- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ
บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ
บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ
บทที่ 64 - กระดูกเงินกายาทองคำ
"จางหยาง เจ้าลงมือก่อนเลย ขืนข้าลงมือก่อน เจ้าอาจจะไม่มีโอกาสได้สู้เลยก็ได้"
ขุยอู่จี๋เอามือไพล่หลัง วางท่าอวดเก่งอย่างเต็มที่
บรรดาศิษย์ในสายของเขาพากันโห่ร้องส่งเสียงเชียร์กันอย่างคึกคัก
เสียงเอะอะโวยวายในลานบ้าน ดึงดูดความสนใจของศิษย์สายอื่นๆ ให้พากันมามุงดู
"มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ"
"ขุยอู่จี๋น่ะหรือ? ในบรรดาศิษย์รุ่นเดียวกัน เขาติดอันดับท็อปยี่สิบเลยนะ"
"ได้ยินว่าช่วงก่อนไปขอขุยเจินแต่งงานแต่โดนปฏิเสธ สงสัยตั้งใจมาหาเรื่องแน่ๆ"
"แล้วอีกฝั่งนั่นใครกัน?"
"เขาว่าเป็นคู่หมั้นของขุยเจินน่ะ"
"จึ๊ๆ... น้ำเน่าสุดๆ ข้าชอบ!"
เมื่อเห็นขุยอู่จี๋วางท่าโอหังขนาดนั้น จางหยางก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป "ได้ งั้นพี่ขุยก็ระ..."
คำพูดยังไม่ทันจบ หัตถ์มรณะสีครามก็พุ่งทะลุรอยแยกมิติ เข้าประชิดตัวขุยอู่จี๋ในชั่วพริบตา
ขุยอู่จี๋ไม่ทันได้ตั้งตัว มือผีสีครามจำนวนนับไม่ถ้วนก็โผล่พรวดพราดขึ้นมาตรงหน้าเขาเหมือนภาพกระตุก
เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเรียกโลงศพออกมาด้วยซ้ำ
"ตูม~"
ขุยอู่จี๋ถูกหัตถ์มรณะสีครามซัดปลิวไปกระแทกกำแพง จนกำแพงอิฐแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเต้าหู้เละๆ
ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่ว บรรยากาศรอบด้านตกอยู่ในความเงียบงัน
ทุกคนรู้สึกแค่ว่ามันเร็วเกินไป ไม่มีใครมองทันเลยว่าจางหยางลงมือตอนไหน
เห็นแค่เพียงมือผีที่แผ่ไอหมอกดำทะมึนโผล่ออกมา แล้ววินาทีต่อมามันก็พุ่งไปอยู่ตรงหน้าขุยอู่จี๋แล้ว
แต่ขุยซิงกับขุยเลี่ยที่มีระดับพลังสูงสุดกลับหันมามองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความตกตะลึงในแววตาของอีกฝ่าย
"ซี๊ด... อาเลี่ย ถ้าข้ามองไม่ผิด... เมื่อกี้มันคือการเทเลพอร์ตใช่ไหม?"
ขุยซิงเผลอดึงหนวดตัวเองจนขาด ถามเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด
"ข้าจะไปตรัสรู้ได้ไงวะ?"
ขุยเลี่ยเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาเคยเห็นจางหยางใช้หัตถ์มรณะสีครามมาก็จริง แต่มันไม่น่าจะรุนแรงขนาดนี้นี่หว่า?
เทเลพอร์ตงั้นรึ? นี่มันก้าวล่วงไปถึงกฎเกณฑ์แห่งมิติแล้วนะ!
แต่สำหรับคนที่โดนโจมตีอย่างขุยอู่จี๋ ความรู้สึกมันรุนแรงยิ่งกว่านั้นหลายเท่า เขารู้สึกเหมือนถูกฝ่ามือเป็นร้อยเป็นพันฟาดเข้าที่หน้าอกอย่างจัง
ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังแทงลึกไปถึงจิตวิญญาณ ซึ่งนี่แหละคือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น
"จางหยาง ไอ้คนขี้ขลาดลอบกัด"
ขุยอู่จี๋คำรามลั่น ถีบเท้ากระโดดลอยตัวขึ้นมา ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอร่ามออกมา
จางหยางขมวดคิ้ว "กระดูกเงินกายาทองคำรึ? เจ้ากินผลวชิระทมิฬเข้าไปสินะ?"
ขุยอู่จี๋แค่นหัวเราะ ปู่ของเขาใช้แต้มความดีความชอบไปแลกผลวชิระทมิฬมาจากคลังสมบัติของสำนักถึงสองผล
เขาได้กินไปผลหนึ่ง ส่วนอีกผลเก็บไว้ให้น้องชายของเขา
"เป็นไงล่ะ? ตกใจล่ะสิ? ฮ่าๆ... ตอนนี้ข้ามีกระดูกเงินกายาทองคำแล้ว เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า..."
"ไอ้สวะ!"
จางหยางสบถอย่างดูแคลน
ขุยเจินกินผลวชิระทมิฬเข้าไปไม่นานก็เลื่อนขั้นได้เลย แต่ไอ้ขุยอู่จี๋กินเข้าไปกลับไม่เลื่อนขั้น
นี่มันขยะในหมู่ขยะชัดๆ!
"ไปตายซะเถอะมึง!"
ขุยอู่จี๋ได้ยินจางหยางด่าว่าสวะ ก็แค้นจนอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ
เขาประสานอิน โลงศพสีเหลืองขนาดมหึมาที่แผ่ควันดำทะมึนก็พุ่งออกมาจากถุงมิติ
ฝาโลงเปิดออกอย่างแรง ซอมบี้ร่างยักษ์สูงกว่าสองเมตรสวมชุดเกราะพุ่งทะยานออกมา
แค่เห็นผิวหนังที่เปล่งประกายวาววับราวกับโลหะของซอมบี้ จางหยางก็รู้ทันทีว่าเจ้านี่ไม่ใช่ระดับธรรมดาแน่
"นี่มัน... ซอมบี้ของศิษย์พี่อู่จี๋ ก้าวถึงระดับขุนพลแล้วรึ?"
"ดูท่าคงจะเข้าใกล้ระดับราชันย์เต็มทีแล้วล่ะ"
"บ้าเอ๊ย ทำไมช่องว่างระหว่างชั้นมันถึงได้ห่างกันขนาดนี้?"
"ห่างอะไรล่ะ? ก็แค่มีปู่คอยหนุนหลังไง"
"เฮ้อ..."
บรรดาศิษย์สำนักศพซอมบี้ต่างก็จิตใจปั่นป่วน พวกเขาไม่คิดเลยว่าคนที่มีพรสวรรค์ห่วยแตกอย่างขุยอู่จี๋ จะถูกผู้อาวุโสใหญ่ดันจนมาถึงระดับนี้ได้
โดยเฉพาะซอมบี้ของขุยอู่จี๋ที่ก้าวไปถึงระดับขุนพลแล้ว
"จึ๊ๆ... ผู้อาวุโสใหญ่นี่ใจป้ำจริงๆ"
ขุยซิงเดาะลิ้นเบาๆ ทรัพยากรระดับนี้ ถ้าเอาไปทุ่มให้ศิษย์ธรรมดา คงปั้นผู้ฝึกระดับกลางได้ตั้งหลายคน
ซอมบี้ร่างยักษ์พุ่งเข้ามาใกล้ แต่จางหยางก็ไม่ลุกลี้ลุกลน เขาส่งกระแสจิตสั่งการ หัตถ์มรณะสีครามก็เลื้อยพันรอบตัวซอมบี้ของขุยอู่จี๋ราวกับงูหลามยักษ์ทันที
ในขณะที่หัตถ์มรณะสีครามกำลังพัวพันกับซอมบี้ ขุยอู่จี๋ก็พุ่งเข้ามาหาจางหยางพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"จางหยาง ข้าอยากจะรู้เจ้านักว่าจะหนีไปไหนพ้น"
จางหยางเอียงคอมองเขา "หนี? ทำไมต้องหนีล่ะ ข้าเองก็ตั้งตารอที่จะได้สู้ระยะประชิดอยู่เหมือนกัน ไอ้สวะเอ๊ย!"
เสียงตะโกนของจางหยางทำเอาขุยอู่จี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้น ดวงตาสีเลือดก็แหวกผิวหนังโผล่ออกมาบนใบหน้าของจางหยาง เปิดมุมมองรอบทิศทางอย่างเต็มรูปแบบ!
เขาไม่ได้ใช้ความสามารถอื่นเลย แค่อยากจะทดสอบประสิทธิภาพการต่อสู้ด้วยมุมมองแบบไร้มุมอับเท่านั้น
หมัดที่อาบประกายสีทองของขุยอู่จี๋พุ่งตรงเข้ามา
จางหยางรู้สึกได้ถึงความอัศจรรย์ เขาสามารถมองเห็นทิศทางหมัดของขุยอู่จี๋ได้จากหลากหลายมุมมอง
ตามมาด้วยลูกเตะ ศอก ลูกถีบกลับหลัง และหมัดชุดรัวๆ ของขุยอู่จี๋...
ในสายตาของคนรอบข้าง จางหยางหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับอ่านใจได้ เขาสามารถหลบการโจมตีของขุยอู่จี๋ได้ล่วงหน้าทุกครั้ง
ทุกหมัดทุกเตะของขุยอู่จี๋ทำได้แค่เฉียดชายเสื้อของจางหยางไปเท่านั้น
"จางหยาง แกดีแต่หลบรึไง? หึ... ขุยเจินนี่ตาบอดจริงๆ"
กระดูกเงินกายาทองคำนอกจากจะเพิ่มพลังป้องกันแล้ว ยังช่วยเสริมพละกำลังและความอึดให้เขาด้วย
เขามั่นใจว่าต่อให้ยื้อกันไปเรื่อยๆ เขาก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ เพราะยังไงอีกฝ่ายก็เป็นผู้ฝึกแมลงพิษ วิชาส่วนใหญ่น่าจะไปลงกับพวกแมลงหมดแล้ว
พอได้ยินขุยอู่จี๋เอ่ยชื่อขุยเจิน แววตาของจางหยางก็ฉายรังสีอำมหิตวาบ "ได้ ข้าจะไม่หลบแล้ว เข้ามาเลย!"
พูดจบเขาก็กระดิกนิ้วท้าทายขุยอู่จี๋อย่างกวนประสาท
"ย๊ากก~"
เห็นแผนยั่วโมโหได้ผล ขุยอู่จี๋ก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดพุ่งเข้าใส่จางหยางทันที
"หมับ~"
หมัดของขุยอู่จี๋ถูกจางหยางรับไว้ด้วยมือเปล่าอย่างง่ายดาย
"ปะ... เป็นไปได้ยังไง?" ขุยอู่จี๋แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาไม่สามารถดึงหมัดกลับมาได้เลย
"เอ่อ... ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า? หมัดของศิษย์พี่อู่จี๋ที่รุนแรงขนาดนั้น โดนรับไว้ได้ด้วยมือเปล่าเนี่ยนะ"
"ซี๊ด... เมื่อกี้ข้ายังเห็นศิษย์พี่อู่จี๋ต่อยหินชนวนแตกกระจุยอยู่เลย"
"มือเปล่าเลยนะเว้ย จางหยางคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว"
"..."
จางหยางบิดคอเบาๆ จ้องมองขุยอู่จี๋ "เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ? ดีใจป่ะล่ะ?"
คราวนี้ตาจางหยางแสยะยิ้มบ้าง ไอ้หมาตัวนี้บังอาจเอ่ยชื่อขุยเจิน ทำให้เขาอารมณ์เสียสุดๆ
"จะบอกอะไรให้นะ ข้านี่แหละเป็นคนได้ผลวชิระทมิฬมา" จางหยางกระซิบเบาๆ ให้ขุยอู่จี๋ได้ยิน
จากนั้นก็สวนหมัดซัดเข้าที่ท้องของขุยอู่จี๋อย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลทำเอาขุยอู่จี๋ถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"กระดูกเงินกายาทองคำงั้นเหรอ?"
ตามด้วยการกระชากคอเสื้อขุยอู่จี๋ขึ้นมา แล้วจับทุ่มลงพื้นอย่างแรงจนแผ่นหินชนวนแตกละเอียด
"ยังกล้าเรียกเมียข้าว่าเจินเอ๋อร์อีกไหม?"
จางหยางยกเท้าเหยียบลงบนหัวขุยอู่จี๋ จนหัวมิดลงไปใต้แผ่นหิน
"ปู่ของเจ้าเป็นผู้อาวุโสใหญ่งั้นเหรอ?"
จางหยางประสานมือทั้งสองข้างทุบลงไปที่หน้าอกของขุยอู่จี๋ แรงสะท้อนกลับกระแทกร่างของขุยอู่จี๋จนลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ
"ยังจะเสร่อมาขอท้าประลองกับกูอีกไหม?"
ปิดท้ายด้วยการเตะก้านคอส่งร่างขุยอู่จี๋ที่ลอยอยู่กลางอากาศปลิวกระเด็นออกไป
"ตูม~" ร่างของขุยอู่จี๋ฝังทะลุกำแพงเข้าไปมิดทั้งตัว
แม้แต่ขุยซิงกับขุยเลี่ยยังอดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุก หมอนี่มันป่าเถื่อนเกินไปแล้ว
โหดเหี้ยม ดุดัน อำมหิต เพียงชั่วอึดใจ ขุยอู่จี๋ก็ถูกซ้อมจนสะบักสะบอมเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนของสำนักศพซอมบี้ พลังบ่มเพาะส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวซอมบี้ จะบอกว่าร่างกายอ่อนแอก็ไม่ใช่ แต่ก็เอาไปเทียบกับพวกผู้ฝึกกายาอย่างสำนักศาลซานชางไม่ได้หรอก
ในสายตาของพวกเขา กระดูกเงินกายาทองคำของขุยอู่จี๋ถือว่าแข็งแกร่งมากแล้ว ไม่คิดเลยว่าจางหยางจะอัดขุยอู่จี๋จนหมดสภาพได้ขนาดนี้
(จบแล้ว)