เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2: ทุกคนล้วนเก่งการแสดง

ตอนที่ 2: ทุกคนล้วนเก่งการแสดง

ตอนที่ 2: ทุกคนล้วนเก่งการแสดง


ตอนที่ 2: ทุกคนล้วนเก่งการแสดง

“????”

“ที่มาของวันสิ้นโลก?”

“หนึ่งร้อยยี่สิบปีก่อน?”

เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างโครงกระดูกทั้งสอง หวังยวนจึงรู้สึกเศร้าโศกอย่างอธิบายไม่ถูก

กลายเป็นว่าทหารโครงกระดูกทั้งสองนี้มาจากผู้เล่น <<ดอว์นเบรกกิ้ง>> เมื่อหนึ่งร้อยยี่สิบปีต่อมา

แต่ว่าในช่วงหนึ่งเดือนต่อมา โลกคล้ายกับประสบกับบางสิ่งที่น่าสะพรึงเพราะ <<ดอว์นเบรกกิ้ง>> แม้กระทั่งมนุษย์ก็ไม่สามารถปกป้องบ้านเกิดจนถูกทำลายสิ้นซาก

หวังยวนผู้ทราบข่าวค่อนข้างทำใจเชื่อลำบากขณะรู้สึกตื่นตระหนกอย่างอธิบายไม่ได้

แต่หวังยวนไม่อาจถามสิ่งที่เกิดขึ้นได้

ถึงอย่างไรเขาต้องแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของโครงกระดูก หาไม่แล้วด้วยพละกำลังอ่อนแอในตอนนี้ มีหวังถูกเจ้าสองคนนี้ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานฆ่าตายเป็นแน่

ดูเหมือนว่าโลกจะมาถึงจุดจบในอีกสามปี

ตนเองต้องแข็งแกร่งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่ออยู่รอดในสภาพแวดล้อมหลังวันสิ้นโลก หวังยวนไม่สนใจว่ามนุษยชาติจะถูกทำลายภายในหนึ่งร้อยยี่สิบปีหรือไม่ แต่อย่างน้อยมันก็ยังไม่ถูกทำลายตอนที่ตนเองยังมีชีวิตอยู่

“หากเป็นเมืองซีเป้ยที่เพิ่งเปิดใหม่ วัตถุศักดิ์สิทธิ์น่าจะยังอยู่ในมือของนายกเทศมนตรีฮาก” ต้าไป๋เหลือบมองนายกเทศมนตรีขณะเอ่ยคำอย่างแผ่วเบา

“บัดซบ! NPC ไร้สมองคนนี้ที่ชื่อซิก้าถึงกับเสียวัตถุศักดิ์สิทธิ์ไป หากฉันเจอเขาเมื่อไหร่ มีหวังได้จับเขาแทงสิบแปดครั้งแน่นอน” คำพูดของเสี่ยวไป๋เต็มไปด้วยความไม่พอใจยามพูดถึงวัตถุศักดิ์สิทธิ์

“คุณคิดว่าพวกเราจะช่วยให้เจ้าโง่คนนี้ได้รับวัตถุศักดิ์สิทธิ์มายังไงดี?” ต้าไป๋สอบถามด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “เขาเป็นเนโครแมนเซอร์ยอดฝีมือที่หายากมากหลังจากเกิดวันสิ้นโลก หากเขาได้รับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ พวกเราก็จะสามารถฟื้นคืนพลังกลับมาได้ ด้วยความแข็งแกร่งของกองทัพอันเดด ประวัติศาสตร์อาจจะถูกเขียนขึ้นใหม่ก็ได้”

“หา? แล้วจะช่วยให้เขาได้มันมายังไง? เจ้าโง่คนนี้ไม่ได้ยินเสียงพวกเรา แล้วพวกเราจะบอกเขายังไงว่าผู้แฝงตัวของเผ่ามารคือริคในโรงเตี๊ยม” เสี่ยวไป๋พึมพำ “แถมตอนนี้ปัญหาสำคัญคือวิธีรับภารกิจต่างหาก นี่เป็นภารกิจประเภททริกเกอร์ ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ ภารกิจวัตถุศักดิ์สิทธิ์จะต้องถูกยกเลิกหลายครั้งติดต่อกันก่อนถึงจะรับภารกิจมือใหม่ได้ แล้วพวกเราจะทำให้เขายกเลิกมันได้ยังไง”

“ง่ายจะตาย ตอนเขารับภารกิจ พวกเราก็โจมตีผู้เล่นที่อยู่ข้างเขาเพื่อเข้าสู่โหมดต่อสู้ แล้วบทสนทนาก็จะถูกยกเลิกใช่ไหมล่ะ? ที่นี่มีผู้คนอยู่มากมาย เขาไม่มีทางรับได้หรอก” ต้าไป๋เอ่ยคำ

“บัดซบ มีเหตุผล สมแล้วที่ถูกเรียกว่าผู้อาวุโสหวูซวง… อาจารย์ ต้องเป็นคุณนี่แหละ” เสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะชื่นชม

“ใช่แล้ว ฉันเป็นนักเวท ไม่ใช่อาชีพที่ใช้สมองน้อยอย่างคุณสักหน่อย”

“ชิ! แบบนี้ก็เล่นด้วยกันไม่ได้สินะ” เสี่ยวไป๋รู้สึกหดหู่

“วัตถุศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? ฟังดูแล้วทรงพลังไม่เบา”

“เนโครแมนเซอร์จะหายากในอนาคตงั้นเหรอ?”

“กลายเป็นว่าริคในโรงเตี๊ยมคือเป้าหมายของสิ่งที่เรียกว่าภารกิจวัตถุศักดิ์สิทธิ์นี่เอง”

“สองคนนี้ช่างโง่เง่าเสียจริง ถึงกับระดมความคิดเช่นนั้นเพื่อช่วยเรารับภารกิจ…”

หลังจากได้ยินบทสนทนาระหว่างทหารโครงกระดูก หวังยวนยังคงไม่แสดงสีหน้าขณะเบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนพร้อมกับตะโกนออกมา "ทำไมผู้คนถึงมากมายขนาดนี้... กางเกงแทบจะเบียดเสียดกันอยู่แล้ว"

ทหารโครงกระดูกทั้งสองมองหน้ากันแล้วหัวเราะคิกคัก

หลังจากเบียดเสียดท่ามกลางฝูงชน หวังยวนจึงมาถึงตรงหน้านายกเทศมนตรีฮาก

“นี่มันหนิวต้าลี่ไม่ใช่เหรอ? ได้ยินมาว่าคุณอัญเชิญผู้พิทักษ์โครงกระดูกเป็นของตัวเองจนได้รับพลังในการควบคุมคนตายมาแล้ว ยามโลกภายนอกไม่สงบสุขเท่าไหร่ คุณช่วยฉันทำบางอย่างได้หรือเปล่า?”

"ฉัน..."

"ฉึ่ก!"

หวังยวนกำลังจะเอ่ยคำ แต่ต้าไป๋ผู้ยืนอยู่ด้านหลังแสร้งแทงผู้เล่นที่อยู่ด้านหลังโดยไม่ตั้งใจ

บทสนทนาภารกิจของหวังยวนถูกยกเลิก แล้วระบบแจ้งเตือนจึงปรากฏขึ้นตรงหน้า

ระบบแจ้งเตือน: คุณกำลังเข้าสู่โหมดต่อสู้…

“????”

เมื่อเห็นเช่นนี้ หวังยวนจึงแสร้งทำเป็นสับสนแล้วตะโกนออกมา "ไอ้บ้าที่ไหนตีฉัน? ปล่อยให้รับภารกิจก่อนไม่ได้หรือไง?"

ช่างเป็นการแสดงที่ตีบทแตกมาก

ผู้เล่นที่อยู่ใกล้เคียงต่างมีสีหน้าสับสน

ยี่สิบวินาทีต่อมา หวังยวนจึงออกจากโหมดต่อสู้ก่อนจะไปคุยกับนายกเทศมนตรีฮาก แล้วต้าไป๋จึงฟันขาของผู้เล่นอีกคนจนทำให้ภารกิจของหวังยวนถูกขัดจังหวะอีกครั้ง

สามครั้ง…

สี่ครั้ง…

หลังจากถึงครั้งที่สิบ ในที่สุดน้ำเสียงของนายกเทศมนตรีฮากจึงเปลี่ยนไป "ดูเหมือนคุณต้าลี่จะไม่สนใจภารกิจธรรมดาสินะ"

“อา…”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังยวนจึงรู้สึกยินดีขึ้นมาด้วยทราบว่ามันคือภารกิจลับ จากนั้นจึงแสร้งทำเป็นสับสนแล้วตอบคำ "อา ใช่ใช่ใช่... จะฆ่าไก่ไยต้องใช้มีดฆ่าวัว [1] ฉันคือผู้มีพรสวรรค์ในหมู่คนทั่วไป เพราะงั้นคุณนายกเทศมนตรีควรมอบหมายภารกิจที่เหมาะกับฉันมาน่าจะดีกว่า”

“หมอนี่หน้าไม่อายเหลือเกิน!!”

หลังจากได้ฟังคำของหวังยวน หากโครงกระดูกทั้งสองมีปากก็คงสามารถอ้าไปจนถึงหลังศีรษะได้

“เฮ่... เด็กดี!”

นายกเทศมนตรีฮากมองหวังยวนขณะเอ่ยคำชื่นชม "ตอนนี้โลกถูกรุกรานโดยพลังมาร เผ่ามารที่ถูกผนึกโดยทวยเทพมานานนับพันปีพร้อมที่จะลงมือ ซึ่งเมื่อวานนี้มีสายลับบุกเข้ามาในเมืองของพวกเรา"

ระบบแจ้งเตือน: คุณทริกเกอร์ภารกิจลับ “สายลับเผ่ามาร” ต้องการรับหรือไม่?

"รับ!"

หวังยวนพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“จริงเหรอ? บอกได้หรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น?” หวังยวนมีสีหน้าสงสัย

“เมืองซีเป้ยของพวกเราเป็นเมืองป้องกันชายแดน แต่เมื่อคืนกลับมีใครบางคนแอบเข้าไปในห้องทำงานของฉันเพื่อพยายามขโมยแผนที่ชายแดน แต่ฉันดันมาเจอเข้าพอดี ระหว่างที่พวกเราสู้กัน มันใช้เวทมืดของเผ่ามาร แม้ว่ามันจะหลบหนีไปได้ แต่มือของมันได้รับบาดเจ็บเพราะฝีมือของฉัน คงน่าจะยังซุ่มอยู่ในเมือง หวังว่าคุณจะสามารถช่วยฉันหาตัวมันจนเจอได้”

ระบบแจ้งเตือน: คุณรับภารกิจลับระดับ S “เปิดโปงเผ่ามาร” รายละเอียดภารกิจ: ตามหาสายลับเผ่ามารในเมือง รางวัลภารกิจ: ไม่ทราบ

“นี่คือยาเปิดเผย!”

หลังจากนั้น นายกเทศมนตรีฮากหยิบขวดยาสามขวดออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้หวังยวน "นี่คือ "ยาเปิดเผย" ที่ถูกหลอมโดยนักเล่นแร่แปรธาตุผู้ยิ่งใหญ่นามว่าไคลด์ มันสามารถทะลวงการปลอมแปลงของเผ่ามารได้ จำนวนมีเพียงสามขวดเท่านั้น ขอให้คุณใช้อย่างระมัดระวัง"

“สามขวดเหรอ?” หวังยวนขมวดคิ้ว

ภารกิจครั้งนี้คงยากพอสมควร

นี่ยังไม่รวมเรื่องเงื่อนไขการทริกเกอร์ที่ต้องปฏิเสธภารกิจมือใหม่ของนายกเทศมนตรีถึงสิบครั้ง

กระบวนการภารกิจเพียงอย่างเดียวยังค่อนข้างยากจนน่าขบขัน

แม้เมืองซีเป้ยคือพื้นที่มือใหม่ แต่อย่างน้อยก็มี NPC อยู่ในเมืองหลายพันคน

โชคยังดีที่ตอนนี้ตนเองทราบว่าใครคือสายลับ หาไม่แล้วตนเองจะไปหายาสามขวดมาจากไหน

“ในเมื่อได้รับภารกิจแล้ว ทีนี้พวกเราจะพาเขาเข้าไปในโรงเตี๊ยมได้ยังไง?” เมื่อเห็นหวังยวนได้รับไอเทมภารกิจแล้ว เสี่ยวไป๋จึงเอ่ยถามด้วยความวิตกกังวล

“หลังจากนี้เขาน่าจะเดินผ่านโรงเตี๊ยม แล้วพวกเราจะแกล้งขวางทางเพื่อทำให้หยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก… จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับความเข้าใจของเขาแล้ว” ต้าไป๋เอ่ยคำ

แต่ก่อนที่ต้าไป๋จะเอ่ยคำจบ หวังยวนกลับพึมพำกับตัวเอง "โรงเตี๊ยมเป็นสถานที่ที่ NPC รวมตัวกันมากที่สุดในเมือง มีความเป็นไปได้สูงที่คนต้องสงสัยจะอยู่ในโรงเตี๊ยม"

สิ้นคำ หวังยวนจึงเดินตรงไปที่โรงเตี๊ยม

“ไอ้หยา... หมอนี่ฉลาดกว่าที่ตาเห็นเสียอีก”

“นั่นสิ ฉลาดกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มาก”

ทหารโครงกระดูกทั้งสองรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินเช่นนี้ ใครเล่าจะคาดคิดว่าหวังยวนจะฉลาดขนาดนี้

หลังจากนั้น หวังยวนกับทหารโครงกระดูกจึงมาถึงโรงเตี๊ยม

โรงเตี๊ยมไม่ได้มีชีวิตชีวาอย่างที่หวังยวนคาดเอาไว้

ถึงอย่างไรเกมก็เพิ่งเปิดให้บริการ ทำให้ผู้เล่นมัวแต่ยุ่งกับการทำภารกิจจนไม่มีใครมีเวลาหรือเงินมาใช้บริการโรงเตี๊ยม

“เป็นหนิวต้าลี่นี่เอง อยากดื่มเพลิงนรกถึงเพิ่งมาใหม่สักแก้วไหม ราคาแค่หนึ่งเหรียญทองเท่านั้น” เจ้าของโรงเตี๊ยมนามว่าบลูยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ขณะกล่าวทักทายหวังยวน

หวังยวนเหลือบมองชื่อเหนือศีรษะของบลูแล้วพึมพำกับตัวเอง

“เห็นบอกว่าสายลับคือริคผู้อยู่ในโรงเตี๊ยมไม่ใช่เหรอ? ชื่อของสหายคนนี้ก็ไม่ใช่ริคด้วย หรือว่าจะมีบางอย่างผิดปกติกับความทรงจำของทั้งสองกัน?”

“หืม? คนนี้คือริคไม่ใช่เหรอ? มีอะไรผิดปกติกับบันทึกประวัติศาสตร์หรือเปล่า?” เสี่ยวไป๋ประหลาดใจเช่นกัน

ต้าไป๋เอ่ยคำอย่างหนักแน่น "ไม่มีทาง! ผ่านมาแค่หนึ่งร้อยยี่สิบปีเท่านั้นเอง ทุกเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกับปมประวัติศาสตร์ที่อยู่ในหนังสือประวัติศาสตร์ไม่มีทางผิดพลาดได้! ถึงหนังสือจะบอกว่าริคอยู่ในโรงเตี๊ยม แต่ไม่ได้บอกว่าเจ้าของจะชื่อริคสักหน่อย”

“…”

เมื่อได้ยินคำพูดของต้าไป๋ หวังยวนจึงขมวดคิ้วขณะหยิบเหรียญทองแดงสิบเหรียญออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนไปให้เจ้าของโรงเตี๊ยม จากนั้นเอ่ยคำด้วยความใจกว้าง "เอาไวน์มอลต์ที่ถูกที่สุดมาให้ฉันสักแก้ว! ฉันมีเรื่องอยากจะถามหน่อย"

สิ้นคำ หวังยวนจึงนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม

เมื่อเห็นเหรียญทองแดงอยู่บนบาร์ เจ้าของโรงเตี๊ยมจึงเผยสีหน้าเหยียดหยันขณะเก็บเหรียญทองแดงแล้วตะโกน "ริค เอาไวน์มาให้แขกหน่อย"

"นั่นไง!!"

หวังยวนคลี่ยิ้มบาง

โครงกระดูกทั้งสองตกตะลึงเช่นกันหลังจากได้ยินเช่นนี้ หวังยวนถึงขั้นรู้สึกถึงความชื่นชมจากทหารโครงกระดูกทั้งสองที่มีต่อตนเองชั่วขณะ

แต่วินาทีต่อมา เสียงดูถูกของทั้งสองกลับดังขึ้นในใจ

“หมอนี่เสแสร้งเก่งเหลือเกิน...”

“นั่นสิ เข้าโรงเตี๊ยมด้วยเหรียญทองแดงสิบเหรียญแล้วยังอยากจะถามอะไรเพิ่มเติมอีก”

“แต่ด้วยความโชคดีโดยบังเอิญที่ทำให้ตัวการที่แท้จริงออกมา”

[1]: เปรียบเปรยว่าทุ่มสุดกำลังแต่ได้ไม่คุ้มเสีย

จบบทที่ ตอนที่ 2: ทุกคนล้วนเก่งการแสดง

คัดลอกลิงก์แล้ว