- หน้าแรก
- โครงกระดูกที่ฉันอัญเชิญมาคือตัวเอกงั้นเหรอ?
- ตอนที่ 47: เอาน่า ตอบคำถามฉันมา
ตอนที่ 47: เอาน่า ตอบคำถามฉันมา
ตอนที่ 47: เอาน่า ตอบคำถามฉันมา
ตอนที่ 47: เอาน่า ตอบคำถามฉันมา
ห้องสมุดเงาคือที่พักอาศัยของบัล นักเวทผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยราชันลีโอริค
เพื่อแสวงหาความเป็นอมตะ ลีโอริคจึงสร้าง "ห้องสมุด" อันงดงามและไม่เคยมีมาก่อนแห่งนี้ขึ้นให้กับบัล
ห้องสมุดมีหนังสือมากมายที่เทียบได้กับฐานข้อมูลของคริสตจักรแสงศักดิ์สิทธิ์
ขุมทรัพย์แห่งความรู้ดังกล่าวได้กลายเป็นประวัติศาสตร์พร้อมกับหายนะ
…
"อมตะเหรอ?"
เมื่อเห็นข้อมูลวูบไหวตรงหน้า พวกหวังยวนจึงมองหน้ากัน
ลีโอริคผู้นี้ช่างทะเยอทะยานนัก มันถึงขั้นศึกษาศาสตร์แห่งความเป็นอมตะ
แน่นอนว่าผู้ปกครองนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะในจีนหรือต่างประเทศต่างมีนิสัยเหมือนกัน ยามอำนาจไปถึงจุดสูงสุดแล้ว พวกเขาจึงใฝ่ฝันถึงการปกครองชั่วนิรันดร์
ดูท่าว่าการตายอย่างกะทันหันของลีโอริคจะข้องเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความเป็นอมตะ
ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีอยู่ในดันเจี้ยนความยากปกติ มีเพียงความยากนรกเท่านั้นที่ผู้เล่นจะได้รับเศษชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ดังกล่าว
สิ่งนี้คล้ายกับอาณาจักรลับของคนรุ่นหลังค่อนข้างมาก
มันน่าจะเป็นดังที่หวังยวนคาดเอาไว้ สิ่งที่เรียกว่าดันเจี้ยนระดับนรกคือสถานที่ลับหลังจากวันสิ้นโลกมาถึงแล้ว
ห้องสมุดเงามีขนาดใหญ่ นับว่าเป็นห้องสมุดที่กว้างขวางมาก
ชั้นหนังสือสูงตระหง่านตั้งเรียงรายชิดผนัง แต่ข้างในกลับว่างเปล่า
ใจกลางของห้องสมุดเป็นพื้นที่โล่งซึ่งมีเบ้าหลอมและกองขวดโหลวางอยู่ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นสถานที่ที่นักเวทผู้ยิ่งใหญ่บัลใช้ศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์แห่งความเป็นอมตะ
“นักผจญภัยเอ๋ย ในที่สุดพวกคุณก็มา…”
ทันทีที่กลุ่มหวังยวนเข้าห้องสมุด พวกเขาจึงได้ยินเสียงอันว่างเปล่าดังมาจากท้องนภา
ทุกคนรีบเงยหน้ามอง แต่กลับไม่พบเห็นสิ่งใด
“ตาเฒ่าบัลนั่นยังชอบทำตัวลึกลับอยู่เรื่อย! ไม่ว่าใครก็ทราบดีว่าเขาอยู่ในเบ้าหลอม”
“นักเวทเฒ่าผู้นี้ช่างน่าสงสารนัก ทั้งที่ศึกษายาแห่งความเป็นอมตะเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นอันเดด… แต่สุดท้ายกระดูกกลับถูกบดจนเหลือเพียงเถ้าที่กระจัดกระจาย…”
“เถ้าไม่ได้กระจายไปไหนหรอก เถ้าเหล่านั้นยังอยู่ในเบ้าหลอมต่างหาก”
ทหารโครงกระดูกทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะบ่นอยู่ในใจของหวังยวน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนเหล่านี้มาที่นี่ ทุกสิ่งมันช่างคุ้นเคยนัก
“น่าสงสารเหลือเกิน...”
หวังยวนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
นักเวทผู้ยิ่งใหญ่กลับต้องมาพบจุดจบเช่นนี้ การได้มานอนอยู่ในเบ้าหลอมแล้วยังแสร้งทำเป็นอวดเก่งนั้นช่างเป็นรสนิยมที่แย่เหลือเกิน
“ฮิฮิ! ไม่ต้องเงยหน้าไปหรอก ฉันอยู่ตรงหน้าพวกคุณแล้ว”
เขาคล้ายกับรู้สึกภาคภูมิเมื่อเห็นว่าไม่มีใครหาต้นเสียงเจอ
"ผีหลอก!!!"
สุ่ยหลิงหลงหน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอกรีดร้องออกมาขณะกระโดดไปอยู่ในอ้อมแขนของหวังยวน
หวังยวนตกตะลึงขณะหลบไปด้านข้าง ทำให้สุ่ยหลิงหลงไปกระแทกเข้ากับหม่าซานเอ๋อร์ซึ่งอยู่ด้านหลังหวังยวนแทน
“ไอ้หยา...” เมื่อรับรู้ได้ถึงลมหายใจของสุ่ยหลิงหลง หม่าซานเอ๋อร์จึงตะโกนด้วยความตื่นเต้น “สรรเสริญพี่หนิว นับจากนี้คุณคือพี่ชายแท้จริงของฉัน…”
“เอ่อ…” หวังยวนขมวดคิ้ว
สุ่ยหลิงหลงกระแทกเข้าใส่จนสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หลังจากเงยหน้ามองก็พบกับโครงกระดูกกำลังก้มมองพร้อมรอยยิ้มกว้าง เปลวเพลิงวิญญาณสองดวงยังคงวูบไหวอยู่ในเบ้าตาอันว่างเปล่าขณะอารมณ์หื่นกามชั่วช้าปรากฏขึ้น
“อ๊า!!!!!”
สุ่ยหลิงหลงกรีดร้องจนแทบจะหมดสติ
"ฮ่าฮ่าฮ่า!"
เมื่อเห็นสุ่ยหลิงหลงหวาดกลัวเช่นนี้ น้ำเสียงอันว่างเปล่าจึงหัวเราะด้วยความหยิ่งทะนงมากขึ้น
ต้าไป๋ทนดูไม่ไหวอีกต่อไป ดังนั้นจึงทำการยกไม้เท้าขึ้นสูงขณะลูกไฟพุ่งออกไปกระแทกเข้ากับเบ้าหลอม
"ปัง!"
เบ้าหลอมถูกเป่าจนเกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย
“แค่กแค่กแค่ก! คุณนี่มันโหดเหี้ยมเหลือเกิน!”
เงาของชายชราค่อยปรากฏขึ้นจากพื้นขณะส่งเสียงไอออกมา
นักเวทเก้าดารา บัล
เลเวล: 30
ค่าพลังชีวิต: 300000
ค่าพลังมานา: 200000
สกิล: ความชำนาญเวทมนตร์
แนะนำภูมิหลัง: อดีตนักเวทเก้าดาราผู้ทรงพลัง หลังจากถึงแก่ความตาย วิญญาณจึงถูกจองจำอยู่ในห้องสมุดและไม่สามารถออกไปได้
“นักเวทเก้าดารา? อะไรล่ะนั่น?”
เมื่อเห็นข้อความของบัล ไม่เพียงแต่พวกสุ่ยหลิงหลงเท่านั้น แม้กระทั่งหวังยวนยังตกตะลึงเช่นกัน
นักเวทจะแบ่งออกเป็นเก้าดาราจากสูงไปต่ำ
เลเวล 1 ถึง 10 จะนับว่าเป็นนักเวทฝึกหัดหนึ่งดารา
เลเวล 10 ถึง 20 จะนับว่าเป็นนักเวทฝึกหัดสองดารา
เลเวล 20 ถึง 30 จะนับว่าเป็นนักเวทฝึกหัดสามดารา
…
หากเทียบกันแล้ว นักเวทเลเวล 80 ถึง 90 จึงเป็นนักเวทเก้าดาราในตำนานและเป็นที่รู้จักในชื่อนักเวทผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งมันอยู่ห่างจาก “เทพแห่งมนตรา” ในตำนานอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
การที่ตัวเองได้เผชิญหน้ากับนักเวทเก้าดาราในดันเจี้ยนเลเวล 15 นับว่าโชคดีไม่น้อย
“นักเวทเก้าดารา... แต่ตอนนี้หมอนี่เลเวล 30 เท่านั้น ในเมื่อไม่มีร่างกาย แล้วทำไมถึงยังรักษาความแข็งแกร่งสูงสุดเอาไว้ได้”
โครงกระดูกทั้งสามต่างมีสีหน้าเหยียดหยาม
“เวลาผ่านมากี่ปีกันแล้วนะ! ฉันเบื่อจะตายอยู่แล้ว แต่ในที่สุดก็มีนักผจญภัยอย่างพวกคุณมาหาสักที พวกคุณเต็มใจจะเล่นกับฉันหรือเปล่า?”
โดยไม่รอให้คนอื่นได้พูดอะไร ร่างของอีกฝ่ายจึงปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนในพริบตา
มันเป็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เขาดูเหมือนชายชราดาษดื่นผู้ไม่ได้พบเห็นใครมาช้านาน
“คิดจะเล่นอะไรล่ะ?” หวังยวนถามด้วยความสงสัย
แม้ชายชราคนนี้จะเป็น Boss ที่ติดอยู่ในดันเจี้ยน แต่สติปัญญากลับไม่แตกต่างจากมนุษย์แต่อย่างใด ถึงจะสนุกกับแกล้งผู้อื่น แต่ก็ไม่ได้ชวนให้หงุดหงิดมากนัก
หลังจากได้ยินคำพูดของหวังยวน ดวงตาของบัลจึงจับจ้องมาทางหวังยวนทันที
"หืม?"
ในเวลาเดียวกัน บัลเผยสีหน้าสับสน วินาทีต่อมา บัลจึงปรากฏตัวตรงหน้าหวังยวนขณะยื่นจมูกมาสูดดมหวังยวนไปมา
“คุณมีความผันผวนวิญญาณอยู่ในร่างกายมากมาย คุณเป็นศิษย์ของใครเหรอ?” บัลเอ่ยถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“อาจารย์ของฉันคือมหาปุโรหิตแห่งความตายซูล” หวังยวนตอบตามจริง
“ไม่แปลกใจเลยที่เป็นเขา! เขาทำสำเร็จแล้วเหรอ? เยี่ยมไปเลย!! ในที่สุดก็จะได้ออกจากสถานที่บัดซบนี่สักที” บัลพลันตื่นเต้นขึ้นมา
หวังยวน "..."
“เร็วเร็วเร็ว! อัญเชิญฉัน! ให้ฉันได้เป็นอันเดดของคุณ” บัลดึงหวังยวนขณะออกคำสั่งด้วยท่าทีร้อนรน
“หา?”
คนอื่นต่างตกตะลึงขณะมองหวังยวนผู้อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความนับถือ
พระเจ้า พอมาเทียบกับคนอื่นแล้วมันก็น่าอิจฉาเหลือเกิน
ตอนนี้เนโครแมนเซอร์ส่วนใหญ่สามารถอัญเชิญนักรบโครงกระดูกได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น
แต่ในตอนนี้ นักเวทเก้าดารากำลังคว้าแขนของหวังยวนแล้วร้องขอที่จะกลายเป็นอันเดดของหวังยวน
นี่มันช่างเหลวไหลสิ้นดี หากไม่ใช่เพราะเห็นกับตา เกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อว่าเรื่องเหลวไหลแบบนี้จะเกิดขึ้นได้
ต่อให้มันกำลังเกิดตรงหน้า ยิงไปเรื่อยเปื่อยก็ยังออกแรงหยิกตัวเองด้วยความสงสัยว่ากำลังฝันอยู่หรือเปล่า
แม้จะไม่มีความเจ็บปวดระหว่างทำการต่อสู้ในเกม แต่ก็ยังสามารถทำร้ายตัวเองได้อยู่ เนื่องจากระบบกำหนดเอาไว้แล้วว่าผู้เล่นที่ทำร้ายตัวเองจะได้รับความเจ็บปวดสูงถึง 500
หลังจากรู้สึกเจ็บปวดถึงห้าครั้ง ในที่สุดยิงไปเรื่อยเปื่อยก็ตระหนักได้ว่ามันคือเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝัน
บ้าเอ๊ย! ยิงไปเรื่อยเปื่อยแทบหยากคุกเข่าต่อหน้าหวังยวน
หวังยวนสับสนเช่นกัน แม้ว่าเขาอยากทำ แต่กลับไม่สามารถทำไม่ได้…
ประการแรก การอัญเชิญวิญญาณวีรชนด้วยตัวเองจะต้องใช้อัญเชิญโครงกระดูกในโถงแห่งวีรชนที่อยู่ใต้โบสถ์ ประการที่สอง วิญญาณวีรชนที่เขาอัญเชิญล้วนเป็นหัวกะทิจากวันสิ้นโลกในอนาคต
ไม่สามารถอัญเชิญอย่างอื่นได้
“อะไร? คุณไม่ต้องการเหรอ?” เมื่อเห็นหวังยวนเฉยชา สีหน้าของบัลกลับเดือดดาลขึ้นมา
“ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการ แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง” หวังยวนกางแขนออก มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาเหลือเกิน
“ดีมาก! คุณกล้ามาแกล้งฉันได้ยังไง! ตอนนี้ฉันไม่มีความสุขแล้ว!” บัลเอ่ยคำอย่างเกรี้ยวกราด “จงรับโทสะของฉันซะ!! มา ตอบคำถามฉัน!!”
"ตอบคำถามเหรอ?"
ทุกคนสับสนอีกครั้ง
ไม่สิ ทำไม Boss ตัวนี้ถึงอุกอาจขนาดนั้น ทำไมถึงไม่เริ่มสู้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเล่า? เหตุใดถึงต้องมาลับสมองประลองปัญญาด้วย