เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 203 - เผาเถ้ากระดูก

บทที่ 203 - เผาเถ้ากระดูก

บทที่ 203 - เผาเถ้ากระดูก


บทที่ 203 - เผาเถ้ากระดูก

วิญญาณที่อยู่ที่นี่แทบทั้งหมดล้วนเป็นวิญญาณที่มีพลังอ่อนแอ แล้วจะเอาอะไรไปต้านทานเสียงสะท้อนจากไม้บรรทัดอาคมอุกกาบาตได้ล่ะ?

นอกจากหยางจื่ออี๋แล้ว วิญญาณตนอื่นๆ ต่างถูกกระแทกถอยร่นและหวาดกลัวกันสุดขีด

ฉันเอ่ยเสียงเย็น "ยายเฒ่าเฝิง ออกมาเถอะ เลิกเล่นละครหลอกผีสางได้แล้ว"

เธอไม่ได้ตอบรับ

ฉันยิ้มเยาะ แล้วพูดต่อ "หึหึ อย่าคิดว่าพวกเราเป็นคนโง่สิ เสียงจากลำโพง เสียงคน แล้วก็เสียงผี มันต่างกันนะ หรือว่าต้องให้ฉันเดินหาลำโพงที่ซ่อนอยู่ทีละตัว ถึงจะยอมโผล่หัวออกมาฮะ?!"

พอพูดประโยคนี้ออกไป ยายเฒ่าเฝิงก็ทนนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ เดินออกมาจากบ้านร้างผุพังหลังหนึ่ง

บ้านหลังนี้ไม่ใช่หลังแรกที่เธอเข้าไป แสดงว่าที่นี่ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอก คงมีเส้นทางลับซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ยายเฒ่าเฝิงไม่ได้สั่งให้ผีเข้ามาโจมตีพวกเรา แต่กลับตั้งคำถาม "แกดูมั่นใจจังเลยนะ หรือว่ารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าฉันจะจัดการพวกแก!"

ฉันยิ้มเย็นชา "คุณยายคิดว่าตัวเองปิดบังได้เนียนแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าความคิดอ่านของตัวเองมันแสดงออกมาหมดแล้ว"

เธอมองฉันด้วยสายตาเคียดแค้น "แกมีฝีมือดีจริงๆ ด้วย รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ยังจะขอลอง แกจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับความมั่นใจของแก วันนี้พวกแกจะไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่!"

ฉันสวนกลับ "จะได้ออกไปหรือไม่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของคุณยายหรอกนะ ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คุณยายคิดว่าเศษสวะพวกนี้จะจัดการพวกเราได้งั้นเหรอ?"

"ฮ่าๆๆ--"

เมื่อได้ยินดังนั้น ยายเฒ่าเฝิงราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันที่สุด ก็หัวเราะร่วนออกมา

เธอพูดขึ้นว่า "แกพลาดตรงที่มั่นใจเกินไปต่างหาก ฉันดูออกตั้งนานแล้วว่านังหนูที่เพิ่งแยกออกไปเป็นซินแสฮวงจุ้ย ที่มันออกไปก็เพื่อไปขุดเถ้ากระดูก เรื่องเถ้ากระดูกน่ะของจริง แต่แกคิดว่ามันจะสู้กับปืนได้งั้นเหรอ? แล้วพวกแกจะสู้กับปืนได้งั้นเหรอ?"

พูดจบ มือขวาของเธอก็ล้วงไปที่เอว ชักปืนพกสีดำสนิทออกมา...

เมื่อเห็นดังนั้น ใจฉันก็กระตุกวูบ

เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด พวกมันมีแผนสำรองจริงๆ

เจียงโยวที่เพิ่งถูกคลื่นเสียงจากไม้บรรทัดอาคมอุกกาบาตกระแทกจนปลิวไป เมื่อลอยกลับมา ก็ส่งเสียงโหยหวนเย็นยะเยือก "ยายจ๋า ช่วยฉันฆ่าพวกมันที ฉันอยากให้พวกมันได้เห็นตอนที่ศพของตัวเองถูกสับเป็นชิ้นๆ แล้วเอาเนื้อไปโยนให้หมากิน!"

ยายเฒ่าเฝิงยิ้มเหี้ยมเกรียม "หลานรัก ยายจะจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ"

"หึหึ"

ฉันหัวเราะออกมา

"แกขำอะไร!" เจียงโยวตวาดลั่น

ฉันตอบ "ขำความโง่ของพวกแกไง"

"ยายจ๋า ฆ่ามันเลย!"

ยายเฒ่าเฝิงโบกมือ "ไม่ต้องรีบ ยายอยากจะรู้เหมือนกัน ว่ามันเอาความมั่นใจมาจากไหน"

พูดพลาง ปืนในมือก็ยังคงจ้องเล็งมาที่พวกเรา "แกหาว่าพวกเราโง่ ลองว่ามาสิ ว่าพวกเราโง่ยังไง"

ฉันยักไหล่ "คุณยายรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร?"

ยายเฒ่าเฝิงทำหน้าไม่สบอารมณ์ "พวกแกจะเป็นใครก็ตาม ตอนนี้ก็ตกอยู่ในกำมือฉันแล้ว"

ฉันพูดต่อ "ในสายตาคุณยาย คิดว่าหลานชายมีปืน ก็สามารถจัดการกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ได้ คุณยายในฐานะคนในวิถีเต๋า แต่กลับคิดว่าทุกคนบนโลกจะต้องกลัวปืนไปซะหมด นี่มันไม่เรียกว่าโง่แล้วจะเรียกว่าอะไร?"

ไม่รู้ว่าบังเอิญเกินไปหรือเปล่า แต่พอฉันพูดจบ เสียงปืนก็ดังมาจากทิศทางที่จงหลินไป

ตามมาด้วยเสียงปืนดัง "ปังๆๆ" รัวติดๆ กันหลายนัดด้วยความเร่งรีบ ไม่ถึงยี่สิบวินาที เสียงปืนก็หยุดลงกะทันหัน...

ยิงไปหลายนัดขนาดนี้ ใครที่มีสมองหน่อยก็คงเดาออกว่ากระสุนไม่โดนเป้าหมายเลย

ยายเฒ่าเฝิงก็ตระหนักถึงจุดนี้ได้ จึงหันมาลั่นไกใส่พวกเรากะทันหัน

แต่เธอมั่นใจในปืนมากเกินไป ระยะห่างระหว่างพวกเรากับเธอประมาณสิบเมตร การจะหลบกระสุนจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย

ทว่าถานไถซูเป่ยกลับไม่ยอมหลบ เธอดีดก้อนหินในมือออกไปทันที เกิดเสียง "ติง" ดังกังวาน ประกายไฟแลบวาบกลางอากาศระหว่างเธอกับยายเฒ่าเฝิง ก้อนหินก้อนนั้นกลับพุ่งชนกระสุนปืนเข้าอย่างจัง!

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นรวดเร็วจนยายเฒ่าเฝิงคาดไม่ถึง

ในขณะที่ยายเฒ่าเฝิงกำลังตื่นตระหนก ถานไถซูเป่ยก็ดีดก้อนหินอีกก้อนออกไปแล้ว คราวนี้แม่นยำราวจับวาง พุ่งเข้าใส่ข้อมือข้างที่ถือปืนของยายเฒ่าเฝิงอย่างจัง จนปืนในมือร่วงหลุดลงพื้นด้วยความเจ็บปวด

และในวินาทีนั้นเอง ฉันเห็นหยางจื่ออี๋กำลังจะใช้พลังปราณผีควบคุมปืน ฉันจึงไม่รอช้า ขว้างไม้บรรทัดอาคมอุกกาบาตในมือออกไปทันที...

แม้การขว้างครั้งนี้จะไม่โดนหยางจื่ออี๋ แต่มันก็ขัดขวางไม่ให้เธอเข้าใกล้ปืนได้สำเร็จ

ตอนนี้สถานการณ์พลิกกลับแล้ว ยายเฒ่าเฝิงได้รับบาดเจ็บ ผีตนเดียวที่พอจะทำอันตรายพวกเราได้ก็มีแค่หยางจื่ออี๋เท่านั้น

แต่เมื่อพวกเราแสดงฝีมืออันเก่งกาจออกมาให้เห็น หยางจื่ออี๋ก็ตัดสินใจเผ่นหนีอย่างไม่ลังเล วิญญาณตนอื่นๆ ที่อยู่ที่นั่นก็แตกฮือหนีไปคนละทิศคนละทาง!

ฉันวิ่งไปเก็บปืนพกบนพื้น แล้วโยนให้ถานไถซูเป่ย เพื่อป้องกันไม่ให้ยายเฒ่าเฝิงกลับมาถือปืนได้อีก

ยายเฒ่าเฝิงที่ถูกถานไถซูเป่ยเอาปืนจ่อหัวอยู่ถึงกับหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวละล่ำละลักถาม "พวกแก... พวกแกเป็นใครกันแน่?!"

ฉันค่อยๆ เก็บไม้บรรทัดอาคมอุกกาบาตกลับมาอย่างใจเย็น "พวกเราก็คือคนที่พวกนักพรตชั่วอย่างพวกแกกลัวที่สุดยังไงล่ะ"

"พวกแกคือคนขององค์กรวิถีเต๋าเรอะ?!" ยายเฒ่าเฝิงหวาดกลัวจนถึงขีดสุด

ถือว่ายังมีตาดูอยู่บ้าง แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบคำถามเธอหรอก

ไม่นานจงหลินก็กลับมา พร้อมกับหิ้วคอคนที่โดนซ้อมจนหน้าบวมปูดเป็นหมูบะช่อกลับมาด้วย

ถึงหน้าจะบวมปูดจนแทบจำไม่ได้ แต่ก็พอดูออกว่าเป็นหวังพั่นเสียง

เหตุผลที่ฉันเรียกว่าหลานชายยายเฒ่าเฝิงเมื่อกี้ ก็เพราะฉันดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าหวังพั่นเสียงไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก

ถึงเด็กคนนี้จะอายุน้อย แต่โครงหน้าของเขากลับมีความแหลมคม ซึ่งบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนใจเย็น

คนที่ไม่ใช่คนใจเย็น แต่กลับเสแสร้งทำตัวเรียบร้อยต่อหน้าพวกเรา คนแบบนี้น่ะร้ายลึก

ยิ่งเขาดูสนิทสนมกับยายเฒ่าเฝิงด้วยแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่ายายเฒ่าเฝิงจะไม่เคยเล่าเรื่องราวในวงการให้เขาฟังบ้าง

ฉันมองไปที่หวังพั่นเสียง แล้วพูดขึ้น "อายุแค่นี้ ก็กล้าเล่นปืนแล้ว จะให้ฉันชมว่านายกล้าหาญดีไหมล่ะฮะ?"

"ถุย!"

เขาถ่มน้ำลายใส่ แล้วพูดสวน "ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว ถ้าแน่จริงก็ส่งฉันเข้าคุกไปเลยสิ!"

ฉันหัวเราะอย่างอ่อนใจ "ส่งเข้าคุกน่ะส่งแน่ นายมันอำมหิตจริงๆ ขนาดเพื่อนสนิทตัวเองยังคิดจะฆ่า ทำไปเพื่อผู้หญิงคนเดียว มันคุ้มกันเหรอ?"

พอได้ยินแบบนั้น เขาก็หน้าถอดสี ขมวดคิ้วแน่น แล้วถามเสียงกร้าว "แกหมายความว่ายังไง!"

ฉันตอบตรงๆ "นายชอบอู๋หรันหรัน แต่หล่อนดันชอบจ้าวตง นายก็เลยคิดจะฆ่าเขา"

หวังพั่นเสียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตวาดลั่น "จ้าวตงเป็นคนบอกแกเหรอ?!"

ฉันตอบ "ถ้าฉันบอกว่า แค่มองหน้านายก็รู้แล้ว นายจะเชื่อไหมล่ะ?"

พูดจบ ฉันก็ไม่ได้สนใจเขาอีก

เรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ หวังพั่นเสียงก็แทบคลั่ง ระบายความแค้นที่มีต่อจ้าวตงออกมาจนหมดเปลือก

พูดง่ายๆ ก็คือ ความริษยาของวัยรุ่นนั่นแหละ

ประจวบเหมาะกับที่เขามียายที่รู้เรื่องเร้นลับพวกนี้ ก็เลยผุดความคิดที่จะใช้สิ่งชั่วร้ายมาเล่นงานจ้าวตง

ไม่ว่าจะเป็นฐานะ หน้าตา หรือการเรียน จ้าวตงก็เหนือกว่าเขาทุกอย่าง เมื่ออยู่ต่อหน้าจ้าวตง เขาก็เป็นได้แค่ไม้ประดับ

จ้าวตงคงไม่รู้หรอกว่า เพื่อนสนิทที่แสนดีของเขา แท้จริงแล้วไม่ได้แสนดีอย่างที่เห็นภายนอกเลย!

ส่วนจะจัดการกับสองยายหลานนี่คู่นี้ยังไง พวกเราก็คงฆ่าพวกเขาไม่ได้หรอก ทำได้แค่ติดต่อคนขององค์กรวิถีเต๋าในพื้นที่ให้มาจัดการแทน

พวกเราไม่ค่อยรู้จักใครในเมืองจงโจว หาไปหามาก็เจอแต่เหมยกูเท่านั้น

เหมยกูเลยให้เบอร์โทรศัพท์ของพนักงานต้อนรับในเมืองจงโจวมาให้พวกเราติดต่อกันเอง

ดูท่าแล้ววันนี้คงไม่มีเวลากลับเมืองอี้ฉีแล้วล่ะ...

พนักงานต้อนรับขององค์กรวิถีเต๋า อันที่จริงก็มีตำแหน่งคล้ายๆ กับลุงอู๋นั่นแหละ

คนที่พวกเราติดต่อชื่อหลิวหนง เป็นหัวหน้าหน่วยตำรวจ

พอรู้ว่าพวกเราเป็นสมาชิกองค์กรวิถีเต๋า เขาก็สอบถามพฤติการณ์ความผิดของยายเฒ่าเฝิงกับหวังพั่นเสียง เพื่อที่จะได้ตั้งข้อหาเอาผิดพวกเขา

หลิวหนงคุยด้วยง่ายดี แต่โหงวเฮ้งกลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เป็นพวกเห็นแก่เงิน

ฉันสังเกตเห็นว่าที่วังทรัพย์สินของเขามีสีแดงระเรื่อ สีสันดูชัดเจน ซึ่งเป็นลางดีของคนที่เพิ่งได้ลาภก้อนโตมา

ถ้าดูจากลางดี ลาภก้อนโตนี้ก็เกิดขึ้นไปแล้ว แต่สีสันก็ยังมีเค้าว่าจะดำเนินต่อไป แสดงว่าลาภก้อนโตนี้ยังได้มาไม่หมด

คนเป็นถึงหัวหน้าหน่วยตำรวจ แต่กลับมีเรื่องลาภก้อนโตมาเกี่ยวข้อง ดูยังไงก็ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

เขาสังเกตเห็นสายตาฉัน ฉันก็รู้ตัว จึงไม่ได้มองนานนัก

พวกเราไม่ได้สนิทกับเขา และเขาก็มีตำแหน่งสำคัญ ถ้าเขาทำผิดจริง ก็มีคนรอจัดการเขาอยู่อีกเพียบ พวกเราอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ ไม่เหมาะที่จะไปยุ่งเรื่องของคนอื่นหรอก

หลังจากแยกย้ายกับหลิวหนง เวลาก็ล่วงเลยมาถึงทุ่มตรงแล้ว

พวกเรามีเถ้ากระดูกของหยางจื่ออี๋กับเจียงโยวติดตัวมาด้วย ผีสองตนนี้หนีเร็วมากตอนอยู่ที่เนินเหอเซี่ย ทำให้พวกเราจัดการพวกมันไม่ได้

การจะตามหาพวกมันให้เจอ เถ้ากระดูกนี่แหละคือหัวใจสำคัญ!

ถ้าเซี่ยงซื่อหลินอยู่ที่นี่ก็คงดี ด้วยความสามารถของเขา การจะใช้เถ้ากระดูกเรียกวิญญาณคนตายมา เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

แต่เซี่ยงซื่อหลินอยู่ตั้งเมืองอี้ฉี การจะเรียกเขามาไกลขนาดนี้คงเป็นไปไม่ได้

เขาบอกพวกเราว่า มีวิธีเรียกวิญญาณอยู่วิธีหนึ่ง ต่อให้พวกเราไม่รู้วิชาอาคม ก็สามารถเรียกวิญญาณได้เหมือนกัน

"เผาเถ้ากระดูก?!"

เมื่อได้ยินวิธีที่เซี่ยงซื่อหลินบอก ฉัน จงหลิน และถานไถซูเป่ยถึงกับอึ้งไปเลย...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 203 - เผาเถ้ากระดูก

คัดลอกลิงก์แล้ว