เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 - ถึงจุดหมาย

บทที่ 86 - ถึงจุดหมาย

บทที่ 86 - ถึงจุดหมาย


บทที่ 86 - ถึงจุดหมาย

สีหน้าได้ใจของหยินลี่จางหายไปทันที แทนที่ด้วยความตึงเครียด

เขารู้ดีว่าลำพังพลังของราชันย์ผี จัดการศพอัคคีผลาญสามสี่ตัวได้สบายมาก แต่ถ้ามาเป็นฝูงสามสี่สิบตัวล่ะก็... คงเอาไม่อยู่แน่

"เยอะเกินไปแล้ว!"

ฝูงศพอัคคีผลาญพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

จางหยางเห็นใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัวของพวกมัน ก็โบกมือเบาๆ หัตถ์มรณะสีครามพุ่งทะลุรอยแยกมิติ เข้ากวาดล้างพวกมันราวกับพายุ

หยินลี่เองก็ไม่รอช้า เรียกทั้งราชันย์ผีคู่ใจ ผีแม่ลูก ผีเคียวหิวโซ... ออกมาจากตันเถียนจนหมด

เพียงชั่วอึดใจ ทั้งสองฝ่ายก็ปะทะกันอย่างดุเดือด สูสีกันจนกินกันไม่ลง

แต่สีหน้าของจางหยางกลับไม่สู้ดีนัก ตั้งแต่วินาทีแรกที่หัตถ์มรณะสีครามสัมผัสกับศพอัคคีผลาญ แมลงมรณะสีครามของเขาก็ถูกแผดเผาไปเป็นจำนวนมาก

ต้องรู้ไว้ว่า แมลงมรณะสีครามของเขาทุกตัวล้วนกลายพันธุ์มาแล้ว พลังของพวกมันเทียบชั้นได้กับแมลงมารตัวเป้งๆ ในมิติกัสสปะเลยทีเดียว

การที่พวกมันโดนเปลวไฟจิ่วโยวบนตัวศพอัคคีผลาญเผาจนตายได้ในชั่วพริบตา ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าไฟนั่นมันร้ายกาจแค่ไหน

แต่สถานการณ์ก็ยังเอนเอียงมาทางฝั่งของจางหยาง หัตถ์มรณะสีครามจัดการเด็ดหัวศพอัคคีผลาญไปได้ไม่น้อย

บวกกับความช่วยเหลือจากผีสางของหยินลี่ ไม่นานฝูงศพอัคคีผลาญก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น

แต่สภาพของหัตถ์มรณะสีครามก็ดูอิดโรยเต็มที บางส่วนถึงกับคงรูปร่างมือไว้ไม่อยู่ด้วยซ้ำ

จางหยางรีบหยิบแก่นแมลงมารออกมาเติมพลังให้พวกมัน แล้วส่งกลับไปพักฟื้นในมิติตามเดิม

หยินลี่มองดูผีเคียวหิวโซของตัวเองที่สภาพยับเยินไม่ต่างกันด้วยความเสียดาย "ไอ้พวกผีบ้าพวกนี้มันโผล่มาจากไหนกันเนี่ย"

จางหยางไม่สนใจคำบ่นของหยินลี่ เขาเดินไปย่อตัวลงสำรวจซากศพอัคคีผลาญอย่างละเอียด

ศพพวกนี้ดูเหมือนมนุษย์ แต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกไฟคลอก

ที่น่าแปลกคือ นอกจากหัวกับแขนขาแล้ว พวกมันไม่มีอวัยวะบนใบหน้าเลย แถมยังไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์อีกต่างหาก

"เอ๊ะ... นี่มัน..."

ปกติแล้วเมื่อคนตาย อวัยวะภายในจะเริ่มเน่าเปื่อย ทำให้หน้าท้องยุบตัวลง แต่หน้าท้องของศพพวกนี้กลับยังคงเต่งตึงเหมือนเดิม

เขาลองเอามือเคาะๆ ที่หน้าท้องของศพอัคคีผลาญดู

"หืม? กระดูกนี่! กระดูกซี่โครงแผ่นเดียว!"

"สหายหลี่ เจออะไรหรือเปล่า?"

หยินลี่ชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้

"เจอสิ!"

"เจออะไรล่ะ?"

"ไอ้นี่... ไม่ใช่คน!"

"..."

จางหยางลุกขึ้นยืน เช็ดมือกับเสื้อคลุมหรูหราของหยินลี่แบบเนียนๆ แล้วเดินนำหน้าต่อไป

"ไปกันเถอะ ไปดูกันว่าข้างหน้ามีอะไรซ่อนอยู่"

หยินลี่มุมปากกระตุก แต่ก็ต้องจำใจเดินตามไป

เมฆเลือดยังคงปกคลุมหนาแน่น แต่พอไม่มีศพอัคคีผลาญคอยกวนใจ ทั้งสองก็เดินฉิวไปได้อย่างรวดเร็ว

เมฆเลือดเริ่มเบาบางลง กลายเป็นหมอกจางๆ และในที่สุดก็สลายไปหมด

ทั้งสองเพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ภายในโถงกว้างใหญ่

โถงนี้ใหญ่โตมโหฬารกว่าโถงทั่วไปมาก เพดานสูงลิ่วเป็นสิบๆ เมตร ดูยังไงก็ไม่ใช่สถานที่ที่สร้างไว้ให้มนุษย์อยู่แน่ๆ

กลางโถงมีแท่นประทับยกสูง บนนั้นมีบัลลังก์ตั้งตระหง่านอยู่

จางหยางหรี่ตาลง เขามองเห็นเงาคนลางๆ นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้น

หยินลี่เองก็มองไปรอบๆ ด้วยความทึ่ง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภายในท้องของสัตว์ประหลาดจะมีพระราชวังใหญ่โตขนาดนี้ซ่อนอยู่

"หญ้าคืนวิญญาณ?! ไม้เทพวิญญาณ?! ผลอายุวัฒนะ!?"

หยินลี่เบิกตากว้าง ตะโกนลั่นด้วยความตกตะลึง เมื่อมองไปรอบๆ โถง

ของที่เขาพูดมาแต่ละอย่าง ล้วนเป็นวัตถุดิบเลื่อนขั้นระดับสูงของสายผีโอสถทั้งนั้น เรียกว่ามีเงินก็หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ

แต่ตอนนี้กลับวางเรียงรายอยู่เกลื่อนโถงไปหมด

ผิดกับหยินลี่ที่กำลังตื่นเต้นดีใจ จางหยางกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าของที่หยินลี่เห็นน่ะ... ไม่มีอยู่จริง

เพราะระบบไม่ได้ส่งเสียงเตือนเลยแม้แต่นิดเดียว!

ถ้าให้เดา พวกเขากำลังตกอยู่ในภาพลวงตาเข้าแล้ว!

"พวกเจ้าเป็นใคร?"

เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานในหัวของทั้งสองคน

หยินลี่ได้สติกลับมาทันที หันไปมองที่บัลลังก์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แต่จางหยางยังคงความนิ่งสงบ ประสานมือคารวะไปทางบัลลังก์ "ผู้อาวุโส ผู้น้อยไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกิน เพียงแต่บังเอิญพลัดหลงเข้ามา รบกวนเวลาพักผ่อนของท่าน

ผู้น้อยขอตัวลา!"

พูดจบเขาก็คว้าแขนหยินลี่ที่ยืนงงอยู่ แล้วหันหลังเดินหนีไปดื้อๆ

ทำเอาเงาบนบัลลังก์ถึงกับเอ๋อรับประทาน นี่มันผิดคิวชัดๆ

ตามบทแล้ว มันต้องคุกเข่าขอสมบัติ หรือไม่ก็ขอฝากตัวเป็นศิษย์สิ!

"ช้าก่อน~"

จางหยางกระตุกยิ้มมุมปาก หันกลับไปถามด้วยสีหน้างุนงง "ผู้อาวุโสมีอะไรจะสั่งเสีย... เอ้ย สั่งการหรือขอรับ?"

"ข้าเห็นว่าพวกเจ้าสองคนมีวาสนาต่อกัน เข้ามาใกล้ๆ ข้าสิ"

น้ำเสียงของเงาร่างนั้นเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ทำให้จางหยางและหยินลี่รู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

ขาทั้งสองข้างเริ่มขยับก้าวเดินไปหาบัลลังก์อย่างไม่รู้ตัว

ระหว่างทาง ผิวหนังใต้ตาของจางหยางก็ปริแตก ดวงตาสีเลือดดิ้นรนแทรกตัวออกมาจนได้

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ก่อนที่แววตาจะค่อยๆ กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง

'นี่เรา... โดนสะกดจิตไปตอนไหนเนี่ย?'

ขนาดเขามีเนตรสีเลือดที่เชี่ยวชาญด้านภาพลวงตา ยังโดนเล่นงานซะอยู่หมัด นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

'หรือว่าจะเป็นเพราะ...'

เขานึกย้อนไปถึงตอนที่เดินเข้ามาในเมฆเลือด แล้วรู้สึกว่าดวงตาสีเลือดมีอาการผิดปกติ

ดูเหมือนว่าความผิดปกตินั้นไม่ได้มาจากศพอัคคีผลาญ แต่มาจากเมฆเลือดพวกนั้นต่างหาก

เขามองหยินลี่ที่กำลังเดินเหม่อลอยไปที่บัลลังก์ แล้วก็แกล้งทำเป็นโดนสะกดจิตเดินตามไปเงียบๆ

เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้เงาบนบัลลังก์นั่น มันมีแผนการอะไรกันแน่

พอเดินเข้าไปใกล้ๆ จางหยางก็เห็นรูปร่างหน้าตาของมันชัดเจนขึ้น

นั่นมันไม่ใช่คน! แต่เป็นหัวกะโหลกสีม่วงประกายทองต่างหาก!

หัวกะโหลกนั้นลอยอยู่เหนือบัลลังก์ รอบๆ มีเปลวไฟสีม่วงประกายทองลุกโชนอยู่ ซึ่งดูเหมือนกับไฟบนกระดูกสันหลังเผ่ากลายพันธุ์เป๊ะเลย

【ติ๊ง~ โฮสต์ได้รับผลกระทบจากมลทินจากวัตถุลี้ลับต่างมิติ พลังมลทินกลายพันธุ์ +50 คำเตือน: ขณะนี้ยังไม่สามารถต้านทานมลทินทางร่างกายได้】

เสียงระบบเตือน ทำให้เขาตระหนักว่าไอ้กะโหลกนี่แหละคือตัวการปล่อยมลทินกลายพันธุ์

ใช่เลย เจ้านี่ต้องมาจากต่างโลกแน่ๆ

จางหยางกลั้นใจใช้มีดเฉือนก้อนเนื้อที่โดนมลทินทิ้ง ส่วนหยินลี่ที่ตกอยู่ในภวังค์ ไม่สามารถขัดขืนได้เลย

ร่างกายครึ่งซีกของหยินลี่ถูกมลทินเล่นงานจนกลายพันธุ์ไปแล้ว หนวดประหลาดงอกยุ่บยั่บออกมา ฟาดฟันอากาศดัง "เพียะๆ"

จางหยางหน้าตายสนิท เขาต้องหาทางช่วยหยินลี่ให้ได้

สถานการณ์ตอนนี้มันซับซ้อนเกินไป ถ้าช่วยหยินลี่ เขาก็จะได้ผู้ช่วยมาอีกหนึ่งแรง

แต่ถ้าปล่อยให้หยินลี่กลายพันธุ์ เขาก็ต้องรับศึกหนักเพิ่มอีกทาง

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็อัญเชิญภาพลวงพุทธมารออกมากะทันหัน

พุทธมารหน้าตาเปี่ยมเมตตา พนมมือกล่าวว่า "ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฝั่ง!"

แววตาของหยินลี่กลับมาแจ่มใสในทันที เขามองดูสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างงุนงง

พอตั้งสติได้ ก็เพิ่งรู้ตัวว่าร่างกายครึ่งซีกกลายพันธุ์ไปแล้ว

เขารีบถอยกรูด ล้วงลูกปัดคุ้มภัยออกมาจากกระเป๋ามิติ แล้วใช้มีดสั้นตัดหนวดพวกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากจัดการจนหมด เขาก็สามารถสะกดอาการกลายพันธุ์ไว้ได้ชั่วคราว

"แฮกๆ... ขอบใจสหายหลี่มากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าเป็นหนี้ชีวิตท่านแล้ว"

หยินลี่เดินไปหาจางหยาง หอบหายใจพลางกล่าวขอบคุณ

จางหยางมองลูกปัดในมือหยินลี่ด้วยสายตายิ้มๆ ที่ซ่อนความนัยไว้

【ลูกปัดคุ้มภัย ของวิเศษที่สกัดจากพรรณไม้หลากหลายชนิดในโลกมนุษย์ มีสรรพคุณช่วยต้านทานมลทินกลายพันธุ์ได้ระดับหนึ่ง】

"สหายหยินลี่ ไม่เบานี่นา มีของดีแต่ไม่ยอมแบ่งปันกันเลยนะ"

หยินลี่หน้าเจื่อน กระแอมแก้เก้อ "อะแฮ่ม... ของขวัญจากผู้อาวุโสน่ะท่าน ไม่สะดวกจะแบ่งให้ใครจริงๆ..."

จางหยางแค่นเสียงหึ พยักหน้าไปทางบัลลังก์ "สหายหยินลี่ เลิกปิดบังได้แล้ว ตกลงไอ้ของพรรค์นี้... เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้าง?"

หยินลี่เงียบไปพักหนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่าสิ่งที่ผู้ใหญ่สั่งสอนมาให้จางหยางฟัง ถือซะว่าตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้

"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่ผู้อาวุโสเคยบอกไว้ว่า ถ้าได้มาก็ดี ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

เพราะของสิ่งนี้มันมีทั้งคุณและโทษ! คาดเดาอะไรไม่ได้เลย~"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 86 - ถึงจุดหมาย

คัดลอกลิงก์แล้ว