- หน้าแรก
- ท่านปรมาจารย์เลิกแกล้งเป็นคนธรรมดาได้แล้ว
- บทที่ 296 มนุษย์ปุถุชนสังหารเซียน
บทที่ 296 มนุษย์ปุถุชนสังหารเซียน
บทที่ 296 มนุษย์ปุถุชนสังหารเซียน
บทที่ 296 มนุษย์ปุถุชนสังหารเซียน
“เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเขาจึงไม่ขยับเขยื้อนแล้ว?” มีคนพบเห็นความผิดปกติ จึงร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
ฝูงชนหันหน้าไปมองดู และก็เป็นเช่นนั้นจริง ยามที่มองเห็นร่างแปลงเซียนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น คล้ายกับทั่วทั้งร่างแข็งทื่อไปแล้วก็ไม่ปาน ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่มีความโอหังที่มองลงมาจากที่สูงเหมือนเมื่อครู่นี้อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวตื่นตระหนก จับจ้องมองเว่ยเจิ้งตาไม่กระพริบ คล้ายกับเห็นผีก็ไม่ปาน
“ท่านบรรพบุรุษ เกิดอะไรขึ้น รีบฆ่ามันเร็วเข้า” ผู้เฒ่าคนนั้นร้องตะโกนอยู่ด้านหลัง
ทว่า ร่างแปลงเซียนคล้ายกับไม่ได้ยินก็ไม่ปาน ยืนอยู่ด้านหน้าของเว่ยเจิ้ง ติดตามมาด้วยทั่วทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่หยุดยั้ง
“เจ้า…… เหตุใดบนร่างของเจ้าจึงมีพลังแห่งบุญบารมีหนาแน่นถึงเพียงนี้? แท้จริงแล้วเจ้าเป็นผู้ใดกันแน่?”
ชี้ไปที่เว่ยเจิ้ง ตื่นตระหนกหวาดกลัวจนกระทั่งนิ้วมือยังกำลังสั่นเทา
มองเห็นเว่ยเจิ้งทั่วทั้งร่างโอบล้อมไปด้วยชั้นหมอกเมฆาสีม่วงอ่อนๆ สายหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์เป็นล้นพ้น ย่อมเป็นสิ่งที่บุญบารมีก่อตัวขึ้นมานั่นเอง
เรื่องนี้ทำให้เขาคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ มนุษย์ปุถุชนเพียงแค่คนเดียว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีทั่วทั้งร่างโอบล้อมอยู่ท่ามกลางพลังแห่งบุญบารมี
เพราะต่อให้เป็นเซียน ก็ยากจะต้านทานรับพลังแห่งบุญบารมีที่หนาแน่นถึงเพียงนี้ได้
ยกเว้นเสียแต่ว่าจะอยู่เหนือเซียนขึ้นไป คนสวรรค์หรือพระอริยบุคคลจึงจะสามารถต้านทานรับได้
ทว่าเว่ยเจิ้งไร้ซึ่งพลังปราณปรากฏเลยสักนิด นี่เป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งเท่านั้นเอง เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกหวาดกลัวที่สุดก็คือ ยามที่เพิ่งจะเข้าใกล้เว่ยเจิ้งภายในรัศมีไม่กี่จ้าง วิชาเซียนทั้งหมดของเขาล้วนเสื่อมประสิทธิภาพลงไปทั้งหมด
บุญบารมีปกปักษ์กาย หมื่นธรรมไม่อาจกล้ำกราย!
ต่อให้เป็นร่างแปลงเซียน ยามเผชิญหน้ากับเว่ยเจิ้งที่มีบุญบารมีเกื้อหนุน ก็จะตกต่ำลงกลายเป็นมนุษย์ปุถุชนในชั่วพริบตา
เว่ยเจิ้งเห็นฝ่ายตรงข้ามติดขัดหยุดชะงักลง รู้ดีว่าโอกาสทองไม่อาจปล่อยให้หลุดมือ รีบเหวี่ยงหมัดขึ้นมาแล้วซัดออกไปหมัดหนึ่งทันที
ทว่า การกระทำเช่นนี้ ยามที่ตกอยู่ในสายตาของผู้อื่น กลับน่าขันถึงขีดสุด
“นี่เขาคิดจะลงมือต่อร่างแปลงเซียนอย่างนั้นหรือ? ช่างใจกล้าบ้าบิ่นพอดูเลยนะ!”
“ใช้หมัดโจมตีร่างแปลงเซียน เจ้าหมอนี่คงไม่ได้บ้าไปแล้วกระมัง? นั่นคือร่างแปลงที่ควบแน่นขึ้นมาจากปราณเซียนเชียวนะ”
“ถึงกับใช้การโจมตีที่เรียบง่ายถึงเพียงนี้ เหตุใดข้าจึงรู้สึกอับอายขายหน้าเหลือเกินนะ?”
เมื่อเห็นเว่ยเจิ้งเหวี่ยงหมัดซัดตรงไปยังร่างแปลงเซียนหมัดหนึ่ง ผู้คนโดยรอบต่างก็เดือดพล่านขึ้นมา ต่างพากันหัวร่อฮ่าๆ ออกมาติดต่อกัน
“เดาะเดาะ มนุษย์ปุถุชนก็ยังคงเป็นมนุษย์ปุถุชนอยู่วันยังค่ำล่ะนะ”
“ความแตกต่างระหว่างเซียนและมนุษย์ปุถุชนยังแยกแยะไม่กระจ่างแจ้ง ถึงกับเหวี่ยงหมัดก็ชกเลย เจ้าหมอนี่จะโง่เง่าปานใดกัน”
มุมปากของเฉินหย่งซวี่กระตุก อดไม่ได้ที่จะหัวร่อฮ่าๆ ออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยันถากถาง
เหตุผลที่เซียนถูกเรียกว่าเซียน นั่นก็เป็นเพราะรูปแบบของชีวิตและพลังงานของตนเองเหนือล้ำกว่ามนุษย์ปุถุชนไปไกลแสนไกล พลังฝีมือจะเกรียงไกรปานใด
เจ้ามนุษย์ปุถุชนสมองนิ่มคนนั้นถึงกับใช้หมัดรับมือกับร่างแปลงเซียน?
เขาโลดแล่นอยู่ในจงโจวมาเป็นเวลานานถึงเพียงนี้ ยังไม่เคยพบเห็นผู้ที่โง่เขลาเบาปัญญาถึงเพียงนี้มาก่อนเลยจริงๆ
ทว่าก็แค่นั้นแหละ มนุษย์ปุถุชนเพียงแค่คนเดียว เผชิญหน้ากับเซียนยังกล้าลงมือ ก็นับว่าความกล้าหาญน่าชมเชยแล้ว
ทว่าผลลัพธ์น่าเวทนานัก เกรงว่าชั่วชีวิตนี้ของเขาคงไม่มีโอกาสได้เหวี่ยงหมัดเป็นครั้งที่สองแล้ว
ผู้คนในสถานที่เกิดเหตุจำนวนมากต่างก็อดไม่ได้ที่จะใช้มือทั้งสองข้างปิดบังดวงตาไว้ ทานทนดูต่อไปไม่ได้จริงๆ นี่มันก็แค่การหาที่ตายด้วยตนเองชัดๆ
ทว่าพวกเขากลับไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า ในยามนี้ร่างแปลงเซียนกลับมีสีหน้าท่วงท่าที่ตื่นตระหนกหวาดกลัวถึงขีดสุด
“ตูมตาม!”
ในเวลานี้เอง พลันมีเสียงทึบหนักสายหนึ่งแว่วดังมา
เว่ยเจิ้งซัดหมัดหนึ่งลงบนศีรษะของร่างแปลงเซียน พลังแห่งบุญบารมีอันไร้ขอบเขตจำกัด ราวกับคลื่นยักษ์ม้วนซัดสาดเข้ามา
การกระแทกกระทั้นของพลังชนิดนั้น ทำลายล้างร่างแปลงของเขาในทุกๆ นิ้วโดยตรง
นั่นคือพลังแห่งบุญบารมีที่แม้กระทั่งเซียนก็ยังไม่อาจทานทนรับได้ แล้วจะนับประสาอะไรกับร่างแปลงเพียงแค่ร่างเดียวของเขาจะต้านทานรับไว้ได้?
ในชั่วพริบตา ภายใต้สายตาของฝูงชนที่จับจ้องมองอยู่ ศีรษะของร่างแปลงเซียนระเบิดออกราวกับแตงโมเน่าก็ไม่ปาน
หลังจากนั้นภายใต้สายตาที่เบิ่งตากว้างจนอ้าปากค้างของทุกคน ร่างแปลงเซียนแปรเปลี่ยนเป็นแสงดวงดาวสาดกระจายลงมาเป็นแถบ เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“เขา…… เขาใช้หมัดเดียวชกจนร่างแปลงเซียนสลายไปจริงๆ หรือนี่”
ฝูงชนทั้งหมดต่างพากันเบิกตากลมโตด้วยความตื่นตระหนกสงสัยไม่แน่ใจ
ยากจะเชื่อถือได้จริงๆ นะ!
นั่นคือร่างแปลงเซียนเชียวนะ
ต่อให้ใช้สมบัติวิเศษระดับแนวหน้าฟาดฟันลงไป ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถชกจนเขาสลายไปได้
ทว่าในยามนี้พวกเขากลับมองเห็นสิ่งใดกันแล้ว?
มนุษย์ปุถุชนขยะผู้นั้น ถึงกับอาศัยเพียงแค่หมัดเดียวเช่นนี้ ก็ทำลายล้างร่างแปลงเซียนลงได้แล้ว?
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ผู้คนในสถานที่เกิดเหตุก็ไม่รู้ว่ามีมากเท่าใดที่กลายเป็นหินไปในทันที
ส่วนเฉินหย่งซวี่นั้นอ้าปากค้าง แข็งทื่ออยู่กับที่โดยตรง รู้สึกเพียงแค่ว่ามีไอเย็นขุมหนึ่งตรงแนวสันหลัง พุ่งตรงไปยังสมองส่วนหลังทันที
เขาคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจจริงๆ นั่นคือร่างแปลงเซียน ภาพวาดที่บรรพบุรุษตระกูลเฉินเหลือทิ้งไว้ก่อนเหาะเหินขึ้นสวรรค์ ถึงกับถูกทำลายล้างไปเช่นนี้เอง
ยามที่ร่างแปลงเซียนเลือนหายไป ม้วนคัมภีร์ที่ลอยตัวอยู่กลางห้วงมิติว่างเปล่า ก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง แหลกสลายกลายเป็นผงธุลี
“อ๊าก…… อ๊ากๆๆ…… อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่บรรพบุรุษตระกูลเฉินเหลือทิ้งไว้ ถึงกับถูกทำลายลงไปเช่นนี้แล้ว”
ผู้เฒ่าคนนั้นเมื่อเห็นสถานการณ์ ยามนั้นก็ร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความโศกเศร้าเสียใจอย่างรุนแรงทันที
เสียงร้องตะโกนครั้งใหญ่ของเขา พลันทำให้ทุกคนตื่นจากความตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นมาทันที
หลังจากนั้นสายตาของพวกเขา ก็จับจ้องรวมกันไปที่ร่างของเว่ยเจิ้งอย่างรวดเร็ว ในนัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยร่องรอยของความตื่นตระหนกสงสัย
เพียงแค่หมัดเดียว ก็ชกจนร่างแปลงเซียนสลายไปแล้ว
เจ้าหมอนี่แท้จริงแล้วมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่ พลังฝีมือถึงกับแข็งแกร่งดุดันถึงระดับนี้เชียวหรือ?
กระทั่งร่างแปลงของเซียนก็ยังไม่อาจทานทนรับอานุภาพหมัดเดียวของเขาได้เชียวหรือ?
“มนุษย์ปุถุชน เจ้าทำลายอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเฉินของข้า ความผิดล้นพ้นสมควรตาย ข้าจะลงมือฆ่าเจ้าด้วยตนเอง”
ผู้เฒ่าคนนั้นถูกกระตุ้นจนแทบจะคลุ้มคลั่ง แผดเสียงคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งเข้ามาเข่นฆ่าสังหารทางเว่ยเจิ้ง ใบหน้าบิดเบี้ยวไปหมดแล้ว เจตนาฆ่าพุ่งทะยานหมื่นจ้าง
คนที่สามารถชกจนร่างแปลงเซียนสลายไปได้ เจ้าคิดว่าเขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าอย่างนั้นหรือ?
เมื่อเห็นการกระทำของผู้เฒ่าคนนั้น เต๋อหยวนจื่อก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมาอย่างเงียบๆ มีชีวิตอยู่ไม่ดีหรืออย่างไร? เหตุใดจึงต้องรนหาที่ตายด้วย?