เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42: ความยากเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ตอนที่ 42: ความยากเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ตอนที่ 42: ความยากเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด


ตอนที่ 42: ความยากเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

“พระเจ้า เข้าไปแล้ว! พวกเขาเข้าดันเจี้ยนระดับนรกไปแล้ว!”

ด้านนอกปราสาทเงา กลุ่มผู้เล่นจากเมืองพายุฟ้าคะนองรู้สึกกระสับกระส่ายอีกครั้งหลังจากเห็นแสงสีแดงโลหิตจากประตูปราสาทเงาสาดส่องออกมาขณะพาหวังยวนกับเจ็ดคนที่เหลือเข้าไป

พูดตามตรง ผู้เล่นส่วนใหญ่คิดว่าสิ่งที่เรียกว่า "การท้าทายดันเจี้ยนระดับนรก" เป็นเรื่องล้อเล่น ในช่วงเวลานี้ที่ทุกคนไม่สามารถผ่านระดับทั่วไปได้ ระดับนรกจึงเป็นความยากที่ไม่แม้แต่จะคิดถึง

เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นความสนุกสนาน แต่ใครจะคาดคิดว่ามันกลับกลายเป็นความจริง

หากตายในดันเจี้ยนระดับนรกก็จะเสียหนึ่งเลเวล

การเพิ่มเลเวลคือสิ่งจำเป็นไม่ใช่เหรอ?

แต่ใครจะคิดว่าหวังยวนถึงกับเปิดดันเจี้ยนระดับนรกจริง

ชายผู้นี้… ไม่มีขีดจำกัดจริงหรือ?

ทุกคนตกตะลึง

เมื่อวานซืนไม่มีใครเคยได้ยินชื่อหนิวต้าลี่ แต่เมื่อวานกลับกลายเป็นคนมีชื่อเสียงในเมืองหลังจากสังหารสมาคมมังกรดำด้วยตัวคนเดียว

แม้คิดว่าการจัดการกิลด์ขนาดใหญ่เพียงลำพังจะเป็นจุดสูงสุดของชีวิตหวังยวน แต่นึกไม่ถึงว่าหมอนี่จะทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นได้อีก

มันคือการท้าทายการรับรู้ของผู้เล่นคนอื่นตลอดเวลา

“ว่าไงนะ? เขาลงเดิมพันจริงเหรอ?”

ทางฝั่งสมาคมมังกรดำ มังกรท่องโลกประหลาดใจระคนยินดีที่ทราบว่าทีมของหวังยวนวางเงินเดิมพัน

ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือหวังยวนถึงกับกล้าท้าทายดันเจี้ยนระดับนรก

ข่าวดีคือดูเหมือนว่าการประจบประแจงของเขาทำให้ชายผู้นี้ฮึกเหิมขึ้นไม่น้อย หลังจากทำเช่นนี้ หวังยวนจึงกล้าท้าทายเขาเพื่อหวังจะเพิ่มชื่อเสียง

ทุกอย่างอยู่ในแผนของเขาเรียบร้อยแล้ว

"ฮ่าฮ่าฮ่า!"

เมื่อคิดถึงตรงนี้ มังกรท่องโลกจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง

ไม่เพียงแค่เมืองพายุฟ้าคะนองเท่านั้น แต่ด้วยความช่วยเหลือสมาคมมังกรดำ ทำให้ข่าวที่หวังยวนกำลังท้าทายดันเจี้ยนระดับนรกกลายเป็นที่โด่งดังบนเว็บบอร์ดทั่วไปจนแพร่สะพัดไปยังเมืองหลักแห่งอื่น

เมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ สำนักงานกิลด์มังกรโผทะยานเลิศล้ำ

“ว่าไงนะ ดันเจี้ยนระดับนรกเหรอ? ทีมไหน?” ประธานของมังกรโผทะยานเลิศล้ำนามมังกรโผทะยานทั่วหล้าขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนี้

“หนิวต้าลี่เป็นใคร ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อน”

“ชิ... ก็นึกว่ากิลด์ขนาดใหญ่ที่ตั้งทีมกันขึ้นมา ดันกลายเป็นคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเนี่ยนะ” มังกรโผทะยานทั่วหล้าโบกมือหลังจากได้ยินเช่นนี้ “อย่าไปให้ความสนใจกับข่าวนี้เลย มันก็แค่กลุ่มผู้เล่นระดับต่ำที่ไม่มีทักษะแต่อยากสร้างความสนใจเพราะหิวแสงเท่านั้น ความคืบหน้าดันเจี้ยนของพวกเราไปถึงไหนแล้ว?”

“ไปถึงฉากที่สองแล้ว”

"เหอะเหอะ!" มังกรโผทะยานทั่วหล้าเย้ยหยัน “ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไปได้สวย หากไม่มีอะไรผิดพลาด กิลด์ของพวกเราจะเป็นกิลด์แรกที่ผ่านระดับเอลีท! ไกลสุดทั่วหล้า คุณจะสู้เพื่อเป็นกิลด์ชั้นนำในเซิร์ฟเวอร์โกบอลหรือเปล่า!!”

“พระเจ้า! นี่คือปราสาทเงาระดับนรกใช่ไหม? มันต้องสมจริงขนาดนี้เลยเหรอ? แอบน่าขนลุกขนพองนิดหน่อยแฮะ”

“นั่นน่ะสิ… ฉากถูกเปลี่ยนเป็นตอนกลางคืน ดูพระจันทร์นั่นสิ เหมือนมีเลือดหยดลงมาเลย”

ในตอนนี้ พวกสุ่ยหลิงหลงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจขณะมองฉากที่อยู่ตรงหน้า

คนเหล่านี้ล้วนเคยต่อสู้ในปราสาทเงาระดับปกติมาก่อน ทำให้เคยเห็นฉากทั้งหลายในดันเจี้ยน

แต่ฉากในตอนนี้เหมือนกับโลกสองใบที่แตกต่างกันเมื่อเทียบกับฉากที่เคยเห็นก่อนหน้านั้น

ในดันเจี้ยนระดับนรก ไม่เพียงแต่ฉากน่าขนลุกและน่าสะพรึงมากขึ้นเท่านั้น แต่ผู้เล่นถึงขั้นสามารถสัมผัสได้ถึงอากาศเย็นเยือกกับกลิ่นของซากศพที่เน่าเปื่อยอีกด้วย เทียบกับปราสาทเงาระดับปกติแล้ว มันให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

มันทำให้เกิดอาการเย็นสันหลังวาบขึ้นมา

แม้แต่หวังยวนผู้เป็นชายอาจหาญยังรู้สึกเสียวซ่านที่หนังศีรษะ

กลับกัน โครงกระดูกที่อยู่ด้านหลังต่างตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

“ว้าว เป็นปราสาทเงาจริงด้วย” เสี่ยวไป๋เอ่ยคำด้วยความตื่นเต้น “นับตั้งแต่จบการศึกษาจากสถาบันต่อสู้มืออาชีพก็ไม่เคยมาปราสาทเงาอีกเลย คาดไม่ถึงว่าจะได้มาสถานที่แห่งนี้อีกครั้งหลังจากกลับชาติมาเกิดใหม่”

"นั่นสิ... ฉันไม่ได้เข้าสู่อาณาจักรลับแห่งนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว มันนานจนเกือบลืมวิธีต่อสู้ไปเลย" ต้าไป๋เอ่ยคำอย่างมีอารมณ์เช่นกัน

สิ่งที่เรียกว่าอาณาจักรลับคือดันเจี้ยนในเกมที่คงอยู่ก่อนจะเกิดวันสิ้นโลก ภายใต้การดำเนินการของสหภาพวิชาชีพของรัฐบาลกลาง มันจึงกลายเป็นพื้นที่ทดสอบสำหรับสถาบันต่อสู้มืออาชีพในเมืองหลักสำคัญ

หลังจากมาถึงวันสิ้นโลก ยอดฝีมือไม่เพียงใช้อาณาจักรลับเพื่อพัฒนาความสามารถการต่อสู้และสั่งสมประสบการณ์ วัสดุ อุปกรณ์สวมใส่และของจำเป็นสำหรับแต่ละอาชีพเท่านั้น แต่ยังสามารถสำรวจเศษเสี้ยวประวัติศาสตร์ก่อนจะเกิดวันสิ้นโลกในอาณาจักรลับได้อีกด้วย

ประวัติศาสตร์หลังเกิดวันสิ้นโลกถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของอาณาจักรลับ

นั่นคือสาเหตุที่ไม่มียอดฝีมือคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์สักคน

เพราะก่อนจะสำเร็จการศึกษา พวกเขาทราบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ประวัติศาสตร์ก่อนเกิดวันสิ้นโลกในอาณาจักรลับมาแล้ว

ทว่าอาณาจักรลับเพียงคงอยู่ในสถาบันต่อสู้มืออาชีพที่มีไว้สำหรับให้ยอดฝีมือหน้าใหม่ใช้ทำการทดสอบเท่านั้น

เมื่อยอดฝีมือออกจากสถาบันต่อสู้แล้วก็จะไม่สามารถเข้าสู่อาณาจักรลับได้อีกต่อไป ถึงอย่างไรสมรภูมิแท้จริงย่อมน่าสะพรึงยิ่งกว่าอาณาจักรลับ ยามยอดฝีมือก้าวเข้าสู่สมรภูมิ การพัฒนาที่อาณาจักรลับสามารถมอบให้ยอดฝีมือได้ก็ยิ่งน้อยลง

ในฐานะโครงกระดูกที่อาวุโสที่สุดของหวังยวน ต้าไป๋เคยเป็นอาจารย์ของเสี่ยวไป๋กับหม่าซานเอ๋อร์ผู้เป็นน้องชาย เป็นเพราะจบการศึกษามานานกว่าสิบปี จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่ได้เข้าอาณาจักรเป็นเวลานาน

“มันจะยากขนาดไหนกัน...”

หม่าซานเอ๋อร์เอ่ยคำ "เข้าจุดตรวจสะพานในฉากแรกกับการตอบโต้แบบเรียลไทม์ในฉากที่สองเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่มีเพียงลีโอริคในฉากสุดท้ายที่ค่อนข้างยากพอสมควร แต่สำหรับพวกเรามันก็แค่นั้น"

“ใช่แล้ว! อาณาจักรลับระดับต่ำเหล่านี้ไม่มีการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ระดับสูงเกินไปหรอก” ต้าไป๋เอ่ยคำอย่างมั่นคง

“เข้าจุดตรวจสะพาน? ตอบโต้แบบเรียลไทม์?”

หวังยวนสับสนอย่างสิ้นเชิงและไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พวกเขาเรียกว่ากลยุทธ์มันคืออะไร หรือว่าหมายถึงกลยุทธ์ดันเจี้ยน?

“ไอ้หยา... ทำไมถึงมีสะพานอยู่ที่นี่? ตามคู่มือทั่วไปแล้วเห็นบอกว่าแค่เดินเข้าไปก็พอแล้ว”

ขณะหวังยวนกำลังสงสัยก็ได้ยินเสียงยิงไปเรื่อยเปื่อยตะโกนจากด้านข้าง

หวังยวนรีบเงยหน้าขึ้น ดังคาด สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือสะพานแขวน

ส่วนปลายทางของสะพานคือประตูเหล็กสองบาน

ผู้คนทั้งหลายเดินข้ามสะพานแขวนจนมาถึงประตู ทันทีที่ผ่านประตูเหล็ก พวกเขาจึงพบฝูงหมาป่าสีดำเดินไปมาอยู่ภายในลาน

หมาป่าเงา

เลเวล: 30

ค่าพลังชีวิต: 10000

ค่าพลังมานา: 1000

สกิล: เขี้ยวแวมไพร์ เงาจู่โจม

แนะนำภูมิหลัง: หมาป่าเงาที่ถูกเลี้ยงดูโดยลีโอริคจนถูกกัดกร่อนโดยพลังมารจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอันเดด ครอบครองพลังที่แก่กล้ายิ่งกว่าตอนมีชีวิต

พวกสุ่ยหลิงหลงหลั่งเหงื่อเย็นออกมา

“เดี๋ยวนะ? ความยากเพิ่มขึ้นห้าเท่าไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมปริมาณถึงเพิ่มขึ้นห้าเท่าด้วยล่ะ” วีรชนเป็นหนึ่งมองมอนสเตอร์ที่อยู่หลังประตูขณะสูดไอเย็นเข้าไป

ในดันเจี้ยนระดับปกติ หมาป่าเงาทั่วไปเลเวล 15 จะเดินเร่ร่อนอยู่ภายในลาน

ไม่เพียงแต่คุณสมบัติมีเพียงหนึ่งในห้าของมอนสเตอร์เหล่านี้เท่านั้น แต่จำนวนยังมีแค่ 20 ตัวอีกด้วย

ขอเพียงรับมืออย่างระมัดระวังก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย

แต่ตอนนี้หมาป่าเงากำลังเดินอยู่รอบลานไปทั่วจนกลายเป็นกลุ่มก้อนสีดำขนาดใหญ่ จำนวนอย่างต่ำอยู่ที่หลักร้อย…

แปลกชะมัด มันไม่ใช่แค่การกำราบในเชิงปริมาณเท่านั้น

มอนสเตอร์มีระยะความเกลียดชังเป็นของตัวเอง เมื่อมีหมาป่ายี่สิบตัว พื้นที่ลานจึงมากเพียงพอที่จะทำให้ความเกลียดชังกระจายออกไป ผู้เล่นจึงสามารถล่อออกมาฆ่าทีละตัวได้

แต่ตอนนี้ลานไม่ได้มีขนาดใหญ่ แถมจำนวนหมาป่าเงาที่อยู่ภายในยังเพิ่มขึ้นอีกห้าเท่า ทำให้สภาพดูแออัดยิ่ง ส่งผลให้ความเกลียดชังของหมาป่าเงาซ้อนทับมากยิ่งขึ้น

ในกรณีนี้ หากผู้เล่นโจมตีหนึ่งในนั้นเข้า ความเกลียดชังทั้งหมดจะถูกกระตุ้นขึ้นมา

หากมอนสเตอร์ชั้นยอดนับร้อยกรูกันเข้ามาเมื่อไหร่…

ผลที่ตามมาอาจเป็นหายนะ

จบบทที่ ตอนที่ 42: ความยากเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

คัดลอกลิงก์แล้ว