- หน้าแรก
- ย้อนเวลาทวงแค้นตำนานมหาเศรษฐียอดฝีมือ
- บทที่ 58 - ช่างต่ำตมจริงๆ
บทที่ 58 - ช่างต่ำตมจริงๆ
บทที่ 58 - ช่างต่ำตมจริงๆ
บทที่ 58 - ช่างต่ำตมจริงๆ
สัญญาณเตือนจากสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด ทำให้ชายหัวโล้นที่เดิมทียังมึนงงอยู่ สร่างเมาตาสว่างขึ้นมาทันที
ในเวลานี้ ชายหัวโล้นไม่สนใจเลือดที่ไหลออกจมูก หรือปากที่ฟันหักจนลมรั่วอีกต่อไป เขารีบฝืนสติแล้วอ้อนวอน "ข... ขอโทษ ฉ... ฉันผิดไปแล้ว ป... ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันผิดไปแล้วจริงๆ ฉันขอร้องล่ะ"
เฉากุนแบมือออก ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ปล่อยแกไปเหรอ? แกตาบอดหรือไง ฉันไม่ใช่ตำรวจสักหน่อย จะมีอำนาจปล่อยแกได้ไง"
พูดจบ เฉากุนก็คว้าคอเสื้อของไอ้หัวโล้น แล้วหิ้วร่างมันขึ้นมา ลากตรงไปยังท้ายขบวนรถไฟทันที
แต่เพิ่งก้าวไปได้แค่สองก้าว เฉากุนก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบหันกลับไปมองไป๋จิ้ง
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึง อึ้งกิมกี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าของไป๋จิ้ง เฉากุนก็ยิ้มกว้าง เผยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นราวกับสายลมอ่อนๆ ในฤดูใบไม้ผลิ
"รอเดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมกลับมา"
พูดจบ เฉากุนก็หันขวับกลับไปตีหน้าขรึมเหมือนเดิม แล้วหิ้วร่างอันหนักอึ้งกว่าร้อยกิโลกรัมของชายหัวโล้นลากไปทางท้ายขบวนต่อ
และทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่าน ผู้โดยสารทุกคนต่างพากันเงียบกริบ บางคนถึงกับไม่กล้าสบตาตรงๆ ได้แต่ลอบมองด้วยหางตาขณะที่พวกเขาเดินผ่านไป
พระเจ้าช่วย!
เขาทำได้ยังไงกัน?
ถ้าดูจากรูปร่างแล้ว ชายหัวโล้นตัวใหญ่กว่าเฉากุนตั้งหลายเท่า อย่างต่ำๆ ก็ต้องหนักเกือบๆ ร้อยสามสิบกิโล
แต่ทว่า ด้วยน้ำหนักขนาดนี้ กลับถูกเฉากุนที่มีรูปร่างดูธรรมดาๆ หิ้วคอเสื้อลากไปอย่างกับลากซากหมาตายได้อย่างหน้าตาเฉย
นี่ต้องมีพละกำลังแขนแข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย?
ขืนโดนต่อยเข้าสักหมัด มีหวังไม่ปางตายก็คงตายคาที่ไปเลยมั้ง?
เฉากุนไม่สนใจสายตาของผู้โดยสารรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ในเวลานี้ เขาทำตัวราวกับราชาที่กำลังเดินตรวจตราอาณาจักรของตน สายตาดุดันทรงพลัง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
ไม่นานนัก เฉากุนก็ลากไอ้หัวโล้นมาถึงท้ายขบวนรถ
ณ ตรงนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งแต่งหน้าจัดจ้าน แต่งตัวออกแนวสาวสก๊อย อายุราวๆ ยี่สิบสามยี่สิบสี่ปี นั่งอยู่ที่เบาะหลังสุด กำลังจ้องมองพวกเขาที่กำลังเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
หล่อนคือพวกเดียวกับไอ้หัวโล้น!
ตอนที่เฉากุนขึ้นรถไฟมา เขาเห็นสาวสก๊อยคนนี้หยอกล้อกับไอ้หัวโล้นอยู่ก่อนแล้ว
เฉากุนโยนไอ้หัวโล้นลงข้างๆ สาวสก๊อยเหมือนโยนหมาตาย แล้วถามเสียงเรียบ "พวกแกเป็นอะไรกัน?"
สาวสก๊อยสะดุ้งเฮือก ได้สติกลับมาทันที ตอบเสียงสั่น "ข... เขาเป็นแฟนฉันเอง"
แฟนงั้นเหรอ?
เฉากุนหรี่ตาลง "แล้วเธอรู้ไหมว่าเมื่อกี้เขาไปทำอะไรมา?"
สาวสก๊อยคนนี้ถูกออร่าความน่าเกรงขามของเฉากุนข่มขวัญจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว ถามอะไรก็ตอบหมด พยักหน้าหงึกๆ รัวๆ "ข... เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้น... ไม่สิ ด... เพื่อนของนาย เป็นตัวท็อปสุดๆ ข... เขาอยากจะลองของ ก็เลย... เดินไปทักทาย"
"แล้วทำไมเธอถึงไม่ห้ามเขาไว้ล่ะ?" เฉากุนถามต่อ
"ฉ... ฉัน......." สาวสก๊อยอึกอักอยู่พักใหญ่ แต่ก็ตอบไม่ได้
เฉากุนหันไปมองไอ้หัวโล้น "แกตอบมา"
เลือดจากจมูกของไอ้หัวโล้นยังไหลไม่หยุด มันใช้มือพยายามอุดจมูกไว้ พลางตอบตะกุกตะกัก "ก... ก็... ก็... ก็..."
หลุดคำว่า 'ก็' ออกมาตั้งสามคำ แต่สุดท้ายก็อธิบายเหตุผลไม่ได้ เฉากุนเริ่มหงุดหงิด จึงตบหน้ามันไปฉาดใหญ่
เลือดกำเดาของไอ้หัวโล้นก็ยิ่งไหลทะลักออกมามากกว่าเดิม
"ถ้าขืนพูดคำว่า 'ก็' อีกคำเดียว ฉันจะตบให้แกตายคามือเลย พูดมา!"
โดนตบไปฉาดนี้ กำแพงป้องกันในใจของไอ้หัวโล้นก็พังครืนลงมาทันที มันยกมือขึ้นกุมหน้า แล้วร้องไห้กระซิกๆ เหมือนเด็กสาวตัวใหญ่ๆ ร้องคร่ำครวญว่า:
"ก็หล่อนเป็นคนใช้ให้ฉันไปเองน่ะสิ เพราะ... เพราะเพื่อนของนาย หน้าอกใหญ่กว่าหล่อน เอวก็คอดกว่าหล่อน บั้นท้ายก็งอนกว่าหล่อน แถมยังสวยกว่าหล่อนอีก หล่อนก็เลยอิจฉา เลยใช้ให้ฉันไปลวนลามดู"
อ๋อ!
อย่างนี้นี่เอง!
เฉากุนหันไปมองสาวสก๊อย "จริงหรือเปล่า?"
สาวสก๊อยเบะปาก แทบจะร้องไห้โฮ "ข... ขอโทษ ฉ... ฉันก็แค่พูดเล่นๆ ฉ... ฉัน... ขอโทษจริงๆ"
"เวรเอ๊ย!" เฉากุนสบถ "ถ้าขอโทษแล้วมันจบ ฉันจะเกิดมามีกำปั้นไว้ทำไมล่ะ?"
"หน้าตาก็ไม่ได้สะสวยอะไร จิตใจก็ยังสกปรกอีก ถ้าไม่สั่งสอนเธอซะบ้าง วันข้างหน้าเธอต้องเดินหลงผิดแน่ๆ"
พูดจบ เฉากุนก็ส่งสายตาให้สาวสก๊อย "ไปรอฉันในห้องน้ำ ฉันจะต้องอบรมเธอชุดใหญ่ ให้เธอรู้จักหลักคุณธรรมจริยธรรมซะบ้าง!"
สาวสก๊อยมองเฉากุนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อ้อนวอน "ฉันผิดไปแล้วจริงๆ ขอร้องล่ะ ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ ฉัน..."
ยังไม่ทันที่สาวสก๊อยจะพูดจบ เฉากุนก็คว้าผมของหล่อน แล้วกระชากหล่อนลงมาจากที่นั่งทันที
เฉากุนดึงผมสาวสก๊อยอย่างแรง บังคับให้หล่อนหันมาเผชิญหน้ากับเขา แล้วกระซิบเสียงเหี้ยม:
"แม่งเอ๊ย ที่ฉันพูดแกไม่ได้ยินหรือไง? ไปรอฉันในห้องน้ำ!"
"ถ้าขืนให้ฉันได้ยินแกพูดพล่ามอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะทุบกะโหลกแกให้แหลกเลยคอยดู!"
เมื่อสบตากับแววตาของเฉากุนในตอนนี้ สาวสก๊อยก็ตัวสั่นงันงกราวกับเห็นผี
จากนั้นหล่อนก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรอีก รีบคลานหนีเข้าไปในห้องน้ำข้างๆ แทบจะไม่คิดชีวิต
เฉากุนหันไปมองไอ้หัวโล้น ตบหน้ามันเบาๆ แล้วสั่ง "เฝ้าประตูไว้!"
พูดจบ เฉากุนก็ก้าวตามเข้าไปในห้องน้ำ แล้วล็อกประตู
ไม่นานนัก ก็มีเสียงผู้หญิงเปล่งคำปฏิญาณดังแว่วออกมาจากข้างใน
"ฉันขอสาบาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม จะเป็นคนที่สร้างคุณูปการให้ประเทศชาติ..."
........
หนึ่งชั่วโมงต่อมา!
เฉากุนก็เดินออกจากห้องน้ำ
ตอนนี้เลือดกำเดาของไอ้หัวโล้นหยุดไหลแล้ว แต่ก็ยังคงเอามือกุมจมูกไว้
พอเห็นเฉากุนเดินออกมา พร้อมกับแววตาที่จ้องมองมา ไอ้หัวโล้นก็สะดุ้งโหยง รีบหดตัวถอยกรูด
เห็นดังนั้น เฉากุนก็พึมพำ "แม่งเอ๊ย วิชาหน้าที่พลเมืองเบื้องต้นก็ไม่เคยเรียนมาหรือไง ไม่รู้จริงๆ ว่าพวกอันธพาลอย่างพวกแกสองคนมาเจอกันได้ยังไง"
พูดพลาง เฉากุนก็ตบหน้าไอ้หัวโล้นไปอีกหนึ่งที
"จำไว้ล่ะ ครั้งนี้ฉันติวเข้มให้ฟรีๆ นะ ถ้ามีครั้งหน้า ฉันคิดตังค์แน่"
พูดจบ เฉากุนก็ไม่สนใจไอ้หัวโล้นอีก เดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง
ผ่านไปอีกสามนาที สาวสก๊อยถึงได้เดินออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้าแดงก่ำ แววตาหวาดหวั่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับไอ้หัวโล้น
เห็นแบบนั้น ไอ้หัวโล้นก็กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ กัดฟันถาม "พวกแกสองคน..."
สาวสก๊อยรีบส่ายหน้ารัวๆ "ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ข... เขาก็แค่อบรมฉัน สั่งสอนให้ฉันทำตัวเป็นคนดี อย่าก่อเรื่องวุ่นวาย ให้ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติเท่านั้นเอง"
ไอ้หัวโล้นกัดฟันกรอดด้วยความแค้น มันรู้สึกเหมือนคนทั้งขบวนกำลังจ้องมองและหัวเราะเยาะมันอยู่
แต่พอนึกถึงดวงตาอันเยือกเย็นของเฉากุน มันก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความกลัว
นี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย!
ทำไมถึงมีสายตาที่น่ากลัวขนาดนี้?
เขาเคยผ่านเรื่องอะไรมากันแน่!
สุดท้าย ไอ้หัวโล้นก็รู้สึกเหมือนถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมด ทรุดตัวลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วพูดเสียงอ่อน "สถานีหน้าเราลงกันเถอะ"
สาวสก๊อยเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับ ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตากับไอ้หัวโล้น...
(จบแล้ว)