- หน้าแรก
- หยุนรั่วเย่
- บทที่ 17 หยุนรั่วเย่ลงโทษจางมาม่า!
บทที่ 17 หยุนรั่วเย่ลงโทษจางมาม่า!
บทที่ 17 หยุนรั่วเย่ลงโทษจางมาม่า!
แม้แต่ท่านอ๋องยังไม่เห็นค่าของนาง คนอื่นย่อมไม่ให้ความเคารพเช่นกัน
ท่านอ๋องต้องการแต่งตั้งให้ฮูหยินหนานกงเป็นฮูหยินใหญ่ ให้มาดูแลการบ้านการเรือน นั่นเท่ากับเป็นการลดอำนาจของพระชายาโดยปริยาย พวกนางที่เป็นเพียงบ่าวรับใช้ ย่อมต้องรู้จักปรับตัวและเข้าหาฮูหยินหนานกง
แน่นอนว่า พวกนางไม่เคยให้ความภักดีต่อพระชายามาก่อนเช่นกัน
เมื่ออหยุนรั่วเย่ได้ยินดังนั้น นางถึงกับรู้สึกเจ็บแปลบที่อกด้วยความโกรธ
“ฉู่เสวียนเฉินต้องการแต่งตั้งหนานกงโหยวเป็นฮูหยินใหญ่ ให้มาดูแลกิจการในจวนอย่างนั้นหรือ? หากเป็นเช่นนั้น แล้วข้าจะยังมีที่ยืนในจวนอ๋องแห่งนี้ได้อีกหรือ?”
แม้ว่านางจะเกลียดชังจวนอ๋องนี้เพียงใด แต่ตราบใดที่นางยังอยู่ในที่แห่งนี้ สถานที่นี้ก็คือของนาง นางจะไม่มีวันยอมให้ใครเข้ามาแย่งชิงไปโดยเด็ดขาด
…ทว่าการที่นางจะครอบครองและดูแลจวนในฐานะพระชายาผู้ไร้บารมีนั้น กลับเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
เมื่อเห็นหยุนรั่วเย่อิดออดไม่ยอมไป จางมาม่าก็กล่าวคำพูดอย่างเย็นชา “พระชายา บ่าวขอเตือนว่าอย่าได้ขัดคำสั่งของท่านอ๋องเลย วันนี้ท่านไปทำให้อูฮหยินหนานกงโกรธ นางอารมณ์ไม่ดี หากท่านไปดูแลนางให้ดี นางถึงจะยอมให้อภัย บ่าวพูดได้เท่านี้ พระชายาจงไตร่ตรองให้ดีเถิด”
เมื่อพูดจบ จางมาม่าก็ทำท่าจะเดินจากไป
แต่หยุนรั่วเย่เงยหน้าขึ้นทันที นางจ้องมองจางมาม่าด้วยสายตาเย็นเยียบ “หยุดเดี๋ยวนี้! เจ้าเป็นเพียงบ่าวผู้ต่ำต้อย กล้าดีอย่างไรถึงพูดกับนายเหนือหัวเช่นนี้?”
จางมาม่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มเย็น “ขออภัยพระชายา ท่านอ๋องต่างหากที่เป็นนายเหนือหัวของบ่าว”
ความหมายชัดเจนคือนางไม่ใช่นายของจางมาม่า
หยุนรั่วเย่แค่นเสียงหัวเราะเยาะ “ข้าคือภรรยาเอกของท่านอ๋อง ผู้ได้รับแต่งตั้งโดยพระราชโองการจากฝ่าบาท ข้าคือพระชายาหลี่ของจวนนี้ และเป็นนายของเจ้า การที่เจ้าพูดจาไม่ให้เกียรติข้า เช่นนี้ข้าจำเป็นต้องสั่งสอนเจ้าเสียใหม่ คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!”
จางมาม่าสะดุ้งเล็กน้อย “ข้าไม่มีเหตุผลต้องคุกเข่า ท่านอ๋องกล่าวไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ในจวนนี้มีเพียงท่านอ๋องเท่านั้นที่มีสิทธิ์ลงโทษพวกข้า”
“เจ้าบ่าวชั้นต่ำ! เจ้ากำลังจะบอกว่า ข้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะจัดการบ่าวเช่นเจ้าหรือ? ดี ถ้าเจ้าไม่คุกเข่า เช่นนั้นข้าก็จะไม่ไปดูแลท่านอ๋อง และหากท่านอ๋องถามเหตุผล ข้าจะบอกว่าที่ข้าไม่ยอมไปนั้น เป็นเพราะเจ้าเป็นต้นเหตุ ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้ไหวหรือไม่!” หยุนรั่วเย่กล่าวเสียงเย็นชา
เมื่อได้ยินคำพูดของหยุนรั่วเย่ สีหน้าของแม่เฒ่าจางก็ซีดเผือดในทันที
นางถูกส่งมาเรียกหยุนรั่วเย่ไปพบ หากไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ องค์ชายย่อมโกรธเกรี้ยวเป็นแน่
หากทำให้องค์ชายผู้เย็นชาและไร้หัวใจเช่นเขาไม่พอใจ ผลลัพธ์คงเลวร้ายยิ่งกว่านี้
อันที่จริง นิสัยขององค์ชายผู้นั้นเย็นชาราวน้ำแข็ง ไม่เคยสนใจใยดีผู้ใดอยู่แล้ว ไม่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าจะเป็นใครก็ตาม
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงกัดฟันแน่น ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความอับอาย “ได้! บ่าวคนนี้จะคุกเข่ารออยู่ตรงนี้ แต่ขอวิงวอนให้ท่านหวางเฟยรีบเสด็จ หากล่าช้าแล้วเกิดเรื่อง ท่านหวางเฟยอย่าโทษบ่าวก็แล้วกัน”
หยุนรั่วเย่เหลือบมองด้วยสายตาเย็นชา “ถ้าข้ายังไม่กลับมา เจ้าห้ามลุกขึ้นยืนเด็ดขาด เฟิงเอ๋อร์ จับตาดูให้ดี หากนางลุกขึ้นเมื่อไร เจ้าจงมาบอกข้า ข้าจะลงโทษนางด้วยกฎบ้าน”
“เพคะ พระชายา” เฟิงเอ๋อร์ตอบรับเสียงหนักแน่น
นางมองหยุนรั่วเย่ด้วยแววตาชื่นชม ในใจรู้สึกว่าหยุนรั่วเย่ในตอนนี้ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก เดิมทีแม่เฒ่าจางชอบรังแกพวกนาง แต่บัดนี้หยุนรั่วเย่กลับสามารถควบคุมนางได้อยู่หมัด
อย่างไรก็ตาม เฟิงเอ๋อร์ยังคงรู้สึกหวาดหวั่นกับจางมาม่าผู้นี้อยู่ลึก ๆ เพราะนางเป็นคนเจ้าเล่ห์และไม่ใช่คนที่ควรยุ่งเกี่ยวด้วย
……………………
หลังจากกล่าวจบ หยุนรั่วเย่ก็เดินตามสาวใช้ตัวน้อยที่จางมาม่านำมาด้วย ไปยังตำหนักซิงเฉิน ซึ่งเป็นที่พำนักของฉู่เสวียนเฉิน
ระหว่างทาง หยุนรั่วเย่พลันสังเกตเห็นธงชาติของแคว้นฉู่มากมายปักอยู่บนกำแพงรอบวัง ธงเหล่านั้นมีลวดลายเมฆมงคลกับมังกรลอยเด่น ซึ่งคล้ายคลึงกับธงชาติในยุคปัจจุบัน
ในขณะนั้นเอง นางก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา นางหันไปสั่งสาวใช้ที่อยู่ข้างกาย “ไปเอาธงมาให้ข้าสักสองสามผืน”
“พระชายาจะเอาธงไปทำอะไรหรือเพคะ?” สาวใช้ถามอย่างไม่เข้าใจ
หยุนรั่วเย่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แน่นอนว่าต้องเอาไปเชียร์ให้กำลังใจองค์ชายของพวกเจ้าน่ะสิ”
“…” สาวใช้ได้แต่เงียบ พร้อมกับดึงมุมปากด้วยความจนคำพูด