- หน้าแรก
- ราชันฮาเร็มแห่งมัลติเวิร์ส
- บทที่ 2 - เนี่ยซิงเฉิน
บทที่ 2 - เนี่ยซิงเฉิน
บทที่ 2 - เนี่ยซิงเฉิน
บทที่ 2 - เนี่ยซิงเฉิน
หนึ่งปีต่อมา!
"ในที่สุดก็ตั้งบริษัทของตัวเองได้สักที"
เจียงเฉินยืนอยู่หน้าหน้าต่าง มองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องนอกพลางรำพึงกับตัวเอง
ที่นี่คือพื้นที่สำนักงานขนาดหลายร้อยตารางเมตรซึ่งตั้งอยู่บนชั้นยี่สิบแปดของอาคารว่านโหลว ในเขตเจเอ
และยังเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานของบริษัทการลงทุนซิงเฉินอีกด้วย
บริษัทการลงทุนซิงเฉินนี้ เจียงเฉินเป็นคนก่อตั้งขึ้นมาเอง
นับตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อนที่เขารูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน เจียงเฉินก็เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจการลงทุนในตลาดหุ้น
เงินทุนจำนวนหนึ่งล้านหกแสนหยวนนั้นไม่ใช่เงินน้อยๆ ต่อให้เขาจะได้รับความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทางการเงินมาแล้ว แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะโลดแล่นในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรคตั้งแต่เริ่มแรก
ในช่วงแรกๆ เงินหนึ่งล้านหกแสนหยวนนั้นขาดทุนไปถึงหนึ่งในห้า โชคดีที่หลังจากเขาสามารถย่อยความรู้เกี่ยวกับการลงทุนทางการเงินได้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว ทุกอย่างก็เริ่มพัฒนาขึ้นอย่างมั่นคง
ตลาดหุ้นทำเงินได้มหาศาลก็จริง แต่คนที่หาเงินจากมันได้กลับมีเพียงหยิบมือเดียว
สำหรับคนที่มีเงินทุนน้อยนิดอย่างเจียงเฉิน การจะหาเงินเล็กๆ น้อยๆ นั้นพอทำได้ แต่หากคิดจะจับเงินก้อนโต เว้นเสียแต่ว่าจะมีโอกาสฟ้าประทานตกลงมาตรงหน้า มิฉะนั้นแล้วก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
แต่เจียงเฉินก็ไม่ได้ร้อนใจแต่อย่างใด
เขาใช้เวลาเดือนแรกในการทำกำไรให้เงินทุนหนึ่งล้านหกแสนหยวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากนั้นก็นำเงินไปใช้หนี้บัตรเครดิตทั้งหมด และยกเลิกบัตรเครดิตเหล่านั้นทิ้งไป
หนึ่งปีให้หลัง ทรัพย์สินของเจียงเฉินก็พุ่งทะยานแตะระดับสามร้อยล้านหยวน
เมื่อมีเงินทุนสามร้อยล้านอยู่ในมือ เจียงเฉินก็จัดการก่อตั้งบริษัทการลงทุนซิงเฉินขึ้นมา และเช่าพื้นที่แห่งนี้เอาไว้
แน่นอนว่า สาเหตุที่เขาก่อตั้งบริษัทการลงทุนซิงเฉินขึ้น ก็เพื่อที่จะพุ่งเป้าไปที่การลงทุนในตลาดหุ้น หลักทรัพย์ และการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เป็นหลัก
ทว่าในเวลานี้ บริษัทยังเพิ่งก่อตั้งหมาดๆ เขาจึงยังเป็นแค่แม่ทัพที่ไร้กองทหารอยู่
"ขั้นตอนต่อไปก็คือการรับสมัครพนักงาน"
เจียงเฉินได้ติดต่อบริษัทจัดหางานเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่บริษัทจะก่อตั้งเป็นรูปเป็นร่างเสียอีก
ตอนนี้เขาจะสามารถหาคนที่ต้องการได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพวกบริษัทจัดหางานแล้วล่ะ!
ช่วงบ่าย เจียงเฉินเดินทางมายังร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
"ประธานเจียง คุณมาแล้ว"
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงริมหน้าต่าง เมื่อเห็นเจียงเฉินเดินเข้ามา ก็รีบลุกขึ้นทักทายทันที
"สวัสดีครับ ประธานจ้าว"
เจียงเฉินและชายวัยกลางคนจับมือทักทายกัน
ชายวัยกลางคนผู้นี้มีชื่อว่า จ้าวอู้ เป็นผู้จัดการของบริษัทจัดหางานแห่งหนึ่ง
"ประธานจ้าว ไม่ทราบว่าคนที่ผมต้องการ คุณหาได้หรือยังครับ" เจียงเฉินเปิดประเด็นถามตรงๆ
"ประธานเจียง นี่คือข้อมูลประวัติสองสามชุดที่ผมหามาให้ตามความต้องการของคุณครับ ลองดูสิครับ" จ้าวอู้หยิบแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งยื่นให้กับเจียงเฉิน
เจียงเฉินรับมาเปิดอ่าน
เมื่อเขาได้เห็นเรซูเม่แผ่นหนึ่งในนั้น ภายในใจของเจียงเฉินก็ถึงกับสะดุ้ง
เนี่ยซิงเฉิน?
จากประวัติการทำงานในเรซูเม่ใบนี้ ดูเหมือนว่าเนี่ยซิงเฉินคนนี้ จะเป็นนางเอกในซีรีส์เรื่อง "บอสฉันไงจะใครล่ะ" ซะด้วย
เขายังพอจำได้ว่าเคยดูซีรีส์เรื่องนี้มาก่อน
เนี่ยซิงเฉินคนนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นพนักงานออฟฟิศระดับหัวกะทิที่สมบูรณ์แบบในเมืองหลวง ทั้งสวย เก่ง และยังเป็นตัวของตัวเอง เธอเป็นเลขาของ จ้าวหย่วนฟาง เจ้าของบริษัทหย่วนต๋า ต่อมาบริษัทหย่วนต๋าถูกกลุ่มบริษัทป๋อเจวี๋ยของ เหยียนจิ่งจื้อ เข้าซื้อกิจการ เธอจึงได้เข้าไปทำงานในกลุ่มบริษัทป๋อเจวี๋ย
หากตัดเรื่องความบาดหมางระหว่างเนี่ยซิงเฉินกับเหยียนจิ่งจื้อออกไป ความสามารถในการทำงานของเนี่ยซิงเฉินนั้นถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเฉินจึงพูดกับจ้าวอู้ว่า "ประธานจ้าวครับ ผมอยากจะลองสัมภาษณ์คุณเนี่ยซิงเฉินคนนี้ดูสักหน่อย"
เจียงเฉินนึกไปถึงระบบลงชื่อเข้าใช้ของตัวเอง
ระบบลงชื่อเข้าใช้ของเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นระบบลงชื่อเข้าใช้กับนางเอกโดยเฉพาะ
เพียงแต่ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ เขาไม่เคยได้เจอนางเอกคนไหนเลยสักคน
"ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ ประธานเจียงอยากจะพบเธอเมื่อไหร่ดีครับ?" จ้าวอู้ถาม
"ยิ่งเร็วยิ่งดีครับ" เจียงเฉินตอบ
จากข้อมูลที่ได้มา ตอนนี้เหยียนจิ่งจื้อเพิ่งจะเข้าซื้อกิจการบริษัทของจ้าวหย่วนฟาง ดังนั้นในเวลานี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยซิงเฉินกับเหยียนจิ่งจื้อจึงยังไม่ค่อยดีนัก และนี่ก็คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่เขาจะสามารถดึงตัวเนี่ยซิงเฉินมาร่วมงานได้
สิ่งที่เขาต้องการอยู่ข้างกายในตอนนี้ ก็คือเลขาที่ฉลาดและเก่งกาจสักคน
วันต่อมา ภายในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เจียงเฉินก็ได้พบกับเนี่ยซิงเฉิน เขาแอบท่องอยู่ในใจเงียบๆ ว่า "ระบบ ลงชื่อเข้าใช้!"
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับทักษะ: จดจำไม่ลืมเลือน】
เสียงเครื่องจักรที่เย็นชาของระบบดังขึ้น พร้อมกันนั้น เจียงเฉินก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสมองของเขารู้สึกปลอดโปร่งและแจ่มใสขึ้นมาในทันที
"จดจำไม่ลืมเลือน ไม่นึกเลยว่าจะได้ทักษะนี้มา ทักษะนี้ดีกว่าความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนทางการเงินก่อนหน้านี้ซะอีก"
เจียงเฉินรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาเงยหน้าขึ้นมองเนี่ยซิงเฉินพลางกล่าวว่า "สวัสดีครับคุณเนี่ย ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อเจียงเฉิน เป็นเจ้าของบริษัทการลงทุนซิงเฉินครับ"
"คุณก็คือประธานเจียงเหรอคะ?" เนี่ยซิงเฉินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เนื่องจากบริษัทที่เธอทำงานอยู่ถูกกลุ่มบริษัทป๋อเจวี๋ยเข้าซื้อกิจการ ประกอบกับเธอและเหยียนจิ่งจื้อก็เข้ากันไม่ได้ เธอจึงลองส่งเรซูเม่ทิ้งไว้ในอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่นึกเลยว่าจะไปสะดุดตาบริษัทจัดหางานเข้า
ตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทจัดหางานในวันนี้ ทีแรกเธอไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่พอคิดถึงสิ่งที่ต้องเผชิญในกลุ่มบริษัทป๋อเจวี๋ย เธอก็ตัดสินใจมาในที่สุด
"ใช่ครับ"
เจียงเฉินเอ่ยถาม "คุณเนี่ยอยากจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?"
"ลาเต้ก็แล้วกันค่ะ" เนี่ยซิงเฉินตอบ
"ขอลาเต้สองแก้วครับ" เจียงเฉินหันไปสั่งพนักงาน
"รับทราบค่ะ" พนักงานรับคำแล้วเดินจากไป
"คุณเนี่ยครับ ผมคิดว่าก่อนหน้านี้บริษัทจัดหางานคงจะแจ้งรายละเอียดให้คุณทราบแล้วใช่ไหมครับ?" เจียงเฉินมองหน้าเนี่ยซิงเฉินแล้วพูดต่อ "บริษัทการลงทุนซิงเฉินเป็นเพียงแค่บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุน และยังเพิ่งจะก่อตั้งขึ้นมาใหม่ มีเงินทุนเพียงแค่สองร้อยล้านเท่านั้น แต่ผมมองเห็นอนาคตที่สดใสของบริษัทการลงทุนซิงเฉินนะครับ ผมได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้คุณเนี่ยอยากจะทำงานตำแหน่งเลขา ไม่ทราบว่าคุณเนี่ยจะให้เกียรติมาร่วมงานกับบริษัทของผมได้ไหมครับ?"
"ประธานเจียงคะ ตอนนี้ฉันทำงานอยู่ที่กลุ่มบริษัทป๋อเจวี๋ยค่ะ" เนี่ยซิงเฉินกล่าว
"เรื่องนั้นผมทราบดีครับ" เจียงเฉินหยิบสัญญาฉบับหนึ่งออกมา "สิ่งที่ผมมองเห็นคือความสามารถในตัวคุณ นี่คือสัญญา ลองอ่านดูก่อนสิครับ"
เนี่ยซิงเฉินอึ้งไปเล็กน้อย
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเจียงเฉินจะตรงไปตรงมาขนาดนี้
แต่เธอก็ยังคงหยิบสัญญาขึ้นมาอ่านดู
ครู่ต่อมา เนี่ยซิงเฉินก็มองเจียงเฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
"เงินเดือนปีละหนึ่งล้านหยวน? แถมยังช่วยจัดการเรื่องที่พักให้ภายในสามปีด้วยเหรอคะ?" เนี่ยซิงเฉินถามย้ำ
"ใช่ครับ นั่นคือสิ่งที่ผมเสนอ" เจียงเฉินพยักหน้า "แต่คนที่ผมต้องการคือคนที่มีความสามารถในการทำงาน หากความสามารถของคุณไม่ผ่านเกณฑ์ ผมก็มีสิทธิ์ที่จะไล่คุณออกได้ทุกเมื่อ"
เจียงเฉินไม่ได้มีความทรงจำเกี่ยวกับเนี่ยซิงเฉินมากนัก แต่เขาจำได้ว่าเนี่ยซิงเฉินและเหยียนจิ่งจื้อแห่งกลุ่มบริษัทป๋อเจวี๋ยเคยเป็นแฟนกันมาก่อน และต้องเลิกรากันไปเพราะเหตุผลบางอย่าง ก่อนที่เนื้อเรื่องจะดำเนินไป เนี่ยซิงเฉินไม่ต้องการที่จะเข้าไปข้องแวะกับเหยียนจิ่งจื้อมากนัก
ดังนั้น สำหรับเขาแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่ง
"เรื่องนี้มัน..."
"คุณเนี่ยครับ สำหรับผมแล้ว เวลาคือเงินคือทอง ผมจึงมีเวลาให้คุณตัดสินใจไม่มากนัก ตอนนี้คุณมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หากตกลง คุณก็เซ็นชื่อลงในสัญญานี้ แล้วเริ่มงานได้พรุ่งนี้เลย" เจียงเฉินกล่าวตัดบท
"ครึ่งชั่วโมง"
เนี่ยซิงเฉินนิ่งอึ้ง ภายในใจรู้สึกลังเลสับสนเป็นอย่างมาก
เจียงเฉินไม่ได้สนใจเนี่ยซิงเฉินอีก เขาหันไปเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขึ้นมา
ตั้งแต่ตอนที่มีเงินเก็บแตะหลักสิบล้าน เจียงเฉินก็ทำการเปิดพอร์ตหุ้นฮ่องกง หุ้นอเมริกา รวมถึงฟอเร็กซ์ ทองคำ และตลาดฟิวเจอร์สเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น ตอนนี้เขาจึงไม่ได้เทรดแค่ช่วงกลางวัน แต่ช่วงกลางคืนก็ต้องเทรดด้วย โดยเฉพาะตลาดฟิวเจอร์สบางตัวที่เปิดให้ซื้อขายตลอดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่มีหยุดพัก
ในขณะที่เนี่ยซิงเฉินกำลังใช้ความคิด เจียงเฉินก็เริ่มจับตาดูความเคลื่อนไหวของตลาดฟิวเจอร์สต่างประเทศแล้ว
ในเวลานี้ บริษัทการลงทุนซิงเฉินมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่สองร้อยล้าน และยังมีเงินอีกหนึ่งร้อยล้านในบัญชีส่วนตัวของเจียงเฉิน ซึ่งเงินก้อนนี้เจียงเฉินเตรียมเอาไว้สำหรับการลงทุนส่วนตัว
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เสียงของเนี่ยซิงเฉินก็ดังขึ้น "ประธานเจียงคะ ฉันตัดสินใจได้แล้วค่ะ!"
(จบแล้ว)