- หน้าแรก
- จุดจบอารยธรรม ผมมีระบบสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 26 - คำสัญญาของผู้บังคับหมู่เจียง
บทที่ 26 - คำสัญญาของผู้บังคับหมู่เจียง
บทที่ 26 - คำสัญญาของผู้บังคับหมู่เจียง
บทที่ 26 - คำสัญญาของผู้บังคับหมู่เจียง
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
การตายคาที่ของผู้ใช้พลังจิต สร้างความตกตะลึงอย่างรุนแรงให้กับพวกชาวบากาตัน
จังหวะการทำสงครามของพวกมันเกิดความปั่นป่วนขึ้นมาในชั่วพริบตา
ทางฝั่งผู้อยู่อาศัย ทหารและกองกำลังป้องกันตนเองยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทหารทั้งสองหมู่ก็ไม่ใช่พวกไร้ฝีมือ พวกเขาฉวยโอกาสนี้ตีโต้กลับ และพลิกสถานการณ์ที่กำลังเสียเปรียบได้ในรวดเดียว!
ทางฝั่งตึกนิติบุคคล เจียงปินที่ได้รับการช่วยเหลือจากหลินฉวิน ก็สาดกระสุนอย่างบ้าคลั่ง กวาดล้างพวกชาวบากาตันในบริเวณนี้ไปจนเกือบหมดเกลี้ยง!
อันที่จริงแล้ว เมื่อต้องทนดูความภาคภูมิใจและผู้ใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกตนถูกหลินฉวินระเบิดหัวไปต่อหน้าต่อตา พวกชาวบากาตันที่เหลือซึ่งเดิมทีก็ไม่ใช่ทหารประจำการอยู่แล้ว ก็ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ พอเห็นหลินฉวิน พวกมันก็มองราวกับเห็นสัตว์ประหลาด ความตั้งใจที่จะต่อสู้มลายหายไปจนสิ้น ได้แต่แตกฮือวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง!
ล้อเล่นหรือเปล่า ขนาดท่านผู้ใช้พลังจิตยังถูกฆ่าตายในพริบตา แล้วพวกมันจะเอาอะไรไปสู้กับมนุษย์คนนั้นได้?
แต่สำหรับหลินฉวินแล้ว ชาวบากาตันพวกนี้คือแต้มผลงานที่เคลื่อนที่ได้ เขาจึงกระโดดพุ่งตัวขึ้นไป โชว์ทักษะสะบัดยิงกลางอากาศให้เจียงปินและเหล่าทหารดูอีกครั้ง เขาประสานงานกับกองทัพ กวาดล้างพวกชาวบากาตันในบริเวณที่ห่างไกลผู้คนนี้จนหมดเกลี้ยง
เจียงปินนำกำลังพลของเขาเข้ามาล้อมรอบ
ที่จริงแล้ว ตอนนี้เขาก็เหลือลูกน้องอยู่ไม่กี่คนแล้ว
ตัวเขาเอง หวังเต๋อเซิ่ง และทหารอีกสองนาย รวมแล้วก็แค่สี่คนเท่านั้น
นี่คือกำลังพลทั้งหมดที่เหลืออยู่ของหมู่พวกเขา
ส่วนคนอื่นๆ พลีชีพกันไปหมดแล้ว
ที่ไกลออกไป บริเวณใจกลางโครงการยังคงมีเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
เจียงปินมองดูศพที่เกลื่อนกลาดบนพื้น เขาคว้าตัวหลินฉวินไว้ และมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ซับซ้อน
เขาถึงกับรู้สึกเลื่อนลอยไปชั่วขณะ ที่นี่มีผู้ใช้พลังจิตชาวบากาตันคุมเชิงอยู่แท้ๆ แต่การต่อสู้กลับจบลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้
เกรงว่าแม้แต่พวกชาวบากาตันที่กำลังปะทะกันอยู่ด้านหน้า ก็คงคาดไม่ถึงเหมือนกัน
และทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นผลงานของหลินฉวิน
ตั้งแต่ที่เจียงปินและพรรคพวกต่อสู้ฟันฝ่ามาตลอดทาง พวกเขาไม่เคยเจอผู้รอดชีวิตคนไหนที่เก่งกาจขนาดนี้มาก่อนเลย!
ที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่ได้เป็นคนของกองทัพ แต่เป็นเพียงผู้รอดชีวิตธรรมดาๆ เท่านั้น
ไม่ใช่แค่เขา แต่หวังเต๋อเซิ่ง และหลี่ซิงเหอเอง ก็มองหลินฉวินราวกับกำลังมองดูสัตว์ประหลาดหายาก
โดยเฉพาะหลี่ซิงเหอ
เขาถูกบีบให้สวมบทบาท "ลูกพี่ใหญ่" มาตั้งนาน ในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้เจอตัวจริงเสียงจริงเสียที ในใจเขามีความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ได้แต่ยืนยิ้มแห้งๆ ที่ดูทั้งกระอักกระอ่วนแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความสุภาพอยู่ด้านข้าง
เจียงปินชำเลืองมองไปด้านหน้า
การต่อสู้ในโครงการยังไม่สิ้นสุด ตอนนี้เป็นเพียงแค่จุดที่พวกเขาอยู่เท่านั้นที่การต่อสู้ยุติลง เขาอยากจะรีบเข้าไปสมทบให้เร็วที่สุด
แต่ก่อนหน้านั้น...
เขาจ้องมองหลินฉวินอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "ผมเข้าใจเหตุผลที่คุณไม่อยากเปิดเผยตัวตน เรื่องของคุณ ถ้าคุณอยากเล่าก็เล่า ไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า แต่พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ผมหวังว่าคุณจะช่วยลงแรงสักหน่อย แน่นอนว่า นั่นก็คือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่... ถ้าไม่ได้คุณจัดการผู้ใช้พลังจิตตัวนั้น ด้วยกำลังพลที่เรามีอยู่ตอนนี้ วันนี้พวกเราคงต้องสูญเสียอย่างหนักแน่
"แต่ว่า คุณหลิน ความระมัดระวังของคุณน่ะถูกต้องแล้ว ถ้าผมเป็นชาวบากาตัน แล้วผมพบคุณ ผมก็คงอยากจะฆ่าคุณให้ตายโดยไม่สนวิธีการเหมือนกัน เพราะฉะนั้น คุณต้องซ่อนตัวต่อไป ส่วนคุณหลี่ คงต้องรบกวนคุณต่อไปแล้วล่ะ... คุณวางใจได้ พวกเราจะคุ้มครองคุณอย่างแน่นหนา ให้สิทธิพิเศษคุณอย่างเต็มที่ และเมื่อไหร่ที่เราอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย..."
คำพูดของเจียงปิน ทำให้หลินฉวินรู้สึกประหลาดใจมาก
"เฮ้อ ไม่ต้องพูดแล้วครับ ผมตกลง" ยังไม่ทันที่หลินฉวินจะได้เอ่ยปาก หลี่ซิงเหอก็ตอบรับอย่างหนักแน่น "ถ้าไม่มีพี่ใหญ่ ผมก็คงตายไปนานแล้ว ถึงผมจะมีพรสวรรค์ระดับ B แต่ก็ไม่มีความสามารถในการต่อสู้อะไรเลย การที่ผมออกหน้ารับเป็นเป้าเป้าหมาย แต่กลับมีพี่คอยคุ้มครองอยู่ข้างหลัง ฟังดูเหมือนอันตราย แต่จริงๆ แล้วปลอดภัยกว่าการที่ผมต้องไปลุยเดี่ยวตั้งเยอะ ข้อเสนอนี้คุ้มค่ามาก ผมเอาด้วย"
หลี่ซิงเหอได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของหลินฉวินกับตาตัวเอง เขารู้ดีว่าการรักษาสถานการณ์แบบนี้ไว้ ก็เท่ากับเป็นการผูกมัดตัวเองเข้ากับยอดฝีมือระดับซูเปอร์คนนี้ นี่เป็นโอกาสที่คนอื่นฝันถึงแต่ก็หาไม่ได้ แล้วเขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?
การเลือกแบบนี้มีแต่ผลดีกับหลินฉวินเท่านั้น
การถูกผู้ใช้พลังจิตไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่นี้ ยิ่งทำให้หลินฉวินแน่ใจว่า ก่อนที่ปีกของเขาจะกล้าแข็ง การซ่อนตัวให้มิดชิดที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุด!
ไม่อย่างนั้น ถ้าเขาถูกพวกชาวบากาตันที่มีแต้มผลงานเป็นหมื่นๆ แต้ม มีระดับเลเวลสูงปรี๊ดจ้องเล่นงานเข้าล่ะก็ เขาคงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
นี่คือสงครามระหว่างอารยธรรม หากฝ่ายใดพบว่าอีกฝ่ายมีผู้ที่มีศักยภาพสูงและเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ก็ย่อมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดให้สิ้นซากตั้งแต่ยังเป็นต้นกล้า
ไม่มีคำว่าโชคดีในเรื่องนี้
แต่ท่าทีของเจียงปิน ก็ทำให้หลินฉวินโล่งใจ และตระหนักได้ว่าความกังวลก่อนหน้านี้ของเขาอาจจะมากเกินไปหน่อย
ที่เขาไม่ยอมเข้าไปรวมกลุ่มกับทัพมาตลอด ก็เพราะกลัวว่ากองทัพจะคาดคั้นถามเรื่องความสามารถของเขาแบบไม่ฟังอีร้าค่าอีรม แล้วจับเขาไปรวมกลุ่มกับพวกกองกำลังป้องกันตนเองของผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ถ้าเป็นแบบนั้น เขาไม่เพียงแต่จะไม่สามารถดึงจุดเด่นของตัวเองออกมาใช้ได้ แต่ยังต้องแบกรับความเสี่ยงที่มากขึ้นไปอีกโดยใช่เหตุ
แต่ตอนนี้ เมื่อมีกองทัพคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง บางทีเขาอาจจะสามารถฟาร์มแต้มผลงานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น!
เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ในวันนี้
การที่เขาสามารถสวนกลับและปลิดชีพอีกฝ่ายได้ในชั่วพริบตา ก็เป็นเพราะกลุ่มของเจียงปินบุกเข้ามาพอดี ทำให้ความสนใจของผู้ใช้พลังจิตตัวนั้นไขว้เขว และรีบร้อนอยากจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้น การต่อสู้ในวันนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แบบนี้หรอก
"ผู้บังคับหมู่เจียง คำแนะนำของคุณ ผมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ส่วนเรื่องการช่วยเหลือพวกคุณต่อต้านชาวบากาตัน ผมเองก็เป็นมนุษย์ ในเมื่อนี่คือสงครามระหว่างอารยธรรม ผมก็ย่อมต้องทำหน้าที่ของตัวเอง และผมเองก็ต้องการฆ่าพวกมันเพื่อฟาร์มแต้มผลงานให้มากขึ้นด้วย!" หลินฉวินหันไปมองหลี่ซิงเหอ แล้วพูดต่อ "คำสัญญาที่ผมให้คุณในกระดาษแผ่นนั้น ก็จะมีผลตลอดไปเช่นกัน"
เมื่อหลี่ซิงเหอได้ยินดังนั้นก็ดีใจมาก เขาส่งยิ้มประจบประแจงให้หลินฉวิน "รับทราบครับ ตั้งแต่วันนี้ไป พี่ก็คือพี่ชายของผมแล้ว ถ้าพี่ต้องการอะไร ขอแค่เอ่ยปากมาคำเดียว พี่ครับ ขาพี่บาดเจ็บอยู่นี่ ผมมีพลังพิเศษ ผมช่วยรักษาให้พี่ได้นะ!"
หมอนี่ถูกหลินฉวินทำให้ตกใจจนขวัญผวามาแล้วสองครั้ง เขาทั้งเคารพและยำเกรงหลินฉวิน เขายิ้มแหยๆ พลางย่อตัวลงเพื่อรักษาบาดแผลให้หลินฉวิน
เขารวบรวมพลังไว้ที่มือทั้งสองข้าง แล้วทาบไปที่บาดแผลที่ขาของหลินฉวินจนเกิดแสงสว่างจ้า
ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ แผ่ซ่านเข้ามา
บาดแผลเล็กๆ ที่ขาของหลินฉวิน หยุดเลือดในพริบตา แถมยังดูเหมือนจะเริ่มสมานตัวเข้าหากันแล้วด้วย
ถึงแม้สุดท้ายมันจะไม่ได้หายสนิท แต่เลือดก็หยุดไหลทันที อย่างน้อยก็ช่วยให้บาดแผลสมานตัวเร็วขึ้นกว่าเดิมถึงครึ่งหนึ่ง
แต่หลี่ซิงเหอกลับมีเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
ความสามารถของเขานับว่าแข็งแกร่งมากทีเดียว ถ้าหากเขาเติบโตขึ้นได้ บางทีเขาอาจจะสามารถรักษาบาดแผลได้ภายในวินาทีเดียว และกลายเป็นฮีลเลอร์สุดโหดประจำสนามรบเลยก็ได้!
ในเวลานี้ เจียงปินก็เอ่ยขึ้นมาว่า "คุณหลิน ผมขอเอาชีวิตเป็นประกันว่า พวกเราจะปกป้องคุณ เรื่องของคุณ ผมจะไม่บอกใคร และคนของเราก็จะไม่แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ถ้าคุณมีความต้องการอะไร คุณสามารถบอกผมหรือหวังเต๋อเซิ่งได้โดยตรง นี่คือคำสัญญาของผม"
เจียงปินให้ความสำคัญและเคารพหลินฉวินอย่างมาก
ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่า ตอนที่เขามาถึงที่นี่ในตอนแรก เขาไม่เคยมีท่าทีแบบนี้กับพวกผู้รอดชีวิตอย่างฝานเหวินฉวนเลย เขาเอาแต่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา อย่างมากก็ให้หวังเต๋อเซิ่งออกหน้าไปเจรจาแทน แต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายพูดกับหลินฉวินด้วยตัวเองยืดยาวขนาดนี้
นี่คือมนุษย์ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง สมควรได้รับความเคารพจากเขา!
หลินฉวินเองก็แอบทอดถอนใจ
โลกใบนี้ วัดกันที่ความแข็งแกร่งเสมอ
ต่อให้ฝานเหวินฉวนจะพยายามประจบประแจงแค่ไหน อย่างมากเขาก็เข้าถึงแค่หวังเต๋อเซิ่งเท่านั้น แต่หลินฉวินที่มีความแข็งแกร่งมากพอ กลับได้รับการยอมรับและคำสัญญาจากเจียงปินโดยตรง
ถ้าฝานเหวินฉวนรู้เรื่องนี้เข้า คงจะอิจฉาจนตาโตแน่ๆ
หลินฉวินมองเจียงปินด้วยแววตาลึกซึ้ง แล้วตอบกลับไปว่า "ขอบคุณครับ"
เจียงปินมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาพูดต่อว่า "ผมเป็นทหารแห่งสหพันธรัฐ หน้าที่ของผมคือการปกป้องประเทศชาติและประชาชน การช่วยเหลือคุณคือหน้าที่ของผม ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอกครับ"
การพูดคุยของพวกเขาดูเหมือนจะยาวนาน แต่อันที่จริงใช้เวลาไปไม่ถึงหนึ่งนาที
เจียงปินเป็นห่วงสถานการณ์ในสนามรบ ย่อมไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย เขาก็รีบนำกำลังกลับไปที่สมรภูมิหลักของโครงการทันที
เพื่อเข้าร่วมการต่อสู้
เจียงปินกับหลี่ซิงเหอเป็นคนนำหน้า ส่วนหลินฉวินกลับได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาราวกับฮ่องเต้ โดยมีหวังเต๋อเซิ่งและทหารอีกสองนายคอยอารักขาอยู่ด้านหลัง
การได้รับการปฏิบัติราวกับฮ่องเต้แบบนี้ ทำให้หลินฉวินเริ่มรู้สึกไม่ค่อยชินเสียแล้ว
ระหว่างทาง หวังเต๋อเซิ่งยังคงจ้องมองหลินฉวินไม่วางตา
จนหลินฉวินเริ่มขนลุก "หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอ?"
หวังเต๋อเซิ่งมองหลินฉวินสลับกับหลี่ซิงเหอ แล้วพูดว่า "ผมยังแทบไม่อยากเชื่อเลย ว่าคุณคือ 'ตือโป๊ยก่าย' คนนั้นจริงๆ? ไม่ใช่หลี่ซิงเหอหรอกเหรอ?"
หลินฉวินมุมปากกระตุกเล็กน้อย ล้วงหน้ากากตือโป๊ยก่ายออกมาจากอกเสื้อเงียบๆ
หวังเต๋อเซิ่งจ้องหน้ากากนั่นตาไม่กะพริบ
เขานึกถึงตอนที่ตัวเองยืนยันหนักแน่นกับเจียงปินว่าหลี่ซิงเหอคือยอดฝีมือคนนั้น เขาอ้าปากพะงาบๆ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
และในเวลานี้ พวกเขาก็กลับเข้ามาถึงสมรภูมิหลักอีกครั้ง และประสานงานกับทหารอีกสองหมู่ เพื่อเข้าปะทะกับพวกชาวบากาตัน
แม้ผู้ใช้พลังจิตจะถูกกำจัดไปแล้ว ทำให้การสั่งการของชาวบากาตันเกิดความปั่นป่วน แต่พวกมันก็ยังคงเป็นนักรบโดยกำเนิดและเป็นพวกเดนตาย การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ทหารทั้งสามหมู่เสียชีวิตไปกว่าครึ่ง ส่วนกองกำลังป้องกันตนเองก็บาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย ในที่สุดพวกเขาก็สามารถต้านทานการโจมตีของชาวบากาตันไว้ได้
พวกมันทิ้งยานบินที่ลุกไหม้เป็นจุลและศพเกลื่อนกลาดไว้เบื้องหลัง ก่อนจะล่าถอยไปด้วยเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งและไม่ยินยอม
เจียงปินมองดูความพินาศตรงหน้า "พวกมันไม่ยอมถอยง่ายๆ หรอก ครั้งหน้าพวกมันจะต้องยกทัพมามากกว่านี้และแข็งแกร่งกว่านี้แน่ๆ... พวกเราอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานแล้ว..."
ในการต่อสู้ครั้งนี้ หลี่ซิงเหอก็เล่นละครได้สมบทบาท เขาชี้ไปทางไหน หลินฉวินก็จัดการระเบิดหัวชาวบากาตันทางนั้นราวกับคนบ้า คอยประสานงานกันอย่างไร้ที่ติ ดูเผินๆ ก็เหมือนกับว่าหลี่ซิงเหอเป็นคนลงมือจริงๆ
คนอื่นๆ ต่างก็พากันคาดเดาไปต่างๆ นานา ว่าหลี่ซิงเหอมีความสามารถอะไรกันแน่ ถึงได้เก่งกาจขนาดนี้ ชี้ใครคนนั้นตาย?
ในขณะเดียวกัน ในการต่อสู้ครั้งนี้ ก็มีอีกสองคนที่แสดงฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยม
นั่นก็คือฉู่โย่วเวยและหนุ่มกล้ามโตที่ชื่อหยางหลิน ทั้งคู่สังหารชาวบากาตันไปได้หลายตัว
เพียงแต่ฉู่โย่วเวยนั้นเป็นคนเย่อหยิ่ง พอการต่อสู้จบลงเธอก็ปลีกตัวออกห่าง ทำตัวเหินห่างไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้
หลี่ซิงเหอกลับรู้สึกสนใจในตัวเธอมาก พอการต่อสู้จบลง เขาที่ยังสวมรัศมีความเก่งกาจที่ยืมมาจากหลินฉวิน ก็รีบเข้าไปตีสนิททันที แต่ผลลัพธ์ก็ไม่เหนือความคาดหมาย เขาถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
แต่สายตาของเธอกลับมองข้ามหลี่ซิงเหอ ไปตกอยู่ที่หลินฉวินที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างไม่สะดุดตาแทน
ตรงกันข้ามกับหนุ่มกล้ามโตที่ต้อนรับทุกคน โดยเฉพาะสาวๆ ก่อนหน้านี้สาวน้อยหน้าใสที่เคยไปขอพึ่งพิงเขา ตอนนี้ก็กลายเป็นแค่หนึ่งในสาวๆ หลายคนที่รายล้อมเขาอยู่ เธอทำได้แค่กระทืบเท้าด้วยความโกรธ แต่ก็ต้องจำใจส่งยิ้มประจบประแจงให้ชายคนนี้ต่อไป — เพราะเธอยังต้องพึ่งพาเขาอยู่นี่!
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง หลินฉวินก็แอบปลีกตัวออกมาเงียบๆ ตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับเจียงปิน ในเวลาที่ไม่จำเป็นต้องให้เขาลงมือ เขาก็สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระเหมือนเมื่อก่อน จะดูแลแค่ตัวเองก็ได้
เสื้อผ้าของหลินฉวินขาดวิ่น แม้จะไม่มีบาดแผลสาหัส แต่ก็ตามตัวก็มีรอยเลือดซึมออกมาให้เห็น ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาเหนื่อยล้าไปหมด
เขาแค่อยากจะล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วหลับให้เป็นตาย
แต่ในการต่อสู้ของวันนี้ เขาได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล!
...
...
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───