- หน้าแรก
- เนตรสีเลือดใต้ตะวันวิปริตกับระบบบัฟโกงสยบสิ่งลี้ลับ
- บทที่ 28 - เปิดโลงรับทรัพย์
บทที่ 28 - เปิดโลงรับทรัพย์
บทที่ 28 - เปิดโลงรับทรัพย์
บทที่ 28 - เปิดโลงรับทรัพย์
บรรดาพระในวัดชิงหยางต่างยืนอ้าปากค้าง มองดูมือผีที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดกลางอากาศ
"เอ่อ... ความห่างชั้นระหว่างพวกเรากับผู้ตื่นรู้มันมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?"
"เขาเพิ่งจะฝึกมายังไม่ถึงสองอาทิตย์เลยนะ!"
"ข้าขอถอนคำพูดเมื่อกี้ ปริมาณมันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพได้จริงๆ ด้วย" เณรน้อยคนเมื่อกี้มองภาพบนฟ้าอย่างเหม่อลอย พลางพึมพำกับตัวเอง
ในขณะที่พระรูปอื่นตกตะลึง อวิ๋นเฟยกลับดีใจจนเนื้อเต้น ศิษย์พี่ฆาเหรินโคตรเทพ ถ้าเขาเทพขนาดนี้ คราวนี้ดูสิว่าใครจะกล้ามารังแกเขาอีก
"ศิษย์พี่ฆาเหริน เทพสุดติ่งไปเลย!"
ได้ยินเสียงเชียร์ของอวิ๋นเฟย จางหยางก็กลอกตาบนใส่ 'แม่งเอ๊ย ไอ้ตัวตลกเอ๊ย'
ส่วนพวกพระตัดฟืนที่โดนฝังดวงตาสีเลือดก็มองหน้ากันเจื่อนๆ พวกเขาก็อยากจะตะโกนเชียร์เหมือนกันนะ
แต่พอนึกถึงวีรกรรมที่ตัวเองเพิ่งจะทิ้งศิษย์พี่ฆาเหรินหนีเอาตัวรอดไปเมื่อกี้ ก็รู้สึกกระดากใจเกินกว่าจะอ้าปากออก
"ดี ดี ดี!"
ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องฆาเหรินจะซ่อนคมไว้ลึกขนาดนี้ จิตสังหารในดวงตาของลั่วภะพุ่งปรี๊ดจนปิดไม่มิดอีกต่อไป
เขารู้ดีว่าพวกผู้ตื่นรู้มักจะมีพรสวรรค์ติดตัวมา แต่ไม่คิดเลยว่าจะเก่งกาจถึงขั้นนี้
ใช้เวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ก็ฝึกหัตถ์มรณะสีครามสำเร็จแล้ว
ที่สำคัญคือสามารถงัดข้อกับเขาได้อย่างสูสี นี่แหละที่ทำให้เขาตื่นเต้นสุดๆ
ใช่แล้ว ตื่นเต้น!
เขาแอบคิดไปไกลว่า ถ้าเขาได้กินฆาเหรินเข้าไปล่ะก็ คงมีพลังพอที่จะเหยียบศิษย์น้องรองกับศิษย์น้องสามไว้ใต้ฝ่าเท้าได้สบายๆ
"หึ... ศิษย์น้องฆาเหริน เจ้าคิดว่าข้ามีไม้ตายแค่นี้รึไง?"
ลั่วภะแสยะยิ้มชั่วร้าย
จางหยางหรี่ตา รวบรวมสมาธิจับตาดูความเคลื่อนไหวของลั่วภะ ระวังไม้ตายก้นหีบของอีกฝ่าย
ตัวเขาเองก็มีไม้ตายซ่อนอยู่เหมือนกัน
เขารู้ว่าหลวงจีนเฒ่าชิงหมิงหวังผลประโยชน์จากตัวเขาอยู่ ถ้าสู้ไม่ได้จริงๆ ก็แค่... ตะโกนขอความช่วยเหลือสิ!
เห็นเพียงแมลงตัวเล็กๆ สีน้ำเงินเข้มบินออกมาจากฝ่ามือของลั่วภะ แล้วแอบแทรกตัวเข้าไปในมือผียักษ์อย่างแนบเนียน
"อึก~"
จางหยางครางในลำคอ เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งมาจากหัตถ์มรณะสีครามฝั่งตรงข้าม
จากนั้นฝูงมือผีจิ๋วก็เริ่มอ่อนแรงลง ในขณะที่มือผียักษ์กลับดูทรงพลังขึ้นมาดื้อๆ ราวกับเพิ่งกินไวอากร้าเข้าไป
"โห... นี่กำลังดูไก่อ่อนจิกตีกันอยู่เหรอเนี่ย?" เสียงใสแจ๋วของหญิงสาวดังมาจากที่ไกลๆ
พริบตาเดียว ร่างอรชรก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า!
"ตูม~" โลงศพสีแดงขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า กระแทกเข้ากับมือผีทั้งสองข้างที่กำลังปะทะกันอยู่อย่างจัง
"อึก~"
"อึก~"
ทั้งจางหยางและลั่วภะต่างก็ชะงัก รั้งหัตถ์มรณะสีครามของตัวเองกลับมาโดยสัญชาตญาณ แล้วหันไปมองผู้มาเยือน
จางหยางเงยหน้าขึ้นมอง
ปรากฏร่างของหญิงสาวหน้าตาสะสวย สวมชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีดำทับชุดกระโปรงยาวสีขาว รูปร่างส่วนที่ควรจะใหญ่ก็ใหญ่ ส่วนที่ควรจะเรียวก็เรียว
โดยเฉพาะขาเรียวยาวคู่นั้น มันช่างดึงดูดสายตาซะจริงๆ!
ขนาดจางหยางที่ผ่านการดูหนัง AV ญี่ปุ่นมานับร้อยเทราไบต์ ยังอดไม่ได้ที่จะมองแล้วมองอีก
'เฮ้อ... ขาเรียวยาวคู่นี้ถ้าไม่เอาไปปั่นสามล้อก็เสียดายแย่!'
"เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงมาขัดจังหวะการประลองของข้ากับศิษย์น้อง?"
ลั่วภะจ้องหญิงสาวด้วยสายตาอาฆาต มือผีสีครามที่อาบไปด้วยไอสีดำเตรียมพร้อมที่จะโจมตีทุกเมื่อ
จางหยางเหลือบมองลั่วภะ แล้วค่อยๆ เก็บหัตถ์มรณะสีครามของตัวเองกลับมาเงียบๆ
ส่ายหัวอย่างระอาใจ 'ศิษย์พี่ใหญ่นี่มันโง่เง่าไร้สมองจริงๆ!'
"ข้าเหรอ? หึหึ... ข้าชื่อขุยเจิน!"
หญิงสาวเห็นท่าทางระแวดระวังตัวของจางหยาง ก็ส่งยิ้มชื่นชมมาให้ แต่กลับไม่ชายตาแลศิษย์พี่ใหญ่ลั่วภะเลยแม้แต่น้อย
ลั่วภะที่กำลังหัวเสียกับจางหยางอยู่แล้ว พอมาโดนผู้หญิงไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนนี้เมินใส่อีก
ตอนนี้ไฟโทสะก็พุ่งปรี๊ดจนสมองหยุดทำงานไปแล้ว
"นังสารเลว รนหาที่ตายนักนะ!"
มือผียักษ์พุ่งเข้าใส่ขุยเจินทันที
ขุยเจินปรายตามองอย่างเหยียดหยาม แล้วตบลงบนโลงศพสีแดงเบาๆ
"เปิดโลงรับทรัพย์!"
ฝาโลงศพสีแดงเปิดอ้าออก แรงดูดมหาศาลดูดเอามือผียักษ์เข้าไปข้างในทันที
"พรวด~"
ลั่วภะกระอักเลือดออกมาคำโต!
มือผีขนาดยักษ์ที่แฝงไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า พุ่งทะยานเข้าฟาดโลงศพสีแดงอย่างแรง
ทำเอาโลงศพยักษ์สั่นสะเทือน หัตถ์มรณะสีครามของลั่วภะฉวยโอกาสนั้นมุดหนีออกจากโลงศพแล้วหายวับไปในมิติอันว่างเปล่า
หน้าของลั่วภะซีดเผือด เพียงแค่พริบตาเดียว หัตถ์มรณะสีครามก็หดเล็กลงไปถึงครึ่ง
"สำนักเจียงเหมิน สำนักใหญ่แห่งวิถีเทพนอกรีต มาเยือนที่นี่มีธุระอันใด? หึ... หรือว่าตั้งใจจะมารังแกวัดชิงหยางเล็กๆ ของข้า?"
เสียงของไต้ซือชิงหมิงดังมาจากในอุโบสถใหญ่
สีหน้าของขุยเจินเปลี่ยนไปทันที "เห็นโลงมีโชค!"
"ปัง~" โลงศพสีแดงเข้มลุกตั้งขึ้น ฝาโลงกระเด็นเปิดออก ควันสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากข้างใน
สายตาอันเฉียบแหลมของจางหยาง มองเห็นอะไรบางอย่างที่มีรูปร่างคล้ายคนอยู่ลางๆ
"ขุยเจิน!"
เสียงของผู้ชายวัยกลางคนดังมาจากที่ไกลๆ
ขุยเจินแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ ฝาโลงศพก็บินกลับมาปิดลงบนโลงศพดังเดิม
"ขุยเลี่ย ผู้พิทักษ์แห่งสำนักเจียงเหมิน!"
ไต้ซือชิงหมิงเดินออกมาจากอุโบสถใหญ่ บนใบหน้าที่มักจะนิ่งเฉยกลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
"อมิตาภพุทธ ผู้พิทักษ์ขุยเลี่ย สบายดีหรือเปล่า?"
"ฮ่าฮ่า... ท่านเจ้าอาวาสชิงหมิง พวกเราไม่ได้เจอกันยี่สิบกว่าปีแล้วสินะ?" ขุยเลี่ยหัวเราะลั่น
"หึหึ... ยี่สิบสามปีแล้วล่ะ เข้ามาคุยกันข้างในเถอะ..."
ทั้งสองเดินคุยกันเข้าไปในอุโบสถใหญ่
ขุยเจินแค่นเสียงเย็นชา ปรายตามองลั่วภะอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเก็บโลงศพแล้วเดินตามเข้าไป
เห็นขุยเจินยัดโลงศพขนาดมหึมาลงไปในห่อผ้าเล็กๆ
จางหยางก็ถึงกับอึ้ง โลกใบนี้มันมีถุงมิติอยู่จริงๆ ด้วยแฮะ
ลั่วภะหน้าดำคร่ำเครียด เดินกระแทกเท้ากลับไปที่ห้องของตัวเอง
บรรดาพระลูกวัดก็ค่อยๆ แยกย้ายกันไป เพราะสายมากแล้ว ต่างคนต่างก็มีภารกิจต้องไปทำ
อวิ๋นเฟยฉีกยิ้มโชว์ฟันขาวเดินเข้ามาหาจางหยาง
"ศิษย์พี่ฆาเหริน เทพสุดๆ ไปเลย!"
จางหยางลูบคาง มองตามหลังขุยเจินไป พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย "สำนักเจียงเหมินนี่มันเป็นสำนักแบบไหนกันนะ?"
อวิ๋นเฟยชะงักไปนิด ก่อนจะส่ายหัวบอกว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
'น่าสนใจแฮะ ผู้หญิงที่อายุยังน้อยคนนี้ แค่อาศัยโลงศพโลงเดียวก็กดหัวทั้งลั่วภะและเขาไว้ได้อยู่หมัด
เหนือฟ้ายังมีฟ้าจริงๆ!'
"ศิษย์พี่ จะเอายังไงกับคนพวกนี้ดีขอรับ?"
อวิ๋นเฟยกระตุกแขนเสื้อจางหยาง แล้วชี้ไปทางบรรดาพระตัดฟืนที่ถูกฝังดวงตาสีเลือดที่กำลังยืนกระสับกระส่ายอยู่ไม่ไกล
จางหยางปรายตามองอย่างไม่แยแส "สั่งให้พวกมันส่งแมลงมรณะสีครามมาให้คนละสองตัว แล้วก็ปล่อยพวกมันไป
ถ้าไม่ยอมส่งมา ก็ปล่อยให้มันรอความตายไปซะ!"
ถ้าไอ้พวกไม้หลักปักเลนพวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะก็ จางหยางคงไม่เก็บพวกมันไว้แน่ๆ
กะว่าต่อให้ตายไปวันละคนสองคน หลวงจีนเฒ่าชิงหมิงก็คงไม่สะทกสะท้านอะไรหรอก
เพราะอวิ๋นเฟยบอกว่ากำลังจะมีศิษย์ใหม่กลุ่มนึงขึ้นมาที่เขาเร็วๆ นี้
"เอ๊ะ?"
ตอนนี้จางหยางเพิ่งจะตั้งสติได้ พอเหลือบไปมองหน้าต่างสถานะ ก็มีสิ่งที่ทำให้เขาสะดุดตา
หัตถ์มรณะสีคราม (1%) เปลี่ยนเป็น หัตถ์มรณะสีคราม (3%) แล้ว!
"หรือว่า..."
เขานึกย้อนไปถึงตอนที่ฝูงหัตถ์มรณะสีครามของตัวเองเกาะหนึบอยู่บนมือผีของลั่วภะ
'การกลืนกิน? หัตถ์มรณะสีครามของผมมีพลังกลืนกินด้วยเหรอเนี่ย?'
แต่เขาก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก พอเห็นอวิ๋นเฟยที่เดินโงนเงนไปมาอยู่ข้างหลัง เขาก็เกิดไอเดียดีๆ ขึ้นมา
"ศิษย์น้องอวิ๋นเฟย เมื่อกี้เจ้าทำผลงานได้ดีมาก ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะยกแมลงมรณะสีครามของคนพวกนั้นให้เจ้าทั้งหมดเลย"
พอได้ยินคำพูดของจางหยาง อวิ๋นเฟยก็เบิกตากว้างอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
วินาทีต่อมา ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตื้นตันใจ เขาไม่คิดเลยว่าในวัดชิงหยางแห่งนี้ จะได้มาเจอคนดีๆ อย่างศิษย์พี่ฆาเหริน
เขาพูดเสียงสะอื้น "ศิษย์พี่ฆาเหริน... ข้า..."
"เอาล่ะๆ ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่ามาทำตัวอ่อนแอแบบนี้สิ!"
อวิ๋นเฟยมองแผ่นหลังของจางหยางด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ "แม่งเอ๊ย เมื่อกี้ข้าแอบถอยหลังไปตั้งครึ่งก้าว ข้านี่มันเลวทรามจริงๆ!"
(จบแล้ว)