เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - หมาเลียเฉาผู้ถูกหมายหัว

บทที่ 43 - หมาเลียเฉาผู้ถูกหมายหัว

บทที่ 43 - หมาเลียเฉาผู้ถูกหมายหัว


บทที่ 43 - หมาเลียเฉาผู้ถูกหมายหัว

ภายในห้องพัก เฉากุนเฝ้ามองฉากแม่ลูกตัดขาดกันตั้งแต่ต้นจนจบ แทบจะปรบมือโห่ร้องด้วยความสะใจ

ยอดเยี่ยม!

สุดยอดไปเลย!

โดยเฉพาะฉากที่ไป๋จิ้งตบหน้าหวังซานซานอย่างแรง และฉากที่เธอจ้องตาหวังซานซาน พร้อมกับพูดประโยคเหล่านั้นออกมาด้วยความโกรธแค้น

ทั้งสีหน้า ท่าทาง ความโกรธเกรี้ยว และความผิดหวังที่ซ่อนลึกอยู่ในแววตา มันช่างสมบูรณ์แบบจริงๆ!

ดูแล้วโคตรสะใจ!

ในใจรู้สึกโล่งสบายสุดๆ!

ยิ่งกว่าฟินรวดเดียวสิบน้ำซะอีก!

แน่นอนว่า ในขณะที่เป็นผู้ชม เฉากุนก็ไม่ลืมบทบาทอีกบทบาทหนึ่งของตัวเองเช่นกัน

เมื่อเห็นไป๋จิ้งเดินจากไปด้วยความโกรธ เฉากุนก็รีบสวมบทบาททันที

"น้าไป๋จิ้ง น้าไป๋จิ้ง..."

เฉากุนตะโกนเรียกตามหลังไป๋จิ้งสองครั้ง จากนั้นก็รีบหันขวับกลับมามองหวังซานซานที่กำลังกุมหน้า ยืนอึ้งอยู่กับที่

"ซานซาน เธอทำตัวเกินไปแล้วนะ!"

หา?

หวังซานซานดึงสติกลับมา มองเฉากุนอย่างงุนงง

เธอเกินไปงั้นเหรอ?

ไป๋จิ้งทำให้บ้านหายไป ทำให้เงินเก็บหายไป แต่กลับมาว่าเธอเกินไปเนี่ยนะ?

"เธอรู้ไหมว่าน้าไป๋จิ้งต้องเสียสละเพื่อเธอไปมากแค่ไหน?" เฉากุนพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

"เพื่อเธอ น้าไป๋จิ้งตอนนี้ไม่เหลืออะไรเลย ที่ซุกหัวนอนไม่มี เงินเก็บก็ไม่มี ต้องกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว แม้กระทั่งเครื่องประดับดีๆ สักชิ้นก็ไม่เหลือ"

"เพียงเพื่อสานฝันให้เธอได้ช่วยชีวิตพ่อ น้าไป๋จิ้งยอมสละทุกอย่างที่เธอสามารถให้ได้ แต่เธอกลับมาด่าว่าน้าไป๋จิ้งสมองมีปัญหาเนี่ยนะ"

"หวังซานซาน อย่าลืมนะ ว่าตอนแรกเธอเป็นคนร้องห่มร้องไห้จะช่วยคุณอาหวังเอง ตอนนี้คุณอาหวังรอดแล้ว เธอกลับมาแว้งกัด โทษว่าเป็นความผิดของน้าไป๋จิ้ง เธอมันพวกปากว่าตาขยิบ หน้าไหว้หลังหลอกชัดๆ!"

"ฉันผิดหวังในตัวเธอจริงๆ ถุย!"

พูดจบ เฉากุนก็ไม่เปิดโอกาสให้หวังซานซานได้โต้ตอบ เขาสาวเท้าก้าวยาววิ่งตามออกไปทันที

"น้าไป๋จิ้ง น้าไป๋จิ้ง......."

ส่วนหวังซานซาน มองตามหลังเฉากุนที่วิ่งออกไปอย่างเหม่อลอย นิ่งอึ้งไปสองสามวินาที ก่อนจะกรีดร้องออกมาเสียงหลง พร้อมกับปาขนมในมือทิ้งลงพื้นอย่างแรง

บ้าไปแล้ว!

บ้าไปกันใหญ่แล้ว!

ชีวิตนี้มันจะบัดซบเกินไปแล้วนะ!

แม่ก็มาขอตัดขาดความสัมพันธ์ด้วย

ส่วนไอ้หมาเลียเฉากุน กลับมาด่าว่าเธอเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก แถมยังมาบอกว่าผิดหวังในตัวเธอ แล้วยังมาถุยน้ำลายใส่เธออีก!

มีสิทธิอะไรฮะ!

แกเป็นแค่หมาเลีย มีสิทธิอะไรมาด่าฉัน!

การที่ฉันยอมให้แกตามเลีย ก็ถือว่าเป็นบุญหัวแกมากแล้ว แกยังกล้ามาด่าฉันอีก แกคงลืมไปแล้วมั้งว่าตัวเองเป็นแค่หมาเลีย!

"แม่งเอ๊ย!"

ในห้องนั่งเล่น หวังซานซานทึ้งผมตัวเอง นั่งยองๆ ลงกับพื้นด้วยความหงุดหงิด

"ทำไมกัน ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ย..."

.......

ภายในบริเวณหมู่บ้าน!

เฉากุนวิ่งตามไป๋จิ้งทันก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตูหมู่บ้าน เขาคว้าแขนของไป๋จิ้งเอาไว้

"น้าไป๋จิ้ง หยุดก่อนครับ น้าจะไปไหน?"

ใบหน้าของไป๋จิ้งเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและน้อยใจ เธอสบตาเฉากุน แล้วเอ่ยว่า "เสี่ยวกุน นายว่าฉันเลี้ยงมันมาเพื่ออะไร?"

เฉากุนอ้าปากค้าง พูดไม่ออก

ไป๋จิ้งหัวเราะขื่น กัดฟันพูดว่า "สู้ฉันเลี้ยงหมาสักตัวยังดีกว่า อย่างน้อยมันก็ยังรู้จกกระดิกหางให้ฉันบ้าง"

"เอาจริงๆ นะ ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตฉัน ก็คือการเลี้ยงไอ้เด็กอกตัญญูนี่แหละ!"

เฉากุนขมวดคิ้ว พูดด้วยความเป็นห่วง "น้าไป๋จิ้ง น้าอย่าเพิ่งคิดมากสิครับ ซานซานอาจจะแค่ดีใจเกินไปหน่อย ก็เลย... พลั้งปากพูดจาไม่คิดน่ะครับ"

"ดีใจเหรอ? พลั้งปากเหรอ? นายเชื่อคำพูดตัวเองหรือเปล่าล่ะ?" ไป๋จิ้งส่ายหน้ายิ้มขื่น ก่อนจะสูดหายใจลึก แล้วถอนหายใจยาว "ช่างเถอะ ต่อจากนี้ไป ต่างคนต่างอยู่ ฉันก็ถือว่าทำหน้าที่ของฉันได้ดีที่สุดแล้ว"

พูดจบ ไป๋จิ้งก็สบตาเฉากุนอีกครั้ง แล้วเอ่ยต่อ "เสี่ยวกุน ฉันไม่อยากกินข้าว ฉันรู้สึกสับสนและวุ่นวายใจไปหมด นายไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?"

เฉากุนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง "ได้สิครับ ไปกันเถอะน้าไป๋จิ้ง ผมอยู่นี่ทั้งคน"

.......

ครึ่งชั่วโมงต่อมา!

เฉากุนและไป๋จิ้ง ก็มาถึงที่บ้านของเธอกับหวังอีฟู

พูดให้ถูกก็คือ ตอนนี้บ้านหลังนี้ตกเป็นของพ่อแม่หวงเจี้ยนเหรินแล้ว

แต่ทว่า เนื่องจากในบ้านยังมีข้าวของเครื่องใช้ของไป๋จิ้ง หวังซานซาน และหวังอีฟูหลงเหลืออยู่ พ่อแม่ของหวงเจี้ยนเหรินจึงให้เวลาไป๋จิ้งจัดการสามวัน

ภายในสามวันนี้ ให้พวกเธอมาเก็บเสื้อผ้า ผ้าห่ม และข้าวของส่วนตัวอื่นๆ ออกไปให้หมด

หลังจากครบสามวัน พ่อแม่ของหวงเจี้ยนเหรินก็จะพาคนมาเปลี่ยนกุญแจใหม่ ถึงตอนนั้น บ้านหลังนี้ก็จะตกเป็นของพวกเขาอย่างสมบูรณ์

ดังนั้น ไป๋จิ้งและลูกสาวจึงยังมีสิทธิใช้บ้านหลังนี้ได้อีกเพียงสามวันสุดท้ายเท่านั้น

ภายในห้องนอน เฉากุนมองดูรูปแต่งงานที่แขวนอยู่บนหัวเตียง ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะท้อนใจ

ในรูป หวังอีฟูสวมชุดสูทเรียบหรู ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกว้าง ส่วนไป๋จิ้งก็สวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ยิ้มอย่างเขินอายซบลงที่อกของเขา

ดูอบอุ่น มีความสุข และหวานชื่นเหลือเกิน!

น่าเสียดาย ที่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว ทั้งคู่ไม่เพียงแต่จะหย่าร้างกัน แต่ยังมีอีกคนที่ต้องไปใช้ชีวิตในคุกตลอดชีวิต

นี่แหละนะที่เขาว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนจริงๆ!

เมื่อเห็นเฉากุนเอาแต่จ้องรูปแต่งงานบนผนัง ไป๋จิ้งก็เอ่ยถามขึ้น "เป็นอะไรไป?"

"แค่รู้สึกสะท้อนใจนิดหน่อยน่ะครับ" เฉากุนตอบ "ทำไมชีวิตมันถึงได้พลิกผันขนาดนี้นะ เมื่อสองวันก่อนคุณอาหวังยังดีๆ อยู่เลย ตอนนี้ต้องเข้าไปอยู่ข้างในซะแล้ว"

........

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ตีหนึ่งแล้ว!

ณ ที่พักของเฉากุน หวังซานซานหยิบขนมที่ปาทิ้งลงพื้นขึ้นมากินอีกครั้ง

หลังจากปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้ามาพักใหญ่ ในที่สุดเธอก็รวบรวมสติกลับมาได้อีกครั้ง

ในเมื่อสถานการณ์มันกลายเป็นแบบนี้ เธอก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน

และปัญหาแรกที่เธอต้องเจอตอนนี้ก็คือ จะหาค่าเทอม ค่ากินอยู่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการเรียนมหาลัยจากไหน

เรื่องเรียนมหาลัยน่ะ เธอต้องเรียนแน่นอน จุดนี้หวังซานซานไม่เคยหวั่นไหวเลยสักนิด

เพราะผู้หญิงที่เรียนจบมหาลัย กับผู้หญิงที่ไม่ได้เรียนมหาลัย ค่าตัวมันต่างกันลิบลับ

ด้วยรูปร่างหน้าตาแบบเธอ ขอแค่มีวุฒิปริญญาตรีติดตัว การจะหาผู้ชายรวยๆ แต่งงานด้วย มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

แต่ถ้าเธอมีแค่วุฒิมอปลายล่ะก็ ต่อให้หน้าตาสวย หุ่นดีแค่ไหน ก็ยากที่จะได้แต่งงานกับผู้ชายรวยๆ

ดังนั้น การเรียนมหาลัยคือสิ่งที่เธอต้องทำให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

แต่เป็นเพราะการกระทำงี่เง่าของไป๋จิ้ง ตอนนี้เธอจึงไม่มีเงินไปเรียนมหาลัยแล้ว

แล้วเธอจะหาเงินค่าใช้จ่ายพวกนี้มาจากไหนดีล่ะ?

แบมือขอไป๋จิ้งเหรอ?

เลิกฝันไปได้เลย ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นเผลอๆ จะจนกว่าเธอซะอีก

อีกอย่าง ผู้หญิงคนนั้นก็พูดตัดรอนซะขนาดนั้นแล้ว เธอคงไม่มีหน้ากลับไปขอร้องหรอก

เพราะงั้น... ก็เหลือแค่เฉากุนคนเดียวแล้วสิ!

หวังซานซานคิดทบทวนไปมา สุดท้ายก็สรุปได้ว่า คงต้องไปรีดไถจากเฉากุน ไอ้หมาเลียตัวนี้แหละ

ข้อแรกเลยคือ เฉากุนมีเงิน

ถึงเฉากุนจะโตมากับปู่ แต่ตอนที่ปู่ของเขาเสีย ก็ทิ้งมรดกไว้ให้เขาไม่น้อยเลย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง หวังซานซานแอบเห็นยอดเงินในบัญชีของเขา มีตั้งล้านกว่าหยวนแน่ะ!

และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมตลอดหลายปีมานี้ เธอถึงคอยให้ความหวังเฉากุน และไม่เคยปฏิเสธเขาอย่างเด็ดขาดเลย

ไอ้หมาเลียที่มีเงินเก็บตั้งล้านกว่าหยวน แถมยังพร้อมเปย์ให้เธอแบบนี้ ถ้าปฏิเสธก็บ้าแล้ว

ข้อสอง เฉากุนคือหมาเลียของเธอ มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นแหละที่เธอจะหลอกเอาเงินมาได้!

หวังซานซานไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อนร่วมชั้นที่รวยกว่าเฉากุนนะ พวกที่มีบ้านหลายหลัง หรือครอบครัวทำธุรกิจกำไรเป็นล้านๆ ก็มี

แต่พวกนั้นไม่ใช่หมาเลียของเธอ เธอไม่มีทางหลอกเอาเงินจากพวกเขาได้หรอก

อีกอย่าง ถึงหลอกมาได้ มันก็คือการยืม ยังไงก็ต้องใช้คืน

แต่เฉากุนมันต่างออกไป เงินที่หลอกมาจากเฉากุน ไม่จำเป็นต้องคืนเลยสักนิด

ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ใครใช้ให้เขาอยากมาเป็นหมาเลียของเธอเองล่ะ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 43 - หมาเลียเฉาผู้ถูกหมายหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว