- หน้าแรก
- จุดจบอารยธรรม ผมมีระบบสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 03 - ลงจอดล่วงหน้า
บทที่ 03 - ลงจอดล่วงหน้า
บทที่ 03 - ลงจอดล่วงหน้า
บทที่ 03 - ลงจอดล่วงหน้า
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
【ชื่อ: หลินฉวิน】
【ระดับ: 1 (0/100)】
【พละกำลัง: 7】
【ความคล่องตัว: 6】
【ร่างกาย: 8】
【พลังงาน: 12/12】
【คำใบ้: ข้อมูลทั้งหมดด้านบนมีค่ามาตรฐานของคนปกติอยู่ที่ 10】
【พรสวรรค์: ความสามารถโบนัสสุ่มการ์ด】
【จำนวนครั้งในการสุ่มการ์ดที่เหลืออยู่: 0】
【สกิล:】
【1. "ปัง" (ระดับสกิล: 1): ภายในรัศมี 10 เมตรรอบตัวคุณ หากกวาดสายตามองไปที่เป้าหมาย จะสามารถใช้สกิลนี้ทำลายล้างส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสิ่งมีชีวิตที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบได้อย่างแม่นยำ】
【ระดับขีดจำกัดร่างกายเป้าหมายที่สามารถระเบิดได้โดยตรงในปัจจุบัน: 16 (เมื่อใช้สกิลนี้กับศัตรูที่มีค่าร่างกายเกินกว่าตัวเลขนี้ ประสิทธิภาพจะลดลง)】
สกิลนี้สอดคล้องกับคุณสมบัติของหญิงหัวระเบิดในเดอะบอยส์ที่ใช้สกิลนี้ มันมีระยะเวลาในการร่ายเวทเล็กน้อย จำเป็นต้องใช้สายตาจับจ้องและมีระยะจำกัด ยิ่งไปกว่านั้น ใช่ว่าทุกคนจะถูกระเบิดหัวได้ทั้งหมด ในซีรีส์ต้นฉบับ ความสามารถนี้แทบจะเป็นการโจมตีปลิดชีพสำหรับคนธรรมดา แต่สำหรับยอดมนุษย์คนอื่นๆ ที่มีร่างกายแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ประสิทธิภาพก็จะลดลงอย่างมาก
เพียงแต่ว่าสกิลนี้ถูกแจกแจงรายละเอียดให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านแผงข้อมูลส่วนตัว
"เป้าหมายที่สามารถฆ่าได้ในพริบตาคือผู้ที่มีค่าร่างกายมากกว่าฉันไม่เกินสองเท่าอย่างนั้นเหรอ?"
หลินฉวินครุ่นคิด
การเพิ่มค่าสถานะร่างกายของตัวเอง อาจจะเพิ่มพลังทำลายล้างของสกิลนี้ได้โดยตรง!
แต่ทว่า ตามปกติแล้ว ภายใต้มาตรฐานร่างกายที่ 10 แต้ม ร่างกายที่มีค่าถึง 16 ก็ถือว่าไม่ใช่มนุษย์มนาแล้วหรือเปล่า?
และดูจากลักษณะนี้แล้ว สกิลที่ได้จากการสุ่มการ์ดก็สามารถอัปเกรดได้เช่นกัน อย่างสกิลในปัจจุบันนี้ ก็ยังอยู่ในระดับที่ 1
เพียงแต่ว่าไม่ว่าจะเป็นวิธีอัปเกรดสกิล วิธีอัปเลเวลในแผงข้อมูลส่วนตัว หรือแม้แต่วิธีอัปเกรดพรสวรรค์ก็ยังไม่มีให้เห็นเลย หลินฉวินลองเข้าไปดูตามกระทู้บนอินเทอร์เน็ต มีชาวเน็ตวิเคราะห์ว่า นี่อาจเป็นเพราะสมรภูมิระดับโลกยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ทุกคนจึงยังไม่สามารถอัปเกรดได้ ตอนนี้เป็นเหมือนช่วงอุ่นเครื่องของเกม ทุกคนจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตัวเองมีความสามารถอะไร ส่วนเรื่องการอัปเลเวลและการทำภารกิจหลักนั้น คงต้องรอให้เกมเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเสียก่อน
"ดูเหมือนว่าวิธีรับสิทธิ์สุ่มการ์ดเพิ่ม คงต้องรอให้สมรภูมิเปิดฉากขึ้นก่อนถึงจะได้รู้สินะ"
หลินฉวินคาดเดา
ในช่วงเวลานี้ ความวุ่นวายภายนอกแผ่ขยายออกไปพักหนึ่ง แล้วตอนนี้ก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง บางทีอาจเป็นเพราะเสียงปืนหลายนัดที่ดังมาจากแดนไกลของเมือง ทำให้ผู้คนพากันสงบสติอารมณ์ลงได้
แต่อินเทอร์เน็ตกลับคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ปลุกพลังระดับ D ที่ชื่อหยางหลินคนนั้น พูดขึ้นในกลุ่มแชทใหญ่ของโครงการอย่างเปิดเผย
"ทุกคนวางใจได้ ก่อนหน้านี้ผมเป็นครูฝึกฟิตเนส ตอนนี้ก็เป็นยอดฝีมือระดับ D แล้ว
"ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ ผมจะเป็นคนแรกที่ออกหน้าและจะปกป้องความปลอดภัยของทุกคนอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ในมือผมมีเสบียงไม่มากนัก ไม่รู้ว่ามีใครยินดีจะขายให้ผมบ้างไหม?"
ตอนนี้ทุกคนต่างกุมทรัพยากรไว้แน่น คนธรรมดาที่ขอความช่วยเหลือในกลุ่มไม่มีใครแยแสเลย พอหยางหลินคนนี้เอ่ยปาก ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งตอบกลับมาทันที
"ฉันมีค่ะ พี่ชาย ฉันเอาเสบียงไปหาพี่ด้วยเลยได้ไหมคะ?"
แถมยังแนบรูปเซลฟี่ รูปร่างเย้ายวน หน้าตาดูใสซื่อบริสุทธิ์
หลินฉวินเพียงแค่มองดูเรื่องทั้งหมดนี้อย่างเย็นชา
เวลาล่วงเลยผ่านช่วงเที่ยงมานานแล้ว หลินฉวินลุกขึ้นยืน ในบ้านยังมีผักเหลืออยู่นิดหน่อย เป็นผักที่เขาซื้อมาเมื่อสองวันก่อน ผักพวกนี้เก็บไว้ไม่ได้นาน เขาจึงนำมาทำอาหารกินรองท้องไปก่อน
กินข้าวเสร็จ หลินฉวินก็นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ ท่องอินเทอร์เน็ตเพื่อศึกษาความรู้เรื่องการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การแยกแยะพืชผักป่า และสกิลอื่นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ เขาพยายามติดอาวุธความรู้ให้ตัวเองมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้เขาจะเป็นผู้ข้ามมิติ แต่ก็เป็นเพียงคนธรรมดา ลึกๆ ในใจก็หวาดกลัวและกระวนกระวายไม่ต่างจากคนอื่น แต่เขามีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือสามารถบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ และพยายามใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดทำสิ่งที่อาจจะเป็นประโยชน์ในอนาคต
เขาอยากมีชีวิตรอด
การนับถอยหลังปรากฏขึ้น พรสวรรค์ถูกปลุก ทำให้โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และน้ำประปายังคงใช้งานได้ตามปกติ
ทว่าพอถึงช่วงบ่ายสองบ่ายสามโมง แรงดันไฟฟ้าก็เริ่มไม่เสถียร สัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ขาดๆ หายๆ เป็นส่วนใหญ่
หลินฉวินเดินมาที่หน้าต่างและมองออกไป เห็นตำรวจเดินลาดตระเวนอยู่ประปราย
ที่อื่นเขาไม่รู้ แต่ความปลอดภัยของที่นี่ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้
ไม่เพียงเท่านั้น ด้านล่างโครงการยังมีคนที่กำลังหวาดกลัวมารวมกลุ่มกันอีกไม่น้อย จับกลุ่มพูดคุยกันสองสามคน บ้างก็รู้สึกว่าอยู่กันหลายๆ คนแบบนี้จะปลอดภัยกว่า บ้างก็กำลังสืบข่าวคราวไปทั่ว หวังว่าจะได้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปให้มากที่สุด
เมื่อหลินฉวินเห็นภาพนั้น ในใจเขาก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น
ตอนนี้ข้างล่างยังค่อนข้างปลอดภัย บางที... เขาอาจจะลงไปข้างล่างเพื่อทดสอบความสามารถของตัวเองดูได้
ถึงเขาจะได้รับความสามารถมาแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้งานมันอย่างไร
เพราะความสามารถที่เขาสุ่มได้จำเป็นต้องมีสิ่งมีชีวิตเป็นเป้าหมายถึงจะใช้งานได้ แต่ในห้องเช่าระยะสิบเมตรนี้ หลินฉวินไม่เห็นแม้แต่แมลงสักตัว
ส่วนต้นไม้ที่ปลูกในบ้าน... ในฐานะชายโสดตัวคนเดียว บ้านของหลินฉวินจะมีของพรรค์นั้นได้อย่างไร?
เขาเดินลงไปชั้นล่างอย่างเชื่องช้า เห็นฝานเหวินฉวนที่เป็นหัวหน้าตึกอยู่ข้างล่าง เขารวบรวมลูกบ้านตึกหมายเลขห้ามาได้ไม่น้อยเลยจริงๆ ตั้งกลุ่มเล็กๆ โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง ทุกคนต่างทำตามคำสั่งของเขา
แม้แต่ลูกบ้านตึกอื่นก็ยังเป็นฝ่ายเข้ามา "เกาะต้นขา"
แต่หลินฉวินไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ เขาเบนเข็มไปทางอื่น
แม้ในโครงการจะไม่ได้เกิดความวุ่นวายอะไร แต่ในเมืองหมัวตูก็ไม่สงบสุขอย่างเห็นได้ชัด หลินฉวินได้ยินเสียงไซเรนตำรวจและเสียงความวุ่นวายดังแว่วมาจากถนนสายต่างๆ ด้านนอกโครงการ
บางพื้นที่คือความสงบก่อนพายุจะมาเยือน ส่วนบางพื้นที่ก็เริ่มตกอยู่ในความวุ่นวายแล้ว
หลินฉวินเริ่มทดลองว่าความสามารถของเขาต้องเปิดใช้งานอย่างไร
เขาไม่ได้เสียสติขนาดนั้น ไม่ได้จะไประเบิดหัวคนแปลกหน้าที่เดินผ่านไปมาจริงๆ แค่อยากจะดูว่าความสามารถของเขาทำงานอย่างไร
เขาเพ่งสมาธิไปที่ชายหนุ่มคนหนึ่งตรงมุมตึกที่กำลังโอ้อวดตัวเองว่าปลุกพรสวรรค์ระดับ E
เขาก็เกิดความรู้สึก "หยั่งรู้" ขึ้นมาในใจอย่างประหลาด ดูเหมือนว่าเพียงแค่เขาคิด แค่ขยับความคิด ก็สามารถระเบิดหัวชายหนุ่มที่กำลังยืนล้อมรอบไปด้วยผู้คน และพูดจาโอ้อวดสรรพคุณตัวเองคนนั้นได้ทันที!
และอีกฝ่ายก็ไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
นี่หมายความว่า ร่างกายของอีกฝ่ายมีค่าไม่ถึง 16 แต้ม
หลินฉวินใจเต้นรัว
สัมผัสที่น่าทึ่งนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ
ถ้าเขาไม่กดระเบิดหัว เขาก็สามารถใช้สัมผัสการหยั่งรู้นี้เพื่อสอดแนมตัวเลขคร่าวๆ ของร่างกายคนอื่นได้ แถมอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวอีกด้วย
สกิลของเขาคือการล็อกเป้าหมายระเบิดหัว เป็นการจ้องมองมรณะของแท้
แนบเนียนแถมยังฆ่าคนได้แบบไร้ร่องรอย!
ลองดูดีกว่าว่าในโครงการนี้มียอดฝีมือที่มีค่าร่างกายสูงๆ บ้างไหม!
หลินฉวินรู้สึกสงสัย คิดปุ๊บก็ทำปั๊บ
เขาเดินไปมาในโครงการอย่างช้าๆ แกล้งทำตัวกระวนกระวายเหมือนคนอื่นๆ
เขากวาดสายตามองไปมาท่ามกลางฝูงชน พบว่าความสามารถของเขาแทบจะระเบิดหัวทุกคนที่อยู่ชั้นล่างในตอนนี้ได้เลย
น้อยคนนักที่จะมีค่าร่างกายถึง 16 แต้ม
จู่ๆ หลินฉวินก็หยุดชะงัก
เพราะเขาสังเกตเห็นว่า อีกด้านหนึ่งมีผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่ง คล่องแคล่วและงดงามคนหนึ่งเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ค่าร่างกายของเธอเกินสิบหกแต้ม!
ความสามารถในการรับรู้ของเขาบอกเขาแบบนั้น
สกิลของเขาไม่สามารถระเบิดหัวคนคนนี้ได้ อย่างมากก็คงทำได้แค่ระเบิดร่างอีกฝ่ายให้เป็นรูโหว่ที่มีเลือดไหลออกมาเท่านั้น!
แต่สิ่งที่ทำให้หลินฉวินตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือ ผู้หญิงคนนั้นที่กำลังรีบเดินไปยังตึกหมายเลขสองฝั่งตรงข้าม วินาทีนี้เธอราวกับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงหยุดฝีเท้ากะทันหัน และหันขวับมามองทางนี้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
ทว่าเมื่อเธอหันมามอง หลินฉวินก็อันตรธานหายไปในฝูงชนอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
อีกฝ่ายรับรู้ได้ถึงการ "ถูกจ้องมอง" จากเขา แถมค่าร่างกายยังเกิน 16 แต้มอีก เกรงว่าน่าจะเป็นยอดฝีมือ
หลินฉวินจดจำผู้หญิงคนนั้นไว้ ตอนนี้เขาถูกฝานเหวินฉวนขวางทางเอาไว้
"ฉันจำนายได้ นายก็อยู่ตึกพวกเราเหมือนกัน..." ฝานเหวินฉวนเอ่ย "นายสนใจจะมาร่วมกลุ่มด้วยกันไหม? นายตัวคนเดียว สู้มารวมกลุ่มอยู่กับพวกเราหลายๆ คนแบบนี้ปลอดภัยกว่าเห็นๆ ดูท่าทางแล้ว ระดับพรสวรรค์ของนายคงไม่สูงสินะ? ไม่อย่างนั้นนายคงไม่ลงมาเดินเพ่นพ่านหาโอกาสอยู่แถวนี้... คนที่มาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ชั้นล่างตอนนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกผู้ปลุกพรสวรรค์ระดับต่ำที่อยากจะมาจับกลุ่มรวมตัวกันหาความอบอุ่น พวกระดับสูงเขาไม่กลัวกันหรอก และไม่ต้องลงมาหาโอกาสอะไรทั้งนั้นแหละ
"ฉันพูดถูกไหม?"
หลินฉวินส่ายหน้า "เอ่อ... ขอผมคิดดูก่อนนะ"
ฝานเหวินฉวนเพียงแค่ยิ้ม "ฉันเชื่อว่านายจะเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง"
ในสายตาของเขา ชายหนุ่มธรรมดาๆ อย่างหลินฉวิน ที่ไร้ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ การปฏิเสธเขาก็คือความโง่เขลาเบาปัญญา
ดังนั้น ฝานเหวินฉวนจึงไม่ได้หว่านล้อมอะไรต่อ
ในสายตาของเขา การปฏิเสธของหลินฉวินถือเป็นความสูญเสียของตัวหลินฉวินเอง
แต่หลินฉวินก็ไม่ได้ขึ้นห้องไปจริงๆ ในทางกลับกัน เขาเดินอ้อมไปยังมุมอับสายตาหลังกระถางต้นไม้
ที่หลินฉวินลงมาครั้งนี้ นอกจากจะมาเรียนรู้วิธีใช้ความสามารถแล้ว เขาก็อยากจะทดสอบอานุภาพของมันดูสักหน่อย
เขาต้องรู้ขีดจำกัดความสามารถของตัวเองให้ดี ถึงจะใช้ความสามารถของตัวเองได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อถึงคราวจำเป็นในอนาคต
การเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องสารเลว แต่ถ้าแค่ใช้กับดอกไม้ใบหญ้าก็คงไม่เกินไปหรอกใช่ไหม?
เมื่อหลินฉวินจ้องมองไปที่กระถางต้นไม้ เขากำลังจะเปิดใช้งานความสามารถ แต่เขายังไม่ทันได้ขยับ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น พื้นดินสั่นสะเทือน ผู้คนรอบๆ พากันกรีดร้อง
หลินฉวินถึงกับตะลึงงัน
ฉันยังไม่ได้ออกกระบวนท่าเลย ทำไมอานุภาพถึงได้รุนแรงขนาดนี้?
แต่เขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วว่าไม่ใช่ฝีมือตัวเอง
เพราะผู้คนไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลต่างตะโกนขึ้นพร้อมกัน หลังเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นครั้งแรก เสียงนั้นก็ดังต่อเนื่องไม่หยุด!
"กองทัพเข้าเมืองแล้ว! กองทัพเข้าเมืองแล้ว!!"
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มพูด แต่จู่ๆ ความหวาดกลัวก็ลุกลามไปทั่ว ผู้อยู่อาศัยที่อยู่ชั้นล่างพากันวิ่งหนีกลับเข้าไปในตึกกันอย่างแตกตื่น
กองทัพแห่งสหพันธรัฐเข้าเมืองแล้วเหรอ?
หลินฉวินยังคงครุ่นคิด จู่ๆ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป—
เพราะข้อความนับถอยหลังอันน่าพิศวงตรงหน้าเขากลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
มีข้อความใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมาเป็นแถวๆ!
【ชาวดาวสีน้ำเงินทุกท่าน】
【ขณะนี้กำลังถ่ายทอดประกาศหนึ่งฉบับ】
【หนึ่งในอารยธรรมที่เข้าร่วมสงคราม: อารยธรรมบากาตัน ใช้ 1,000,000 แต้มผลงาน ซื้อและใช้สิทธิ์ลงจอดก่อนกำหนดในสมรภูมิระดับโลกครั้งนี้】
【อารยธรรมบากาตัน จะเข้าสู่สมรภูมิล่วงหน้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อารยธรรมอื่นๆ ยังคงจะเข้าสู่สมรภูมิหลังจากการนับถอยหลังสิ้นสุดลง】
【สมรภูมิระดับโลกดาวสีน้ำเงิน เข้าสู่ช่วงสงครามล่วงหน้าแล้ว】
【ขอให้ผู้ร่วมรบชาวพื้นเมืองดาวสีน้ำเงินทุกท่าน เตรียมพร้อมรับมือสงคราม】
"ลงจอดล่วงหน้า?!!"
หลินฉวินเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว และเห็นว่าท้องฟ้าถูกฉีกขาดเป็นรอยแยกอันน่าสะพรึงกลัวทอดยาวไปจนสุดสายตา
"เรือใบ" ลำมหึมาที่มีความยาวกว่าหนึ่งพันเมตร ค่อยๆ แล่นออกมาจากรอยแยกนั้น!
...
...
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───