- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 261 พิษหญ้าเข็มชา
บทที่ 261 พิษหญ้าเข็มชา
บทที่ 261 พิษหญ้าเข็มชา
ประเด็นคือ นี่มันวิชาการเอาชีวิตรอดในป่าไม่ใช่เหรอ?
แล้วอาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์มาทำอะไรกันที่นี่ล่ะ?
บรรดาแม่มดน้อยต่างรู้สึกไม่เข้าใจเอาเสียเลย
ที่แปลกยิ่งกว่าคือ คุณอามีช่าหยิบการ์ดออกมาใบหนึ่ง จากนั้นก็เสกเครื่องบันทึกภาพออกมาวางไว้ข้างตัว โดยหันเลนส์กล้องขึ้นไปบนฟ้า
จากนั้นถึงได้พูดต่อว่า:
“ลำดับต่อไป อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์ของพวกเธอแต่ละคน จะทำการเปิดประตูมิติให้
ในคาบเรียนนี้ ภารกิจของพวกเธอคือ การค้นหาแหล่งน้ำและอาหารในภูมิประเทศป่าเขา
แหล่งน้ำจะต้องมีขนาดอย่างน้อยเท่ากับแอ่งน้ำเล็ก ๆ หนึ่งแอ่ง
ส่วนอาหารจะต้องมีปริมาณเพียงพอสำหรับทานอย่างน้อยสองมื้อ
เมื่อทำภารกิจสำเร็จ ก็จะถือว่าจบการเรียนในคาบนี้ได้
หากไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ เมื่อผ่านไปสิบสองชั่วโมง อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์จะไปรับพวกเธอออกมา
ผลงานของพวกเธอในระหว่างทำภารกิจ รวมถึงคำอธิบายของฉันจะถูกบันทึกเอาไว้ และทำเป็นวิดีโอการสอนให้พวกเธอคัดลอกกลับไป เพื่อความสะดวกในการทบทวนหลังเลิกเรียน
พฤติกรรมที่เป็นส่วนตัวจะไม่ถูกจับตามอง พวกเธอวางใจได้
พื้นที่ที่พวกเธอเดินผ่านในระหว่างเรียน จะไม่ปรากฏบนแผนที่ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่ต้องดูแผนที่
หากตกอยู่ในอันตราย การช่วยเหลือจากอาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์จะไม่มีบทลงโทษใด ๆ แต่การได้รับบาดเจ็บจะทำให้ความคืบหน้าในการเรียนของพวกเธอล่าช้าลง ดังนั้นจงพยายามอย่าให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนเกินไป
ฟังเข้าใจแล้วใช่ไหม?”
เมื่อเห็นประตูมิติที่อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์ข้างกายเปิดออก รวมถึงหน้าจอแสงเฝ้าระวังแต่ละจอที่อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์ฉายขึ้นไปบนฟ้า บรรดาแม่มดน้อยก็ถึงกับตกตะลึง
หน้าจอแสงเฝ้าระวังนั้นถูกแบ่งออกเป็นช่องเล็ก ๆ มากมาย แม่มดน้อยแต่ละคนสามารถมองเห็นตัวเองบนนั้นได้
ตอนนี้พวกเธอรู้แล้วว่า อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์คอยดูแลพวกเธอแบบเรียกปุ๊บมาปั๊บได้อย่างไร
และเครื่องบันทึกภาพที่หันหน้าเข้าหาความว่างเปล่าก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็กำลังหันเข้าหาหน้าจอแสงพอดี
วิชาการเอาชีวิตรอดในป่านี่มันเรียนกันแบบนี้เองเหรอเนี่ย?
“เมื่อก่อนวิชาการเอาชีวิตรอดในป่าไม่ได้เรียนแบบนี้หรอกนะ” อามีช่าบอก
ไอส์รีบเอามือปิดปาก เธอเผลอพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาเสียแล้ว!
“พวกเธอก็ถือว่าโชคดีนะ เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีการ์ดเครื่องบันทึกภาพ จะต้องเรียนวิชาการเอาชีวิตรอดในป่าติดต่อกันสองวัน วันหนึ่งออกไปเรียนภาคปฏิบัติในป่า ส่วนอีกวันต้องมานั่งฟังคำอธิบายทบทวนในห้องเรียน ไม่ได้มีวิดีโอบันทึกภาพให้ดูชัดเจนแบบนี้หรอก” อามีช่าพูดด้วยรอยยิ้ม
บรรดาแม่มดน้อย: “...”
พอลองเอามาเทียบกันดูแล้ว เหมือนจะไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่เลยนะ
จะทบทวนบทเรียนยังไงน่ะไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือ นี่เพิ่งจะคาบแรก ก็ให้พวกเธอบุกเข้าไปในป่าลึกด้วยตัวเอง แถมยังต้องอยู่ตั้งสิบกว่าชั่วโมงเลยนะ!
ที่ก่อนหน้านี้พากันกระตือรือร้นอยากจะลอง ก็เพราะคิดว่าจะมีคุณอามีช่าคอยนำทางและค่อย ๆ สอนไปทีละขั้นต่างหากล่ะ
ไม่ได้อยากให้โยนพวกเธอเข้าไปในป่าตั้งแต่เริ่มแบบนี้สักหน่อย!
แถมทำไมถึงต้องมีหน้าจอฉายภาพเล็ก ๆ ตั้งยี่สิบเจ็ดจอ กับประตูมิติอีกยี่สิบเจ็ดบาน แทนที่จะเป็นหน้าจอใหญ่จอเดียวกับประตูมิติบานเดียวล่ะ แค่คิดก็รู้แล้วว่า ตั้งใจจะจับพวกเธอแยกกันน่ะสิ!
ตอนนี้บรรดาแม่มดน้อยต่างรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เสียใจที่ไม่ได้ตั้งใจอ่าน ‘คู่มือการเอาชีวิตรอดในภูมิประเทศป่าเขาที่พบบ่อย’ ล่วงหน้าให้ดี เสียใจที่ไม่ได้รีบเรียนเวทมนตร์ที่มีพลังต่อสู้สูง ๆ เอาไว้เยอะ ๆ เสียใจที่เมื่อเช้าน่าจะกินให้เยอะกว่านี้อีกสักหน่อย
“เตรียมตัวเสร็จแล้วก็เข้าไปได้เลย!” คุณอามีช่าเร่งเร้าอย่างรุนแรง
บรรดาแม่มดน้อยทำหน้าจะร้องไห้: “พวกเรายังเตรียมตัวไม่เสร็จเลยนะคะ!”
“ยังเตรียมตัวไม่เสร็จ เข้าไปแล้วค่อยเตรียมตัวก็เหมือนกันนั่นแหละ”
อามีช่าพยักหน้าส่งสัญญาณให้อาจารย์ใหญ่ผู้พิทักษ์ วินาทีต่อมา บรรดาแม่มดน้อยก็ถูก “เชิญ” ให้เข้าไปในประตูมิติด้วยท่าทางที่แตกต่างกันไป
โม่หลานเอามือกุมก้น พลางตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น: “เจ็บใจนัก! หนูยังไม่ได้พูดเลยนะว่ายังเตรียมตัวไม่เสร็จ ทำไมต้องเตะหนูด้วยเนี่ย!”
อามีช่าหมายเลข 69: “⊙0⊙”
“ปฏิกิริยาตอบสนองมันไวไปหน่อย เลยห้ามไว้ไม่อยู่น่ะ ถ้าจะโทษก็ไปโทษหมายเลข 103 เถอะ!”
โม่หลาน: “...”
เธอกำลังจะอ้าปากประท้วง แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกชาที่หัวเข่า พอก้มหน้าลงไปมอง: “!!!”
บนขากางเกงเต็มไปด้วยลูกหนามสีเขียวอมน้ำเงินขนาดเท่าลูกแก้วเกาะอยู่เต็มไปหมด
ลูกหนามตรงหัวเข่านั้น ถึงขั้นถูกทับจนแบนแต๊ดแต๋
หนามของลูกหนามไม่ได้มีปัญหาอะไร ต่อให้ลูกหนามถูกทับจนแบน หนามเล็ก ๆ พวกนี้ก็ไม่สามารถทำอันตรายเธอได้ พอเพิ่งจะแทงทะลุผิวหนัง ความสามารถสมานแผลอย่างรวดเร็วก็รักษาให้หายดีแล้ว
ประเด็นสำคัญคือพอลูกหนามแตก ของเหลวข้างในมันไหลออกมาน่ะสิ
ลูกหนามพวกนี้ ก็คือเมล็ดของหญ้าเข็มชาที่ยังไม่โตเต็มที่
ข้อมูลเกี่ยวกับหญ้าเข็มชาผุดขึ้นมาในหัว: “หญ้าเข็มชา พืชเวทมนตร์ระดับต่ำ น้ำเลี้ยงในเมล็ดมีพิษที่ทำให้เกิดอาการชา
น้ำเลี้ยงในเมล็ดของหญ้าเข็มชาที่ยังไม่โตเต็มที่จะมีพิษค่อนข้างต่ำ เมื่อเวลาผ่านไป พิษจะสลายไปเองตามธรรมชาติ สามารถนำมาใช้ทำยาแก้ปวดได้ ส่วนน้ำเลี้ยงในเมล็ดที่โตเต็มที่จะมีพิษค่อนข้างสูง สามารถนำมาใช้ทำยานอนหลับได้
บริเวณรอบ ๆ หญ้าเข็มชา มักจะมีหญ้าพู่ชำระขึ้นอยู่ ใบของมันมีลักษณะคล้ายพู่ประดับ น้ำเลี้ยงในก้านมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดรอยฟกช้ำ สามารถใช้ถอนพิษหญ้าเข็มชาได้...”
โม่หลานรีบมองหาไปรอบ ๆ และก็พบว่ามีหญ้าพู่ชำระขึ้นอยู่ตรงกลางดงหญ้าเข็มชาพวกนี้จริง ๆ
ถึงแม้จะมีแค่ต้นเดียว แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว!
โม่หลานเด็ดหญ้าพู่ชำระออกมา เด็ดใบที่เหมือนพู่ประดับทิ้งไป แล้วใช้เวทลอยตัวดึงเอาเมล็ดหญ้าเข็มชาที่ติดอยู่บนตัวออกจนหมด ก่อนจะโยนทิ้งไปไกล ๆ
จากนั้นก็ร่ายเวททำความสะอาดใส่กางเกง เสื้อผ้า และก้านหญ้าพู่ชำระที่เพิ่งเด็ดมา
เธอถือลงก้านหญ้าพู่ชำระ ค่อย ๆ ขยับตัวไปด้านข้างอย่างยากลำบาก
เมื่อถอยห่างจากดงหญ้าเข็มชานั้นแล้ว เธอถึงได้ทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้น
ผ่านไปแค่แป๊บเดียว เธอก็รู้สึกว่าหัวเข่าชาจนแทบจะไม่มีแรงอยู่แล้ว
เธอรีบหยิบครกหินจากการ์ด {ชุดหม้อต้มยาแม่มด} ออกมา ร่ายเวททำความสะอาดใส่ครกหินและก้านหญ้าพู่ชำระที่เหลือ จากนั้นก็หั่นก้านหญ้าออกเป็นท่อน ๆ แล้วใส่ลงไปตำในครกหินจนละเอียดเป็นเนื้อครีม
สุดท้ายก็ถลกขากางเกงขึ้น หยิบยาที่ตำจนละเอียดขึ้นมาหนึ่งกำ ทาลงบนหัวเข่าอย่างเบามือ หลังจากทาซ้ำไปหลาย ๆ ครั้ง ในที่สุดหัวเข่าก็กลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง
สิ่งแรกที่โม่หลานทำหลังจากกลับมาขยับตัวได้ตามปกติ ก็คือการร่ายเวทมนตร์ใส่ตัวเองติดต่อกันถึงสามบท
ชั้นที่หนึ่งคือเวทผิวเปลือกไม้ ชั้นที่สองคือเวทผิวศิลา ชั้นที่สามคือเวทเกราะทอง
เวทผิวเปลือกไม้และเวทผิวศิลาช่วยเคลือบผิวหนังทั่วทั้งร่างกายด้วยพลังธาตุไม้และพลังธาตุดินอีกหนึ่งชั้น
พลังป้องกันของอย่างแรกเหมือนกับเปลือกไม้ ส่วนอีกอย่างเหมือนกับเปลือกหิน
ส่วนเวทเกราะทองคือการใช้พลังธาตุทองเคลือบทับบนร่างกายราวกับเป็นชุดเกราะ เพื่อปกป้องทั้งหน้าอก แผ่นหลัง ข้อมือ ท่อนแขน ต้นขา น่อง หัวเข่า และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
เวทมนตร์ป้องกันแบบต่อเนื่องในสายเวทมนตร์ธาตุ ก็มีแค่สามบทนี้แหละ
โม่หลานมีพลังเวทเหลือเฟือ จึงร่ายเวทป้องกันซ้อนกันถึงสามชั้นอย่างหรูหราฟู่ฟ่า
คราวนี้ไม่ว่าจะเป็นดงหญ้าเข็มชาที่ไหน เธอก็สามารถบุกเข้าไปได้ตามใจชอบแล้ว มีเพียงพิษที่สูดดมผ่านทางจมูกและปากเท่านั้น ถึงจะส่งผลกระทบต่อเธอได้
ในมือถือไม้กายสิทธิ์ สวมเกราะป้องกันถึงสามชั้น เมื่ออยู่ในป่าที่แปลกตานี้ โม่หลานถึงได้รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง
เธอสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวไปพลาง ก่นด่าอาจารย์ใหญ่ไปพลาง:
“อาจารย์ใหญ่! หนูสงสัยว่าอาจารย์จงใจแกล้งหนูแน่ ๆ! ส่งหนูเข้ามาแบบกะทันหันขนาดนี้ก็ว่าแย่แล้ว ยังจะใช้เท้าเตะอีก!
ใช้เท้าเตะก็แล้วไปเถอะ แต่ดันมาเปิดประตูมิติไว้ข้าง ๆ ดงหญ้าเข็มชาอีกนะ”
ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ใหญ่ เธอคงร่ายเวทป้องกันใส่ตัวเองก่อนเข้ามาแล้ว ไม่มีทางที่จะโดนเล่นงานตั้งแต่เพิ่งเข้ามาแบบนี้เด็ดขาด
ถ้าไม่ใช่เพราะเธออ่านหนังสือมาเยอะ จนรู้ว่ายาถอนพิษของหญ้าเข็มชาคืออะไร ป่านนี้เธอคงต้องร้องเรียกให้อาจารย์ใหญ่มาช่วยแล้ว!