิตนี่นา
“หมอหลินคะ จริงๆ แล้วฉันไม่อยากจะรบกวนคุณเลยนะคะ”
“แต่คุณดูสิคะ ร่างกายที่ไม่เอาไหนของฉัน พอตรงนั้นหาย ตรงนี้ก็มาเป็นโรคอีก...”
“ลูกก็เพิ่งคลอด ฉันยังทำใจทิ้งเขาไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ...”
พูดไปพูดมา น้ำตาของหลิวชุยฮวาก็ไหลพรากอาบแก้มอีกครั้ง
ถึงจะรู้สึกเกรงใจแค่ไหน เธอก็ต้องบอกเล่าความต้องการของตัวเองออกไป
การเกิดของหม่าจงฮวา ทำให้เธอกลับมามีความหวังในชีวิตอีกครั้ง ต่อให้จะต้องมีชีวิตที่ยากลำบากแค่ไหน ตราบใดที่ลูกยังไม่โต เธอก็ไม่กล้ายอมแพ้...
“แต่ใครๆ ก็รู้ว่า ถ้าเป็นโรคหัวใจล่ะก็ มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ”
“ฉันไม่ได้หวังให้หมอหลินรักษาให้หายขาดหรอกค่ะ ขอแค่ช่วยยื้อเวลาให้ฉันได้เห็นลูกเติบโต จนสามารถดูแลตัวเองได้ ฉัน... ฉันก็นอนตายตาหลับแล้วล่ะค่ะ”
ความเจ็บปวดทรมานราวกับหัวใจจะฉีกขาดในตอนแรก บวกกับสีหน้าท่าทางที่ตึงเครียดของหมอ ทำให้หลิวชุยฮวารับรู้ได้ชัดเจนว่า การจะกลับมาหายเป็นปกติเหมือนเดิมนั้น คงเป็นเรื่องที่หวังสูงเกินไป
ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเธอ คือหวังว่าหลินอี้จะช่วยซื้อเวลาให้เธอได้อีกสักหน่อย เพื่อลดทอนความเสียใจที่ต้องทิ้งลูกไป...
“ชุยฮวา คุณอย่าพูดจาเหลวไหลสิ!”
“ความยากลำบากที่หนักหนากว่านี้พวกเราก็ผ่านมาด้วยกันแล้ว ปัญหาแค่นี้เราก็ต้องผ่านมันไปได้สิ!”
“คุณไม่เชื่อใจฝีมือหมอหลินเหรอ”
“เขาดึงคุณกลับมาจากความตายได้ครั้งหนึ่งแล้ว เขาก็ต้องทำได้อีกครั้งสิ...”
หม่าฟู่กุ้ยฝืนยิ้มทั้งน้ำตา กลั้นความเจ็บปวดในใจเอาไว้ แล้วเอ่ยปลอบใจภรรยา
ห้องพักฟื้นของสถานีอนามัยเก็บเสียงได้ไม่ดีนัก บทสนทนาระหว่างหลินอี้กับฟางเสี่ยวหรานเมื่อครู่นี้ หม่าฟู่กุ้ยที่อยู่ใกล้ประตูก็ได้ยินชัดเจนทุกคำ
ในสายตาของหมอผู้หญิงคนนั้น อาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันของชุยฮวาในสภาพร่างกายตอนนี้ แทบจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายไปแล้ว
แม้หมอหลินจะบอกว่ามีทางรักษาถึงสองทาง แต่ในฐานะหมอวัยเดียวกัน วิธีรักษาพวกนั้นก็คงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
ความจริงที่โหดร้ายขนาดนี้ หม่าฟู่กุ้ยจะกล้าบอกชุยฮวาที่บอบช้ำมามากพอแล้วได้อย่างไร เขาจึงต้องทนแบกรับความทุกข์ทรมานนี้ไว้เพียงคนเดียว...
“หลิน... หลินอี้ คุณ... คุณต้องหาวิธีรักษาพี่ชุยฮวาให้หายให้ได้นะ”
“พวกเขา... ครอบครัวของพวกเขาควรจะได้มีอนาคตที่สดใสสิ...”
ฟางเสี่ยวหรานกำหมัดแน่น สะอื้นไห้จนตัวโยน
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกเสียใจ ว่าทำไมตอนเรียนถึงไม่ตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ ทำไมตอนทำงานถึงไม่พยายามพัฒนาทักษะวิชาชีพให้เก่งกว่านี้
พอมาเจอสองสามีภรรยาที่แสนดีอย่างหม่าฟู่กุ้ย เธอถึงได้รู้สึกไร้ความสามารถขนาดนี้
แต่!
เธอทำไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าหลินอี้จะทำไม่ได้!
เมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของหลินอี้ ฟางเสี่ยวหรานก็อ้อนวอนอย่างจริงจัง
ในสถานการณ์ปัจจุบันของหลิวชุยฮวา หลินอี้คือฟางเส้นสุดท้ายที่ครอบครัวนี้จะพึ่งพาได้...
หลินอี้ไม่ได้ให้สัญญาใดๆ กับฟางเสี่ยวหราน แต่แววตาที่มองครอบครัวหม่าฟู่กุ้ยกลับแน่วแน่ยิ่งขึ้น
ที่เขายังไม่รีบบอกแผนการรักษา ก็เพราะอยากจะทำความเข้าใจความคิดที่แท้จริงของคนไข้และญาติให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้เสนอทางเลือกที่ดีที่สุด
ปัง!
ขณะที่หลินอี้กำลังจะอ้าปากอธิบายแผนการรักษา จวงซู่ก็ผลักประตูเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นอย่างรวดเร็ว
“หมอหลิน ส่งหลิวชุยฮวาเข้าห้องผ่าตัดเลยไหมครับ”
“ขอแค่คุณเป็นคนคุมการผ่าตัด ผมมั่นใจว่าด้วยการสวนหลอดเลือดหัวใจ ผมจะสามารถช่วยให้การไหลเวียนเลือดของคนไข้ดีขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันซ้ำอีกได้ครับ”
จวงซู่เดินเข้ามาใกล้หลินอี้อย่างรวดเร็ว ชี้ไปที่ใบรายงานผลการตรวจของหลิวชุยฮวา แล้วพูดด้วยความมั่นใจ
ตอนบ่ายที่อุปกรณ์ทางการแพทย์หลายอย่างถูกส่งมาถึงสถานีอนามัย เพื่อช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้ดีขึ้น จวงซู่ก็ช่วยตรวจร่างกายให้หลิวชุยฮวาอย่างละเอียดแทบจะทุกอย่างที่ทำได้
พอได้ยินว่าหลิวชุยฮวามีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน จวงซู่ก็มัวแต่คิดหาวิธีรักษาที่ตรงจุดมาตลอด
แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง ด้วยสภาพร่างกายของคนไข้ในตอนนี้ ถ้าไม่มีหลินอี้คอยช่วย แค่เขาคนเดียว ไม่มีทางผ่าตัดสำเร็จได้แน่ๆ
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว จวงซู่ก็รีบมาหาหลินอี้เพื่อปรึกษาหารือ และเตรียมจะทำการผ่าตัดในคืนนี้เลย
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันขั้นรุนแรง ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ หัวใจก็จะยิ่งได้รับความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น...
“การผ่าตัดก็เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งครับ”
“หมอจวงใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมขอถามความเห็นของพี่หม่าฟู่กุ้ยก่อน”
หลินอี้ไม่แสดงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่
จากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เขารู้จัก การผ่าตัดถือเป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ตัดสินใจว่าจะรักษาด้วยการผ่าตัด ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการสวนหลอดเลือดหัวใจอย่างที่จวงซู่เสนอเสมอไป
“งั้น... ก็ได้ครับ”
จวงซู่จำใจต้องรอให้หลินอี้ปรึกษากับญาติคนไข้ให้เสร็จ
พูดก็พูดเถอะ ถ้าจะผ่าตัดจริงๆ ก็ต้องพึ่งพาทักษะการผ่าตัดของหลินอี้เป็นหลักอยู่ดี...
“หมอหลิน โรคหัวใจของชุยฮวายังรักษาได้จริงๆ เหรอครับ”
หม่าฟู่กุ้ยหันขวับมามองหลินอี้ด้วยความตื่นเต้น
จนกระทั่งได้ยินหมอจวงยืนยัน หม่าฟู่กุ้ยถึงได้เชื่อสนิทใจว่า แผนการรักษาทั้งสองแบบที่ได้ยินตอนอยู่หน้าห้องเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่คำพูดปลอบใจสองสามีภรรยาอย่างพวกเขา
“พี่หม่าฟู่กุ้ย พี่ชุยฮวา วางใจได้เลยครับ โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันรักษาได้แน่นอน แถมยังมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งวิธีด้วยซ้ำ”
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของหม่าฟู่กุ้ยและหลิวชุยฮวา หลินอี้ก็รีบอธิบายแผนการรักษาของเขาให้ฟัง
“วิธีแรกคือการผ่าตัด ข้อดีคือในช่วงที่เกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว จะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระให้กับครอบครัวคุณได้”
“แต่พี่ชุยฮวาเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาสองครั้ง การผ่าตัดหัวใจอีกครั้งย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายแน่นอน การพักฟื้นก็ต้องใช้เวลานานขึ้น และในระหว่างพักฟื้น ทางที่ดีก็ไม่ควรให้นมลูกด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป...”
“วิธีที่สองคือการรักษาด้วยยาสมุนไพรจีน ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ร่างกายไม่บอบช้ำ และยังสามารถให้นมลูกได้ตามปกติ”
“แต่คุณอาจจะต้องแบกรับค่าสมุนไพรที่ค่อนข้างสูงในแต่ละเดือน และต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณครึ่งปี...”
“คุณจะเลือกวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกคุณ แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน ผมขอรับรองว่าภายในหนึ่งปี พี่ชุยฮวาจะไม่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันกำเริบอีกแน่นอนครับ...”
หลินอี้พยายามอธิบายข้อดีข้อเสียของทั้งสองวิธีให้ละเอียดที่สุด เพื่อให้หม่าฟู่กุ้ยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกวิธีไหน หลินอี้ก็จะรักษาให้อย่างสุดความสามารถ
ครอบครัวที่ยากลำบาก ไม่เคยมีสิทธิ์ได้เลือก สำหรับหลินอี้ เรื่องแค่นี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ช่วยได้ก็ช่วยไป...
“ไม่ต้องปรึกษากันหรอก ร่างกายของฉัน ฉันตัดสินใจเอง!”
“หมอหลินคะ เอาวิธีแรกที่คุณบอกเลยค่ะ รีบผ่าตัดให้ฉันทีเถอะค่ะ”
เมื่อฟังแผนการรักษาทั้งสองแบบจบ หลิวชุยฮวาก็ไม่แม้แต่จะหันไปปรึกษาหม่าฟู่กุ้ย เธอมองจ้องตาหลินอี้ แล้วยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะเลือกการผ่าตัด เพื่อจบปัญหาทุกอย่างในครั้งเดียว
เธอไม่อยากให้ร่างกายที่พังทลายของเธอ ต้องเป็นภาระให้ครอบครัวไปมากกว่านี้อีกแล้ว
หลายปีที่ผ่านมา เพื่อรักษาภาวะมีบุตรยาก พวกเขาต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีในบ้านไปจนหมด แถมยังต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาอีกไม่น้อย
ในตอนที่ชีวิตกำลังจะดีขึ้น ครอบครัวตระกูลหม่าก็กำลังฟื้นตัว แถมยังมีลูกเกิดมาอีก มีแต่เรื่องที่ต้องใช้เงินทั้งนั้น
ถ้าต้องมาเสียค่าสมุนไพรก้อนโตทุกเดือนอีก มีหวังผู้ชายของเธอคงโดนทับจนตายแน่ๆ...