เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ฟรี บทที่ 635 ถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลง เมืองเซิ่งหวน การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล

ฟรี บทที่ 635 ถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลง เมืองเซิ่งหวน การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล

ฟรี บทที่ 635 ถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลง เมืองเซิ่งหวน การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล


บทที่ 635 ถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลง เมืองเซิ่งหวน การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มิติถ้ำสวรรค์ที่เพิ่งจะบุกเบิกขึ้นมาซึ่งเดิมทีค่อนข้างหยาบกระด้าง ได้บังเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครา แสงสวรรค์สีครามลึกลับคล้ายกับจะปรับลดระดับความสว่างของสีสันทั่วทั้งโลกให้มืดสลัวลงไปไม่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทะเลโลหิตที่กว้างขวางตระการตาถึงหนึ่งพันกิโลเมตรเข้าเติมเต็มจนทั่วทั้งโลก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ณ ใจกลางคือผืนแผ่นดินขนาดหนึ่งร้อยกิโลเมตร

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพียงแต่ผืนแผ่นดินแห่งนี้ถูกก่อร่างสร้างขึ้นจากโครงกระดูก เศษซากระยางค์ เลือดเนื้อ และดินหยินนับไม่ถ้วน มันคอยให้กำเนิดพลังอาฆาตอย่างไร้ขอบเขต เงาร่างอสุรกายที่มีรูปลักษณ์ประหนึ่งผีร้ายจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้ง ดูราวกับกำลังช่วยกันค้ำจุนพระราชบัลลังก์เอาไว้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สิ่งเหล่านี้ล้วนแปรสภาพมาจากเจตจำนง ของวิเศษ และเมล็ดพันธุ์ปราณทั้งห้า หลังจากผ่านการหล่อเลี้ยงจากต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินผืนนี้ จึงแปรเปลี่ยนเป็นความจริง ทว่ามันก็เป็นเพียงภาพลวงตาอันว่างเปล่า หาใช่ดวงวิญญาณอาฆาตที่แท้จริงไม่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เรื่องนี้จำเป็นต้องให้หวังอี้ค่อยๆ เติมเต็มมันในภายหลัง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตตบะอันเป็นหนึ่งเดียวระหว่างความจริงและภาพลวงตา ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นวิธีการที่ดีเยี่ยมที่สุดในการหลอมรวมสี่เจตจำนงเข้าด้วยกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀บนฟากฟ้ามีกงล้อจันทร์น้ำค้างแข็งแขวนประดับอยู่นิรันดร์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ส่งผลให้อุณหภูมิภายในโลกแห่งนี้ต่ำชั้นจนถึงขีดสุด ผลลัพธ์ของการแปรสภาพของดวงจันทร์คอยหล่อเลี้ยงหยินทำให้ทั่วทั้งฟ้าดินกลายเป็นผืนสีเทาหม่นหมอง เมื่อผสมผสานเข้ากับสวรรค์สีครามลึกลับ ก็ยิ่งขับเน้นความมืดสลัวให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลุมหยินทั้งห้าแห่งที่เคยสำแดงรูปลักษณ์ในย่านศพเบญจธาตุ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก็ปรากฏรูปลักษณ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งบนผืนแผ่นดินซากศพขนาดหนึ่งร้อยกิโลเมตรแห่งนี้เช่นเดียวกัน ตรงใจกลางมีกิ่งก้านต้นเจี้ยนมู่ที่เต็มไปด้วยอักขระมารสีดำเลื้อยพันอยู่ทั่ว ส่วนกระเพาะอสูรคุนกุยซวีหลังจากถูกหลอมกลั่นจนสมบูรณ์แบบแล้ว ก็แปรสภาพเป็นม่านป้องกันชั้นหนึ่งที่มองไม่เห็น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แนบสนิทอยู่บนชั้นนอกสุดของโลกมิติถ้ำสวรรค์แห่งนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากหวังอี้ตั้งใจป่าวประกาศสำแดงมันออกมา ก็จะพบว่ามันถูกอักขระมารเลื้อยพันจนเต็มเช่นเดียวกัน ปราณวิญญาณอันหนาแน่นเอ่อล้นระหว่างฟ้าดินได้แปรเปลี่ยนเป็นปราณมารอย่างสมบูรณ์แบบ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยามอยู่เหนือทะเลโลหิตมันคือปราณมารโลหิต ยามอยู่บนแผ่นดินมันคือปราณมารศพ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยามอยู่บนฟากฟ้ามันคือปราณมารจันทราและปราณมารเหมันต์ พลิกผันหลากรูปแบบยิ่งนัก!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คุณลักษณะเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่หวังอี้ประทานให้ การที่สามารถบรรลุถึงผลลัพธ์เช่นนี้ได้ ก็นับว่าต้องพึ่งพาความลึกล้ำพิสดารของ "กายามารแท้จริงแต่กำเนิด" รวมถึงวิชามารทั่วทั้งตัวของเขา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เส้นทางแห่งวิถีไม่มีคำว่านึกเสียใจภายหลังให้กล่าวถึง มันเริ่มนับตั้งแต่ยามที่เขาทะลวงผ่านระดับวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กิ่งก้านต้นเจี้ยนมู่รวมถึงชั้นกำแพงโลกที่แปรสภาพมาจากกระเพาะอสูรคุนกุยซวี เดิมทีก็มีความสามารถในการดูดซับพลังงานอันบ้าคลั่งภายในทะเลจักรวาลเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณอยู่แล้ว หลังจากผ่านการแปดเปื้อนจากวิถีมาร มันจึงข้ามขั้นตอนการแปรสภาพตรงกลางไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แล้วหลอมละลายแปรเปลี่ยนพลังงานอันบ้าคลั่งเหล่านี้ให้กลายเป็นปราณมารโดยตรง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ด้วยเหตุนี้จึงก่อเกิดเป็นทัศนียภาพของโลกมิติถ้ำสวรรค์แห่งนี้ขึ้นมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แน่นอนว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากจะเรียกขานมันว่ามิติถ้ำสวรรค์ต่อไปก็คงจะไม่เหมาะสมอีกแล้ว แต่มันคือถ้ำสวรรค์ส่วนบุคคลอันเป็นเอกลักษณ์ของหวังอี้... ถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลง!!!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เจตจำนงวิถีสังหารแข็งแกร่งที่สุด ส่งผลให้ทะเลโลหิตกว้างขวางไพศาลที่สุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กิ่งก้านต้นเจี้ยนมู่ต้นนั้น ตราบใดที่เขาคอยทุ่มเททรัพยากรลงไปอย่างไม่ขาดสาย ย่อมต้องมีโอกาสเติบโตจนสมบูรณ์อย่างแน่นอน เพื่อค้ำจุนบุกเบิกโลกอันไร้ขอบเขตให้แก่เขาอย่างแท้จริง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพียงแต่ในยามนั้น มันจะยังคงเป็นต้นเจี้ยนมู่ต้นเดิมอยู่หรือไม่ ก็ยากจะกระจ่างแจ้งได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀โลกขนาดหนึ่งพันกิโลเมตรนับว่าไม่เล็กเลยทีเดียว โดยทั่วไปผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาขั้นปลายที่ยกระดับมิติถ้ำสวรรค์ขึ้นเป็นโลกถ้ำสวรรค์ ก็จะมีขนาดเพียงประมาณห้าร้อยกิโลเมตรเท่านั้น ดูคล้ายกับพื้นที่ดินแดนลี้ลับขนาดเล็ก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การที่หวังอี้สามารถครอบครองขนาดที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้ได้ เป็นเพราะรากฐานสั่งสมที่ล้ำลึกและมีของวิเศษมหาศาลอย่างแท้จริง การบุกเบิกครั้งแรกก็มีขนาดถึงระดับนี้ ส่งผลให้ต้นกำเนิดแห่งโลกที่สะท้อนกลับมาหล่อเลี้ยงตัวเขานั้นเข้มข้นยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มันเพียงพอต่อความต้องการในการทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมสุญญตาขั้นสองของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่าหากคิดจะขยายยกระดับโลกถ้ำสวรรค์ต่อไป แรงกดดันที่มีต่อกายเนื้อย่อมหนักหน่วงมหาศาล เพราะนี่คือสิ่งรองรับรากฐาน วัตถุดิบในการบุกเบิกที่ดีเยี่ยมที่สุดย่อมเป็นปราณความโกลาหล

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สิ่งนี้มีจำนวนน้อยนิดจนถึงที่สุด นอกเหนือจากบริเวณชายขอบโลกของโลกคุกน้ำแข็งซึ่งเดิมทีมีศักยภาพที่จะเติบโตเป็นโลกขนาดใหญ่ ทว่ากลับถูกกฎเกณฑ์ของเซียนสะกดกักขังเอาไว้ จึงจะมีปราณความโกลาหลหลงเหลืออยู่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาก็ยังไม่เคยพบเห็นสถานที่อื่นใดมีมันอีกเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก่อนหน้านี้การนำมันไปใช้ขับเคลื่อนเรือเทพเบิกมิติ ก็นับว่าเป็นการใช้งานของชิ้นใหญ่ในเรื่องเล็กๆ ไปบ้าง ในยามนี้มุกวิญญาณความโกลาหลที่ควบแน่นขึ้นมาจึงเหลือเพียงชั้นบางๆ ชั้นหนึ่งเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มันถูกหวังอี้โยนทิ้งไว้บนผืนแผ่นดินหยินภายในโลกถ้ำสวรรค์

⠀⠀⠀

⠀⠀   ไม่เพียงแค่นั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กระบี่เทวบุตรเหยียนหมัวที่ภายในสะสมวิญญาณอสูรไว้หลายล้านดวง ก็ถูกหวังอี้จัดวางไว้ภายในโลกถ้ำสวรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงเช่นเดียวกัน วิญญาณอสูรภายในนั้นต่างพากันยกระดับพลังขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางทะเลโลหิต

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กงล้อสวรรค์สี่ฤดูแปรสภาพเป็นปราณสี่ฤดูหลอมรวมเข้ากับถ้ำสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เกาทัณฑ์มารทะลวงตะวันเข้ารับการชะล้างหล่อเลี้ยงจากต้นกำเนิดแห่งโลกท่ามกลางดวงจันทร์น้ำค้างแข็ง ในอนาคตข้างหน้าย่อมมีโอกาสยกระดับพลังขึ้นอย่างแน่นอน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยังมีภาพมารฟ้าหกตัณหา เจดีย์ขังเซียน ชุดมงกุฎนิลทองคำดำลายมังกร เกราะวิเศษจักรพรรดิอสนี... สมบัติวิญญาณทั่วทั้งตัวของหวังอี้ นอกเหนือจากสมบัติวิญญาณประจำตัวและอาวุธแท้จริงประจำตัวแล้ว ต่างถูกเขาโยนเข้าไปภายในโลกถ้ำสวรรค์จนหมดสิ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀โลงอสนีอาฆาตและศพอสนีระดับสี่ขั้นสูงสุดร่างนั้น รวมถึงหุ่นเชิดอาฆาตปฐพีหวงเฉวียนระดับสี่ขั้นต้น และสิ่งของเครื่องใช้ชิ้นอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานอีกต่อไป ต่างถูกเขาโยนเข้าไปด้านในเช่นเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ถ้ำสวรรค์อาจกล่าวได้ว่าเป็นพื้นที่เก็บของที่มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าเดิม ซ้ำยังสามารถกักเก็บสิ่งมีชีวิตได้ และยังเปรียบเสมือนจวนเซียนประจำตัว การทำไร่ไถนาบริหารจัดการเพื่อผลิตสิ่งวิเศษวิญญาณนับไม่ถ้วนขึ้นมาย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การโยนพวกมันทิ้งไว้ด้านในนี้ เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไปนานเข้า บางทีพวกมันอาจจะได้รับการยกระดับขึ้นก็เป็นได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตระดับหลอมสุญญตาแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นอกเสียจากว่าจะครอบครองอุบายวิธีทางมิติในการช่วงชิงมิติถ้ำสวรรค์ของอีกฝ่าย มิเช่นนั้นของรางวัลจากการรบย่อมไม่มีทางอุดมสมบูรณ์เหมือนดั่งในอดีต ยิ่งไปกว่านั้น โลกภายในกายเนื้อชนิดนี้ยังสามารถใช้ช่วยชีวิตได้ในยามคับขัน!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ดังนั้น การทำความเข้าใจกฎเกณฑ์เต๋ามิติจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากสามารถกดข่มผู้มีขอบเขตตบะระดับเดียวกันได้ ย่อมสามารถปล้นชิงทุกสิ่งทุกอย่างของอีกฝ่ายมาครอบครอง นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ที่ไม่สามารถกลืนกินได้แล้ว กายเนื้อ จิตวิญญาณแรกกำเนิด มิติถ้ำสวรรค์ และการสั่งสมมาตลอดชีวิตของอีกฝ่าย ล้วนสามารถฝืนแย่งชิงมาได้ทั้งสิ้น!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การจะกลืนกินมิติถ้ำสวรรค์ของผู้อื่น นอกเหนือจากต้องพึ่งพาวิชาลับกลืนฟ้าในระดับสูงสุดแล้ว ยังต้องการให้ต้นกำเนิดมิติถ้ำสวรรค์ของตนเองมีความหนาแน่นเพียงพอ หากจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือมันต้องมีขนาดที่ใหญ่โตกว่าของอีกฝ่าย!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มิติถ้ำสวรรค์ไม่มีหลักการเรื่องปลาเล็กกินปลาใหญ่ให้กล่าวถึง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อย่างมากที่สุดก็เพียงแค่สูบดมกลืนกินเข้าไปได้ไม่กี่คำ หากไร้ซึ่งวิธีการเก็บรักษา "อาหาร" ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ พร้อมกับการดับสูญของผู้เป็นนาย มิติถ้ำสวรรค์ส่วนใหญ่ก็ต้องพังทลายสลายไปอยู่ดี

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀โดยข้อยกเว้นมีเพียงเจ้าของมิติที่สมัครใจ ถึงจะสามารถแยกตัวมิติถ้ำสวรรค์ออกมาได้ก่อนที่ตนเองจะสิ้นชีพ เพื่อแปรสภาพเป็นแดนลี้ลับในการเติบโตฝึกฝนของคนรุ่นหลัง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แดนลี้ลับส่วนใหญ่ภายในเขตแดนเซียนชางหมั่งต่างก็มีที่มาที่ไปในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่าหากเป็นปลาใหญ่กินปลาเล็ก และสามารถห่อหุ้มมิติถ้ำสวรรค์ของอีกฝ่ายเข้าไปได้ในคำเดียว ต่อให้มันจะพังทลายสลายไปโดยสิ้นเชิง ทว่ามันก็ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในถ้ำสวรรค์ของเจ้า ย่อมมีเวลาเหลือเฟือที่จะค่อยๆ ย่อยสลายมันในภายหลัง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในทำนองเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากคิดจะแบกรับพลังจากการพังทลายสลายไปของถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่ง ตัวเจ้าเองก็ย่อมต้องไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ในด้านนี้จึงไม่มีสัจธรรมเรื่องผู้น้อยกินผู้ใหญ่ให้กล่าวถึงแต่ประการใด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การฝืนหักโหมกลืนกิน... มีแต่จะส่งผลร้ายให้เส้นทางแห่งวิถีของตนเองต้องขาดสะบั้นลง และถ้ำสวรรค์ต้องพังพินาศดับสูญไปตามกัน!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แม้ถ้ำสวรรค์ที่หวังอี้บุกเบิกขึ้นมาจะมีขนาดที่ยิ่งใหญ่ไพศาล

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่าสมบัติวิญญาณที่จำเป็นต้องหล่อเลี้ยงก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้สำหรับสมบัติวิญญาณบางชิ้นที่แสดงสรรพคุณไม่เด่นชัด เขาจึงเลือกที่จะแยกชิ้นส่วนสลายมันไปโดยตรง เพื่อนำมาปรับปรุงระบบระเบียบของถ้ำสวรรค์ให้สมบูรณ์ขึ้น ยกตัวอย่างเช่นกงล้อสวรรค์สี่ฤดู

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แม้กระทั่งอสนีมารดำระดับสามภายในร่างกาย ก็ยังถูกเขาโยนเข้าไปในพื้นที่ระดับสูงของโลกถ้ำสวรรค์ ขบคิดว่าคงใช้เวลาไม่นานนักก็ย่อมสามารถยกระดับพลังขึ้นสู่ระดับสี่ได้ เพราะต้นทุนพลังฝีมือในยามนี้ย่อมแปรเปลี่ยนไปแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เรื่องที่เคยยากเย็นแสนเข็ญในอดีต เมื่อได้รับการช่วยเหลือเกื้อหนุนจากต้นกำเนิดแห่งโลก เกือบจะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสามารถบรรลุมรรคผลได้ทั้งสิ้น พลังสารพัดประโยชน์ชนิดนี้เป็นดั่งตัวแทนของปาฏิหาริย์อันไร้ขอบเขต ดูคล้ายกับเครื่องมือประทานพรสมปรารถนา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในขณะที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาทั่วไปจะเริ่มลงมือสร้างสรรค์มิติถ้ำสวรรค์ก็ต่อเมื่อทะลวงผ่านเข้าสู่ขั้นกลางแล้วเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สิ่งนี้ส่งผลให้เส้นแบ่งเขตแดนของขอบเขตตบะอันยิ่งใหญ่ทั่วทั้งระดับมีความแจ่มชัดเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งผู้อื่นยังถูกมองว่าเป็นดั่งทรัพยากรในการเจริญเติบโต การที่เขตแดนหลอมมารถือกำเนิดขึ้นมา บางทีก็อาจจะเป็นเพราะคุณลักษณะประการนี้ของระดับหลอมสุญญตาก็เป็นได้ ยากจะกล่าวได้แน่ชัด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀‘ปิดด่านบำเพ็ญเพียรสามปี มหาวิถีเพิ่งสำเร็จครั้งแรก!’

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀‘ถึงเวลาที่จะต้องหลอมรวมเข้าสู่เขตแดนหลอมมารแล้ว’

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ความคิดในลักษณะนี้แวบผ่านเข้ามาในใจ หวังอี้ขยับนิ้วนับคำนวณตามสัญชาตญาณ การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผลของระดับหลอมสุญญตานับว่าใช้งานได้ดีเป็นอย่างยิ่ง ตราบใดที่ไม่เกี่ยวโยงพัวพันกับความลี้ลับที่ยิ่งใหญ่จนเกินไป หรือเหตุและผลที่ลึกล้ำ เกือบจะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสามารถคำนวณออกมาได้ทั้งสิ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้เขาจะไม่เคยฝึกฝนวิชาลับที่เกี่ยวข้องมาก่อน ก็หาใช่เรื่องสลักสำคัญอันใดไม่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ซ้ำความสามารถชนิดนี้ยังสามารถได้รับการยกระดับขึ้นตามการทะลวงของขอบเขตพลัง นับว่าอำนวยความสะดวกสบายให้แก่เขาเป็นอย่างยิ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สิ่งที่เขาคำนวณทำนายอยู่ในยามนี้ ก็คือสถานที่ที่เหมาะสมต่อการบำเพ็ญเพียรของเขามากที่สุดภายในเขตแดนหลอมมาร

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀“เมืองเซิ่งหวน!”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมืองเพียงหนึ่งเดียวภายในเขตแดนหลอมมาร ขอบเขตระดับแปลงเทวะเดินเพ่นพ่านอยู่เต็มผืนดินอย่างแท้จริง ระดับหลอมสุญญตาขั้นต้นต่ำต้อยยิ่งกว่าสุนัข ขั้นกลางถึงจะสามารถเชิดหน้าชูตาขึ้นมาได้บ้าง ทว่าก็ตกเป็นเป้าสายตาของพวกมารเฒ่าระดับขั้นปลายได้ง่ายดาย เพื่อกลายเป็นดั่งทรัพยากรในการเจริญเติบโตของฝ่ายหลัง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ข้อมูลข่าวสารของสถานที่แห่งนี้ภายในป้ายมารแท้จริงมีอยู่ไม่มากนัก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กล่าวเพียงแค่ว่าที่นี่คือ "สถานที่เหาะเหิน" ของเขตแดนหลอมมาร ความปลอดภัยได้รับการคุ้มครองในระดับหนึ่ง เพราะกฎเกณฑ์ของเขตแดนหลอมมารเดิมทีก็วุ่นวายโกลาหลเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เจ้าเข่นฆ่าข้า ก็คือข้าเข่นฆ่าเจ้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มันเป็นสภาพแวดล้อมแห่งการไล่ล่าเข่นฆ่าเอาชีวิตรอดอย่างแท้จริง ทว่าเมื่อขบคิดคำนวณถึงการทะลวงขอบเขตตบะ การบำเพ็ญเพียรประจำวัน และการจัดการทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ ล้วนต้องการสภาพแวดล้อมอันสงบมั่นคง เมืองเซิ่งหวนจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากเหตุผลประการนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ป้ายมารแท้จริงหาได้กล่าวว่ามีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบไม่ มันเป็นเพียงความปลอดภัยในระดับหนึ่งเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่จากการพึ่งพาการแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล หวังอี้กลับได้รับข้อมูลข่าวสารที่มหาศาลยิ่งกว่า เมืองเซิ่งหวนถูกจัดตั้งขึ้นโดยมหาแดนมารฟ้า มีผู้บำเพ็ญมารผู้ยิ่งใหญ่ที่มีตบะอยู่ระดับบรรลุเต๋าขั้นสูงสุดทำหน้าที่เป็น "ทูตรับรอง" อยู่ท่านหนึ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อบำเพ็ญเพียรจนบรรลุถึงระดับหลอมสุญญตาขั้นสูงสุด ก็จะสามารถพึ่งพาบุคคลท่านนี้เพื่อเดินทางออกจากเขตแดนหลอมมาร แล้วก้าวเข้าสู่โลกผู้บำเพ็ญมารที่แท้จริงได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในขณะเดียวกันก็มีอาคารสิ่งปลูกสร้างที่มีสรรพคุณหลากรูปแบบตั้งตระหง่านอยู่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การเช่าถ้ำบำเพ็ญเพียร หอกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน หอวัตถุดิบเซียน ย่านสมบัติวิญญาณ ย่านวิถีโอสถ... และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่ล้วนถูกเปิดทำการขึ้นโดยสายเวทเสาหลักต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นเขตพื้นที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ บุคคลที่คอยรับผิดชอบดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ ขอบเขตตบะจะไม่ถูกข้อบังคับของกฎเกณฑ์การทดสอบกีดขวางจำกัดแต่ประการใด พวกเขาเป็นประชากรจากภายนอก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แม้ภายในป้ายมารแท้จริงจะมีหอสมบัติล้ำค่าอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน ทว่าสินค้าสำเร็จรูปกลับมีราคาที่สูงลิ่วจนเกินไป การใช้แต้มผลงานเข้าแลกเปลี่ยนนับว่าไม่คุ้มค่าเท่าใดนัก สู้กว้านซื้อวัตถุดิบทรัพยากรมา แล้วว่าจ้างให้บุคคลเหล่านี้ลงมือหลอมกลั่นโอสถหรือสร้างสรรค์สมบัติวิญญาณให้จะดีกว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀และนี่ก็คือความหมายของการดำรงอยู่ของกลุ่มคนเหล่านี้เช่นเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คอยมอบบริการด้านร้อยทักษะวิชาชีพอันสมบูรณ์แบบให้แก่ "เมล็ดพันธุ์" ภายในเขตแดนหลอมมาร ส่วนหากบังเกิดปัญหาอันใดขึ้นมา... มหาแดนมารฟ้าย่อมไม่รับผิดชอบ ทว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นก็นับว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินเป็นอย่างยิ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพราะระบบระเบียบชุดนี้ได้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมานานนับไม่ถ้วนปีแล้ว เจ้าของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นการที่จะสามารถเดินทางเข้ามาได้ ย่อมต้องผ่านการสืบประวัติความเป็นมาเบื้องหลังมาแล้วทั้งสิ้น โอกาสที่จะลอบปองร้ายเมล็ดพันธุ์จึงมีอยู่ไม่มากนัก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นอกจากนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก็นับเป็นข้อมูลข่าวสารที่สำคัญที่สุด และยังเป็นสาเหตุหลักที่การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผลชี้ทางมายังสถานที่แห่งนี้... ตำหนักมหาราชันย์ทั้งสิบ!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ภายในเมืองเซิ่งหวนมีตำหนักมหาราชันย์ทั้งสิบตั้งตระหง่านอยู่ หากสามารถเข้ายึดครองพื้นที่แห่งหนึ่งมาเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรของตนเองได้ ต่อให้ในแต่ละวันจะไม่ต้องลงมือกระทำเรื่องราวใดๆ เลย ก็จะได้รับแต้มผลงาน 100 แต้ม ใช่แล้ว ในแต่ละวันจะได้รับหนึ่งร้อยแต้ม! ไร้ซึ่งขีดจำกัดสูงสุด!!!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในขณะที่ภารกิจระดับ ก หนึ่งชิ้นมีมูลค่าเพียงห้าหมื่นแต้มเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ขอเพียงสามารถเข้ายึดครองตำหนักมหาราชันย์แห่งหนึ่งได้เป็นเวลา 500 วัน ก็เทียบเท่ากับการทำภารกิจระดับ ก เสร็จสิ้นไปครึ่งชิ้นแล้ว มันใช้เวลาเพียงประมาณสิบหกเดือนครึ่งเท่านั้น สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตาแล้ว การปิดด่านบำเพ็ญเพียรในแต่ละครั้งก็เกินกว่าช่วงเวลานี้ไปไกลโข

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀บันทึกการได้รับแต้มผลงานยิ่งมีจำนวนมหาศาลเท่าใด อำนาจสิทธิ์ขาดของป้ายมารแท้จริงก็ย่อมได้รับการยกระดับให้สูงขึ้นตามไปด้วย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่ออำนาจสิทธิ์ขาดสูงชั้นขึ้นมาแล้ว หากคิดจะยกระดับต่อไปก็จำเป็นต้องพึ่งพา "ป้ายยืนยัน" ทว่าก็หาใช่เรื่องสลักสำคัญอันใดไม่ ขอบเขตตบะของหวังอี้นับว่าสูงส่งเพียงพอแล้ว สิ่งที่ขาดแคลนอยู่ก็มีเพียงการสั่งสมปราณมารเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ข้อนี้สิ่งวิเศษวิญญาณนับไม่ถ้วนที่หอสมบัติล้ำค่าจัดหาให้ย่อมสามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ สิ่งของเหล่านี้นอกเสียจากว่าเป็นของที่ล้ำค่าจนเกินไป โดยทั่วไปแล้วย่อมไม่มีความจำเป็นต้องใช้ป้ายยืนยันแต่ประการใด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ซึ่งก็หมายความว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ขอเพียงสามารถสยบยึดครองตำหนักมหาราชันย์แห่งหนึ่งได้สำเร็จ เขาก็ย่อมสามารถยกระดับพลังขึ้นสู่ระดับหลอมสุญญตาขั้นปลายได้อย่างรวดเร็วโดยไร้ซึ่งความกังวลใจใดๆ ก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางด่วนพุ่งทะยานได้อย่างแท้จริง มันช่างเหมาะสมต่อตัวเขาอย่างยิ่งยวด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในยามนี้ตำหนักมหาราชันย์ทั้งสิบ ถูกครอบครองโดยบุคคลทั้งสิบคนที่ถูกบันทึกไว้บนตารางทำเนียบในส่วนของ [เซียนแท้จริงประทานพร] พอดี

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀บุคคลเหล่านี้ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น พวกเขาล้วนมีตบะอยู่ระดับหลอมสุญญตาขั้นสูงสุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพิจารณาจากรูปแบบการบ่มเพาะของเขตแดนหลอมมารแล้ว เกรงว่าต่อให้ต้องเปิดศึกต่อสู้กับระดับบรรลุเต๋าขั้นต้นที่อ่อนแอลงมาบ้าง ก็คงไม่ใช่เรื่องยากลำบากอันใด ด้วยพลังความสามารถของเขาในยามนี้ หากคิดจะเข้ายึดครองตำหนักมหาราชันย์แห่งหนึ่ง ก็นับว่ายังคงห่างชั้นอยู่ไม่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อย่างน้อยที่สุดก็ต้องรอให้บรรลุถึงระดับหลอมสุญญตาขั้นกลางหรือขั้นปลายเสียก่อน ถึงจะสามารถเข้าร่วมทดสอบได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀โลกเบื้องบนหาได้เหมือนดั่งโลกเบื้องล่างไม่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ซ้ำยังมีการแก่งแย่งแข่งขันที่ดุเดือดรุนแรงจนถึงที่สุด สามารถเรียกขานได้ว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดสิบคนที่เข่นฆ่าสังหารหลุดพ้นออกมาจากกองซากศพและทะเลโลหิต หวังอี้จำเป็นต้องมีความระมัดระวังรอบคอบเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีทางมองผู้อื่นเป็นดั่งคนโง่เขลาเบาปัญญาเด็ดขาด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในอดีตการที่ยังไม่เคยพบเจอพวกลูกรักสวรรค์ที่สามารถต่อสู้ข้ามขอบเขตตบะได้ ก็หาได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริงไม่ มันเป็นเพียงเพราะระดับชั้นของตนเองยังไม่สูงส่งเพียงพอ จึงยังไม่มีโอกาสได้พบพานเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยกตัวอย่างเช่นจ้าวโม่ที่เขาเคยพบพานภายในโลกซานไห่ผู้นั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทันทีที่เจดีย์เสวียนหวงองค์นั้นถูกสำแดงออกมา ผู้มีขอบเขตตบะระดับเดียวกันในระดับสามัญโดนทุบตีเพียงครั้งเดียวก็ต้องมอดม้วยสิ้นชีพลงทันที ถือเป็นอัจฉริยะที่สามารถต่อสู้ข้ามขั้นย่อยได้เช่นเดียวกัน มิเช่นนั้นก็คงไม่มีทางติดอยู่บนตารางทำเนียบรายชื่อการลอบสังหารของเผ่ามารได้หรอก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณโดยรอบของเขตแดนหลอมมารยังมีแดนลี้ลับถ้ำสวรรค์อยู่ถึงหนึ่งแสนแปดพันแห่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พวกเขาล้วนเป็นเผ่ามนุษย์ที่ถือกำเนิดขึ้นภายในโลกเบื้องบนและครอบครองพรสวรรค์ที่ดีเยี่ยมยิ่งกว่า ต่อให้ถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่งจะให้กำเนิดระดับแปลงเทวะขึ้นมาเพียงคนเดียว ก็จะมีจำนวนถึงหนึ่งแสนคนแล้ว ทว่าในความเป็นจริงย่อมไม่มีทางน้อยนิดระดับนี้อย่างแน่นอน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในทุกหนึ่งร้อยปีมีจำนวนสามถึงห้าคนนับว่าเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลที่สุด หรือหากจะกล่าวให้เกินจริงไปบ้าง มีจำนวนถึงสิบคนก็ย่อมเป็นไปได้ เมื่อคำนวณดูเช่นนี้แล้ว การที่จะสามารถบำเพ็ญเพียรจนบรรลุถึงระดับหลอมสุญญตาได้ ก็ย่อมต้องนับว่าเป็นยอดคนใจอำมหิตในระดับแนวหน้าแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทั้งไพ่ตาย ประสบการณ์ และอุบายวิธี ล้วนไม่มีสิ่งใดขาดแคลนเลยแม้แต่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แน่นอนว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ก็ไม่มีทางมองว่าตัวเขาเองอ่อนแอจนเกินไป จนต้องมีความหวาดกลัวระมัดระวังรอบคอบในทุกเรื่องราว แต่เขาจะสำแดงความโอหังเย่อหยิ่งออกมาในขอบเขตจำกัด

⠀⠀⠀พวกระดับหลอมสุญญตาขั้นสูงสุดเหล่านั้นตราบใดที่ยังคงคิดจะโลดแล่นอยู่ภายในโลกผู้บำเพ็ญมาร โดยทั่วไปแล้วก็จะพำนักอาศัยอยู่ภายในเขตแดนหลอมมารเป็นเวลาหนึ่งพันปี เพื่อรวบรวมทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรที่จำเป็นต้องใช้งานในขอบเขตระดับบรรลุเต๋าในอนาคตข้างหน้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทางฝั่งของมหาแดนมารฟ้าเองก็ให้การยอมรับในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ส่วนมังกรมารตัวที่ถูกออกหมายจับตนนั้น ย่อมต้องเป็นเพราะใช้เวลาเกินกว่าช่วงเวลาที่กำหนดไว้เป็นแน่แท้ ด้วยเหตุนี้จึงถูกบันทึกไว้บนตารางทำเนียบภารกิจระดับ ก และสูญเสียสิทธิ์ในการครอบครองป้ายมารแท้จริงไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากคิดอยากจะล่วงรู้เรื่องราวอันใด ล้วนสามารถได้รับคำตอบผ่านมาจากการ ‘คำนวณ’ ทั้งสิ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การได้สัมผัสประสบการณ์ครั้งแรก ส่งผลให้หวังอี้ไม่อาจหยุดยั้งลงได้เลยแม้แต่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มันช่างมีความสุขจนแทบจะโบยบินขึ้นฟ้าได้เลยทีเดียว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาใช้เวลาจดจ่ออยู่เช่นนี้เป็นเวลาห้าวันเต็ม ถึงจะสามารถล่วงรู้เข้าใจข้อมูลข่าวสารทั้งหมดที่อยากจะทราบได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จากนั้นจึงได้ก้าวเดินออกจากด่านอย่างเป็นทางการเพื่อเดินทางไปหาชิงชิง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เรื่องราวของการบำเพ็ญเพียรยังหาใช่เรื่องที่ต้องรีบร้อนไม่ ต่อให้เป็นต้นกำเนิดแห่งโลกก็ยังจำเป็นต้องใช้เวลาย่อยสลาย หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นเพราะระดับชั้นของพลังงานมันสูงส่งจนเกินไป การเจริญเติบโตของปราณมารแท้จริงล้วนต้องพึ่งพาแรงขับเคลื่อนจากมันทั้งสิ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ด้วยเหตุนี้จึงต้องการเวลาในการหลอมกลั่นแปรสภาพ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาคาดการณ์เอาไว้ว่าภายในเวลาหนึ่งถึงสองปีก็ย่อมสามารถทะลวงขอบเขตตบะได้สำเร็จ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับความเร็วในการเจริญเติบโตในอดีต ก็นับว่ารวดเร็วปานสายฟ้าแลบยิ่งนัก จงอย่าได้หลงลืมเด็ดขาดว่านี่คือการบำเพ็ญเพียรของระดับหลอมสุญญตา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากเป็นโลกภายนอก เกรงว่าต้องใช้เวลานานนับหลายร้อยปีถึงจะสามารถยกระดับขึ้นได้สักขั้นหนึ่ง ซ้ำยังต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีฐานะความมั่งคั่งร่ำรวยในระดับหนึ่งด้วยซ้ำไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀“ชิงชิง”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀“พี่เว่ยออกจากด่านแล้วหรือ?”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ชิงชิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่ด้านนอกลุกขึ้นยืนในทันที นางจับจ้องมองไปยังหวังอี้ที่กลิ่นอายรอบตัวมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง ซ้ำยังลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับแปลงเทวะขั้นสูงสุด นางขยับริมฝีปากเล็กน้อย ทว่ากลับไม่ได้กล่าววาจาอันใดออกมาเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้พยักหน้ารับพลางเอ่ยถามขึ้นว่า “มีความมั่นใจในการทะลวงระดับบ้างหรือไม่?”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ชิงชิงส่ายศีรษะพลางเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา “ไม่มีเลย ข้ายังคงมีปัญหาติดขัดอยู่อีกมากมายในด้านการบุกเบิกมิติ ไม่ทราบว่าพอจะรบกวนขอรับคำชี้แนะจากพี่เว่ยได้บ้างหรือไม่?”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อได้ยิน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาจึงบังเกิดความเข้าใจกระจ่างแจ้งในทันที แม้มิติถ้ำสวรรค์จะเป็นเป้าหมายที่จำเป็นต้องบุกเบิกหลังจากทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมสุญญตาขั้นกลางแล้ว ทว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่มีแนวความคิดและครอบครองพรสวรรค์ โดยทั่วไปแล้วในยามที่ทะลวงผ่านระดับหลอมสุญญตาก็จะถือโอกาสเริ่มต้นลงมือในทันที

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ข้อดีของการบ่มเพาะล่วงหน้า หวังอี้ได้สัมผัสรับรู้มาด้วยตนเองแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ รากฐานสั่งสมแข็งแกร่งทรงพลังยิ่งขึ้น กระทั่งเขายังสามารถดึงเอาต้นกำเนิดภายในโลกถ้ำสวรรค์มาช่วยเพิ่มพูนอานุภาพของวิชาศักดิ์สิทธิ์และคาถาอาคมของตนเองได้ ตราบใดที่ไม่ได้ดึงออกมาในจำนวนที่มากจนเกินไป ย่อมไม่มีผลกระทบอันใดเกิดขึ้นทั้งสิ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพราะสิ่งนี้สามารถฟื้นฟูกลับคืนมาได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ด้วยการพึ่งพาผลลัพธ์สองชั้นจากกิ่งก้านต้นเจี้ยนมู่และกระเพาะอสูรคุนกุยซวี ซ้ำยังสามารถสูบดึงพลังงานจากทะเลจักรวาลเพื่อนำมาฟื้นฟูและขยายขนาดของตัวถ้ำสวรรค์เองได้ ชิงชิงแม้จะไม่มีกิ่งก้านต้นเจี้ยนมู่ ทว่านางเองก็ย่อมต้องครอบครองวาสนาโชคลาภส่วนบุคคลของตนเองเช่นเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เรื่องนี้หวังอี้ย่อมไม่สะดวกใจที่จะเอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียงมากความ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สำหรับคำร้องขอคำชี้แนะจากสหายร่วมบำเพ็ญคู่ ขบคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยปากตอบรับลงไป “ได้สิ พวกเราเดินทางไปที่เมืองเซิ่งหวนกันก่อน สถานที่แห่งนั้นมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ทั้งยังมีบุคลากรของสายเวทคอยเฝ้าประจำการอยู่อีกด้วย”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀“เช่นนั้นก็ดีเหลือเกิน”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมืองเซิ่งหวนเป็นสถานที่ที่จำเป็นต้องเดินทางไปเยือนอย่างแน่นอน หวังอี้เองก็มีแนวความคิดที่จะเข้าฝากตัวเป็นศิษย์ของสายเวทเสาหลักแห่งใดแห่งหนึ่งเช่นเดียวกัน คัมภีร์กระบี่สังหารอย่างไรเสียก็ถือเป็นมรดกสืบทอดเฉพาะตัวของเฟย เขาขบคิดว่าสำนักกระบี่มารโลหิตที่เป็นหนึ่งในเก้าสายเวทก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มรดกสืบทอดทั้งสองรูปแบบสามารถนำมาตรวจสอบยืนยันซึ่งกันและกันได้ มันมีส่วนช่วยให้เจตจำนงวิถีสังหารของเขาบรรลุถึงขอบเขตสมบูรณ์แบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน การอนุมานเคล็ดวิชาพื้นฐานของวิถีมารแท้จริงหมื่นจำแลงก็นับว่าสามารถเริ่มต้นลงมือในขั้นต้นได้แล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตำแหน่งของมารฟ้าช่วงชิงเต๋าทั้งสิบแห่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาไม่มีทางรอให้ช่วงชิงมาจนครบถ้วนสมบูรณ์แบบแล้วจึงค่อยเริ่มบัญญัติเคล็ดวิชาขึ้นมาเด็ดขาด พรสวรรค์ที่สามารถดึงดูดสายตาของเขาได้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นสายเลือดวิญญาณแท้จริง ซ้ำยังต้องสอดคล้องกลมกลืนเข้ากับระบบระเบียบการบำเพ็ญเพียรในปัจจุบันของเขาได้เป็นอย่างดีถึงจะใช้ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มิเช่นนั้นต่อให้ช่วงชิงมาได้ก็ต้องเริ่มต้นฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น นอกเสียจากว่าจะเป็นการเพิ่มพูนภาระให้แก่ตนเองแล้ว ก็ย่อมไม่มีประโยชน์อันใดเลยแม้แต่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เคล็ดวิชาพื้นฐานขอเพียงเริ่มต้นปูทางขึ้นมาส่วนหนึ่งก่อน ส่วนเรื่องการปรับปรุงขัดเกลาให้สมบูรณ์ในภายหลังก็ย่อมสามารถกระทำได้เช่นเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀“ถ้าอย่างนั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ”

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กล่าวจบ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คนทั้งสองก็พากันเดินทางออกจากภูเขาวิญญาณไร้นามแห่งนี้ เพื่อมุ่งหน้าเดินทางไปยังเมืองเซิ่งหวน!

จบบทที่ ฟรี บทที่ 635 ถ้ำสวรรค์มารแท้จริงหมื่นจำแลง เมืองเซิ่งหวน การแปรเปลี่ยนแห่งเหตุและผล

คัดลอกลิงก์แล้ว