เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21: คนอวดดี

ตอนที่ 21: คนอวดดี

ตอนที่ 21: คนอวดดี


ตอนที่ 21: คนอวดดี

ต้องบอกว่าเจียงเกอก็เป็นคนขี้โก่งไม่ใช่เล่น นับว่าโชคดีที่ตัวเองทำสัญญากับเขาเอาไว้ หาไม่แล้วภารกิจคงไม่สำเร็จลุล่วง

“ขอติดเธอห้าสิบเหรียญทองก่อนแล้วกัน” หวังยวนนับเหรียญทองห้าสิบเหรียญจากกระเป๋าก่อนจะมอบให้สุ่ยหลิงหลง

หวังยวนยืนกรานว่าจะสะสางบัญชีให้พี่น้องเอง ดังนั้นจะให้นางจ่ายเงินจำนวนนั้นไม่ได้

หนึ่งร้อยเหรียญทองไม่ใช่จำนวนน้อย ซึ่งหวังยวนในตอนนี้มีเพียงหกสิบกว่าเหรียญทองกับความจำเป็นที่ต้องเรียนสกิลและซื้ออุปกรณ์สวมใส่ เพราะงั้นจึงทำได้เพียงใช้คืน 50 เหรียญทองไปก่อนแล้วคืนส่วนที่เหลือเมื่อมีกำลังทรัพย์แล้วในภายภาคหน้า

“ฉันบอกตอนนายว่าให้นายใช้คืน?” สุ่ยหลิงหลงเหลือบมองถุงเงินในมือของหวังยวนด้วยสายตาเหยียดหยัน

ราวกับว่าพอได้เห็นเงินแล้วจะรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา

“จะรับหรือไม่มันก็เรื่องของเธอ แล้วก็ยังเป็นเรื่องของฉันด้วย ฉันไม่ชอบให้คนอื่นฉวยโอกาสและตัวฉันเองก็ไม่ชอบฉวยโอกาสผู้อื่น หากภายภาคหน้าเธอมีภารกิจที่ต้องทำ ฉันยินดีให้การช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด” สิ้นคำ หวังยวนยัดถุงเงินไปที่มือของสุ่ยหลิงหลง

“…”

สุ่ยหลิงหลงมองถุงเงินในมือพลางขมวดคิ้ว

สหายตรงหน้าคนนี้ค่อนข้างเข้าใจยาก

ในฐานะคนมีฐานะร่ำรวย สุ่ยหลิงหลงจึงถูกห้อมล้อมโดยผู้ที่พยายามสุดความสามารถที่จะเอาเปรียบเธอ ใครก็ตามที่เข้าใกล้ตนเองต่างต้องการผลประโยชน์ทั้งสิ้น

แต่หวังยวนกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

สหายผู้นี้ไม่ได้มองเธอเพียงเพราะมีฐานะร่ำรวย อีกทั้งไม่ได้ปฏิบัติกับเธอเหมือนกับคนโง่เพียงเพราะตนเองร่ำรวย

หากอุปกรณ์สวมใส่มีราคาแพงก็เป็นเพราะตัวเองจ่ายในราคาที่สูงเกินไป

ตอนที่ตัวเองจ่ายหนึ่งร้อยเหรียญทองไป เขาสามารถอ้างเหตุผลเพื่อฉวยโอกาสไม่ต้องจ่ายคืนได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจ่ายคืนด้วยวิธีที่เหมาะสมหรือถึงขั้นเขียนหลักฐานการยืมเงินหากยังรู้สึกว่าไม่สบายใจ

มันทำให้สุ่ยหลิงหลงค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจ

แน่นอนว่าหากหวังยวนทราบความคิดของสุ่ยหลิงหลงขึ้นมา คงมีหลุดด่าว่านางนี่อย่างแน่นอน การที่คนทั่วไปใช้หนี้และไม่ฉวยโอกาสจากผู้อื่นมันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาประหลาดใจหรือยังไง?

สังคมปัจจุบันมันเน่าฟอนเฟะขนาดนั้นแล้วเหรอ?

“โห นึกไม่ถึงเลย! พี่หนิวของพวกเราจะให้ความสำคัญกับผู้อื่นด้วย”

“จุ๊จุ๊จุ๊ คาดไม่ถึงว่าคนไร้ยางอายแบบนั้นจะยังมีความพิถีพิถันแบบนี้อยู่ด้วย”

“ไม่แปลกใจเลยที่สามารถอัญเชิญมือดีที่สุดในหมู่พวกเรามาได้ คนที่จะเป็นลูกพี่พวกเราได้ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว”

“มีเหตุผล! มีเหตุผล! แต่ทำไมน้ำเสียงของคุณถึงฟังดูไร้ยางอายขนาดนี้กันล่ะ?”

"ถุยถุยถุย คนอวดดี คนอวดดี"

หวังยวน "..."

เมืองพายุฟ้าคะนอง สุสานโบสถ์

“อาจารย์ซูล คุณดูสิว่าฉันพาใครกลับมาด้วย”

หวังยวนพาเจียงเกอไปหาซูล

เดิมทีสุ่ยหลิงหลงอยากไปเพิ่มเลเวล แต่พอทราบว่าหวังยวนกำลังมีข่าวใหญ่มาให้กับ NPC ก็เลยตามมารับชมความสนุกด้วย

“เนโครแมนเซอร์อย่างพวกนายชั่วร้ายกันหมดเลยเหรอ?”

หลังจากเห็นซูล สุ่ยหลิงหลงอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

“ไม่ใช่ ฉันเป็นคนดีจะตาย” หวังยวนชี้มาที่ตัวเอง

เทียบกับ NPC เหล่านั้นที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าหวังยวนผู้มีร่างสูงท้วมและกำยำล่ำสันดูไม่เหมือนคนที่จะมาทางสายนี้แต่อย่างใด

"เฮ้อ" สุ่ยหลิงหลงเหลือบมองหวังยวนแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“เดี๋ยว! เธอทำแบบนี้หมายความว่าไง!” หวังยวนเดือดดาล

“เจียงเกอ ลูกของฉัน! ในที่สุดคุณก็กลับมา!” เห็นได้ชัดว่าซูลกับเจียงเกอเป็นเพื่อนเก่า ทำให้การทักทายเจียงเกอเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

"เหอะ!"

เจียงเกอพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะสนใจซูลแม้แต่น้อย

“ได้ยินมาว่าคุณหาทางอัญเชิญอันเดดที่มีวิญญาณได้แล้วเหรอ?” เจียงเกอเข้าประเด็นทันที

“ถูกต้อง! แต่ฉันยังต้องการความช่วยเหลือของคุณอยู่ดี” ซูลพยักหน้า

“ถ้างั้นมาเริ่มกันเลยเถอะ!”

เจียงเกอหยิบตะเกียงชักนำวิญญาณออกมา

"ไม่ต้องรีบร้อน!"

ซูลเอ่ยคำ "พวกเรายังขาดของสำคัญอย่างหนึ่ง"

“ของอะไรเหรอ?” เจียงเกอสงสัย

“หลักฐานของเทพแห่งความตาย!”

ซูลเอ่ยคำา "มีเพียงหลักฐานของเทพแห่งความตายที่สามารถทำให้ตะเกียงชักนำวิญญาณของคุณนำพาวีรชนระดับสูงเหล่านั้นมาได้"

“หลักฐานของเทพแห่งความตายเหรอ? แล้วจะไปหาของแบบนั้นมาจากไหน?” เจียงเกอขมวดคิ้ว

"ฮิฮิ!"

ซูลหัวเราะแล้วเอ่ยคำ "คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก"

ทันทีที่สิ้นคำ ซูลจึงหันศีรษะไปมองหวังยวน

“ไม่จริงน่า? จะขอให้เราไปอีกแล้วเหรอ?” หวังยวนแทบพูดไม่ออก

ไอ้เฒ่าสารเลวคนนี้คิดว่าเขาเป็นแรงงานอิสระหรือไง ใครจะคิดว่าการเปลี่ยนอาชีพจะยากลำบากขนาดนี้

"ไม่มีทาง!"

ซูลเอ่ยคำ "นี่คือการสอบเข้าระดับสูงสำหรับวีรชนซาก้า มีเพียงบุตรแห่งโชคชะตาเท่านั้นที่สามารถทำได้ ใครใช้ให้คุณเป็นผู้มีพรสวรรค์ท่ามกลางฝูงชนล่ะ"

“สิ่งที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล”

เมื่อได้ยินคำว่า "ผู้มีพรสวรรค์ท่ามกลางฝูงชน" หวังยวนจึงพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมขณะเห็นด้วยกับคำพูดของซูล

“ถ้างั้นรบกวนไปหาหลักฐานของเทพแห่งความตายหน่อยแล้วกัน” ซูลยิ้มบาง

ระบบแจ้งเตือน: คุณทริกเกอร์ขั้นที่สามของภารกิจเปลี่ยนอาชีพลับ “หลักฐานของเทพแห่งความตาย” ระดับภารกิจ: A รายละเอียดภารกิจ: ตามหาหลักฐานของเทพแห่งความตาย 11รางวัลภารกิจ: ไม่ทราบ

“???”

หวังยวนตกตะลึงเมื่อเห็นข้อมูลตรงหน้า

ภายใต้สถานการณ์ปกติ ของเกี่ยวกับภารกิจจะแสดง 01 แต่ตอนนี้ภารกิจกลับแสดง 11 ซึ่งหมายความว่ามีของเกี่ยวกับภารกิจอยู่กับตัวเองงั้นเหรอ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หวังยวนจึงรีบตรวจสอบของที่มี ซึ่งเป็นดังที่คาดไว้ เหรียญตราสีดำถูกวางอยู่ที่มุมหนึ่งของกระเป๋าสะพายหลัง

“ไม่มีคำใบ้ภารกิจเหมือนกันเหรอ?”

หวังยวนขมวดคิ้วพลาเงอ่ยถาม

"ไม่มี!"

ซูลเอ่ยคำ "หากมันหาง่ายขนาดนั้น ฉันคงไม่ขอให้คุณออกไปตามหาหรอก"

“แบบนั้นไม่เท่ากับหาเข็มในกองฟางหรอกเหรอ? คงใช้เวลาทั้งชาติกว่าจะเจอ” หวังยวนแสร้งทำเป็นแสดงสีหน้าลำบากใจ

“ไอ้หยา คุณเป็นผู้เล่นไม่ใช่เหรอ? หากคุณไม่สามารถค้นหาเองได้ก็สามารถไปที่เว็บบอร์ดหรือโรงประมูลเพื่อขอซื้อจากคนอื่นก็ได้” ซูลแย้มยิ้มขณะใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยรอยย่นขนาดใหญ่ประหนึ่งดอกเบญจมาศ (มันคือดอกเบญจมาศของจริง เป็นแบบที่เห็นตอนไปหลุมศพในเทศกาลเชงเม้ง)

“คุณรู้จักเว็บบอร์ดกับโรงประมูลด้วยเหรอ?” หวังยวนตกตะลึง

สุนัขเฒ่าซูลคนนี้มี AI ระดับไหนกัน?

ไม่เพียงแต่รู้ถึงความแตกต่างระหว่างตัวเองกับผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังถึงขั้นรู้ถึงตัวตนของเว็บบอร์ดอีกด้วย

ตามการตั้งค่าของเกม AI ประเภทนี้มีแต่ Boss เลเวล 180 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะครอบครองได้

"ล้อกันเล่นหรือไง ฉันคือมหาปุโรหิตของอันเดดที่มี AI สูงสุดในเกม อีกทั้งยังปลุกจิตสำนึกจนเข้าใจความหมายแท้จริงของโลกมานานแล้ว" ซูลเอ่ยคำอย่างภาคภูมิ “ไม่อย่างนั้น ฉันจะบอกได้ยังไงว่าคุณคือผู้มีพรสวรรค์ท่ามกลางฝูงชน?”

“สิ่งนี้จะต้องใช้เงินและเวลาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนนี้ซึ่งหาได้ยากยิ่งกว่า”

“เพราะอย่างนั้นจึงมีแต่ต้องขอให้คุณไปหายังไงล่ะ” ซูลเอ่ยคำ “ท่านหนิวต้าลี่ คุณเป็นนักรบของจักรวรรดิ เป็นบุตรแห่งโชคชะตาที่วีรชนซาก้ายอมรับ เป็นผู้สืบทอดในอนาคตของฉัน เป็นผู้มีพรสวรรค์ท่ามกลางฝูงชนในตำนาน ความหวังของเชื้อสายเนโครแมนเซอร์ขอฝากฝังไว้ที่คุณ คุณต้องแบกรับความรับผิดชอบนี้ไว้”

“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น สาเหตุหลักก็เพราะคุณทำให้ฉันเสียเวลา ความพยายามและเงินไปแล้ว ไม่คิดจะพูดอะไรอย่างอื่นเลยเหรอ?” หวังยวนเอ่ยคำตามตรง

เขาถูกโยนงานอย่างไว ส่วนซูลก็เอาแต่พูด ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่แสดงความต้องการออกมา เขาคงทำได้เพียงร่ายฉายาจำนวนมากที่ตัวเองได้รับมาแทนที่จะแสร้งทำเป็นเข้าใจ

"มันเป็นแบบนี้เอง"

ซูลแสร้งทำเป็นเข้าใจพลางเอ่ยคำ "เอาอย่างนี้ หากคุณสามารถหาหลักฐานของเทพแห่งความตายได้ภายในสามวัน ฉันจะมอบสิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ของเนโครแมนเซอร์ให้กับคุณ"

“พูดจริงหรือเปล่า? คุณไม่ได้โกหกหรอกใช่ไหม?”

“ไม่ต้องห่วง! ฉันได้สาบานในนามของท่านลาสมาแล้วว่าจะไม่มีวันโกหก” ซูลตบอกแล้วเอ่ยคำ

"ยอดเยี่ยมมาก!"

หวังยวนยิ้มบางขณะหยิบเหรียญตราออกมาจากกระเป๋า

เหรียญตราเป็นสีดำและถูกสลักด้วยจารึกแปลกประหลาด

ในตำแหน่งตรงกลางมีคำถูกจารึกเอาไว้… หลักฐานของเทพแห่งความตาย

จบบทที่ ตอนที่ 21: คนอวดดี

คัดลอกลิงก์แล้ว