เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ

บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ

บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ


บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ

"จางหยาง เจ้าลงมือก่อนเลย ขืนข้าลงมือก่อน เจ้าอาจจะไม่มีโอกาสได้สู้เลยก็ได้"

ขุยอู่จี๋เอามือไพล่หลัง วางท่าอวดเก่งอย่างเต็มที่

บรรดาศิษย์ในสายของเขาพากันโห่ร้องส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก

เสียงเอะอะโวยวายในลานบ้าน ดึงดูดความสนใจของศิษย์สายอื่นๆ ให้พากันมามุงดู

"มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ"

"ขุยอู่จี๋น่ะหรือ? ในบรรดาศิษย์รุ่นเดียวกัน เขาติดอันดับท็อปยี่สิบเลยนะ"

"ได้ยินว่าช่วงก่อนไปขอขุยเจินแต่งงานแต่โดนปฏิเสธ สงสัยตั้งใจมาหาเรื่องแน่ๆ"

"แล้วอีกฝั่งนั่นใครกัน?"

"เขาว่าเป็นคู่หมั้นของขุยเจินน่ะ"

"จึ๊ๆ... น้ำเน่าสุดๆ ข้าชอบ!"

เมื่อเห็นขุยอู่จี๋วางท่าโอหังขนาดนั้น จางหยางก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป "ได้ งั้นพี่ขุยก็ระ..."

คำพูดยังไม่ทันจบ หัตถ์มรณะสีครามก็พุ่งทะลุรอยแยกมิติ เข้าประชิดตัวขุยอู่จี๋ในชั่วพริบตา

ขุยอู่จี๋ไม่ทันได้ตั้งตัว มือผีสีครามจำนวนนับไม่ถ้วนก็โผล่พรวดพราดขึ้นมาตรงหน้าเขาเหมือนภาพกระตุก

เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเรียกโลงศพออกมาด้วยซ้ำ

"ตูม~"

ขุยอู่จี๋ถูกหัตถ์มรณะสีครามซัดปลิวไปกระแทกกำแพง จนกำแพงอิฐแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเต้าหู้เละๆ

ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่ว บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบงัน

ทุกคนรู้สึกแค่ว่ามันเร็วเกินไป ไม่มีใครมองทันเลยว่าจางหยางลงมือตอนไหน

เห็นแค่เพียงมือผีที่แผ่ไอหมอกดำทะมึนโผล่ออกมา แล้ววินาทีต่อมามันก็พุ่งไปอยู่ตรงหน้าขุยอู่จี๋แล้ว

แต่ขุยซิงกับขุยเลี่ยที่มีระดับพลังสูงสุดกลับหันมามองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย

"ซี๊ด... อาเลี่ย ถ้าข้ามองไม่ผิด... เมื่อกี้มันคือการเทเลพอร์ตใช่ไหม?"

ขุยซิงเผลอดึงหนวดตัวเองจนขาด ถามเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด

"ข้าจะไปตรัสรู้ได้ไงวะ?"

ขุยเลี่ยเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาเคยเห็นจางหยางใช้หัตถ์มรณะสีครามมาก็จริง แต่มันไม่น่าจะรุนแรงขนาดนี้นี่หว่า?

เทเลพอร์ตงั้นรึ? นี่มันก้าวล่วงไปถึงกฎเกณฑ์แห่งมิติแล้วนะ!

แต่สำหรับคนที่โดนโจมตีอย่างขุยอู่จี๋ ความรู้สึกมันรุนแรงยิ่งกว่านั้นหลายเท่า เขารู้สึกเหมือนถูกฝ่ามือเป็นร้อยเป็นพันฟาดเข้าที่หน้าอกอย่างจัง

ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังแทงลึกไปถึงจิตวิญญาณ ซึ่งนี่แหละคือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น

"จางหยาง ไอ้คนขี้ขลาดลอบกัด"

ขุยอู่จี๋คำรามลั่น ถีบเท้ากระโดดลอยตัวขึ้นมา ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอร่ามออกมา

จางหยางขมวดคิ้ว "กระดูกเงินกายาทองคำรึ? เจ้ากินผลวชิระทมิฬเข้าไปสินะ?"

ขุยอู่จี๋แค่นหัวเราะ ปู่ของเขาใช้แต้มความดีความชอบไปแลกผลวชิระทมิฬมาจากคลังสมบัติของสำนักถึงสองผล

เขาได้กินไปผลหนึ่ง ส่วนอีกผลเก็บไว้ให้น้องชายของเขา

"เป็นไงล่ะ? ตกใจล่ะสิ? ฮ่าๆ... ตอนนี้ข้ามีกระดูกเงินกายาทองคำแล้ว เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า..."

"ไอ้สวะ!"

จางหยางสบถอย่างดูแคลน

ขุยเจินกินผลวชิระทมิฬเข้าไปไม่นานก็เลื่อนขั้นได้เลย แต่ไอ้ขุยอู่จี๋กินเข้าไปกลับไม่เลื่อนขั้น

นี่มันขยะในหมู่ขยะชัดๆ!

"ไปตายซะเถอะมึง!"

ขุยอู่จี๋ได้ยินจางหยางด่าว่าสวะ ก็แค้นจนอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ

เขาประสานอิน โลงศพสีเหลืองขนาดมหึมาที่แผ่ควันดำทะมึนก็พุ่งออกมาจากถุงมิติ

ฝาโลงเปิดออกอย่างแรง ซอมบี้ร่างยักษ์สูงกว่าสองเมตรสวมชุดเกราะพุ่งทะยานออกมา

แค่เห็นผิวหนังที่เปล่งประกายวาววับราวกับโลหะของซอมบี้ จางหยางก็รู้ทันทีว่าเจ้านี่ไม่ใช่ระดับธรรมดาแน่

"นี่มัน... ซอมบี้ของศิษย์พี่อู่จี๋ ก้าวถึงระดับขุนพลแล้วรึ?"

"ดูท่าคงจะเข้าใกล้ระดับราชันย์เต็มทีแล้วล่ะ"

"บ้าเอ๊ย ทำไมช่องว่างระหว่างชั้นมันถึงได้ห่างกันขนาดนี้?"

"ห่างอะไรล่ะ? ก็แค่มีปู่คอยหนุนหลังไง"

"เฮ้อ..."

บรรดาศิษย์สำนักศพซอมบี้ต่างก็จิตใจปั่นป่วน พวกเขาไม่คิดเลยว่าคนที่มีพรสวรรค์ห่วยแตกอย่างขุยอู่จี๋ จะถูกผู้อาวุโสใหญ่ดันจนมาถึงระดับนี้ได้

โดยเฉพาะซอมบี้ของขุยอู่จี๋ที่ก้าวไปถึงระดับขุนพลแล้ว

"จึ๊ๆ... ผู้อาวุโสใหญ่นี่ใจป้ำจริงๆ"

ขุยซิงเดาะลิ้นเบาๆ ทรัพยากรระดับนี้ ถ้าเอาไปทุ่มให้ศิษย์ธรรมดา คงปั้นผู้ฝึกระดับกลางได้ตั้งหลายคน

ซอมบี้ร่างยักษ์พุ่งเข้ามาใกล้ แต่จางหยางก็ไม่ลุกลี้ลุกลน เขาส่งกระแสจิตสั่งการ หัตถ์มรณะสีครามก็เลื้อยพันรอบตัวซอมบี้ของขุยอู่จี๋ราวกับงูหลามยักษ์ทันที

ในขณะที่หัตถ์มรณะสีครามกำลังพัวพันกับซอมบี้ ขุยอู่จี๋ก็พุ่งเข้ามาหาจางหยางพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม

"จางหยาง ข้าอยากจะรู้เจ้านักว่าจะหนีไปไหนพ้น"

จางหยางเอียงคอมองเขา "หนี? ทำไมต้องหนีล่ะ ข้าเองก็ตั้งตารอที่จะได้สู้ระยะประชิดอยู่เหมือนกัน ไอ้สวะเอ๊ย!"

เสียงตะโกนของจางหยางทำเอาขุยอู่จี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้น ดวงตาสีเลือดก็แหวกผิวหนังโผล่ออกมาบนใบหน้าของจางหยาง เปิดมุมมองรอบทิศทางอย่างเต็มรูปแบบ!

เขาไม่ได้ใช้ความสามารถอื่นเลย แค่อยากจะทดสอบประสิทธิภาพการต่อสู้ด้วยมุมมองแบบไร้มุมอับเท่านั้น

หมัดที่อาบประกายสีทองของขุยอู่จี๋พุ่งตรงเข้ามา

จางหยางรู้สึกได้ถึงความอัศจรรย์ เขาสามารถมองเห็นทิศทางหมัดของขุยอู่จี๋ได้จากหลากหลายมุมมอง

ตามมาด้วยลูกเตะ ศอก ลูกถีบกลับหลัง และหมัดชุดรัวๆ ของขุยอู่จี๋...

ในสายตาของคนรอบข้าง จางหยางหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับอ่านใจได้ เขาสามารถหลบการโจมตีของขุยอู่จี๋ได้ล่วงหน้าทุกครั้ง

ทุกหมัดทุกเตะของขุยอู่จี๋ทำได้แค่เฉียดชายเสื้อของจางหยางไปเท่านั้น

"จางหยาง แกดีแต่หลบรึไง? หึ... ขุยเจินนี่ตาบอดจริงๆ"

กระดูกเงินกายาทองคำนอกจากจะเพิ่มพลังป้องกันแล้ว ยังช่วยเสริมพละกำลังและความอึดให้เขาด้วย

เขามั่นใจว่าต่อให้ยื้อกันไปเรื่อยๆ เขาก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ เพราะยังไงอีกฝ่ายก็เป็นผู้ฝึกแมลงพิษ วิชาส่วนใหญ่น่าจะไปลงกับพวกแมลงหมดแล้ว

พอได้ยินขุยอู่จี๋เอ่ยชื่อขุยเจิน แววตาของจางหยางก็ฉายรังสีอำมหิตวาบ "ได้ ข้าจะไม่หลบแล้ว เข้ามาเลย!"

พูดจบเขาก็กระดิกนิ้วท้าทายขุยอู่จี๋อย่างกวนประสาท

"ย๊ากก~"

เห็นแผนยั่วโมโหได้ผล ขุยอู่จี๋ก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดพุ่งเข้าใส่จางหยางทันที

"หมับ~"

หมัดของขุยอู่จี๋ถูกจางหยางรับไว้ด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดาย

"ปะ... เป็นไปได้ยังไง?" ขุยอู่จี๋แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาไม่สามารถดึงหมัดกลับมาได้เลย

"เอ่อ... ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า? หมัดของศิษย์พี่อู่จี๋ที่รุนแรงขนาดนั้น โดนรับไว้ได้ด้วยมือเปล่าเนี่ยนะ"

"ซี๊ด... เมื่อกี้ข้ายังเห็นศิษย์พี่อู่จี๋ต่อยหินชนวนแตกกระจุยอยู่เลย"

"มือเปล่าเลยนะเว้ย จางหยางคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว"

"..."

จางหยางบิดคอเบาๆ จ้องมองขุยอู่จี๋ "เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ? ดีใจป่ะล่ะ?"

คราวนี้ตาจางหยางแสยะยิ้มบ้าง ไอ้หมาตัวนี้บังอาจเอ่ยชื่อขุยเจิน ทำให้เขาอารมณ์เสียสุดๆ

"จะบอกอะไรให้นะ ข้านี่แหละเป็นคนได้ผลวชิระทมิฬมา" จางหยางกระซิบเบาๆ ให้ขุยอู่จี๋ได้ยิน

จากนั้นก็สวนหมัดซัดเข้าที่ท้องของขุยอู่จี๋อย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลทำเอาขุยอู่จี๋ถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

"กระดูกเงินกายาทองคำงั้นเหรอ?"

ตามด้วยการกระชากคอเสื้อขุยอู่จี๋ขึ้นมา แล้วจับทุ่มลงพื้นอย่างแรงจนแผ่นหินชนวนแตกละเอียด

"ยังกล้าเรียกเมียข้าว่าเจินเอ๋อร์อีกไหม?"

จางหยางยกเท้าเหยียบลงบนหัวขุยอู่จี๋ จนหัวมิดลงไปใต้แผ่นหิน

"ปู่ของเจ้าเป็นผู้อาวุโสใหญ่งั้นเหรอ?"

จางหยางประสานมือทั้งสองข้างทุบลงไปที่หน้าอกของขุยอู่จี๋ แรงสะท้อนกลับกระแทกร่างของขุยอู่จี๋จนลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ

"ยังจะเสร่อมาขอท้าประลองกับกูอีกไหม?"

ปิดท้ายด้วยการเตะก้านคอส่งร่างขุยอู่จี๋ที่ลอยอยู่กลางอากาศปลิวกระเด็นออกไป

"ตูม~" ร่างของขุยอู่จี๋ฝังทะลุกำแพงเข้าไปมิดทั้งตัว

แม้แต่ขุยซิงกับขุยเลี่ยยังอดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุก หมอนี่มันป่าเถื่อนเกินไปแล้ว

โหดเหี้ยม ดุดัน อำมหิต เพียงชั่วอึดใจ ขุยอู่จี๋ก็ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ

ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนของสำนักศพซอมบี้ พลังบ่มเพาะส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวซอมบี้ จะบอกว่าร่างกายอ่อนแอก็ไม่ใช่ แต่ก็เอาไปเทียบกับพวกผู้ฝึกกายาอย่างสำนักศาลซานชางไม่ได้หรอก

ในสายตาของพวกเขา กระดูกเงินกายาทองคำของขุยอู่จี๋ถือว่าแข็งแกร่งมากแล้ว ไม่คิดเลยว่าจางหยางจะอัดขุยอู่จี๋จนหมดสภาพได้ขนาดนี้

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว