- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 99 - ข้าคิดว่าข้าน่าจะยังพอช่วยชีวิตได้นะ!
บทที่ 99 - ข้าคิดว่าข้าน่าจะยังพอช่วยชีวิตได้นะ!
บทที่ 99 - ข้าคิดว่าข้าน่าจะยังพอช่วยชีวิตได้นะ!
บทที่ 99 - ข้าคิดว่าข้าน่าจะยังพอช่วยชีวิตได้นะ!
ฆามะและลั่วพะหอบหายใจตัวโยน ตั้งแต่วิ่งหนีมา พวกเขาก็ไม่ได้หยุดพักเลย
โชคดีที่ไม่มีศัตรูไล่ตามมา
"ศิษย์พี่ คราวนี้เราไปทางเหนือกันเถอะ รับรองว่าปลอดภัยไร้กังวลชัวร์"
ฆามะชี้ไปทางทิศเหนือแล้วกระซิบ
ตอนนี้ก็เข้ามาใน 'ประตูสวรรค์' ได้หลายวันแล้ว ตามกำหนดการเดิม อีกไม่นานก็คงจะถูกส่งตัวกลับออกไปแล้วล่ะ
สู้สุ่มๆ เดินไปสักทางเผื่อจะฟลุกเจอของดีก็ไม่เลว ต่อให้ไม่ได้แมลงกิ่งไม้มายาก็ไม่เห็นเป็นไรเลย
ทรัพยากรที่พวกเขาสองคนหามาได้ใน 'ประตูสวรรค์' ก็มากพอจะเอาไปแลกแมลงกิ่งไม้มายาในตลาดมืดได้ตั้งหนึ่งตัวแล้ว
ลั่วพะมองฆามะด้วยสายตาคลางแคลงใจ "เจ้า... แน่ใจรึ? คราวที่แล้วเจ้าก็พูดงี้แหละ"
"วางใจเถอะน่า เจ้าดูสิ พวกศิษย์สำนักเบญจพิษส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปเขตหวงห้ามทางใต้กันหมด เราแค่เดินสวนทางกับพวกมันก็รอดแล้ว"
ฆามะวิเคราะห์ให้ฟัง ถึงสำนักเบญจพิษจะเป็นสำนักใหญ่ แต่ก็ส่งคนมาอย่างมากก็แค่ยี่สิบกว่าคนเท่านั้นแหละ
'ประตูสวรรค์' กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ เขาคงไม่ซวยขนาดนั้นหรอก
ลั่วพะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ "ก็ได้ ข้าจะเชื่อเจ้าอีกสักครั้ง"
ทั้งสองมุ่งหน้าไปทางทิศใต้
......
"เจินเอ๋อร์ นี่คือผลจูกั่วที่ข้าบังเอิญเจอใน 'ประตูสวรรค์' เจ้าลองชิมดูสิ"
บนหลังแมลงปีกแข็งยักษ์ จางหยางยื่นผลจูกั่วในมือให้ขุยเจิน
หยินลี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ หน้ากระตุกอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เพราะผลจูกั่วในมือจางหยางน่ะ มันโดนปล้นมาจากกระเป๋ามิติของเขาชัดๆ
"อื้ม จางหยาง ท่านดีกับข้าที่สุดเลย!"
"ก็งั้นๆ แหละ แค่อันดับสามของโลกเอง"
กลิ่นความรักอันเน่าเหม็นทำเอาหยินลี่ที่ไม่เคยมีความรักมาก่อนรู้สึกคลื่นไส้แทบอ้วก ในใจก็ด่าทอ 'คู่รักหน้าเหม็น' สองคนนี้ไม่หยุด
แต่จางหยางเหมือนจะสัมผัสได้ เขาปรายตามองหยินลี่พร้อมรอยยิ้มแสยะ "หึ... สหายหยินลี่ เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่งั้นรึ?"
หยินลี่สะดุ้งเฮือกในใจ ชักจะสงสัยแล้วสิว่าจางหยางอ่านใจคนได้
"อะแฮ่ม... ศิษย์พี่ ไม่มีอะไรหรอกขอรับ ข้าแค่เห็นพวกท่านรักกันดี ก็เลยแอบอิจฉานิดหน่อย"
หยินลี่กระแอมไอแก้เก้อ
"อืม อย่าอิจฉาเลย เจ้าเลียนแบบข้าไม่ได้หรอก"
จางหยางหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี
ที่เขาดีกับขุยเจินขนาดนี้ ก็เพราะในโลกนี้เธอเป็นคนเดียวที่ดีกับเขาโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ
โดยเฉพาะตอนที่เขาอ่อนแอที่สุด พูดแบบไม่เกรงใจเลยนะ ตอนเจอกันครั้งแรก ถ้าขุยเจินอยากจะฆ่าเขา ก็คงทำได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ!
ในโลกนี้ การจะไว้ใจใครสักคนอย่างหมดใจมันยากมาก แต่ขุยเจินคือข้อยกเว้น
"เอ๊ะ... ศิษย์พี่ ข้างล่างมีคนกำลังไล่ฆ่าหัวโล้นสองคนอยู่ขอรับ"
หยินลี่รีบเปลี่ยนเรื่อง เขากลัวว่าถ้าไม่เปลี่ยนเรื่องตอนนี้ หน้ากากที่สวมไว้จะหลุดเอา
จางหยางหรี่ตามองลงไปเบื้องล่าง...
"ไอ้ฆามะ พ่อ...ตาย! ไหนแกบอกว่าไม่มีปัญหาไงวะ?"
ลั่วพะหัวเสียสุดๆ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาใน 'ประตูสวรรค์' พวกเขาสองคนก็มีแต่เรื่องซวยๆ ไม่โดนไล่ฆ่า ก็กำลังหนีตายจากการถูกไล่ฆ่า ไม่เคยได้พักหายใจหายคอเลยสักนิด
วิกผมของทั้งสองคนปลิวหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ สับตีนแตกหนีตายราวกับกงล้อ
ฆามะหน้าเจื่อน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอุตส่าห์ 'เดินสวนทาง' แล้วแท้ๆ ทำไมถึงยังมาเจอพวกศัตรูอีก
"ศิษย์พี่ ข้าก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้หรอกนะ ใครจะไปรู้ล่ะว่าใน 'ประตูสวรรค์' จะมีคนของสำนักศาลทุพภิกขภัยโผล่มาด้วย"
ศัตรูที่ไล่กวดมาดูยังไงก็เป็นคนของสำนักศาลทุพภิกขภัย ฝูงผีอดอยากที่วิ่งตามกันมาเป็นพรวนนั่นแหละคือสัญลักษณ์ประจำสำนักของพวกมัน
"หุบปากไปเลยนะ ถ้าหนีรอดไปได้คราวนี้ ข้าจะแยกทางกับแกเด็ดขาด"
ฆามะก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองดวงซวย "ศิษย์พี่ หรือว่าจะเป็นเพราะดวงเจ้ามัน..."
"ไสหัวไปเลย!"
ลั่วพะตั้งปณิธานไว้ในใจว่าจะต้องอยู่ให้ห่างจากเจ้านี่ให้ได้ ศิษย์น้องของเขามันตัวซวยชัดๆ
ฆามะเหลียวมองฝูงผีอดอยากที่วิ่งไล่ตามมาติดๆ
จะหันกลับไปสู้รึ! พวกมันก็เยอะซะขนาดนั้น
จะหนีต่อ! ไอ้พวกของน่ารังเกียจพวกนี้ก็ตามติดหนึบเป็นตังเม
"โย่ว... นี่มันศิษย์พี่ฆามะไม่ใช่รึ? ต้องการความช่วยเหลือไหมล่ะ?"
ฆามะยังคิดหาทางหนีไม่ได้ จู่ๆ ก็มีเสียงเย้าแหย่ดังมาจากบนหัว
อืม เสียงคุ้นๆ แฮะ
พอแหงนหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นพวกจางหยางนั่งสบายใจเฉิบอยู่บนหลังแมลงปีกแข็งยักษ์
"ศิษย์น้องฆาเหริน!?"
ฆามะไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมาเจอฆาเหรินที่นี่
จางหยางยิ้มๆ โบกมือทักทายอย่างไม่ใส่ใจ
หยินลี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยภูตผีของตัวเองลงไปซัดกับฝูงผีอดอยากเบื้องล่างทันที
'เอาล่ะ งานกรรมกรน่ะข้าทำเอง ส่วนเรื่องหล่อๆ ไว้หน้าล่ะยกให้ท่านเลย!'
หยินลี่แอบกรอกตาบนเงียบๆ ก่อนจะกระโดดลงไปลุยกับศิษย์สำนักศาลทุพภิกขภัยด้วยตัวเอง
ถึงตอนนี้ฆามะกับลั่วพะถึงเพิ่งจะหยุดพักได้ สองมือกุมเข่าหอบหายใจแฮ่กๆ
"ศิษย์น้องฆาเหริน ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
ลั่วพะมองจางหยางด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ
"ฮะๆ... บังเอิญผ่านมาน่ะ"
จางหยางยิ้มบางๆ ไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ
แต่ฆามะกลับยืดตัวขึ้น จ้องมองจางหยางหัวจรดเท้า เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไป แต่จะบอกว่าเปลี่ยนไปตรงไหนก็อธิบายไม่ถูก
"ทำไมล่ะ? ศิษย์พี่ฆามะจำข้าไม่ได้แล้วรึ?"
"เอ่อ... ศิษย์น้องฆาเหริน เจ้า... ทะลวงถึงระดับสามแล้วงั้นรึ?"
ฆามะลองหยั่งเชิงถาม
"เพิ่งจะทะลวงมาหมาดๆ นี่แหละ" จางหยางพยักหน้ายอมรับ "แล้วพวกท่านนี่มัน..."
เขาชี้ไปที่ฝูงผีอดอยากด้านหลัง
"ศิษย์น้องฆาเหริน เรื่องมันยาวน่ะ..." ฆามะลูบหัวโล้นๆ ของตัวเองกำลังจะอธิบาย แต่ก็โดนลั่วพะพูดแทรกเสียก่อน
"เจ้าหุบปากไปเลย ศิษย์น้องฆาเหริน ข้าเล่าเองดีกว่า เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนที่เราเข้ามาใน 'ประตูสวรรค์' นี่แหละ พูดแล้วเศร้า เล่าแล้วน้ำตาจะไหล ซวยสุดๆ ไปเลยล่ะ..."
จากคำบอกเล่าอย่างออกรสออกชาติของลั่วพะ จางหยางก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างแจ่มแจ้ง
พอได้ฟัง เขาก็คิดจากใจจริงเลยว่า การที่ไม่ไปกับฆามะน่ะคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
ขนาดเทพแห่งความซวยมาสิงร่างก็คงไม่หนักหนาไปกว่านี้แล้วล่ะ!
"ศิษย์น้องฆาเหริน เจ้าอย่าไปฟังมันพล่ามเลย"
ฆามะก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว หวังจะอธิบายเพื่อกู้ภาพพจน์ตัวเองในสายตาศิษย์น้องกลับมา
แต่จางหยางกับขุยเจินกลับพร้อมใจกันถอยหลังกรูด รักษาระยะห่างจากฆามะทันที
"อะแฮ่ม... ศิษย์พี่ฆามะอย่าโกรธเคืองเลยนะ เรื่องแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ดีกว่า"
"ใช่ๆๆ!"
ขุยเจินพยักหน้ารัวๆ สายตาที่มองฆามะแฝงไปด้วยความรังเกียจนิดๆ
"......"
ฆามะมองทั้งสองคนด้วยความระอาใจ
ถึงตอนนี้ หยินลี่ก็จัดการศิษย์สำนักศาลทุพภิกขภัยไปได้หลายคนแล้ว เขากำลังเดินพาภูตผีกลับมาหา
"มา ศิษย์พี่ ข้าจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือนายน้อยแห่งเมืองผีสาง หยินลี่ หยินลี่ นี่ศิษย์พี่ของข้า ลั่วพะ กับ ฆามะ"
จางหยางรีบเปลี่ยนเรื่อง
หยินลี่ประสานมือคารวะอย่างกระตือรือร้น ฆามะกับลั่วพะก็ทักทายตอบ
"ศิษย์น้องฆาเหริน แล้วพวกเจ้ากำลังจะไปไหนกันล่ะ?"
ฆามะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อืม หยินลี่บอกว่าในเขตหวงห้ามมีวังใต้ดินอยู่ ข้างในน่าจะมีของดีซ่อนอยู่ พวกเราก็เลยว่าจะลองไปดูสักหน่อย"
"อย่าเชียวนะ!"
ฆามะโบกมือเป็นพัลวัน รีบเล่าเรื่องที่สำนักเบญจพิษกวาดต้อนคนไปที่เขตหวงห้ามให้ฟัง
"ศิษย์น้อง เขตหวงห้ามน่ะอย่าไปเลยดีกว่า ข้ากลัวว่าพวกมันจะมีแผนการร้ายซ่อนอยู่นะสิ"
จางหยางได้ยินก็ขมวดคิ้ว เขตหวงห้ามเขาจำเป็นต้องไปให้ได้ เพราะคัมภีร์อี้หยางถูกซ่อนอยู่ในนั้น
"ศิษย์พี่ เขตหวงห้ามพวกข้าจำเป็นต้องไปจริงๆ ส่วนเหตุผลข้าบอกท่านไม่ได้ ท่านกับศิษย์พี่ลั่วพะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเถอะ ทางนั้นไม่น่าจะมีอันตรายอะไร"
จางหยางกล่าวเสียงขรึม
ฆามะพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่อีกสองสามประโยค แต่พอเห็นว่าจางหยางยืนยันหนักแน่นก็ยอมแพ้ พาตัวลั่วพะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกจนลับสายตาไป
หยินลี่มองตามหลังคนทั้งสองที่เดินจากไป "ศิษย์พี่ของเจ้านี่ก็ดีนะ ยังอุตส่าห์เป็นห่วงเจ้าด้วย"
ตั้งแต่เด็กเขาก็เติบโตมาท่ามกลางผู้คนหลากหลายประเภท ใครจริงใจใครเสแสร้ง เขามองแวบเดียวก็ทะลุปรุโปร่งแล้ว
"เมื่อกี้เจ้าไปยืนใกล้ศิษย์พี่ฆามะทำไมเนี่ย? ถอยห่างๆ ข้าไปเลยนะ!"
จางหยางปรายตามองหยินลี่
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของหยินลี่ ขุยเจินก็ปิดปากหัวเราะคิกคัก เล่าวีรกรรมความซวยที่ลั่วพะเพิ่งสาธยายให้ฟังอีกรอบ
หยินลี่แทบร้องไห้น้ำตาตกใน จ้องหน้าจางหยาง "เอ่อ... ศิษย์พี่ของเจ้าคงไม่ดวงซวยขนาดนั้นหรอกมั้ง? เฮ้ย... เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งทิ้งข้าไป ข้าคิดว่าข้าน่าจะยังพอช่วยชีวิตได้อยู่นะ!"
(จบแล้ว)