- หน้าแรก
- ผมก็แค่เถ้าแก่หน้าเงิน ที่มีระบบสถานที่ท่องเที่ยวสุดเทพ
- บทที่ 27 - ถูกบังคับให้เปิดกิจการ!
บทที่ 27 - ถูกบังคับให้เปิดกิจการ!
บทที่ 27 - ถูกบังคับให้เปิดกิจการ!
บทที่ 27 - ถูกบังคับให้เปิดกิจการ!
หลังจากอวี๋ไห่เยี่ยนเชิญหลัวจิ้งหนิงเข้ามานั่งในร้าน เธอก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อต้มเกี๊ยว
หลัวจิ้งหนิงกวาดสายตามองไปรอบๆ
ร้านเกี๊ยวมีพื้นที่ไม่มากนัก ประมาณสี่สิบกว่าตารางเมตรเท่านั้น
โต๊ะ เก้าอี้ และตู้ภายในร้านถูกเช็ดทำความสะอาดจนหมดจดไร้ฝุ่นเกาะ ดูราวกับของใหม่
บนเคาน์เตอร์คิดเงินมีกระถางต้นพลูด่างเขียวชอุ่มวางอยู่สองกระถาง ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับร้านเล็กๆ แห่งนี้
"เอ๊ะ ร้านนี้เพิ่งเปิดวันแรกเหรอครับ ตอนนี้เปิดรับลูกค้าหรือยัง"
จู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นที่หน้าประตู
หลัวจิ้งหนิงหันไปมองและพบว่าคนที่มาคือคนขับแท็กซี่ที่เพิ่งมาส่งเขานั่นเอง
"พี่ชายอยากรับอะไรดีครับ เมนูหลักของร้านตอนนี้มีแค่เกี๊ยวนะครับ"
หลัวจิ้งหนิงลุกขึ้นสวมบทบาทเป็นพนักงานเสิร์ฟจำเป็นและเดินเข้าไปต้อนรับคนขับแท็กซี่
"ผมก็นึกว่าเป็นร้านข้าวไก่อบหม้อดินซะอีก ที่แท้ก็ร้านเกี๊ยวนี่เอง ดีเลยผมชอบกินเกี๊ยวที่สุด ขอเกี๊ยวที่นึงครับ"
คนขับรถพูดอย่างสบายๆ ก่อนจะหาที่นั่งว่างแล้วล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาไถดู
"รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปสั่งที่ครัวให้" หลัวจิ้งหนิงยิ้มรับก่อนจะลุกเดินเข้าไปสั่งอาหารในครัว
"คุณน้าอวี๋ครับ มีลูกค้าเข้าร้าน รบกวนต้มเกี๊ยวเพิ่มอีกหนึ่งที่นะครับ"
"หา มีลูกค้ามาเหรอ นี่มัน..."
เป็นการรับลูกค้าครั้งแรก อวี๋ไห่เยี่ยนจึงรู้สึกลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย "ได้จ้ะ ได้เลย เดี๋ยวน้าต้มเพิ่มให้นะ"
พูดจบเธอก็หยิบเกี๊ยวจากถาดข้างๆ โยนลงไปในหม้อน้ำซุปอีกกำมือ
"จริงสิจิ้งหนิง หลายปีมานี้น้าแทบไม่ได้ไปกินข้าวนอกบ้านเลย เกี๊ยวที่นึงควรจะขายราคาเท่าไหร่ดีล่ะ ช่วยน้าคิดหน่อยสิ"
อวี๋ไห่เยี่ยนคิดไม่ถึงเลยว่าร้านเกี๊ยวของเธอจะเปิดเร็วกระทันหันขนาดนี้ เธอไม่ได้เตรียมตัวแม้กระทั่งเรื่องพื้นฐานอย่างการตั้งราคา เหมือนถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องเปิดร้านเสียอย่างนั้น
หลัวจิ้งหนิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ "ร้านเล็กๆ ข้างนอกปกติเขาขายกันที่สิบหยวนต่อจานครับ จานนึงก็มีเกี๊ยวประมาณยี่สิบตัว"
"เกี๊ยวยี่สิบตัวขายได้ตั้งสิบหยวนเลยเหรอ" อวี๋ไห่เยี่ยนตกใจกับราคานี้มาก เธอเบิกตาโพลงจ้องมองหลัวจิ้งหนิง
เมื่อช่วงเช้าหลังจากทำความสะอาดเสร็จ อวี๋ไห่เยี่ยนก็ไม่มีอะไรทำ ด้วยความว่างเธอจึงสับหมูทำไส้และนวดแป้งห่อเกี๊ยวเตรียมไว้
เธอใช้เวลาทำแค่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ห่อเกี๊ยวได้เต็มสองถาดใหญ่ๆ นับรวมๆ แล้วน่าจะไม่ต่ำกว่าสองร้อยตัว
ถ้าอิงตามราคาที่หลัวจิ้งหนิงบอก เกี๊ยวยี่สิบตัวราคาสิบหยวน เกี๊ยวสองร้อยตัวก็เท่ากับหนึ่งร้อยหยวนเลยนะ
ต้นทุนของเกี๊ยวสองถาดนี้เต็มที่ก็แค่ยี่สิบกว่าหยวนเท่านั้น กำไรมันจะเยอะเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
ยังไม่ทันที่อวี๋ไห่เยี่ยนจะหายตกตะลึง หลัวจิ้งหนิงก็พูดต่อยิ้มๆ "แต่ราคานั้นมันของร้านอื่นนะครับ ผมว่าฝีมือระดับคุณน้าอวี๋ ต่อให้ขายจานละสามสิบหรือห้าสิบหยวนก็ขายออกสบายๆ ครับ"
"สามสิบ ห้าสิบ" พอได้ยินอวี๋ไห่เยี่ยนก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่เอาๆ แพงเกินไป แพงไป น้าว่าขายจานละห้าหยวนก็น่าจะพอแล้ว"
"คุณน้าอวี๋ครับ จานละห้าหยวนไม่ได้เด็ดขาดครับ ถ้าคุณน้าคิดว่าสามสิบหยวนแพงไป งั้นก็ขายตามราคาตลาดที่จานละสิบหยวนก็แล้วกันครับ"
หลัวจิ้งหนิงวิเคราะห์เหตุผล "ถ้าเกี๊ยวร้านเราขายจานละห้าหยวน ร้านบะหมี่ของหลัวต้าโหยวที่อยู่ข้างๆ มีหวังได้เจ๊งปิดกิจการแน่นอนครับ"
"นั่นสินะ..." อวี๋ไห่เยี่ยนเพิ่งเคยเปิดร้านเป็นครั้งแรก เธอไม่มีประสบการณ์และไม่ได้คิดให้รอบคอบ พอได้ยินหลัวจิ้งหนิงทักท้วง เธอก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองคิดตื้นเกินไปจริงๆ
"งั้นก็ได้จ้ะ น้าจะเชื่อเธอนะ ตั้งราคาขายที่จานละสิบหยวนแล้วกัน" อวี๋ไห่เยี่ยนพยักหน้ารับคำแนะนำของหลัวจิ้งหนิง
ทั้งสองคนคุยกันในครัวอีกสองสามประโยค หลัวจิ้งหนิงก็ออกมารอที่หน้าร้าน
รออยู่ประมาณเจ็ดแปดนาที
อวี๋ไห่เยี่ยนก็ถือถาดใส่เกี๊ยวร้อนๆ สองชามเดินออกมาจากหลังร้าน
เกี๊ยวชามโตปริมาณล้นหลามระดับพรีเมียมถูกยกมาวางบนโต๊ะของหลัวจิ้งหนิง
ส่วนเกี๊ยวอีกชามที่เป็นระดับมาตรฐานถูกนำไปวางบนโต๊ะของคนขับรถแท็กซี่
"ทานให้อร่อยนะคะ..."
เป็นการเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าครั้งแรกในชีวิต อวี๋ไห่เยี่ยนรู้สึกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
พอวางชามเกี๊ยวลงตรงหน้าคนขับแท็กซี่ เธอก็รีบหันหลังเดินหนีเข้าครัวไปอย่างรวดเร็ว
คนขับรถเหลือบมองเกี๊ยวในชามของตัวเองสลับกับชามของหลัวจิ้งหนิงด้วยสีหน้างุนงง
หลัวจิ้งหนิงพูดติดตลกว่า "ของผมสั่งเบิ้ลสองที่ครับ"
"ฮะฮะ..." คนขับรถหัวเราะแห้งๆ เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเกี๊ยวชิ้นหนึ่งเข้าปาก
หลังจากเคี้ยวเกี๊ยวชิ้นแรกหมด สีหน้าของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
เขารีบคีบชิ้นที่สอง ชิ้นที่สาม และชิ้นที่สี่ตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว...
คนขับแท็กซี่สวาปามเกี๊ยวรวดเดียวจนหมดชาม กินเสร็จยังเลียริมฝีปากด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่ายังอยากกินต่อ
"น้องสาว ขอเกี๊ยวเพิ่มอีกชามสิ"
คนขับรถหันไปหาอวี๋ไห่เยี่ยนที่ยืนมองตาค้างอยู่ข้างๆ เขาชูนิ้วโป้งให้เธอพร้อมกับเอ่ยชมไม่ขาดปาก "พี่กินเกี๊ยวมาสามสี่สิบปี นี่เป็นเกี๊ยวที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย ต่อไปถ้าอยากกินเกี๊ยวต้องมาร้านนี้แล้วล่ะ"
"อ๊ะ ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะคะ เดี๋ยวฉันไปต้มเกี๊ยวมาให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
เมื่อผลงานของตัวเองได้รับการยอมรับจากลูกค้า อวี๋ไห่เยี่ยนก็รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากรับคำคนขับรถ เธอก็หันหลังเดินเข้าครัวไปต้มเกี๊ยวมาเพิ่มให้อีกหนึ่งชาม
คนขับแท็กซี่จัดการเกี๊ยวไปสองชาม จ่ายเงินไปยี่สิบหยวนแล้วก็ขับรถออกไป
"นี่คือเงินที่ฉันหามาได้เองเหรอ ฉันก็หาเงินได้เหมือนกันสินะ..."
อวี๋ไห่เยี่ยนกำเงินก้อนแรกที่ตัวเองหามาได้ไว้แน่น ขอบตาของเธอเริ่มแดงระเรื่อด้วยความตื้นตันใจ
นับตั้งแต่หย่าร้างกับสามี อวี๋ไห่เยี่ยนก็ล้มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
และเพราะอาการป่วย ทำให้เธอถูกบริษัทเดิมเชิญออกจนต้องกลายเป็นคนตกงาน
ความโชคร้ายที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้อาการซึมเศร้าของเธอทรุดหนักลงเรื่อยๆ ทัศนคติที่มีต่อโลกก็เริ่มหม่นหมองลงตามไปด้วย
เมื่อมีแต่ความคิดแง่ลบ อาการป่วยก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ราวกับหลุดเข้าไปในวังวนแห่งความทุกข์ที่หาทางออกไม่ได้
ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เธอเองก็จำไม่ได้แล้วว่ากัดฟันสู้ทนใช้ชีวิตผ่านมาได้อย่างไร
เงินยี่สิบหยวนที่คนขับแท็กซี่เพิ่งจ่ายมา เป็นรายได้ก้อนแรกในรอบห้าปีของเธอ
แม้จะไม่มากมายอะไร แค่ยี่สิบหยวนเท่านั้น แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมหาศาล
"ฉันไม่ใช่คนไร้ค่า ฉันหาเงินได้แล้ว ฉันสามารถหาเงินส่งเหล่ยเหล่ยเรียนมหาวิทยาลัยได้แล้ว... ฮือฮือฮือ"
อวี๋ไห่เยี่ยนพูดไปพลางเอามือปิดหน้าและปล่อยโฮออกมา
หลัวจิ้งหนิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ค่อยๆ ยื่นกระดาษทิชชูให้เธอเงียบๆ เรื่องบางเรื่องการได้ระบายออกมาด้วยน้ำตามันก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้
"ขอบคุณนะจิ้งหนิง ขอบคุณจริงๆ..." อวี๋ไห่เยี่ยนคว้ามือของหลัวจิ้งหนิงมากุมไว้ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจไหลรินอาบแก้ม
"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ขอบคุณตัวเองดีกว่าครับ"
หลัวจิ้งหนิงส่งยิ้มให้ "คุณน้าอวี๋ครับ คราวนี้เชื่อผมหรือยัง สายตาของลูกค้าทุกคนไม่หลอกกันหรอก ผมถึงบอกไงว่าคุณน้าเปิดร้านเกี๊ยวยังไงก็รุ่ง"
"จ้ะ คราวนี้ฉันมีกำลังใจที่จะทำร้านเกี๊ยวให้ดีขึ้นแล้วล่ะ"
อวี๋ไห่เยี่ยนยิ้มพร้อมกับพยักหน้า ความหวาดหวั่นในใจลดลงไปมาก ความมั่นใจก็เริ่มกลับคืนมา
"อิ่มแปล้เลยครับ ผมขอตัวกลับไปที่เขตตากอากาศก่อนนะครับ คุณน้าอวี๋ตามสบายเลยนะครับ" พูดจบหลัวจิ้งหนิงก็ล้วงเงินยี่สิบหยวนออกมาวางบนโต๊ะ "นี่ค่าอาหารของผมครับ"
เมื่ออวี๋ไห่เยี่ยนเห็นดังนั้นก็รีบคว้าเงินขึ้นมาและยัดกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของหลัวจิ้งหนิงทันที
"จิ้งหนิงเธอทำอะไรเนี่ย รีบเก็บไปเลย เก็บไปเดี๋ยวนี้ น้าจะเก็บเงินเธอได้ยังไงกัน"
หลัวจิ้งหนิงล้วงเงินออกมาและวางกลับลงบนโต๊ะอีกครั้งพร้อมกับทำหน้าจริงจัง "คุณน้าอวี๋ครับ ถ้าคุณน้าไม่รับเงินผม วันหลังผมจะไม่มากินอีกเลยนะครับ"
"จิ้งหนิง เด็กคนนี้นี่..."
อวี๋ไห่เยี่ยนบ่นอุบอิบทั้งที่ตากังแดงก่ำ สุดท้ายก็ต้องยอมรับเงินไว้แต่โดยดี
[จบแล้ว]