- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเปิดกล่องเทพ อัญเชิญยอดคนสยบยุทธจักร
- บทที่ 103 ทูตปฐพีโยวหมิง
บทที่ 103 ทูตปฐพีโยวหมิง
บทที่ 103 ทูตปฐพีโยวหมิง
วันรุ่งขึ้น
เสิ่นเยี่ยนชิวนั่งรถม้า มุ่งหน้าออกจากเมืองซุ่นเทียนฝู่ไปยังหมู่บ้านตระกูลเสิ่นอย่างเอิกเกริก โดยมีกองทหารอารักขาเป็นขบวนยาว
บนกำแพงเมือง
หลินโม่เฉินยืนเอามือไพล่หลัง กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "แผนการเริ่มได้!"
"ขอรับ!"
ร่างคนหลายสายเบื้องหลังเขาเลือนหายไปในพริบตา
ในเวลาเดียวกัน
สิบห้าขุมกำลังใหญ่แห่งซุ่นเทียนฝู่ส่วนใหญ่ล้วนเคลื่อนไหวเมื่อได้ยินข่าว
ศึกที่ชี้ชะตาความสงบสุขของซุ่นเทียนฝู่กำลังจะมาถึงแล้ว
บนถนนที่มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านตระกูลเสิ่น
ภายในรถม้าอันหรูหราของเสิ่นเยี่ยนชิว
ประกอบด้วยเสิ่นเยี่ยนชิว, ไป๋เชียนชิว, เสิ่นชิงซาน, ซั่งกวนจินหง, ชายชราสองคนที่กำลังหลับตาพักผ่อน และชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าเคร่งขรึมอีกแปดคน
พื้นที่ภายในรถม้ากว้างขวางมาก แม้จะนั่งกันนับสิบคนก็ไม่รู้สึกแออัดแม้แต่น้อย
ซั่งกวนจินหงลองสัมผัสพลังดูพบว่า คนบนรถม้าล้วนเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ใหญ่ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือเขาไม่อาจมองทะลุความแข็งแกร่งของเสิ่นเยี่ยนชิวได้ อีกฝ่ายต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงอย่างแน่นอน
"ประมุขพรรคซั่งกวน ข้อมูลที่ข้าให้ท่านไปก่อนหน้านี้ ท่านคงอ่านอย่างละเอียดแล้วกระมัง นี่คือโอกาสที่ท่านจะได้แสดงฝีมือ ยุทธภพซุ่นเทียนฝู่กำลังจะถูกล้างไพ่ใหม่ ข้าผู้เป็นเจ้าเมืองจะสนับสนุนให้พรรคเหรียญทองของท่านกลายเป็นพรรคอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพซุ่นเทียนฝู่ ท่านเห็นว่าอย่างไร?"
"ขอบคุณท่านเจ้าเมืองในความหวังดี ข้าทราบดีว่าในใต้หล้าไม่มีงานเลี้ยงใดได้มาเปล่าๆ ท่านเจ้าเมืองโปรดว่ามาเถิด ต้องการให้ข้าทำสิ่งใด"
"พี่ซั่งกวนช่างเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ!"
"ช่วยข้าสังหารคนผู้หนึ่ง!"
"ผู้ใดหรือ?"
"ติงอีผิง!"
"ตกลง!" ซั่งกวนจินหงรับปากภายนอก ทว่าในใจกลับกำลังลอบคิดคำนวณ เขารู้ดีว่าเสิ่นเยี่ยนชิวกำลังยืมดาบฆ่าคน รอให้เขาสังหารติงอีผิงเสร็จสิ้น เพื่อระงับโทสะของหวนเยวี่ยโหว อีกฝ่ายคงจะสังหารเขาแล้วส่งหัวไปให้หวนเยวี่ยโหวเป็นแน่
เมื่อเห็นซั่งกวนจินหงรับปากอย่างง่ายดาย แววตาของเสิ่นเยี่ยนชิวก็เผยความประหลาดใจวูบหนึ่ง เขาไม่คิดเลยว่าซั่งกวนจินหงจะรับปากรวดเร็วเพียงนี้
"ท่านเจ้าเมือง ดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ พวกเราใกล้จะถึงหมู่บ้านตระกูลเสิ่นแล้ว เหตุใดพวกเขายังไม่ลงมืออีก?" ไป๋เชียนชิวถามด้วยความไม่เข้าใจ
"บัดซบ พวกมันต้องลอบโจมตีหมู่บ้านตระกูลเสิ่นก่อน แล้วปลอมตัวเป็นชาวบ้านเพื่อดักรอให้พวกเราไปติดกับเป็นแน่" เสิ่นเยี่ยนชิวกล่าวด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
"เร่งความเร็ว! มุ่งหน้าไปหมู่บ้านตระกูลเสิ่นให้เร็วที่สุด!" น้ำเสียงเย็นเยียบของเสิ่นเยี่ยนชิวดังก้องไปทั่วทั้งขบวน
"ขอรับ!"
ไม่นานขบวนรถที่ยาวเหยียดราวกับมังกรก็เพิ่มความเร็วขึ้นหลายเท่า ก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเดินทางอย่างเชื่องช้าก็เพื่อล่อให้ศัตรูลงมือก่อน
"หลินโม่เฉิน เจ้าคนต่ำช้าไร้ยางอาย ถึงกับกล้าทำเรื่องชั่วช้าขุดหลุมศพบรรพชนผู้อื่นเช่นนี้ ขอให้เจ้าตายไม่ดี!"
เดิมทีเขาวางแผนไว้้หมดแล้ว สถานที่ที่เหมาะแก่การลอบซุ่มโจมตีเขาล้วนจัดเตรียมคนไว้้หมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าหลินโม่เฉินจะมาไม้นี้
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่อาณาเขตของหมู่บ้านตระกูลเสิ่น กลิ่นคาวเลือดอันข้นคลั่กราวกับน้ำหมึกก็พัดโชยมาเตะจมูก
"เด็กๆ รีบเข้าไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้!" หัวหน้าองครักษ์ตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงดังกังวานราวกับระฆัง
"ขอรับ!"
ทหารกลุ่มหนึ่งรับคำสั่งและพุ่งทะยานออกไป ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไปในหมู่บ้านตระกูลเสิ่น ห่าลูกศรนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลวงลงมาราวกับฝูงตั๊กแตนบดบังท้องฟ้า เพียงไม่กี่ลมหายใจ ทหารเหล่านั้นก็ถูกยิงจนพรุนเป็นเม่น
"ท่านเจ้าเมือง เกรงว่าหมู่บ้านตระกูลเสิ่นคงถูกพวกกบฏล้างเลือดไปแล้วขอรับ พวกมันดักซุ่มอยู่ด้านใน ทั้งยังมีหน้าไม้และอาวุธหนักอยู่ในมือด้วย"
"ถ่ายทอดคำสั่งข้า จงทะลวงฝ่าเข้าไปในหมู่บ้านตระกูลเสิ่นให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม สังหารกบฏพวกนั้นให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
"ขอรับ!"
"รวมพล เตรียมโจมตี!"
"ขอรับ!"
ไม่นานทหารทางการแต่ละกลุ่มก็ถืออาวุธที่เปล่งประกายเย็นเยียบ พุ่งทะยานเข้าสู่หมู่บ้านตระกูลเสิ่นด้วยจิตสังหารอันพลุ่งพล่านราวกับพยัคฆ์หิวโซตะครุบเหยื่อ
ทว่าสิ่งที่ต้อนรับพวกเขากลับเป็นห่าลูกศรที่สาดซัดลงมาราวกับพายุฝน
"ตั้งรับ!" หัวหน้าองครักษ์ออกคำสั่ง
โล่เหล็กถูกยกขึ้นมาตั้งเรียงรายเป็นกำแพงเหล็กกล้าขวางอยู่เบื้องหน้ากองทัพ สกัดกั้นลูกศรที่ยิงออกมาจากในหมู่บ้าน
หัวหน้าองครักษ์ยืนหยัดอย่างเยือกเย็น สั่งการอย่างเป็นระเบียบ "พลโล่อยู่หน้า พลหอกอยู่หลัง บุกเข้าไป!"
องครักษ์สวมเกราะเหล็กนับพันนายทะลวงผ่านแนวป้องกันของหมู่บ้านตระกูลเสิ่นเข้าไปอย่างรวดเร็วราวกับกระแสน้ำหลาก
นักฆ่าที่ซุ่มซ่อนอยู่ภายในหมู่บ้านต่างพากันปรากฏตัวขึ้นราวกับภูตผี เข้าต่อสู้พัวพันกับกองทหารของเสิ่นเยี่ยนชิว เสียงอาวุธปะทะกันและเสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดฟัน สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหมู่บ้านตระกูลเสิ่น
ในตอนนั้นเอง
ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งพุ่งทะยานมาจากด้านหลังราวกับภูตผี มุ่งตรงไปยังรถม้าของเสิ่นเยี่ยนชิวอย่างรวดเร็วราวกับพายุพัดกระหน่ำ
กองกำลังหลักขององครักษ์เสิ่นเยี่ยนชิวล้วนบุกเข้าไปในหมู่บ้านหมดแล้ว เหลือเพียงรถม้าสิบคันและองครักษ์อีกร้อยนายที่คอยคุ้มกันอยู่สองข้างรถม้า
"คุ้มกันท่านเจ้าเมือง!"
องครักษ์ที่เหลืออีกร้อยนายต่างชักอาวุธที่เอวออกมา เข้าต่อสู้พัวพันกับชายชุดดำเหล่านั้น
"ฟุ่บ! ฟุ่บ!..." ร่างเงาสิบกว่าสายกระโจนออกมาจากทั้งสองข้าง มุ่งตรงไปยังรถม้าของเสิ่นเยี่ยนชิวเช่นกัน คนเหล่านี้ล้วนได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี รุกไล่อย่างดุดันราวกับหมาป่า จิตสังหารแผ่ซ่าน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นนักฆ่ามืออาชีพ
ทว่าเมื่อคนเหล่านี้เข้าใกล้รถม้า ร่างเงาเกือบร้อยสายก็พุ่งทะยานออกมาจากรถม้าทั้งสิบคัน
ในจำนวนนั้นมีสามสิบสองคนสวมชุดขาว ถือดาบยาว พวกเขาคือองครักษ์ชุดขาวใต้สังกัดของเสิ่นเยี่ยนชิว
ส่วนที่เหลืออีกหลายสิบคนล้วนสวมชุดดำรัดรูป บนอกเสื้อปักลายอินทรีบิน นั่นคือยอดฝีมือหน่วยอินทรีใต้สังกัดของเสิ่นเยี่ยนชิว
องครักษ์ชุดขาวและหน่วยอินทรีล้วนเป็นยอดฝีมือที่เสิ่นเยี่ยนชิวทุ่มเททรัพยากรจำนวนมหาศาลอบรมสั่งสอนมาอย่างลับๆ คนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มล้วนอยู่ในระดับเซียนเทียนทั้งสิ้น
ทั้งสองฝ่ายเข้าต่อสู้พัวพันกัน นักฆ่าเหล่านั้นไม่ใช่คู่มือขององครักษ์ชุดขาวและหน่วยอินทรีเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะองครักษ์ชุดขาวที่ล้วนอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นหนึ่ง พวกเขาร่วมมือกันอย่างสอดคล้อง ทุกการโจมตีจะต้องมีนักฆ่าจบชีวิตลงหนึ่งคน
ในมุมมืด
หลินโม่เฉินมองเห็นภาพตรงหน้าก็อดเอ่ยชมไม่ได้ "องครักษ์ชุดขาวฝีมือร้ายกาจจริงๆ พลังรบไม่ธรรมดาเลย น่าเสียดายนัก วันนี้จะต้องหายไปตลอดกาลเสียแล้ว!"
"ประมุขสาขาจั่ว นักฆ่าของท่านควรจะลงมือได้แล้ว มัวแต่ยืนดูอยู่ไม่ได้หรอกนะ"
"วางใจเถอะ สมาคมมังกรเขียวของข้ารับเงินมาแล้ว ต้องทำงานให้ลุล่วงแน่นอน!"
สิ้นเสียงสั่งการของจั่วเหลิ่งฉาน "คนของสมาคมมังกรเขียว ฆ่า!"
สิบสามไท่เป่าแห่งซงซาน, สิบสองนักษัตรมรณะ, สามพี่น้องตระกูลฉาง พร้อมด้วยนักฆ่าระดับเซียนเทียนและปรมาจารย์ของสมาคมมังกรเขียวนับสิบคนพุ่งทะยานเข้าสังหารองครักษ์ชุดขาวและหน่วยอินทรีของเสิ่นเยี่ยนชิว
องครักษ์ชุดขาวและหน่วยอินทรีที่เคยได้เปรียบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือของสมาคมมังกรเขียว สถานการณ์ก็พลิกผันจนตกเป็นรองในพริบตา โดยเฉพาะสิบสองนักษัตรมรณะที่ทำหน้าที่เป็นทัพหน้า พวกเขาทะลวงค่ายกลขององครักษ์ชุดขาวจนแตกพ่าย ทำให้ไม่สามารถแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่
หลินโม่เฉินหันไปมองจั่วเหลิ่งฉานพร้อมเอ่ยชม "ใต้บัญชาของประมุขสาขาจั่วช่างเต็มไปด้วยยอดฝีมือจริงๆ!" ทว่าในใจกลับมีความสงสัยเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเหตุใดจั่วเหลิ่งฉานที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสิบผู้นี้ จะสามารถสั่งการนักฆ่าระดับปรมาจารย์ได้มากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนั้นยังมีนักฆ่าระดับปรมาจารย์ขั้นสิบสองรวมอยู่ด้วย
"หรือว่าจะเป็นพวกใช้เส้นสายอีกแล้ว?" เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลินโม่เฉินก็รู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมา เขาโกรธที่ตนเองไม่ใช่คนที่มีเส้นสายบ้าง
ภายในรถม้า
เสิ่นเยี่ยนชิวลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วก้าวลงจากรถม้า โดยมีไป๋เชียนชิว, เสิ่นชิงซาน, ซั่งกวนจินหง และคนอื่นๆ เดินตามมาติดๆ
"ตำหนักโยวหมิงยังไม่ยอมลงมือในตอนนี้ แล้วจะรอถึงเมื่อใด!" เสิ่นเยี่ยนชิวเอ่ยขึ้น
"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!..." นักฆ่าตำหนักโยวหมิงนับสิบคนพุ่งทะยานออกมาจากเงามืด ร่วมมือกับองครักษ์ชุดขาวและยอดฝีมือหน่วยอินทรีของเสิ่นเยี่ยนชิว รับมือกับคนของสมาคมมังกรเขียว
สองคนที่นำหน้าตำหนักโยวหมิงมาก็คือ ทูตปฐพีโยวหมิงผู้รับผิดชอบดูแลตำหนักโยวหมิงในตลาดมืดแห่งซุ่นเทียนฝู่ หมิงเทียนเริ่น และโยวเหลิ่งเยวี่ย
เหนือนักฆ่าป้ายทองของตำหนักโยวหมิงขึ้นไปก็คือทูตนภา ทูตปฐพี และทูตมนุษย์
คุณชายห้าพิษในชุดคลุมสีดำปรากฏตัวขึ้น "หมิงเทียนเริ่น โยวเหลิ่งเยวี่ย พวกเจ้าสองคนกล้าลงมือกับสมาคมมังกรเขียวของข้า รนหาที่ตายนัก!"