- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอสโลว์ไลฟ์ในรายการเอาชีวิตรอด
- บทที่ 27 อีกหนึ่งประโยชน์ใช้สอย
บทที่ 27 อีกหนึ่งประโยชน์ใช้สอย
บทที่ 27 อีกหนึ่งประโยชน์ใช้สอย
"ปังๆๆ!"
ฉู่เฟิงตีต้นไม้รอบๆ อย่างแรงเพื่อสร้างเสียงดังข่มขวัญสัตว์ป่าที่อาจซุ่มซ่อนอยู่ จากนั้นก็ชำเลืองมองไปทางกรงไม้
เขามองดูท้องฟ้า ย่อตัวลงถือมีดพร้า "ท้องฟ้าจะมืดแล้ว จัดการงูก่อนดีกว่า"
ฉู่เฟิงหาเถาวัลย์เส้นเล็กๆ มาผูกงูไว้กับกิ่งไม้ แล้วเริ่มถลกหนังจากบริเวณหัว เขาถลกหนังงูและควักเครื่องในออกอย่างง่ายดายตามความรู้ที่มีอยู่ในหัว
งูที่ถลกหนังแล้วดูผอมลงไปถนัดตา งูยาวครึ่งเมตรตัวนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก แถมกระดูกงูก็เยอะกว่าเนื้อ ทำให้เหลือเนื้อที่กินได้ไม่มากนัก
"เนื้อไม่ค่อยเยอะเลยแฮะ ดูท่าวันนี้คงต้องกินผักป่าเยอะหน่อยแล้วล่ะ" ฉู่เฟิงหั่นเนื้องูเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ
ผักป่าเป็นสิ่งที่หาได้ค่อนข้างง่ายในป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเกาะที่มีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ แต่ข้อแม้ก็คือต้องรู้จักวิธีแยกแยะผักป่า ไม่อย่างนั้นมองอะไรก็คงเห็นเป็นแค่หญ้าป่าไปหมด
"พรุ่งนี้ต้องเดินสำรวจรอบๆ ดูสักหน่อยแล้ว ว่ามีอะไรอร่อยๆ บ้าง" ฉู่เฟิงมองไปที่กรงไม้พลางพูดติดตลกกับตัวเอง "ไม่อย่างนั้นคงขุนอวิ๋นซินให้อ้วนไม่ได้แน่"
"ฉู่เฟิง ฉันเสร็จแล้วล่ะ"
เสียงของอวิ๋นซินดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"มาแล้ว" ฉู่เฟิงลุกขึ้นเดินไปที่กรงไม้ ใช้สองมือออกแรงยกกรงไม้ขึ้น ก็เห็นใบหน้าสวยงามของอวิ๋นซินที่ผุดผ่องราวกับดอกบัวพ้นน้ำ พร้อมกับเส้นผมที่เปียกชุ่ม ลำคอขาวเนียน และไหปลาร้าที่เย้ายวนใจ
"ตาคุณแล้ว" อวิ๋นซินหน้าแดงระเรื่อ เธอขยับคอเสื้ออย่างเก้อเขินเล็กน้อย
"หนาวไหม?" ฉู่เฟิงถามด้วยความห่วงใย
"นิดหน่อยค่ะ" อวิ๋นซินเขินอายจนไม่กล้ามองหน้าฉู่เฟิง เสียงของเธอเบาราวกับเสียงยุง "กางเกงในไม่ต้องใส่นะคะ เดี๋ยวฉันจะซักให้ คืนนี้ค่อยเอาไปผิงไฟให้แห้งแล้วค่อยใส่"
"..." ฉู่เฟิงพยักหน้าเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรมาก เพื่อไม่ให้หญิงสาวต้องเขินอายไปมากกว่านี้
"ผ้าเช็ดตัวค่ะ" อวิ๋นซินยื่นผ้าเช็ดตัวที่เปียกชื้นให้ ก่อนจะก้มหน้าวิ่งหนีไป
'ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกันเหรอ?' ฉู่เฟิงถือผ้าเช็ดตัวพลางเงยหน้ามองหญิงสาวในชุดแจ็กเก็ตกันลมตัวโคร่งที่กำลังนั่งยองๆ ซักชุดชั้นในอยู่???
"อะแฮ่ม..." เขาสลัดศีรษะ ขับไล่ภาพวาบหวามออกไปจากหัว แล้วรีบมุดเข้าไปในกรงไม้ทันที
ภายในกรงไม้มืดสนิท ทุกอย่างต้องอาศัยความรู้สึก ฉู่เฟิงมีแค่กางเกงกันลมและกางเกงในตัวเดียว ถอดออกแล้วก็เริ่มถูไถทำความสะอาด น้ำในป่าเย็นนิดหน่อยจริงๆ
"ฟู่..."
ฉู่เฟิงสวมกางเกงกันลมเสร็จ ข้างในไม่ได้ใส่อะไรเลย รู้สึกเย็นหวิวๆ เหมือนกำลังตากแอร์
เขายัดกางเกงในใส่กระเป๋ากางเกง แล้วพึมพำเบาๆ "ก็คงซักได้แค่ช่วงนี้แหละ พออากาศเย็นลงก็คงซักไม่ได้แล้ว"
"เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนจะเข้าฤดูหนาว ต้องวางแผนให้ดีซะแล้ว"
ฉู่เฟิงย่อตัวลงดึงกรงไม้ขึ้นแล้วเดินออกมา เห็นหญิงสาวกำลังล้างผักป่าอยู่ จึงก้าวเท้าเดินเข้าไปหา
"เสร็จแล้วก็ส่งมาให้ฉันเถอะค่ะ จะได้ซักทีเดียวเลย" อวิ๋นซินแก้มแดงระเรื่อ ทำทีเป็นไม่ใส่ใจแล้วยื่นมือออกไป
"อืม" ฉู่เฟิงล้วงกางเกงในออกจากกระเป๋าแล้วยื่นส่งให้ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาสองจังหวะอย่างไม่รักดี
เรื่องที่เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกอะไร แต่วันนี้บรรยากาศกลับดูคลุมเครือชอบกล
"แปะๆ..."
อวิ๋นซินก้มหน้า ใช้ท่อนไม้ตีไปที่กางเกงในพลางใช้มือขยี้เป็นระยะ หลังจากซักน้ำเปล่าไปสองสามน้ำ เธอก็เอาไปวางรวมกับชุดชั้นในของตัวเอง
"จิ๊!" ฉู่เฟิงเดาะลิ้นเบาๆ หลังจากเห็นท่อนไม้นั่นแล้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ไม่กี่นาทีต่อมา
"เสร็จแล้วค่ะ กลับกันได้แล้ว" อวิ๋นซินมือหนึ่งถือหม้อเหล็ก อีกมือหนึ่งประคองเสื้อผ้าไว้ ดูราวกับภรรยาตัวน้อยผู้เพียบพร้อม
"อืม กลับบ้านกัน" ฉู่เฟิงอมยิ้มมุมปาก หันหลังแบกกรงไม้เตรียมตัวกลับค่ายพักพิง
"ฉู่เฟิงคะ วางกรงไม้ไว้ตรงนี้เถอะค่ะ ยกไปยกมามันลำบากเกินไป" อวิ๋นซินรีบเอ่ยทักท้วง
"ไม่ได้หรอก กรงไม้นี่ยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งนะ" ฉู่เฟิงส่ายหน้าด้วยท่าทีแปลกๆ
"เอ๋? นี่ไม่ได้มีไว้ใช้อาบน้ำโดยเฉพาะหรอกเหรอคะ?" อวิ๋นซินถามอย่างประหลาดใจ
"แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว เอากรงไม้กลับไปดัดแปลงสักหน่อยก็ใช้เป็นห้องน้ำได้แล้ว" ฉู่เฟิงยิ้มเจ้าเล่ห์พลางพูดเบาๆ "คุณจะได้ไม่ต้องไปทำธุระส่วนตัวในพุ่มไม้อีกไง"
เขาสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่อวิ๋นซินไปทำธุระในพุ่มไม้ ท่าทางของเธอดูหวาดผวาอยู่ไม่น้อย เพราะงั้นกรงไม้นี้จึงเตรียมไว้เพื่อหญิงสาวโดยเฉพาะ
"รีบไปเถอะค่ะ ท้องฟ้าจะมืดแล้ว" อวิ๋นซินหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอาย ไม่ยอมต่อบทสนทนากับฉู่เฟิง
"ตกลง" ฉู่เฟิงมองแผ่นหลังของหญิงสาว แล้วรีบก้าวเท้ายาวๆ ตามไป
โดรนถ่ายภาพทางอากาศบันทึกภาพแผ่นหลังของทั้งสองคนเอาไว้ เงาสองร่างท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง ช่างดูอบอุ่นและกลมกลืนกันเป็นอย่างยิ่ง ดูราวกับฉากที่ปรากฏอยู่ในอนิเมะไม่มีผิด
"ฉู่เฟิงคะ คุณว่าผู้ท้าชิงคนอื่นๆ จะเป็นยังไงกันบ้างคะ? จะลำบากเหมือนพวกเราไหม?" อวิ๋นซินถามขึ้นขณะเดินอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ตกดิน
"ก็น่าจะนะ" ฉู่เฟิงตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
"ตอนอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ คนพวกนั้นต่างก็มีประสบการณ์เอาชีวิตรอดในป่ากันอย่างโชกโชน ฉันว่าพวกเขาต้องเป็นอยู่ดีกว่าพวกเราแน่ๆ เลยค่ะ" อวิ๋นซินคาดเดาด้วยน้ำเสียงสดใส
"นั่นสิ พวกเขาคงได้กินเนื้อกันแล้วล่ะมั้ง" ฉู่เฟิงพูดตามน้ำหญิงสาวไป
เขาก็คิดเหมือนกันว่ากลุ่มอื่นๆ น่าจะมีความเป็นอยู่ที่ดีทีเดียว ก็แหงล่ะ มีทั้งนายพราน อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ แล้วก็คนที่มีประสบการณ์เอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดารมาหลายปีเลยนี่นา
แต่ในความเป็นจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ฉู่เฟิงก็ไม่รู้ ทุกอย่างมีเพียงผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดเท่านั้นที่รู้
"งั้นพวกเราก็ต้องพยายามสู้ๆ แล้วนะคะ อย่างน้อยก็ต้องอยู่ให้รอดถึงหนึ่งเดือนให้ได้" อวิ๋นซินให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม
"ได้สิ ต้องอยู่รอดเกินหนึ่งเดือนแน่นอน" ฉู่เฟิงเอ่ยอย่างมั่นใจ
เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่หนึ่งเดือน แต่เป็นรางวัลใหญ่ของอันดับหนึ่งต่างหาก เขาอยากได้ที่ดินผืนนั้นจะแย่อยู่แล้ว