- หน้าแรก
- ให้ข้าเป็นประมุขนิกาย งั้นข้าก็จะขอรับเฉพาะตัวเอกเท่านั้น!
- บทที่ 420: อีกพันปีให้หลังคือไร้ทางรอด ทว่ายามนี้กลับอนาถยิ่งกว่า?! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 420: อีกพันปีให้หลังคือไร้ทางรอด ทว่ายามนี้กลับอนาถยิ่งกว่า?! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 420: อีกพันปีให้หลังคือไร้ทางรอด ทว่ายามนี้กลับอนาถยิ่งกว่า?! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 420: อีกพันปีให้หลังคือไร้ทางรอด ทว่ายามนี้กลับอนาถยิ่งกว่า?! (ส่วนที่ 3)
ขณะที่หลิวซินเยว่กำลังจิตใจว้าวุ่นสับสน ไหลอู๋ก็เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า "ข้าได้ยินมาว่า ยามที่ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างพวกเจ้าปิ้งย่างเนื้อ มักจะมีเครื่องเทศมากมาย พอโรยลงไปแล้วรสชาติจะเลิศล้ำยิ่งนักใช่หรือไม่?"
"เอ่อ..."
"ก็พอมีอยู่บ้าง" หลิวซินเยว่ปาดเหงื่อเย็นเยียบ
"เจ้ามีหรือไม่? เอามาให้ข้าสักหน่อยสิ?"
เดิมทีมันกะจะขอมาฟรีๆ แต่พอคิดดูอีกที ยามนี้ตนเองมีสถานะเป็น 'นักโทษ' จึงกล่าวเสริมว่า "วางใจเถอะ ข้าไม่เอาของเจ้ามาเปล่าๆ หรอก หากเครื่องเทศของเจ้าทำให้ข้าถูกใจได้ เจ้าก็จะได้รับผลประโยชน์เช่นกัน"
"ผลประโยชน์...?"
คงไม่ใช่ว่าจะแบ่งเนื้อคนให้ข้ากินสักคำหรอกนะ!
หลิวซินเยว่ถึงกับพูดไม่ออก นางรีบเอ่ยว่า "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เครื่องเทศแค่นี้ ข้ายกให้ผู้อาวุโสสักหน่อยก็ย่อมได้"
นางหยิบเครื่องเทศออกมาทันที
ไหลอู๋กวาดสัมผัสเทวะออกไป ใช้สัมผัสเทวะควบคุมเปิดขวดเครื่องเทศโดยตรง จากนั้นก็โรยลงบน 'เนื้อเสียบไม้' ที่อยู่ตรงหน้าของตน
ชั่วพริบตานั้น กลิ่นหอมหวนก็เตะจมูก!
"ไม่เลว!"
นัยน์ตาของไหลอู๋เปล่งประกายขึ้นมาในทันที "ดูท่าตาเฒ่าพวกนั้นจะไม่ได้หลอกข้า"
"โอย ทนรอไม่ไหวแล้ว!"
มันเริ่มสวาปามอย่างตะกละตะกลาม ทำเอาผู้คนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับคลื่นไส้แทบอาเจียน
กลิ่นน่ะ... ดมดูก็หอมดีอยู่หรอก แต่นั่นมันเนื้อคนนะ!
ที่สำคัญที่สุดคือ มันยังย่างไม่สุกเลยด้วยซ้ำ!
กายาของยอดฝีมือระดับสูงสุดนั้นแข็งแกร่งเพียงใด? ต่อให้เป็นเพลิงกระดูกมังกรสวรรค์ ก็ไม่อาจย่างให้สุกได้ในเวลาอันสั้น ดังนั้นพอมันกัดลงไปคำหนึ่ง จึงยังมีเลือดสดๆ ไหลเยิ้ม อย่างมากก็สุกแค่ระดับสามส่วนเท่านั้น
ทว่าไหลอู๋กลับกินอย่างเอร็ดอร่อย
ร้องตะโกนโวยวายว่าหอมเหลือเกิน
ถึงขั้นเกือบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วยซ้ำ ทำเอาทุกคนถึงกับพูดไม่ออกกันไปตามๆ กัน
ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่กำลังโก่งคออาเจียน
ศิษย์หญิงที่ขวัญอ่อน ถึงกับยกมือปิดหน้าแล้ววิ่งหนีเตลิดไป
ต่อให้หลิวซินเยว่จะมั่นใจว่าตนเองมีสมาธิแน่วแน่เพียงใด ทว่ายามนี้ใบหน้าของนางก็ยังซีดเผือด ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
"อ้า~!!"
"สะใจชะมัด!"
ไหลอู๋ราวกับเป็นสัตว์ร้ายเทาเทียะ ความเร็วในการกินของมันรวดเร็วยิ่งนัก "รสชาติดีจริงๆ อย่างที่คิดไว้เลย อาหารย่างสุกพอเติมเครื่องเทศลงไป รสชาติมันช่าง... จุ๊ๆ ยากจะบรรยายจริงๆ"
"เมื่อก่อนข้ากินขยะอะไรเข้าไปเนี่ย!"
"ดี ดีเยี่ยม!"
จู่ๆ มันก็ยืนสองขาขึ้นมาเหมือนมนุษย์ แล้วใช้กรงเล็บตบลงบนบ่าของหลิวซินเยว่ "แม่หนู เจ้าไม่เลวเลย เครื่องปรุงของเจ้าข้าชอบมาก ยังมีอีกหรือไม่?"
"..."
"มี"
หลิวซินเยว่นำเครื่องเทศสารพัดชนิดที่ตนเองเตรียมไว้ออกมาทั้งหมด
เฒ่าเต่ารับไปพร้อมกับรอยยิ้มเบิกบาน "เอ้อ ดี ดี ดีมาก"
"เจ้าเป็นเด็กดีจริงๆ"
"เอาล่ะ ข้าจะรับของเจ้ามาเปล่าๆ ก็คงไม่ได้ เอาอย่างนี้ ข้าจะมอบปลาให้เจ้าสักตัวก็แล้วกัน"
"แม้ตอนมีชีวิตมันจะอยู่เพียงระดับที่ 8 แต่สำหรับเจ้าแล้ว มันคือของบำรุงชั้นยอด กินเสร็จแล้ว การจะทะลวงผ่านสัก 1 ถึง 2 ขั้นย่อยย่อมไม่ใช่ปัญหา"
"รับให้ดีล่ะ~!"
"หา?"
"ไม่ต้องหรอกผู้อาวุโส นี่มัน..."
หลิวซินเยว่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ
ทว่าเบื้องหน้ากลับมืดมิดลงกะทันหัน
ปลาตัวยักษ์ที่มีความยาวนับหลายร้อยจั้งปรากฏขึ้นกลางอากาศ แล้วร่วงหล่นลงมาทับนางเสียงดังสนั่น
หลิวซินเยว่: "???!"
ตูม!
นางรีบยื่นสองมือออกไปรับ
โชคดีที่นางเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับที่ 7 มีความแข็งแกร่งล้นเหลือ ต่อให้ต้องแบกภูเขาทั้งลูกก็ไม่ใช่ปัญหา ดังนั้นแม้ปลาตัวนี้จะใหญ่โต ทว่าก็ไม่อาจทับนางจนล้มลงได้
แต่ว่า...
ปลาตัวนี้มันจะไม่ใหญ่เกินไปหน่อยหรือ?!
อีกทั้ง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวและดุร้ายเช่นนี้...
เป็นปลาอสูรร้ายระดับที่ 8 งั้นหรือ?!
"ซี๊ด!!!"
"ค่อยๆ กินล่ะ ที่นี่บรรยากาศย่างเนื้อไม่เลวเลย เจ้าก็ค่อยๆ ย่าง ค่อยๆ กินไปนะ ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน"
เฒ่าเต่าเผ่นแน่บไปแล้ว
ยามนี้ มันไม่ได้คลานสี่ขาอีกต่อไป
แต่กลับเลียนแบบศิษย์มนุษย์ของสำนักหลั่นเยวี่ย โดยการ 'เดินสองขา'
ถึงขนาด...
มีเค้าโครงคล้ายคลึงกับผู้เฒ่าเต่าอยู่หลายส่วน เพียงแต่ใบหน้าดูดุร้ายกว่าไม่รู้ตั้งเท่าไร
......
หลังจากเฒ่าเต่าจากไป เหล่าศิษย์ที่แต่เดิมไม่กล้าเข้าใกล้ก็พากันแห่กรูกันเข้ามา
กระทั่งยังสร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าผู้อาวุโสสายยอดเขาหั่วเต๋ออีกด้วย
เพียงไม่นาน หลิวซินเยว่ก็ถูกผู้คนล้อมกรอบเอาไว้แน่นหนา
"ซี๊ด!!!"
หั่วคุนหลุนมาถึงด้วยตนเอง เมื่อเขามองดูปลาตัวยักษ์นั่น และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจาก 'ซากศพ' ซึ่งทำให้เขารู้สึกอกสั่นขวัญแขวน เปลือกตาของเขาก็กระตุกอย่างบ้าคลั่ง
"นี่มัน???"
"พวกเจ้าบอกว่า ผู้อาวุโสสักการะเฒ่าเต่าตนหนึ่ง นำศพของยอดฝีมือสองคนไปย่างกินก่อน จากนั้นก็มอบปลาตัวใหญ่ยักษ์นี้ให้แก่หลิวซินเยว่อย่างนั้นหรือ?"
"ใช่ขอรับ มีคนเห็นตั้งมากมาย!"
หั่วคุนหลุน: "..."
"ท่านเจ้าสำนักไร้เทียมทาน!!!"
เขาอดไม่ได้ที่จะคำรามเสียงต่ำ
จากมุมมองของเขา นี่มันไร้เทียมทานไปแล้ว!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่การมอบ 'ของบำรุงชั้นยอด' เช่นนี้ให้อย่างลวกๆ อีกทั้งยังสามารถนำศพของยอดฝีมือระดับสูงสุดถึงสองคนมาย่างกินเป็นบาร์บีคิวได้ ความแข็งแกร่งระดับนี้ จะอ่อนด้อยไปได้อย่างไร?
เกรงว่าอย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุด! แถมยังเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ในระดับนั้นเสียด้วย
และในยามนี้ สำนักหลั่นเยวี่ยมีผู้อาวุโสสักการะที่มีความแข็งแกร่งปานนี้... เช่นนี้แล้วสำนักของพวกเราจะไม่มั่นคงดุจขุนเขาไปในพริบตาเลยหรือ?
"ทุกคนเงียบปาก!"
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็รีบสั่งการผู้อาวุโสในสายของตนทันที "เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความแข็งแกร่งของ 'ผู้อาวุโสสักการะเต่า' ท่านนี้!"
"ในเมื่อท่านเจ้าสำนักยังไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้ ย่อมหมายความว่าไม่อยากให้ผู้คนรับรู้กันถ้วนหน้า สิ่งนี้สามารถเก็บไว้เป็นไพ่ตายของสำนักหลั่นเยวี่ยเราได้!"
"ดังนั้น ต้องเก็บตัวให้เงียบเชียบที่สุด!"
จินเจิ้นและผู้อาวุโสคนอื่นๆ พากันพยักหน้า
ไม่มีข้อกังขา
ต้องเก็บตัวเงียบๆ ไว้~!
เพียงแต่ พวกเขาทุกคนล้วนตื่นเต้นยินดี สายตาเปล่งประกายเจิดจ้า
หลิวซินเยว่เองก็เริ่มตั้งสติได้ นางเกาหัวแกรกๆ "ศิษย์พี่ศิษย์น้อง และผู้อาวุโสทุกท่าน ปลาตัวนี้ใหญ่เกินไป ข้ากินคนเดียวไม่หมดหรอก สู้พวกเรามาย่างกินด้วยกัน จัดงานชุมนุมปิ้งย่างเลยดีหรือไม่?"
"เช่นนั้นก็ประเสริฐ!" หั่วคุนหลุนหัวเราะร่วน "วางใจเถอะ สายยอดเขาหั่วเต๋อของข้าจะไม่เอาเปรียบเจ้า อาวุธเต๋าที่เจ้าต้องการสั่งทำพิเศษ พวกเราจะรับผิดชอบจัดการให้เอง"
"ตั้งแต่การหาวัสดุ การหลอมสร้าง ไปจนถึงการซ่อมบำรุงในภายหลัง เจ้าคอยดูผลงานได้เลย"
"เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณผู้อาวุโสหั่วแล้ว~!"
จากนั้น
ทุกคนก็เริ่มลงมือย่างปลา!
ทว่ามันใหญ่โตเกินไป อีกทั้งความแข็งแกร่งของกายาก็สูงล้ำจนเกินไป
จนปัญญา หั่วคุนหลุนถึงกับต้องเรียกหั่วอวิ๋นเอ๋อร์มา แล้วเร่งพลังเพลิงกระดูกมังกรสวรรค์จนสุดกำลัง ถึงสามารถย่างให้สุกได้ในเวลาอันสั้น
หลังจากนั้น ทุกคนก็สวาปามกันอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อหลิวซินเยว่กินเนื้อจนพลังสมบูรณ์พร้อม ก็ทะลวงผ่านระดับพลังในปัจจุบันไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ยังมีศิษย์ที่มีตบะอ่อนด้อยอีกไม่น้อย พอกินเข้าไปไม่กี่คำก็รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว หน้าแดงใจเต้น ร้องโอดครวญโหยหวน ระดับพลังก็ทะลวงผ่านอย่างต่อเนื่อง...
ทว่า หลิวซินเยว่ก็ยังมีความใส่ใจ นางส่งคนให้นำเนื้อส่วนท้องปลาอันแสนโอชะไปมอบให้แก่หลินฝานส่วนหนึ่งด้วย
"ตระกูลหลิว จุ๊ๆ แม่หนูคนนี้รู้จักเข้าสังคมเก่งกว่าหลิวสวินเสียอีก บางทีหลังจากยุคของหลิวสวินแล้ว คงเป็นแม่หนูคนนี้แหละที่จะได้เป็นผู้นำตระกูลหลิว?" หลินฝานแย้มยิ้ม
เขากินเนื้อท้องปลาไปพลาง กวาดสัมผัสเทวะออกไปพลาง ก็พบว่าไหลอู๋ที่เดินทอดน่องราวกับผู้เฒ่าเต่า ได้มาถึงสายผู้บำเพ็ญกระบี่แล้ว
เฉินอันยังไม่กลับมา ทว่าเติ้งไท่อาและหลี่ฉุนกังยังคงอยู่
อีกทั้งยังคอยสั่งสอนศิษย์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เคล็ดวิชากระบี่อันแยบคายและความเข้าใจในวิถีกระบี่ถูกถ่ายทอดออกมาไม่ขาดสาย
พอมันเข้าใกล้ ทั้งสองก็สัมผัสได้ และหันไปมองมันในทันที
ตูม!
สายตาของสองคนกับหนึ่งเต่าปะทะกันกลางอากาศ เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นในพริบตา พร้อมกับเจตจำนงกระบี่อันไร้ที่สิ้นสุดที่ล่องลอยกระจายออกไป
"เอ๊ะ?"
เฒ่าเต่าประหลาดใจ "เจ้าหนูสองคนนี้ ฝีมือไม่เลวเลยทีเดียว"
ส่วนเติ้งไท่อากับหลี่ฉุนกัง เมื่อพบว่าบนคอของอีกฝ่ายแขวนป้ายคำสั่งผู้อาวุโสสักการะเอาไว้ ก็หมดอารมณ์ที่จะลงมือ ทำเพียงพยักหน้าเบาๆ เพื่อทักทาย
เฒ่าเต่าเดินผ่านสายผู้บำเพ็ญกระบี่ แล้วเดินเตาะแตะมาถึงสายควบคุมสัตว์อสูร
ในที่สุด มันก็ถูกดึงดูดด้วยสิ่งก่อสร้างประหลาดที่มีเสียงร้องโหยหวนดังออกมาตลอดเวลา จึงเดินเข้าไปใกล้แล้วชะโงกหน้ามองดู
พอมองเข้าไปปราดเดียว สีหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นสุดแสนจะพิลึกพิลั่นในทันที
มั่วซั่ว!
มั่วซั่วเกินไปแล้ว!
ต่อให้ไหลอู๋จะใช้ชีวิตมาไม่รู้ตั้งกี่หมื่นปีและยกย่องตนเองว่าหูตากว้างไกล ทว่าเรื่องพรรค์นี้... มันยังไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนเลยจริงๆ กระทั่งจะเคยเห็นก็ยังแทบไม่มี
ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรจะไม่มีระบบสืบพันธุ์หรอกนะ
แต่เป็นเพราะสายเลือดของมันนั้นหายากยิ่ง มันคือสายเลือดที่หลงเหลือของเต่าเสวียนอู่บรรพกาล เป็นสายเลือดที่สูงส่งปานใดกันเล่า?
พวกสัตว์หน้าตาอัปลักษณ์ไม่ได้ความเหล่านั้น มันย่อมไม่เห็นอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
เผ่าพันธุ์อื่นงั้นหรือ?
รสนิยมความงามมันต่างกัน ไม่ชอบโว้ย!
ดังนั้นตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา ไหลอู๋จึงยังคง... อะแฮ่ม ภาษาชาวบ้านเรียกว่า หนุ่มบริสุทธิ์
ผลก็คือพอมองเข้าไปปราดนี้ กลับได้เห็นโรงผสมพันธุ์เฉพาะกิจเข้าให้ นี่มันเปิดหูเปิดตาเสียจริงๆ
โดยเฉพาะพวกกิ้งก่ามีปีกเหล่านั้น มันช่างผสมพันธุ์กันอย่างบ้าคลั่ง!
กิ้งก่ากับกิ้งก่า กับหมู วัว พยัคฆ์ร้าย สัตว์อสูรและสัตว์วิญญาณสารพัดชนิด กระทั่งมารดามันเถอะ ยังไปผสมพันธุ์กับไก่แปดล้ำค่า... ไม่ใช่สิ พวกเอ็งทำได้ยังไงฟะ?!
"บัดซบเอ๊ย!"
ไหลอู๋บรรลุสัจธรรมโดยไร้อาจารย์ชี้แนะ ถึงกับอุทานคำว่าบัดซบออกมาตรงๆ
"บัดซบเอ๊ย~! เจ้ากิ้งก่ายักษ์พวกนี้ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจกันบ้างเลย บัดซบ~!"
"..."
"สนใจงั้นหรือ?"
ในตอนนั้นเอง ร่างสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านหลังไหลอู๋อย่างแผ่วเบา
ไหลอู๋เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง "เจ้าคือ?"
"ผู้ดูแลสวนสัตว์วิญญาณ ที่ปรึกษาสายควบคุมสัตว์อสูร ศิษย์สืบทอดสายตรงของท่านเจ้าสำนัก จูโร่วหรง ไม่ทราบว่าท่านคือ?"
"!?"
ท่าทีของไหลอู๋พลันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงไม่น้อยในทันที
ศิษย์สืบทอดสายตรงของเจ้านายเชียวนะ!
จะปล่อยให้เขาไปพูดจาให้ร้ายตนต่อหน้าเจ้านายไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นเกรงว่าตนคงต้องเจอดีเป็นแน่
มันกลอกตาไปมา แล้วชี้ไปที่ป้ายที่แขวนอยู่บนคอของตน "เห็นหรือไม่? ผู้อาวุโสสักการะคนใหม่ ลูกน้องของซือจุนเจ้า สรุปก็คือ คนกันเองทั้งนั้น"
"โอ้~~~ ที่แท้ก็คนกันเองนี่เอง!"
จูโร่วหรงพยักหน้ารัวๆ ราวกับตำกระเทียม "ถ้าพูดเช่นนี้ ก็ยิ่งต้องแบ่งปันกันแล้ว!"
"พี่ชาย!"
เขาคว้าหมับเข้าที่คอของเฒ่าเต่า ฝ่ายหลังถึงกับสะดุ้งโหยง คอยืดตึงยาวเหยียดในชั่วพริบตา
"พี่ชาย?" จูโร่วหรงสะดุ้งตกใจ
"อะแฮ่ม คือว่า ข้าไม่ค่อยชินกับการถูกกอดคอสักเท่าไร" เฒ่าเต่ารีบกลับคืนสู่สภาพปกติ มันอยากจะอาละวาด แต่ก็ไม่กล้า ทำได้เพียงถอนหายใจอย่างแผ่วเบา "ค่อยๆ ชินไปก็แล้วกัน"
"เช่นนั้นท่านก็ต้องรีบชินให้ไวเลยล่ะ"
นัยน์ตาของจูโร่วหรงกลอกกลิ้งไปมา
เขาไม่รู้ว่าเฒ่าเต่าตัวนี้มีฐานะอะไร แต่ที่แน่ๆ คือมันไม่ได้แอบแฝงตัวเข้ามาเองอย่างแน่นอน ในเมื่อมันไม่ได้แอบแฝงเข้ามาเอง ก็ย่อมต้องได้รับความเห็นชอบจากซือจุนแล้ว
และการที่สามารถครอบครองป้ายคำสั่งผู้อาวุโสสักการะได้ ก็ย่อมหมายความว่าความแข็งแกร่งของมันอย่างน้อยต้องอยู่ระดับที่ 9 ดีไม่ดีอาจเป็นระดับที่ 9 ขั้นกลางหรือขั้นปลายด้วยซ้ำ!
เป้าหมายการวิจัยระดับนี้ จนถึงปัจจุบันเขายังไม่เคยมีเลยสักตัว!
อีกทั้งสัตว์อสูรกับมนุษย์นั้นแตกต่างกัน มนุษย์ดูที่พรสวรรค์ แต่สัตว์อสูรส่วนใหญ่มักจะดูที่สายเลือด เฒ่าเต่าตัวหนึ่งสามารถทะลวงผ่านจนถึงระดับที่ 9 และกลายเป็นยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ได้ สายเลือดนี้... จะไม่แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวได้หรือ?!
หากสามารถนำมาผสมข้ามสายพันธุ์ได้สักหน่อย บางทีอาจจะสร้างสายพันธุ์ใหม่ๆ ออกมาได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบเอ่ยด้วยรอยยิ้มเบิกบานทันที "พี่ชาย ข้าเห็นท่านดูสนใจไม่น้อย อยากจะลองสักหน่อยหรือไม่?"
"ที่นี่ของข้ามีทุกสายพันธุ์ ขอเพียงท่านชอบ รับรองว่าพวกมันต้องยินยอมพร้อมใจแน่นอน"
"เห็นกิ้งก่ายักษ์พวกนั้นหรือไม่? พวกมัน..."
"มะ ไม่สนใจว้อย!"
"เจ้าไปหาคนอื่น ไม่สิ สัตว์ตัวอื่นเถอะ!"
เมื่อเฒ่าเต่าได้ฟังดังนั้น ก็รีบเผ่นหนีหัวซุกหัวซุนทันที
อันที่จริง มันเองก็มีความรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ยังไม่เจอตัวที่ถูกใจนี่นา!
ยิ่งไปกว่านั้น เป็นหนุ่มบริสุทธิ์มาตั้งหลายปีปานนี้... จะยอมมอบให้ใครง่ายๆ ได้อย่างไร?
ถุย!
ศิษย์ของเจ้านายคนนี้ มารดามันเถอะ ชั่วร้ายเกินไปแล้ว!